“สายันสวัสดิ์ท่านรองประมุข” เสียงทักทายเอ่ยอย่างเป็กันเองเมื่อฉางลี่อินเดินมาถึงหน้าพรรคมีรถม้าและม้าหลายตัวถูกเตรียมเอาไว้แล้วผู้ที่เอ่ยทักยืนพิงรถม้ากอดอกอย่างไม่ค่อยรีบร้อนเท่าไหรนักเขามีเรือนผมสับสั้นสีขาว ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนบนใบหน้าที่หล่อเหลานั้นมีรอยแผลเป็พาดยาวเป็รอยสามรอยระหว่างหัวคิ้วซ้ายไปจนถึงหางตาขวาฉางลี่อินประสานมือคำนับอีกฝ่าย
“สายันสวัสดิ์คุณชายหลี่” ชายผู้นี้คือหลี่ไป๋เหวินคุณชายจากตระกูลผู้ร่ำรวยในเมืองและเป็ผู้จ้างวานในภารกิจนี้ ภารกิจที่ฉางลี่อินได้รับคือคุ้มกันคุณชายหลี่ในการแลกเปลี่ยนสินค้าอย่างหนึ่งที่จะเกิดขึ้นในยามจื่อฉางลี่อินพาคนสนิทไปด้วยสองคนและกำลังคุ้มกันอีกสิบคนให้ซุ่มสังเกตการณ์อยู่รอบนอก
“เช่นนั้นเราออกเดินทางกันเลยดีหรือไม่” หลี่ไป๋เหวินเอ่ยถาม ฉางลี่อินจึงพยักหน้าแล้วเชิญเขาขึ้นรถม้าไปส่วนตัวเองก็ะโขึ้นม้าที่เตรียมเอาไว้อีกตัวจากนั้นขบวนรับสินค้าก็ค่อยๆเคลื่อนตัวออกจากถังเหมินฉางลี่อินเดาว่าคุณชายหลี่คงจะมาที่นี่เพื่อจ้างวานภารกิจแล้วรอจนกว่าจะมีการตอบรับจึงยังรั้งรออยู่ที่ถังเหมินและเหมือนว่าเขาจะไม่ได้พาคนของตัวเองมาเลยสักคนทั้งๆที่การแลกเปลี่ยนสินค้าเป็การแลกเปลี่ยนระหว่างพวกเขาและกองโจร
แม้ถังเหมินจะมีฝีมือแต่การที่คุณชายหลี่ไม่พาคนของตัวเองมาเลยสักคนไม่นับว่าประมาทมากเกินไปหรอกรึยิ่งการแลกเปลี่ยนเกิดขึ้นใน่รอยต่อของวันอะไรก็เกิดขึ้นได้โดยเฉพาะการลอบสังหารซึ่งกันและกัน
แต่ฉางลี่อินคิดว่าเขาคงคิดมากเกินไปภายในความมืดรอบตัวพวกเขานอกจากคนของฉางลี่อินยังมีคนกลุ่มหนึ่งซ่อนตัวอยู่ดูท่าว่าคุณชายหลี่คงไม่ได้มาตัวคนเดียวอย่างที่คิดเอาไว้กระมังอย่างไรเสียก็เป็คุณชายที่มีหน้ามีตามีฐานะของเมืองย่อมต้องมีคนคุ้มกันติดตามไปด้วยเป็เื่ธรรมดา
“ข้าคิดว่ารองประมุขจะไม่ตอบรับการจ้างวานของข้าเสียอีก”คุณชายหลี่โผล่หน้าออกมาจากรถม้ามาคุยกับฉางลี่อินคุณชายเท้าคางอยู่ที่หน้าต่างรถม้าพลางยิ้ม
แม้จะมีหน้ากากปิดบังเอาไว้แต่คุณชายหลี่ก็ยังมองออกว่าภายใต้หน้ากากสีเงินนั้นจะต้องงดงามมากเป็แน่
“คุณชาย เส้นทางในหุบเขาอันตรายกลับเข้าไปนั่งในรถม้าให้ดีด้วยขอรับ” ฉางลี่อินเอ่ยเตือนหากคุณชายยังทำแบบนี้เขาอาจจะตกจากรถม้าได้
“รองประมุขก็ช่วยรับข้าสิ” คุณชายยังคงเท้าคางมองอยู่เช่นเดิมแล้วถ้าหากคุณชายยังเรียกเขารองประมุขอยู่แบบนี้คงไม่แคล้วพวกกองโจรรู้ตัวก่อนแล้วหาทางรับมือพวกเขาแน่รองประมุขแห่งถังเหมินใช่ว่าจะไม่เป็ที่รู้จักเสียที่ไหน
“ท่านเรียกข้าว่าฉางลี่อินเถอะขอรับ”
“เช่นนั้นข้าเรียกรองประมุขว่าลี่อินได้หรือไม่”คนสนิทที่ควบม้าขนาบข้างรถม้าอยู่มองฉางลี่อินปกติแล้วรองประมุขของพวกเขาไม่ชอบที่จะให้ใครเรียกด้วยชื่อต้นนักมีเพียงคนสนิทจื่อเถิงลั่วกับประมุขน้อยเยว่เฟยหลิงเท่านั้นที่เรียกได้ส่วนท่านเนี่ยฟงนั้นเขาไม่สนใจท่าทีหัวฟัดหัวเหวี่ยงของรองประมุขก็เลยเรียกต่อมาได้อย่างไม่สะทกสะท้านและคนอื่นก็ไม่กล้าเรียกเขาด้วยชื่อต้นเช่นกันแม้แต่เด็กๆที่รองประมุขให้ความเอ็นดูยังเรียกเขาว่าท่านอาฉางหรือท่านพี่ฉางมากกว่าที่จะเรียกด้วยชื่อต้น
