วันเปิดตัวโรงพยาบาล ‘วิเศษเลิศวรจักร’ สาขาต่างจังหวัดถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่และอลังการสมฐานะตระกูลเลิศวรจักรแสงไฟสปอตไลท์ระยิบระยับสาดส่องไปทั่วโถงกว้าง แเื่ระดับวีไอพีข้าราชการชั้นผู้ใหญ่และนักธุรกิจหลากหน้าหลายตาพากันก้าวเท้าเดินมาร่วมแสดงความยินดีจนคลาคล่ำ ทุกคนต่างแต่งกายด้วยเสื้อผ้าสวยงามหรูหราอวดออร่าความร่ำรวยไฮไลท์สำคัญของงานเลี้ยงฉลองในวันนี้คือการจัดซุ้มอาหารคาวหวานแบบบุฟเฟต์ทานฟรีสำหรับแขกผู้มีเกียรติซึ่งนอกจากอาหารคาวรสเลิศจากร้านชื่อดังอีกหลายร้านแล้ว บอร์ดบริหารยังกำหนดให้ ‘ขนมไทยโบราณของมนัสวี’และ ‘เบเกอรี่โมเดิร์นของพีท’ ตั้งซุ้มอยู่เยื้องตรงข้ามกันเพื่อประชันความอร่อยท่ามกลางความรื่นเริง
‘มนัสวี’ เลือกที่จะขลุกตัวและหลบซ่อนอยู่ใต้เงาหลังร้านขนมเธอจงใจหลบเลี่ยงไม่ยอมโผล่หน้าออกมาที่บูธหน้าร้านเด็ดขาด เพราะความหวาดกลัวว่าจะต้องเผชิญหน้ากับ‘คุณหญิงดาริกา’ แม่ของภูดิศทว่าด้วยความจำเป็ทางธุรกิจและห่วงความเรียบร้อยเธอจึงทำได้เพียงคอยมองชะเง้อคอยหลบอยู่หลังม่าน ปล่อยให้ลูกจ้างสาวสวยวัยรุ่น 2คนที่จ้างมาทำหน้าที่ต้อนรับแขกอยู่หน้าร้านแทน
ผิดกับ ‘พีท’ หรือพาสกร ชายหนุ่มนักเรียนนอกจอมขี้เล่นที่แต่งชุดเชิ้ตขาวกางเกงสแล็กเนี๊ยบกริบยืนเด่นหราคอยนำเสนอเบเกอรี่ของตัวเองให้แเื่อย่างอารมณ์ดี รอยยิ้มระยับพราวจับใจสาวๆ ทว่าสายตาคู่นั้นกลับคอยสอดส่องมองข้ามฝั่งมาหามนัสวีอยู่เป็ระยะและเขาก็เห็นแผ่นหลังบางของเธอคอยผลุบๆ โผล่ๆ อยู่ภายในครัวร้านขนมไทยโบราณยิ่งกระตุ้นความกระหายอยากทำความรู้จักให้ทวีความรุนแรงคุกรุ่นขึ้นในอก
แขกในงานต่างพูดคุยสรวลเสรเฮฮากันอย่างสนุกสนานทว่าสายตาเกือบจะทุกคู่ในฮอลล์จัดเลี้ยงกลับพร้อมใจกันจับจ้องมองมาที่คนสองคนเป็ตาเดียว
วันนี้ ‘ภูดิศ’ ดูหล่อเหลาเฉียบคมราวกับเทพบุตรในชุดสูทสากลคัตติ้งเนี้ยบสีดำสนิทรูปร่างสูงใหญ่แผ่รังสีทรงอำนาจ ควงคู่มากับ ‘แพทย์หญิงลลิตา’คู่หมั้นสาวสวยที่งดงามไร้ที่ติในชุดชุดราตรีผ่าหน้าขาขับผิวขาวผ่อง
