“สีหน้าเ้าไม่สู้ดีนัก”
หรือเพราะเขาเร่งรัดจะหาความจริงจากปากนางมากเกินไปทั้งที่นางเพิ่งมาถึงจวนสกุลเผิงยังมิทันข้ามคืน
“เยว่...ข้าเพียงรู้สึกเหนื่อยเ้าค่ะคุณชาย”นางก้มหน้าหลบสายตาเขา ไม่อยากมองหน้าเขาให้ตัวเองต้องรู้สึกเจ็บช้ำกับความใจร้ายซึ่งส่งผ่านมาถึงนางด้วยสัญญาฉบับนั้น
“แทนตัวเองว่าเยว่เอ๋อร์เหมือนที่พูดกับท่านพ่อท่านแม่เถอะเ้ากับข้าหาใช่คนอื่นไกล หรือก่อนหน้านั้นข้ามิใช่พี่เซิ่งอี้ของเ้า”
ท่านไม่ใช่พี่เซิ่งอี้ของข้าแต่ท่านเป็ของคุณหนูฉง และในภายภาคหน้าก็จะต้องเป็ขององค์หญิงหงหญ่าคนที่เป็ของข้ามีเพียงพี่ต้าเผิง แต่นั่นคืออดีต ท่านแค่เคยเป็ไม่มีอีกแล้วพี่ต้าเผิงคนเก่าที่เมืองไท่ซา
“เยว่เอ๋อร์ไม่บังอาจถือครองคุณชายให้มาเป็ของเยว่เอ๋อร์”
น้ำเสียงของนางแฝงความเศร้าสร้อยบาดใจยิ่งเผิงเซิ่งอี้ขยับกายเข้าใกล้มิรู้เพราะเหตุใดเขาเห็นเค้าลางหยาดน้ำตาที่กำลังจะรินไหลจากดวงตาคู่งาม
“เยว่เอ๋อร์...”เขาเรียกขาน
ฟังเยว่ฉิวถอยกายหลีกหนีความชิดใกล้ที่จะทำให้นางหวั่นไหวมากกว่าเดิม“หากคุณชาย้าทราบเื่ที่เมืองไท่ซาไว้พรุ่งนี้ค่อยซักถามเยว่เอ๋อร์เถิด”
อาการปฏิเสธทางกายของนางทำให้เผิงเซิ่งอี้รู้สึกว่าตัวเองกำลังจะกระทำล่วงเกินหญิงสาวกระนั้น
“ถ้าอย่างนั้นข้าไม่รบกวนเ้าพักผ่อนเถอะ” ชายหนุ่มกล่าวลาแล้วหันกายเดินออกจากสวนไป
แม้ต้องเ็ปกับการพบเขาทว่าฟังเยว่ฉิวก็ทอดสายตามองตามเงาร่างสูงใหญ่จนลับตาเขาสู้อุตส่าห์มารอเพียงอยากจะฟื้นความจำเพื่อให้นางจากไปโดยเร็วกระมังความขมขื่นเปรียบดั่งหนามพุ่งแทงใจจนเกิดรูพรุน หญิงสาวทรุดกายนั่งลงบนม้าหินตัวที่ชายหนุ่มเพิ่งลุกจากไปก่อนแนบใบหน้าลงตรงจุดที่ชายหนุ่มเคยวางมือไว้
์...ท่านให้ข้าใกล้ชิดเขาได้เพียงแค่นี้จริงๆน่ะหรือ
สามีภรรยาห่างเหินกันราวตัดขาดสัญญาที่นางเพิ่งประทับรอยนิ้วมือเป็สิ่งยืนยันได้เป็อย่างดีตอนเป็สามีภรรยากันที่กระท่อมกลางป่าชายหนุ่มก็ไม่ใช่คนร้อนแรงด้านอารมณ์รักใคร่เท่าไรนัก ชีวิตคู่หลายราตรีเขาแตะต้องนางด้วยอ้อมกอดซึ่งมาพร้อมความเอื้อเอ็นดู หาใช่การแตะต้องนางอย่างลึกซึ้งหวานล้ำคืนนี้เขาคงไปนอนค้างที่ห้องของฉงอวี้หลิงเพื่อปลอบใจหญิงสาวผู้หัวใจเขาไว้ทั้งหมดแล้วกระมังนางมีสิทธิ์อันใดแย่งชิง่เวลาหวานชื่นของยวนยางคู่รักได้แต่ปล่อยอดีตให้ผ่านแล้วผ่านเลยเท่านั้นเอง