คุณชายหลี่คนนี้ช่างใจกล้าเสียจริง
“เกรงว่าคงจะไม่เหมาะ” น้ำเสียงของรองประมุขราบเรียบสายตายังคงมองไปข้างหน้าและควบม้าอย่างระมัดระวังเพราะเข้าสู่เส้นทางในหุบเขาแล้วคุณชายหลี่เท้าคางเหมือนกำลังนึกอะไรอยู่ก่อนจะเอ่ยออกมาอีก
“รองประมุขอายุน่าจะน้อยกว่าข้าเช่นนั้นข้าเรียกน้องฉางก็แล้วกัน” เอ่ยเสร็จก็มุดตัวเข้าไปในรถม้าอย่างอารมณ์ดีผิดกับคนที่โดนเรียกว่าน้องฉางที่กำลังส่งสายตาเย็นะเืมาให้คนที่เหลือต่างทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นแล้วทำท่าทีขึงขังตั้งใจทำภารกิจตลอดเวลาที่ผ่านมารองประมุขนั้นอยู่ในสถานะของพี่ชายมาตลอดไม่ว่าจะกับประมุขน้อยหรือคนสนิทอย่างจื่อเถิงลั่วและแม้ว่าจะอายุน้อยกว่าท่านเนี่ยฟงแต่ก็ไม่เคยถูกปฏิบัติในฐานะน้องชายพวกเขาจึงไม่ชินอย่างมากที่มีคนเรียกรองประมุขด้วยสถานะที่อายุน้อยกว่า
ขอให้คุณชายหลี่ได้มีชีวิตอย่างสงบหลังจบภารกิจพวกข้าไม่รู้ไม่เห็นอะไรด้วยทั้งนั้น
พวกเขาเดินทางมาได้ครึ่งทางก็หยุดพักชั่วครู่อีกหนึ่งชั่วยามจะถึงเวลาที่นัดหมายเอาไว้ ภายในหุบเขานั้นเงียบสงัดมีเพียงเสียงของสัตว์เล็กสัตว์น้อยยามค่ำคืนที่กำลังออกหากินฉางลี่อินสั่งคนกระจายกำลังเพื่อซุ่มตัวสังเกตการณ์หลังจากนี้จะมีเพียงฉางลี่อินแล้วก็คนสนิทอีกสองคนเท่านั้นที่จะอยู่ในที่แจ้งนอกจากนั้นรถม้าก็ไม่สะดวกที่จะเดินทางแล้ว หากเกิดอะไรขึ้นจะเคลื่อนไหวยากดังนั้นขบวนเดินทางจึงจะเปลี่ยนไปขี่ม้าและออกเดินเมื่อใกล้ถึงที่หมายพร้อมทั้งเตรียมทางหนีเอาไว้ อย่างไรเสียอีกฝ่ายก็เป็กองโจร จะคาดหวังให้กองโจรมีสัจจะย่อมเป็เื่ที่เปล่าประโยชน์
“น้องฉางนี่รอบคอบดีเสียจริง” คุณชายหลี่มองไปรอบๆระหว่างที่มองฉางลี่อินสั่งการลูกน้องอยู่หลายคนก็ไปเตรียมทางหนีเอาไว้ หลายคนก็ไปซุ่มรอหากเกิดการต่อสู้ส่วนคนของคุณชายก็ซุ่มตัวรอรับคำสั่งจากเขาเช่นกันฉางลี่อินหันมามองคุณชายหลี่ขึ้นลง
รู้ทั้งรู้ว่ามาแลกเปลี่ยนกับพวกกองโจรแต่งตัวให้ทะมัดทะแมงกว่านี้ไม่ได้รึ
“คุณชายหลี่”
“หืม?” คุณชายหลี่เลิกคิ้วพอมองตามสายตาของรองประมุขหนุ่มคุณชายหลี่ถึงได้รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังมองมาที่เสื้อผ้าของเขาอยู่เขาจึงยกยิ้ม
“น้องฉางคิดว่าข้าควรถอดตัวไหนทิ้งไว้ดี” ก็มิใช่ว่ารู้อยู่แล้วหรอกรึว่าแต่งกายเช่นนี้มันไม่เหมาะทั้งเสื้อผ้าราคาแพง ของประดับที่ไม่จำเป็ไหนจะเสื้อคลุมที่ทำให้เคลื่อนไหวยากนั่นอีกฉางลี่อินอยากจะกระชากทิ้งทั้งหมดนั้นเสีย เห็นแล้วมันรำคาญสายตา
“ล่วงเกินคุณชายแล้ว” ฉางลี่อินเดินไปใกล้คุณชายหลี่ก่อนจะถอดเสื้อคลุมและเสื้อตัวนอกสีขาวที่ไม่จำเป็ออกถอดเครื่องประดับที่ล่อตาล่อใจพวกโจรออกไปจากนั้นก็หาเสื้อตัวนอกที่เป็สีดำมาคลุมเสื้อตัวในสีขาวที่สะดุดตาเกินไปในความมืดเอาไว้ระหว่างที่ปรับเปลี่ยนเสื้อผ้ากันอยู่คุณชายหลี่ก็ยืนอยู่นิ่งๆให้รองประมุขปรับเปลี่ยนเสื้อผ้าตามใจชอบนอกจากนั้นยังติดอาวุธที่ไว้ใช้ยิงไว้ใต้แขนเสื้อให้คุณชายด้วยหลี่ไป๋เหวินมองมันพลางพลิกไปมา
“อาวุธลับ?”