สองคนแต่งตัวสวยหล่อเพอร์เฟกต์เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยกจนคุณหญิงดาริกา และท่านนายพลเกริกเกียรติ ที่ยืนถือแก้วแชมเปญอยู่ไกล ๆต่างพากันจับจ้องมองลูกสาวลูกชายของตัวเองด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมและภาคภูมิใจในอำนาจของตระกูล
ภูดิศเดินควงแขนลลิตาก้าวเดินเยื้องย่างโชว์ตัวทักทายแเื่ผู้มีเกียรติไปรอบๆ งาน จนกระทั่งจังหวะที่ท่อนขาแกร่งก้าวเดินตัดผ่านหน้าร้าน ‘มนัสขนมไทย’ ราวกับกลไกทุกอย่างถูกหยุดทำงาน...ทั้งคู่สะดุดสายตาแล้วมองลึกเข้าไปด้านในร้าน
วินาทีนั้น ภูดิศและมนัสวีสบตากันตรงๆผ่านช่องว่างของม่านกั้น แววตาคู่คมของประธานหนุ่มและดวงตาเครือเศร้าของมนัสวีสั่นเครือไปด้วยกระแสอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน... มันคือสายตาที่อัดแน่นไปด้วย
“ความรักลึกซึ้งที่ตัดไม่ขาด ความแค้นที่อัดแน่นจากความเข้าใจผิดครั้งเก่า และฝันร้ายบนรถสปอร์ตเมื่อกลางดึก”
สะกิดาแหัวใจของคนทั้งคู่จนชาหนึบ ในจังหวะเดียวกันนั้น ลลิตากับธราธร ที่ยืนคุมเชิงอยู่ข้างพนักงานก็ประสานสายตาสบตากันตรงๆ แววตาของทั้งคู่เต็มไปด้วย
‘ความสับสนงุนงงระคนกระอักกระอ่วนใจ’
ลลิตาคิดถึงััอุ่นกลางร่องน้ำในสวนมะพร้าวส่วนธราธรก็ขบกรามแน่น ถลึงตาคิ้วขมวดหึงหวงร่องรอยเสียงโทรศัพท์ของชายอื่นที่ปลายสายเมื่อวาน
ทั้งสี่คน... ภูดิศ มนัสวี ลลิตาและธราธร ต่างยืนนิ่งทื่อแข็งค้างเป็หุ่นยนต์ไร้ความรู้สึกอยู่ครู่ใหญ่
รังสีความอึดอัดแน่นอยู่ในอกแผ่ขยาย จนบรรยากาศรอบข้างเงียบสนิท
"ภูดิศลูก! หนูลิลลี่จ๊ะ!มาทางนี้หน่อยเร็วลูก ท่านรัฐมนตรีอยากทำความรู้จักจ้ะ"
เสียงเรียกแหลมสูงของคุณหญิงดาริกาดังแทรกขัดจังหวะทำลายความเงียบขึ้นมาทันเวลาดึงสติให้ภูดิศและลลิตาต้องยอมละสายตาผละออกจากร่องรอยอดีต มนัสวีสะดุ้งสุดตัวหัวใจเต้นรัวด้วยความหวาดกลัวลนลานรีบเสหน้าเบี่ยงตัวหลบและหายตัววับเข้าไปหลังครัวร้านขนมไทยทันทีอย่างไร้ร่องรอยทิ้งไว้เพียงกลิ่นร่ำควันเทียนและชนวนเหตุความแค้นที่อาจจะปะทุะเิกลายเป็ารักสลับขั้วได้ในไม่ช้า
++++++++++