ภายในเรือนบูรพาของเผิงเซิ่งอี้ชายหนุ่มโบกมือให้เล่าหลางและสาวใช้อีกสองนางถอยกลับออกไปเขาถอดเสื้อตัวนอกพาดไว้บนเก้าอี้หลังโต๊ะเขียนหนังสือ ป้ายหยกขาวทิ้งตัวอยู่ข้างเอวเกิดประกายวาวใสเมื่อกระทบกับแสงตะเกียง
เผิงเซิ่งอี้กอบป้ายหยกขึ้นมาไว้ในมือเขาได้เคยมอบป้ายหยกชิ้นนี้ให้กับฟังเยว่ฉิวเพียงเพราะสำนึกบุญคุณเท่านั้นน่ะหรือ
น้ำเสียงของนางคล้ายคลึงเสียงนางในความฝันคนนั้นแทบไม่ผิดเพี้ยนไปจากกันฤๅนั่นมิใช่ความฝัน หากแต่เป็ความทรงจำที่พยายามก่อร่างผุดพรายขึ้นอย่างเลือนรางแต่เหตุใดหญิงสาวตัวเป็ๆ กลับไม่เคยเรียกเขาว่าพี่ต้าเผิงเลยสักครา
‘นางอาจได้เคยช่วยเหลือเ้าจริงแต่เื่เป็ภรรยาของเ้านั้นนางอาจจะกุเื่ขึ้นมาทีหลังเมื่อรู้ฐานะสูงส่งของเ้าก็เป็ได้’
มารดาเขาคาดเดาจนทำให้เขาเกิดความแคลงใจอยู่บางส่วน แต่อีกใจก็ใคร่รู้ หากเขาเคยมีสัมพันธ์กับนางในเวลาเช่นนั้น เขามีความคิดอยากค้นหาความจริงว่าตัวเองเป็ใครมาจากที่แห่งหนใดมากมายเพียงไร หรือเป็เพราะว่าเขารักนางมากจนยอมละทิ้งตัวตนที่แท้จริงไว้เื้ั ทว่าสัญชาตญาณหนึ่งกลับแย้งเขาให้คิดหนักยามใกล้ชิดฟังเยว่ฉิว ไฉนเลยไม่รู้สึกถึงความรักลึกซึ้งหากแต่มันคล้ายสายใยความผูกพันที่เขามีให้ ฉงอวี้หลิง ความผูกพันเท่านั้นเองรึที่ทำให้ยามพรากห่างนางมา เขาถึงกับเพ้อฝันคะนึงหา
รักหรือไม่ได้รักเขาไม่อาจรู้ใจตัวเองได้ขนาดนี้เชียวหรือไร
จู่ๆอาการปวดศีรษะอย่างรุนแรงก็เข้าจู่โจมชายหนุ่มกะทันหัน เผิงเซิ่งอี้นิ่วหน้ากุมศีรษะแล้วหลับตาลงชั่วขณะหนึ่งเมื่อเปิดเปลือกตาขึ้นอีกครั้งจึงรีบเดินไปที่เตียง แม่ทัพหนุ่มล้มตัวลงนอนบนเตียงจำสั่งให้ตัวเองเลิกเค้นหาคำตอบใดๆ ในค่ำคืนนี้อีกก่อนตัวเขาจะหมดสติอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้วครั้งหนึ่ง