“มันจะช่วยปกป้องท่านได้ชั่วขณะหนึ่งหากเกิดว่าข้าช่วยท่านไม่ทัน”
“ระดับน้องฉางข้าคงไม่มีเื่ให้ห่วงนักหรอก” คุณชายหลี่เอ่ยเหมือนจะบอกว่าอาวุธลับนี้ไม่จำเป็ตราบเท่าที่มีเขาอยู่ตรงนี้แต่กระนั้นก็รับเอาไว้อย่างไม่คัดค้านอะไรเมื่อเตรียมการพร้อมแล้วฉางลี่อินจึงสั่งคนที่เหลือออกเดินทางโดยคุณชายหลี่จะควบม้านำส่วนฉางลี่อินตามด้านหลัง ให้คนสนิทสองคนตามประกบข้าง ระหว่างการเดินทางก็สอดส่องหาอันตรายเป็ระยะ
“แถวนี้ยังปลอดภัยดี น้องฉางอย่ากังวลนักเลย” เมื่อเห็นว่าฉางลี่อินไม่ละสายตาในการเสาะหาอันตรายคุณชายหลี่ที่นำหน้าอยู่ก็หันมาคุยกับเขาพร้อมกับยิ้มให้ฉางลี่อินจึงเอ่ยถาม
“ท่านรู้ได้อย่างไรว่าแถวนี้ปลอดภัย”
“แถวนี้ยังอยู่ในเขตการดูแลของถังเหมินแม้จะเป็กองโจรที่ใหญ่แค่ไหนก็ไม่กล้าเข้าใกล้แถวนี้หรอก” เขตทิศประจิมของแคว้นเป็เขตที่ถังเหมินดูแลอยู่แถวนี้แม้จะอยู่เกือบรอบนอกของเขตแต่กระนั้นมันก็ยังอยู่ในพื้นที่ที่ถังเหมินดูแลกองโจรที่ไหนจะกล้าเข้ามาในถิ่นของพรรคมือสังหารที่ประมุขเป็ถึงมือสังหารประจำพระองค์ขององค์จักรพรรดิกัน
ออกไปจากเขตนี้ต่างหากที่จะเป็ของจริง
เขตพื้นที่รอยต่อระหว่างทิศประจิมและพายัพมีหมู่บ้านร้างเล็กๆระหว่างหุบเขาสองลูกที่ไม่ค่อยมีใครผ่านไปแถวนี้นักหมู่บ้านนั้นถูกกองโจรต่างแคว้นโจมตีจนผู้คนในหมู่บ้านต่างพากันล้มตายไม่มีเหลือว่ากันว่าหมู่บ้านร้างแห่งนั้นเต็มไปด้วยิญญาอาฆาตที่เกิดจากการถูกสังหารและทรมานไม่ว่าข่าวลือนั้นจะเป็จริงหรือไม่แต่หมู่บ้านแห่งนั้นก็ได้กลายเป็สถานที่ไว้แลกเปลี่ยนสิ่งต่างๆกันอย่างลับๆพวกกองโจรจึงเลือกสถานที่นี้ไว้แลกเปลี่ยนสินค้าหรือสำหรับหาของและถึงแม้ถังเหมินจะรู้เื่นี้อยู่แล้วแต่เพราะมันไม่ได้มีปัญหาหรือว่าสร้างความเดือดร้อนกับหมู่บ้านที่อยู่ห่างออกไปจึงปล่อยผ่านเื่นี้ไปโดยมาดูเป็ระยะตามที่เห็นสมควร
“คุณชายหลี่รอบรู้เสียจริง”
“ข้ารู้หลายอย่างทีเดียวน้องฉางอย่าได้ประมาทข้าเสียล่ะ” อีกฝ่ายหันมาขยิบตาให้ฉางลี่อินรู้สึกคันยุบยิบอยู่ในอกคุณชายหลี่ผู้นี้ไม่ได้อาศัยอยู่ในเขตแถวนี้เสียหน่อยนี่เรียกว่ารู้มากเกินความจำเป็เสียด้วยซ้ำ
คุณชายผู้นี้ไม่ได้ธรรมดาอย่างที่คิดเสียแล้ว
การเดินม้าใช้เวลาเกือบหนึ่งชั่วยามเมื่อใกล้ถึงที่หมายฉางลี่อินก็สั่งทุกคนลงจากม้าเพื่อเดินเท้าเข้าไปยังหมู่บ้านร้างเขาตรวจสอบอาวุธให้แน่ใจว่าพร้อมใช้งานก่อนจะพยักหน้าให้กับหลี่ไป๋เหวินคุณชายหนุ่มจึงเดินนำทั้งสามเข้าไปยังพื้นที่ส่งมอบสินค้า ป้ายชื่อของหมู่บ้านที่ทรุดโทรมปรากฏแก่สายตาสภาพที่นี่นับว่าย่ำแย่อยู่มาก มีกลิ่นอายของความตายกระจายอยู่ทั่ว แม้ฉางลี่อินจะเป็มือสังหารแต่เขาก็ยังไม่เคยเห็นไอแห่งความตายมากถึงขนาดนี้มาก่อนอาจจะเป็ความคิดที่ผิดก็ได้ที่พวกเขาทำแค่ดูสถานที่แห่งนี้โดยที่ไม่จัดการอะไรเลย
