"ก่อนหน้านั้นทำไมเ้าไม่พูด" เวินฉงหลินถาม
“ผ้าผืนนั้นของนาง เป็ผ้าเนื้อดีที่ใช้กันในหมู่สตรีชั้นสูง อีกอย่างไหมทอมือก็เป็สิ่งที่หายากมากในต้าโจว ถึงแม้มีเงินก็ใช่ว่าจะหาซื้อได้ ข้าคิดว่านางคงเป็ลูกหลานของตระกูลที่มีอำนาจมากตระกูลหนึ่ง ในเมื่อบ้านนางไม่ขาดเงิน แล้วใยนางต้องลำบากมาตระเวณรักษาคนป่วยเช่นนี้ล่ะเ้าคะ ต้องมีจิตใจที่งดงามเท่านั้นถึงจะทำได้เ้าค่ะ หลายปีมานี้นางมีบุญคุณกับข้า กับคนในหอฮวาหลัน นางรักษาคนป่วยค่ารักษานางไม่เคยรับสักแดง ที่ข้าไม่พูดเพราะข้า้าปกป้องนาง ปกป้องผู้มีพระคุณของข้า แต่เพื่อสามสิบกว่าชีวิตในหอนี้ข้าต้องกลายเป็คนเนรคุณแล้ว
หากวันนั้นเกิดเื่กับนางจริง ข้าก็ได้แต่หวังว่า์จะเมตตานางบ้าง ทุกอย่างที่ข้าพูดล้วนเป็ความจริงเ้าค่ะ”
คำพูดประโยคสุดท้ายของนายหญิงโม่ กุนซือเซียวกลับรู้สึกว่านางไม่ได้พูดกับ์ แต่นางพูดกับอ๋องเฉินต่างหาก
เวลาผ่านไปอย่างเชื่องช้า ทุกอย่างเหมือนถูกแช่แข็งอยู่ในหิมะอันหนาวเหน็บ การเดิมพันครั้งนี้ไม่ว่าผลจะออกมาเช่นไร โม่ลี่ฮวาคงต้องยอมรับในโชคชะตา นางภาวนาขอให้์ช่วยคนในหอทั้งหมดด้วย ต่อให้ต้องแลกกับชีวิตของนาง นางก็ยินดี
“ข้าจะปล่อยคนทั้งหมดรวมทั้งเหลียงเฟยเฟย แต่หญิงคนิกาคนนี้ข้าคงปล่อยนางไม่ได้ หากปล่อยนางไป วันข้างหน้านางอาจจะสร้างความเดือดร้อนให้ผู้อื่นได้”
คำพูดของท่านอ๋องผู้เืเย็นทำให้โม่ลี่ฮวาที่ตอนนี้เหมือนคนกำลังจะขาดอากาศหายใจอยู่ๆนางก็กลับมาหายใจได้อีกครั้ง พอได้สตินางก็โขกศรีษะลงกับพื้นไม่หยุด. โดยนางไม่รู้สึกเจ็บสักนิด “ขอบคุณท่านอ๋องมากเ้าค่ะ”
“หมดธุระแล้วพวกเ้าออกไปได้”
เมื่อทุกคนออกไปแล้วเวินฉงหลินก็เก็บความสงสัยไว้ไม่ได้อีกต่อไป
“ท่านอ๋องขอรับ ฉงหลินขอบังอาจถามท่านเหตุใดท่านจึงปล่อยแม่นางเหลียงเฟยไป ทั้งที่นางเป็คนวางยาท่านนะขอรับ”
“นางเป็ทายาทคนเดียวที่เหลืออยู่ของอดีตเ้าเมืองหลินโจว หากข้าสังหารนาง ดูจะโหดร้ายเกินไปหน่อย อีกอย่างท่านจินพ่อของนางก็เคยสร้างความดีความชอบต่อบ้านเมืองไว้มาก” เฉินอ๋องตอบ
“แล้วคนในหอ ท่านอ๋องจะสังหารพวกเขาจริงหรือ ทั้งหมดเป็ผู้บริสุทธิ์นะขอรับ”
เวินฉงหลินสงสัย
“ท่านองครักษ์ผู้เก่งกล้า เสียแรงที่ท่านติดตามท่านอ๋องมาเกือบยี่สิบปี ท่านยังไม่รู้จักท่านอ๋องอีกหรือ หากไม่ใช้ไม้แข็งข่มขู่เช่นนี้ มีหรือที่จะได้ความจริงจากปากพวกนาง ท่านอย่าได้คิดดูถูกปัญญาของสตรีเป็อันขาด” เซียวซ่งหลานตอบคำถาม แทนอ๋องเฉินอย่างโอ้อวด
“ดูเหมือนท่านจะรู้จักสตรีดีไม่น้อยเลยนะ ท่านกุนซือ”
ฉงหลินเหลือบหางตามองเซียวซ่งหลานด้วยความหมั่นไส้
หย่งซีเฉินที่นั่งอยู่ท่ามกลางสนามอารมณ์ของคนทั้งสอง กลับไม่ได้รู้สึกขุ่นเคืองใจแม้แต่น้อย อาจเป็เพราะความเคยชินที่เห็นทั้งสองเป็เช่นนี้มากว่ายี่สิบปีแล้ว หรืออาจเป็เพราะสิ่งที่ค้างคาในใจได้คลี่คลายไปแล้วบางส่วน ก็เป็ได้
“ฉงหลินเ้าไปตรวจสอบหมอหญิงทุกคนในต้าโจวมีใครเคยเข้ามารักษาคนป่วยในหอฮวาหลันบ้าง ภายในสิบวันข้างต้องรู้ว่านางเป็ใครให้ได้”
“ฉงหลินรับบัญชาขอรับ”