ทางทิศใต้ของถูหยางจวนสกุลเผิงกินอาณาบริเวณกว้างขวาง เต็มไปด้วยไม้ยืนต้นสูงใหญ่ที่ขึ้นหนาแน่นรายล้อมทั่วบริเวณคล้ายผืนป่าขนาดย่อมเพราะหมู่เรือนบูรพารับแสงตะวันก่อนเรือนหลังอื่นเสียงนกร้องยามเช้าตรู่จึงปลุกฟังเยว่ฉิวให้ลุกจากที่นอนก่อนอาซิ่นจะยกอ่างน้ำมาให้ล้างหน้าล้างตา
หลังจากแต่งตัวเสร็จหญิงสาวก็นั่งอยู่แต่ในห้อง รอเวลาที่สาวใช้จะยกสำรับอาหารมาเพราะหลังประทับรอยมือบนสัญญานางถังจิ่วหยินก็สั่งห้ามนางเพ่นพ่านออกจากเรือนพักส่วนตัวโดยไม่จำเป็อันที่จริงคือการสั่งนางให้อยู่แต่ในห้องนางไม่จำเป็จะต้องไปแสดงตนให้บ่าวไพร่ในเรือนบูรพาเห็น อาหารสามมื้อ อาซิ่นไปยกมาจากโรงครัวการจะขึ้นไปร่วมโต๊ะอาหารที่โถงเรือนอุดรของท่านแม่ทัพเผิงฉานตันได้เมื่อใดนั้นเผิงฟูเหรินจะเป็คนส่งบ่าวมาเรียกเอง
ผ่านมาสี่วันแล้วที่ฟังเยว่ฉิวไม่ได้ก้าวขาย่างออกจากเรือนและเผิงเซิ่งอี้ก็ไม่ได้มาซักถามนางถึงเหตุการณ์ที่เมืองไท่ซาอีก ทว่าหลังอาหารมื้อเช้าในห้องตามลำพังเช่นทุกวันอาซิ่นก็เข้ามาบอกนางว่า ชายหนุ่มกำลังรอนางอยู่ในสวน
“ไม่สบายเป็อย่างไรบ้างข้าขอโทษที่ไม่ได้มาเยี่ยม ่นี้มีงานให้สะสางเร่งด่วนหลายเื่” งานทหารแม้ไม่มีศึกก็ต้องเตรียมกำลังฝึกไพร่พลให้พร้อมไหนยังเื่สมรสพระราชทานที่ทำให้จำเป็ต้องเข้าวังอยู่บ่อยครั้ง
ประโยคแรกที่เผิงเซิ่งอี้เอ่ยขึ้นเมื่อพบหน้าส่งผลให้เรียวคิ้วของ ฟังเยว่ฉิวขมวดเข้าหากัน
นางไม่สบายน่ะหรือ...จะเป็ไปได้อย่างไรตัวนางย่อมรู้ตัวดีว่ากายตัวเองไม่ได้ป่วยไข้มีเพียงใจเท่านั้นที่เจ็บป่วยยากหายาขนานใดมารักษา
“ขอบคุณคุณชายเยว่เอ๋อร์เพียงแค่ยังไม่ชินกับอากาศที่ถูหยาง” นางโกหกไปอย่างนั้น
“ข้าจะให้ท่านหมอฉางมาตรวจดูเสียหน่อยเป็ไรเดินทางจากเมืองถูหยางระยะทางยาวไกล ร่างกายเ้าอาจจะ้ายาบำรุง”
เขาห่วงใยนางกระนั้นหรือไม่มีสิ่งใดเคลือบแฝงในวาจาที่แสดงออกถึงน้ำใจนี้ใช่หรือไม่
“แค่นอนพักไม่ถึงกับต้องเรียกท่านหมอก็ได้เ้าค่ะ”