“ไม่เป็ไร” หลี่ไป๋เหวินหันมามองฉางลี่อินเขายกยิ้มละมุนก่อนจะเอ่ยต่อ
“แม้ไอพวกนี้จะเป็พิษกับคนทั่วไปแต่ตราบเท่าที่น้องฉางจิตใจแข็งแกร่งพอไอเหล่านี้ย่อมทำอะไรเ้าไม่ได้” มือหนาเอื้อมมาวางแปะอยู่บนศีรษะของรองประมุขหนุ่มฉางลี่อินจับมือข้างนั้นออกพร้อมกล่าวอย่างเยือกเย็น
“ท่านห่วงตัวเองเถอะ”
“อ้าว น้องฉางโกรธข้ารึ” คุณชายหนุ่มเลิกคิ้วปฏิกิริยานี้ของรองประมุขช่างน่ารักเสียจริงไม่ชอบให้ถึงเนื้อถึงตัวอย่างนั้นหรอกรึ
“คุณชายโปรดสนใจเื่ที่เรากำลังทำอยู่ด้วยขอรับ”
“ข้าก็กำลังสนใจอยู่” คิ้วฉางลี่อินกระตุกหลี่ไป๋เหวินจึงยกมือขึ้นเป็เชิงว่ายอมแพ้เขาหัวเราะในลำคอเบาๆก่อนจะหันกลับไปเดินต่อ คนสนิทมองหน้ากันคุณชายหลี่ช่างใจกล้าอาจหาญเสียจริง ไม่มีใครกล้าลูบศีรษะของรองประมุขมาก่อนแม้แต่ประมุขยังไม่ทำเช่นนั้นกับเขา พวกเขาเริ่มจะห่วงชีวิตหลังจากจบภารกิจของคุณชายหลี่ขึ้นมาจริงๆเสียแล้ว
เมื่อหลี่ไป๋เหวินกลับไปจริงจังเช่นเดิมพวกเขาก็เดินไปถึงจุดที่ทำการแลกเปลี่ยนสินค้ากันตรงนี้เป็ลานโล่งกลางหมู่บ้าน ไม่ไกลจากพวกเขามีคนกลุ่มหนึ่งยืนรออยู่คนที่เหมือนจะเป็ผู้นำเป็สตรีผิวขาวคนหนึ่งสวมผ้าแพรปิดบังใบหน้าครึ่งล่างเอาไว้ นางย่อตัวลงคารวะคุณชายหลี่พร้อมทั้งส่งสายตายิ้มหวาน
“ไม่คิดว่าคุณชายจะมาด้วยตัวเอง” หลี่ไป๋เหวินเอามือไพล่หลัง มองสตรีนางนั้นพร้อมทั้งยิ้มกลับเช่นกัน
“ของสำคัญเช่นนี้ข้าจะไม่มาด้วยตัวเองได้อย่างไร”นางหันมามองทางด้านหลังที่มีฉางลี่อินและคนสนิทยืนอยู่ นางเลิกคิ้วก่อนจะเดินนวยนาดมาหาฉางลี่อินพร้อมทั้งยกมือขึ้นทาบอกรองประมุขหนุ่ม
“พี่ชายท่านนี้...แม้จะมีสิ่งนี้ปกปิดอยู่แต่ข้าก็เดาได้ว่าใบหน้านี้จะต้องงดงามมากเป็แน่”นางวางมือทาบหน้ากากสีเงินของฉางลี่อินร่างโปร่งไม่ได้ตอบกลับหรือแสดงท่าทีใดๆ หลี่ไป๋เหวินกระแอมเบาๆ
“ใบหน้านั้นอาจจะงดงามก็จริงแต่เ้าไม่ได้เขาไปง่ายๆหรอก” สตรีนางนั้นหัวเราะเบาๆด้วยน้ำเสียงที่น่าฟังละมือเรียวออกจากหน้ากากของรองประมุขหนุ่มอย่างนึกเสียดาย
แม้จะสวมหน้ากากอยู่ยังทำให้ผู้ที่พบเห็นหลงใหลได้ขนาดนี้หากได้ตัวไปคงขายได้ราคามิใช่น้อย
“ของท่านรึเ้าคะ”
“พูดแบบนั้นเขาจะโกรธเอานะ” ฉางลี่อินเข้าใจแล้วว่าทำไมหลี่ไป๋เหวินถึงคบค้ากับกองโจรได้เพราะนิสัยคล้ายกันนี่เอง
คนเหมือนกันจึงคบหากันได้
“ข้าอยากได้ตัวเขา”
“อันนี้ต้องถามเขา” เห็นรองประมุขแห่งถังเหมินเป็สินค้าไปแล้วหรืออย่างไรคนสนิทคิด ดูท่าคุณชายหลี่จะไม่อยากอยู่อย่างสงบจริงๆ แม่นางโจรผู้นั้นก็ด้วย
รองประมุขโกรธขึ้นมาพวกข้าก็ไม่อยู่ช่วยพวกท่านหรอกนะ
“พี่ชาย….”