ภายในห้องทำงานผู้บริหารบนชั้นสูงสุดของโรงพยาบาล‘ภูดิศ’ เดินวนเวียนกลับไปกลับมาด้วยท่าทางกระสับกระส่ายั์ตาคู่คมกริบฉายแววดุดันกร้าวขึ้นทุกลำดับขั้นตอนเมื่อคิดถึงภาพเหตุการณ์หน้าร้านขนมไทยภาพของ ‘มนัสวี’ ที่มี ‘ธราธร’ คอยออกหน้ารับสวมรอยเป็แฟนกำมะลอและในตอนนี้ยังมีไอ้เด็กนอกหน้าขี้เล่นอย่าง ‘พีท’ หรือพาสกร น้องชายคู่หมั้นของเขาก้าวเข้ามาส่งสายตาหลงใหลหวังจะแย่งชิงดวงใจของเขาไปอีกคน
ความหึงหวงและคลั่งแค้นปะทุซัดจนสมองของเขาแทบะเิทว่าในจังหวะนั้นเอง ภูดิศพลันนึกถึงหมากเด็ดในมือ...ซองเอกสารสีน้ำตาลจากฝ่ายนิติเวชที่เขาเพิ่งได้รับกลับคืนมา ชายหนุ่มยกรอยยิ้มอย่างผู้ชนะแววตาคมกริบแวววาวไปด้วยความมุ่งมั่นจเขาคว้าซองเอกสารนั้นแล้วซอยเท้าก้าวเดินลิ่วลงลิฟต์ตรงดิ่งมายังโซนร้านค้าด้านล่างทันที
เมื่อมาถึงหน้าร้าน ‘มนัสขนมไทย’ ภูดิศไม่สนใจสายตาของพนักงานสาววัยรุ่นทั้งสองคนที่กำลังยืนต้อนรับแขกชายหนุ่มชะเง้อคอมองเข้าไปเห็นมนัสวีกำลังสาละวนจัดเตรียมถาดอบขนมอยู่หลังร้านจนไม่ได้ยินเสียงทุ้มต่ำที่เขาเอ่ยปากเรียกเธอ ความหงุดหงิดไม่ได้ดั่งใจทำให้ภูดิศพุ่งตัวแทรกผ่านม่านกั้นเข้าไปด้านในครัวทันทีฝ่ามือหนาอุ่นยื่นไปคว้าหมับดึงข้อมือเรียวบางของเธอไว้แน่นอย่างรวดเร็ว
"พี่ดิศ! ปล่อยมนนะ!เข้ามาหลังร้านคนอื่นแบบนี้ได้ยังไง"
มนัสวีสะดุ้งสุดตัวหน้าเสียด้วยความใ หล่อนพยายามสะบัดมือแกร่งของเขาออกสุดกำลังแต่สู้แรงไม่ได้ภูดิศออกแรงกระชากร่างอรชรให้ก้าวเดินตามแกออกมาหน้าร้านทันที
"ออกมาคุยกันข้างนอกมนัสวี!" ภูดิศตวาดเสียงเข้ม แววตาคู่คมลุกเป็ไฟด้วยความโกรธจัด
"มนไม่มีอะไรจะคุยกับพี่ทั่งนั้นปล่อยค่ะ!" มนัสวีพยายามขืนตัวไว้ทันทีที่หลุดออกมาหน้าร้านทั้งสองคนเริ่มเปิดฉากโต้เถียงปะทะคารมกันอย่างดุเดือด
"ไม่มีอะไรจะคุยงั้นเหรอ? ทีกับผู้ชายคนอื่นล่ะระริกระรี้เชียวนะ"ภูดิศเค่นเสียงประชดเฉือดเฉือน ั์ตาคมกริบจ้องเขม็ง
"ห้าปีที่หนีไป นึกว่าจะสำนึกผิดแต่กลับมาคราวนี้รอบตัวเธอมีแต่ผู้ชายไม่ซ้ำหน้า ทั้งไอ้ชาวสวนนั่นแล้วตอนนี้ยังมีไอ้พีทน้องชายคู่หมั้นของฉันอีกคน เธอนี่มันบริหารเสน่ห์เก่งจริงๆ!"
"มันจะมากไปแล้วนะพี่ดิศ!มนจะคุยกับใคร จะสนิทกับใคร มันก็เป็สิทธิ์ของมนพี่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องอะไรในชีวิตมนอีกแล้ว อย่ามาทำตัวเป็อันธพาลแถวนี้!"