ดวงตาของฟังเยว่ฉิวไม่เคยปิดซ่อนความรู้สึกนางไม่เชื่อว่าเขาห่วงใยนางแท้จริง และตอนที่เขาถามถึงอาการป่วยของนางแววตาคู่นั้นก็แสดงออกมาถึงความไม่รู้เื่กับคำถามของเขา นานวันเข้า บรรยากาศรอบตัวของเขาและนางกลับเหมือนมีกำแพงอีกชั้นมากั้นกลาง
“ข้าเอาขนมมาฝากกำลังจะออกไปค่ายทหารนอกเมือง เ้าอยากได้สิ่งใดเป็พิเศษหรือไม่เอ่อ...เ้าชอบกินอะไรที่ข้าจำไม่ได้บ้างหรือไม่”
ฟังเยว่ฉิวส่ายหน้ายื่นมือรับห่อขนมจากเขาไปถือไว้ มือนางเกิดอาการสั่นเล็กน้อยนางกล่าวขอบคุณเขาเสียงเบาหวิว น้ำเสียง สีหน้าและคำถามของเผิงเซิ่งอี้ทำเอาหญิงสาวแสบคันจมูก น้ำตาพานจะรินไหลถ้อยคำที่เขามาบอกกล่าวถามไถ่ดั่งนางเป็ภรรยาร่วมรู้เื่ของสามีวันนี้เขาเอ่ยถามจากใจ หรือเพียงเพราะ้าลดทอนความรู้สึกผิดในใจกันแน่หนอ หากมันเป็เพียงละครตบตาให้นางรู้สึกพอใจกับความเสแสร้งห่วงใยเล็กน้อยจากเขาเล่า
ควรบอกเขาดีหรือไม่ว่านางตัดสินใจแล้วว่าจะจากไป
“เยว่เอ๋อร์...”
ปากกำลังจะเอื้อนเอ่ยแต่ใจกลับอาดูรโหยหาอ้อมกอดของชายหนุ่ม ฟังเยว่ฉิวคิดว่าสักวันตัวเองจะสามารถลืมเผิงเซิ่งอี้ได้แต่พอหวนคิดถึงวันที่ถูกเขาสวมกอดอีกครั้งบนหอจันทร์กระจ่าง ความรัก ความห่วงใยความหวงแหน ตลอดจนความน้อยเนื้อต่ำใจทอดถอนต่อโชคชะตาต่างก็ยังพรั่งพรูดังหยดน้ำถูกบีบจากผืนผ้า ผืนผ้าซึ่งมองคล้ายไม่หลงเหลือน้ำเนื้อของความรู้สึกใดอีกนอกจากมาเพื่อพบหน้าและจากลาแต่อันที่จริงแล้วกลับแทรกซึมความอาลัยรักอยู่ทุกอณูเส้นสายใยถักทอ
ไม่มีใครรู้ได้เท่าตัวนางเองว่าความรักทำให้ทุกข์ตรมหรือสุขสมมากมายเพียงไรและไม่มีใครไม่้าความรักเล็กๆ น้อยๆ ที่เพิ่มมากขึ้นในทุกวันของความชิดใกล้
ความทรงจำที่ดีระหว่างนางกับเขาที่เมืองไท่ซาช่วยให้นางยังทนความเ็ปซึ่งถูกครอบครัวเขากีดกั้นได้นางหวังว่าชายหนุ่มจะรู้ว่านางยินดีมากเพียงไรเมื่อเห็นเขามีชีวิตสุขสบายอย่างเคยเป็มา
อาการนิ่งสงบของฟังเยว่ฉิวกลับเปล่งประกายความงดงามดั่งแสงจากทิศบูรพาสาดกระทบแผ่นหยกใสเผิงเซิ่งอี้เผลอไผลจดจ้องอย่างลืมตัว จิตใจพลันพลุ่งพล่านเกิดความลุ่มหลงทันใดเมื่อสบสายตาวาววับของชายหนุ่ม หญิงสาวจึงรีบกลั้นน้ำตา แล้วหลบสายตาเขา