“ต้องขออภัยแม่นางข้าไม่ใช่สินค้าที่พวกท่านจะมาตกลงราคากันได้ รบกวนทำธุระของพวกท่านให้เสร็จด้วย”รองประมุขหนุ่มตัดบทอย่างไม่คิดที่จะสนทนาใดๆต่อกระนั้นแม่นางโจรก็ไม่คิดที่จะยอมแพ้นางเบียดกายเข้ามาใกล้มือสังหารหนุ่มในชุดสีน้ำเงินดำที่นางชื่นชอบอย่างมากั้แ่ครั้งแรกที่เห็น
“พี่ชาย อยู่กับข้าท่านจะสุขสบาย ข้าจะดูแลท่านอย่างดีทั้งเสื้อผ้าราคาแพง สตรีงดงาม ข้าล้วนหามาให้ท่านได้” แม่นางโจรเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่น่าฟังและพยายามโน้มน้าวรองประมุขหนุ่มหลี่ไป๋เหวินที่มองอยู่จึงเอ่ยขึ้นบ้าง
“ถ้าเ้ากล่อมเขาได้ข้ายินดีจ่ายเพื่อซื้อตัวเขาตอนนี้เลย”คนสนิทมองหน้ากัน นี่ตกลงว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่กันแล้วใช่หรือไม่ไม่รักตัวกลัวตายกันแล้วใช่หรือไม่ แต่พวกข้ายังไม่อยากตายพวกท่านก็อย่าสร้างเื่ให้ซวยกันจะได้ไหม
“คุณชายหลี่ แม่นาง” ฉางลี่อินเอ่ยด้วยน้ำเสียงยิ้มๆแต่ทว่ามีไอสังหารอย่างเห็นได้ชัดชั่วพริบตาไอสังหารนั้นก็หายไปพร้อมกับคำพูดที่ทำให้คนที่อยู่บริเวณนั้นเงียบเป็เป่าสากกันได้ทันที
“แม้ข้าจะไม่ใช่สินค้า แต่ข้ามี ‘เ้าของ’ แล้วตอนนี้ยังไม่สายหากพวกท่านจะวางมือจากข้า ก่อนที่ ‘เขา’จะรู้ตัวก่อน” น้ำเสียงที่เอ่ยฟังดูแล้วยิ้มแย้มแล้วยังชัดถ้อยชัดคำได้ยินกันถ้วนหน้าฉางลี่อินก็ไม่อยากพูดเช่นนี้เพราะจะเกิดการเข้าใจผิดกันได้แต่ในเมื่อทั้งผู้จ้างวานและคู่สนทนาของผู้จ้างวานเข้าเื่กันไม่เป็เขาก็จะไม่ทนฟังพวกเขาไร้สาระกันอยู่แบบนี้เช่นกัน
พวกเ้าคิดว่าข้าพูดไม่เป็หรืออย่างไร
คำพูดของรองประมุขหนุ่มทำให้เกิดความเงียบอยู่ชั่วขณะหนึ่งแม่นางโจรยกมือป้องปากหัวเราะน้อยๆก่อนจะค่อยๆถอยออกมาแล้วเอ่ยอย่างสุภาพ
“เช่นนั้นต้องขออภัยช่างน่าเสียดายนักที่ข้าไม่มีโอกาสได้ตัวพี่ชายไป น่าอิจฉาคนผู้นั้นเสียจริง”ไม่ว่าเื่ที่เอ่ยออกมาจะเป็เื่จริงหรือไม่แต่ในเมื่อกล้าเอ่ยออกมาขนาดนี้พวกเขาก็คงจะเซ้าซี้ต่อไม่ได้ดูแล้วมือสังหารผู้นี้คงจะเอาจริงเป็แน่ถ้าพวกเขาไม่เข้าเื่กันเสียที
“นึกว่าเ้าจะเก่งกว่านี้” หลี่ไป๋เหวินมองแม่นางโจรที่เดินกลับมาคารมคมคายที่เอ่ยออกมากล่อมรองประมุขหนุ่มไม่ได้เลยสักนิด
“หากท่านอยากได้ท่านก็คงต้องไปคุยกับ ‘เ้าของ’ ของพี่ชายท่านนี้เองแล้วล่ะเ้าค่ะ”ผู้ที่จะเป็เ้าของมือสังหารที่มีไอปราณสังหารเข้มข้นถึงขนาดนี้ได้ย่อมต้องเป็ผู้ที่เก่งกาจยิ่งกว่าพี่ชายท่านนี้อยู่แล้วจะให้นางเสี่ยงไปคุยกับเขาน่ะรึ ไม่ต่างอะไรจากการเอาชีวิตไปทิ้งสักนิด
“ไม่แน่ว่าข้าอาจจะคุยกับเขาสำเร็จก็ได้” หลี่ไป๋เหวินยกยิ้มฉางลี่อินตัดสินใจแล้วว่าหากหลี่ไป๋เหวินยังไม่ทำธุระให้เสร็จแล้วยังพาดพิงถึงเขาเรื่อยๆแบบนี้เขาจะปาดคออีกฝ่ายทิ้งเสีย
“เช่นนั้นเรามาตกลงเื่สินค้ากันเถอะเ้าค่ะ”แม่นางโจรเอ่ยก่อนจะเดินกลับไปหยิบของที่นางเตรียมมาฉางลี่อินมองสำรวจรอบๆ แม่นางโจรพาคนมาด้วยราวๆยี่สิบคน อยู่ข้างกายนางสองคนด้านหลังอีกสี่คน ที่เหลือกระจายอยู่รอบๆลานเป็แนวยาว อาวุธครบมือร่างกายกำยำกว่าเขาสองเท่า หากจะสู้ระยะประชิดต้องประชิดด้วยความเร็วและต้องถูกจุดตายอย่างแม่นยำหากยิงด้วยศรของหน้าไม้จะต้องยิงต่อเนื่องกันสองนัดเพื่อให้ได้ผลชะงัดในหนึ่งคนก็นับว่าสมแล้วที่เป็กองโจรคนที่เลือกมาด้วยไม่ใช่คนที่จะโค่นลงได้ด้วยศรเพียงนัดเดียว
ฉางลี่อินยืนอยู่ด้านหลังไม่ไกลจากหลี่ไป๋เหวินแม่นางโจรยื่นกล่องขนาดสองฝ่ามือออกมาให้ดู
“สิ่งที่ท่าน้าเ้าค่ะคุณชาย”
“ดี หวังว่าเ้าจะไม่ทำให้ข้าผิดหวัง”
“นั่นย่อมแน่นอนเ้าค่ะ เช่นนั้น...ข้าขอรับทองของท่านไปล่ะเ้าค่ะ”ชั่วพริบตาที่นางเปิดกล่องออกเข็มพิษสิบเล่มก็พุ่งออกมาจากกล่องตรงมายังหลี่ไป๋เหวินแต่ด้วยความที่เข็มพวกนั้นเคลื่อนไหวช้ามากในสายตาของฉางลี่อินมือเรียวจึงคว้าตัวลี่ไป๋เหวินเอนมาด้านหลังส่วนอีกข้างก็ยื่นไปคว้าเข็มสิบพิษทั้งสิบเล่มที่พุ่งเข้ามาก่อนจะถือเอาไว้ในมือเขามองมันเล็กน้อยก่อนจะซัดเข็มพวกนั้นไปปักอยู่ที่พื้นข้างๆ
“คุณชายหลี่ ท่านคงมาเสียเที่ยวแล้ว” ฉางลี่อินผลักหลี่ไป๋เหวินไปยืนด้านหลังก่อนที่ตัวเขาจะมายืนด้านหน้ามือขวายกขึ้นปกป้องผู้จ้างวานเอาไว้ส่วนมือซ้ายไพล่หลังหลี่ไป๋เหวินขยับตัวเล็กน้อยเพราะชุดเขาเคลื่อนไปนิดหน่อยตอนที่ฉางลี่อินคว้าตัวเขาหลบจากเข็มพิษ
“อย่างไรเสียกองโจรก็คือกองโจร ขอบคุณน้องฉาง”
“แหม หากท่านรู้เช่นนั้นอยู่แล้วไยไม่พาคนมาให้มากกว่านี้ล่ะเ้าคะ”นางโจรป้องปากหัวเราะ นางดีดนิ้วหนหนึ่งก่อนที่สองคนที่อยู่ข้างๆนางจะเกิดอาการคลุ้มคลั่งขึ้นมาฉางลี่อินมองสองคนนั้น คงจะเป็มนตร์มายาอะไรสักอย่างที่ทำให้สองคนนี้คลุ้มคลั่งมนตร์มายาคงถูกร่ายใส่ตัวพวกเขาเอาไว้แล้ว ขอแค่นางสั่งการพวกเขาก็พร้อมที่จะออกอาการคลุ้มคลั่งได้ทุกเมื่อ
สู้กับพวกที่กำลังคลุ้มคลั่งมีแต่จะเสียกำลังคนเช่นนั้นก็ต้องใช้แผนที่ดีกว่า
“กลิ่นพวกนี้เหม็นเสียจริง” หลี่ไป๋เหวินยกมือขึ้นปิดจมูกดูเหมือนสิ่งที่นางโจรใช้ทำให้พวกเดียวกันคลุ้มคลั่งจะไม่ใช่มนตร์มายาเสียแล้ว