จู่ๆเขาเกิดความรู้สึกอยากทะนุถนอมนางให้มากอยากใช้อ้อมแขนปัดเป่าความเศร้าหมองที่รายล้อมรอบกายนางให้หมดไปนี่ใช่ความรู้สึกซึ่งเป็ส่วนหนึ่งของความรักหรือไม่เผิงเซิ่งอี้เริ่มไม่แน่ใจตัวเอง
แสงอรุณส่องมาน้ำตาหยดหนึ่งกลั่นตัวทิ้งรอยไว้บนแก้มนวล เผิงเซิ่งอี้ยื่นมือหมายจะเข้าไปเช็ดแต่ฟังเยว่ฉิวเบี่ยงตัวหลบ และยกชายแขนเสื้อขึ้นเช็ดมันเสียก่อน
อีกครั้งแล้วที่นางปฏิเสธน้ำใจเขา...เผิงเซิ่งอี้ลดมือลง
“เยว่เอ๋อร์ไม่ได้ชอบสิ่งใดเป็พิเศษคุณชายอย่าถือเป็ธุระเลยเ้าค่ะ”
“ถ้าอย่างนั้นแล้วข้าไม่รบกวนพักผ่อนให้มาก หวังว่าเ้าจะอาการดีขึ้น แล้วข้าจะพาไปคารวะท่านย่า”
พี่ต้าเผิง้าพานางไปพบท่านย่าของเขาอย่างนั้นหรือดวงตาใสกระจ่างระริกไหวด้วยความยินดีแต่...ท่านย่าจะเป็เฉกเช่นมารดาของเขาหรือไม่ ที่แสดงถึงความรังเกียจนางและคิดแง่ร้ายว่านางจะนำพาเื่ไม่ดีมาให้เขา
“ขอบคุณคุณชายเยว่เอ๋อร์น้อมส่ง” นางย่อกายให้เขา เขาบอกว่ามีงานด่วน จะดึงเขาให้อยู่คุยกับนางเช้านี้นานนักคงไม่ใช่เื่ดี
เผิงเซิ่งอี้กำลังจะก้าวพ้นซุ้มประตูก่ออิฐแต่แล้วก็หันกลับมา “ค่ำนี้ ข้าจะมากินข้าวเป็เพื่อนเ้าได้หรือไม่”
นางตะลึงไปขณะหนึ่งพยักหน้าแล้วจึงส่งยิ้มให้เขา ครั้นลับเงาหลังของเขาแล้วก็วางห่อขนมลงบนโต๊ะหินด้านในกระดาษห่อเป็ขนม เซาปิ่ง[1]ประทับรูปดอกหมู่ตานสีแดงดอกใหญ่
นางมีของกินที่ชอบและเคยสัญญาว่าจะทำให้เขากิน มันคือขนมมันเทศไส้ผักกาดขาว[2]อากาศที่ไท่ซาหนาวนาน หิมะตกหนักเพาะปลูกพืชมักไม่ได้ผลนางกับเขาร่วมใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันเพียง่ระยะเวลาแสนสั้น ฤดูปลูกผักกาดขาวยังไม่เวียนมาถึงเขาก็จากนางมาเสียแล้ว
อาซิ่นยืนอยู่ไม่ไกลมองฟังเยว่ฉิวซึ่งกำลังนั่งมองขนมเซาปิ่งอยู่ในสวนท่ามกลางแสงอาทิตย์ยามเช้าผู้เป็บ่าวลอบยิ้มยินดีเพราะได้ยินทุกถ้อยคำระหว่างนายสาวกับนายน้อยตระกูลเผิง
[1]ขนมแป้งทอดของจีนส่วนผสมหลักคือแป้ง มันเทศและไส้รสต่างๆ เช่น ถั่วเหลือง ถั่วแดง เผือกกวน
[2]เป็ขนมที่ผู้เขียนดัดแปลงมาจากขนมอิ๋วก้วย