ภายในฝ่ามือของนางโจรมีควันสีแดงกระจายอยู่ฉางลี่อินพอเดาได้แล้วว่านางใช้สมุนไพรที่มีฤทธิ์กระตุ้นบางอย่างแล้วจุดไฟเพื่อกระจายกลิ่นสมุนไพรนั้นออกไปผู้ที่สูดกลิ่นนั้นเข้าไปจะเกิดอาการคลุ้มคลั่งที่ควบคุมไม่ได้ฉางลี่อินพาหลี่ไป๋เหวินก้าวถอยหลังก่อนจะปามีดสั้นที่ซ่อนเอาไว้ที่มือซ้ายออกไปพุ่งเข้าใส่นางโจรที่ยืนอยู่แต่เหมือนนางจะควบคุมคนที่คลุ้มคลั่งได้หนึ่งในสองคนนั้นพุ่งตัวเข้ามารับมีดสั้นเอาไว้ด้วยมือเดียวฉางลี่อินจึงดีดนิ้วสั่งการกลไกของมีดสั้นให้แยกออกเป็สี่ส่วนแล้วพุ่งเสียบศีรษะคนที่อยู่ด้านหลังจนล้มลงไปกองกับพื้น
“เต็มที่เลยน้องฉาง” หลี่ไป๋เหวินยกยิ้มฉางลี่อินโยนะเิควันสองลูกลงพื้นจนทำให้พื้นที่แถวนั้นเต็มไปด้วยกลุ่มควันหนานางโจระโขึ้นไปบนที่สูงก่อนจะสั่งพลธนูยิงเข้าไปในกลุ่มควันแต่ไม่ว่าจะยิงอย่างไรก็ไม่มีเสียงร้องครวญครางของความเ็ปนางกวาดสายตาไปรอบๆก่อนจะสะดุดสายตาเข้ากับสิ่งที่บินอยู่บนฟ้า
ฉางลี่อินอุ้มหลี่ไป๋เหวินพร้อมทั้งควบคุมปีกเทียมด้านหลังให้พุ่งตัวขึ้นสู่ที่สูงนางโจรเห็นดังนั้นจึงสั่งพลธนูไล่ยิงในทันทีอย่างไม่คิดที่จะปล่อยให้รอดไปได้ในขณะนั้นเองเสียงตวัดกระบี่เฉือนเนื้อก็ดังขึ้นอยู่ภายในกลุ่มควันที่กำลังจางลงนางจึงยิ้มอย่างมั่นใจในชัยชนะ พาคนมาเพียงเท่านี้มีหรือจะหนีรอดไปได้
แล้วนางก็ต้องแปลกใจเมื่อชายสองคนในชุดหนังสีน้ำเงินดำสองคนพุ่งตัวออกมาจากกลุ่มควันพร้อมทั้งตวัดกระบี่สองเล่มในมือพวกเขาสองคนวิ่งเป็แนวยาวสะบั้นกระบี่สังหารมือธนูที่กำลังยิงไล่ล่ารองประมุขฉางลี่อินกับคุณชายหลี่ไป๋เหวินนางโจรเมื่อเห็นว่ากำลังคนแค่นี้ไม่อาจไล่ล่าอีกสองคนที่หนีไปได้ทันนางก็สั่งการคนที่เหลือที่ซุ่มอยู่
“อย่าปล่อยให้หนีไปได้!” พวกที่ซุ่มตัวอยู่ในความมืดเคลื่อนไหวทันทีที่ได้รับคำสั่งในขณะเดียวกันคนคุ้มกันที่ฉางลี่อินพามาและคนของหลี่ไป๋เหวินก็เคลื่อนไหวเช่นกัน สองคนที่มากับฉางลี่อินมองร่างไร้ิญญาที่พวกเขาสังหารไปเมื่อหันมาอีกทีก็ไม่เจอนางโจรผู้นั้นแล้ว
พวกเขาสองคนพยักหน้าให้กันก่อนจะเร้นกายหายไปจากตรงนั้นนางโจรที่ซุ่มตัวอยู่ขมวดคิ้ว
นั่นคือคนของถังเหมินไม่ผิดแน่ แต่ไยวิชาที่ใช้ถึงเป็กระบี่จันทร์เสี้ยวไม่ใช่หน้าไม้เหมือนที่เคยได้ยินมากัน
“นายหญิง” คนสนิทของนางโจรเอ่ยเรียกก่อนที่นางโจรจะออกมาจากที่ซ่อนนางสั่งการคนที่ยังอยู่ให้กลับไปดูของที่นางซ่อนเอาไว้ โดยหารู้ไม่ว่ามีคนกลุ่มหนึ่งกำลังมองดูพวกเขาเคลื่อนไหวอยู่อย่างลับๆ
“ตาม” ผู้นำกลุ่มที่ซ่อนตัวอยู่เอ่ยราบเรียบก่อนจะมองไปยังหมู่บ้านร้างที่บัดนี้เหลือทิ้งไว้แค่ร่างของโจรกลุ่มหนึ่งเท่านั้นเขามองรอยแผลนั้นอย่างไม่ชอบใจ
รอยกระบี่นี้เป็กระบี่จันทร์เสี้ยวของิเอี้ยวแต่ภารกิจนี้มีแค่ถังเหมินเท่านั้นที่รับมา มันหมายความว่าอย่างไรกัน
เขายืนอยู่ที่เดิมไม่นานก็เร้นกายหายไปในความมืดตามนางโจรกลับมายังรังของตัวเองกลุ่มคนที่เร้นกายตามมาในความมืดยืนอยู่บนขื่อใต้เพดานหินภายในวิหารแห่งหนึ่งที่ค่อนข้างทรุดโทรมตามทางเดินมีคบไฟถูกจุดอยู่ กองโจรที่นี่กลุ่มใหญ่ใช่น้อย พวกเขามากันแค่สี่คนแม้จะมั่นใจในฝีมือแต่พวกเขาเลือกที่จะไม่ปะทะจะดีกว่า
มิหนำซ้ำยังมีตัวอันตรายที่พวกเขาไม่อยากจะปะทะด้วยจริงๆ
ทั้งสี่คนมองตัวประหลาดที่ถูกล่ามเอาไว้สิ่งนั้นคงไม่แคล้วเป็มนุษย์ที่ถูกทำอะไรสักอย่างจนมีสภาพกลายเป็แบบนั้นพวกเขาเคยเห็นตัวประหลาดแบบนี้หลายครั้ง พวกมันไม่มีสติยามเมื่อหลุดจากโซ่พวกมันจะไล่เข่นฆ่าทุกอย่างที่พวกมันเห็นไม่เว้นแม้แต่คนที่สร้างมันขึ้นมาตัวประหลาดเหล่านี้มักจะถูกล่ามเอาไว้ในที่ที่้าการป้องกันสูงและแน่นอนว่าต้องใช้คนไม่ต่ำกว่าสิบคนถึงจะล่ามพวกมันเอาไว้ได้อีกครั้งวิธีสร้างตัวประหลาดพวกนี้พวกเขาก็ไม่รู้ว่าทำอย่างไรแต่อย่างน้อยพวกเขาก็รู้ว่าสิ่งที่เป็วัตุถดิบสร้างมันขึ้นมาก็คืุ์ แล้วขนาดของตัวประหลาดที่ว่าก็ใหญ่กว่ามนุษย์ธรรมดาถึงหกเท่าไม่ใช่สิ่งที่จะปะทะด้วยง่ายๆ หลีกเลี่ยงได้ควรหลีกเลี่ยงเท่านั้นหลีกเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องหนีให้ถึงที่สุด
บางทีคนที่สร้างพวกมันขึ้นมาอาจไม่ใช่มนุษย์ก็เป็ได้
เนี่ยฟงยืนกอดอกมองดูกองโจรที่กำลังเอาเนื้อสดๆให้พวกตัวประหลาดกินจื่อเถิงลั่วเบือนหน้าหนีเป็ภาพที่ไม่น่าดูนักยามเมื่อพวกมันพุ่งเข้าใส่เนื้อสดๆเ่าั้เผลอๆคนที่เอาอาหารไปให้ก็ได้กลายเป็อาหารของพวกมันด้วย
“ลงมือ” เมื่อเห็นว่านางโจรนั้นออกมาจากห้องลับที่เก็บของชิ้นนั้นเอาไว้เนี่ยฟงก็สั่งอีกสามคนให้ลงมือคนสนิทของเนี่ยฟงจัดการสังหารคนที่เฝ้ายามอยู่อย่างเงียบเชียบจื่อเถิงลั่วตรวจสอบกลไกที่ใช้เปิดประตูแต่ต้องใช้เวลาสักเล็กน้อยเพราะประตูนี้เป็หนึ่งในกลไกของวิหารหากเปิดมันสุ่มสี่สุ่มห้าอาจทำให้กลไกตรงที่อื่นทำงานด้วยจึงต้องทำงานอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้พวกมันรู้ตัวเนี่ยฟงจึงสั่งอีกสองคนไปจัดการรอบๆให้เรียบร้อยเพื่อถ่วงเวลาเอาไว้
อีกด้านฉางลี่อินกำลังพยายามร่อนตัวลงพื้นเพราะระหว่างหุบเขามีกระแสลมพัดผ่านค่อนข้างแรงคนที่โดนอุ้มอยู่ก็ไม่รู้นึกครึ้มอะไร ยื่นมือมาปลดหน้ากากของฉางลี่อินออกดวงตาสีเทาตวัดไปมองเล็กน้อยแต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะเขากำลังใช้สมาธิกับการพาคนที่มืออยู่ไม่สุขร่อนลงพื้นให้ปลอดภัย
“ข้านึกอยู่แล้วว่าน้องฉางจะต้องงดงามมากเป็แน่”มือหนาภายใต้ถุงมือสีขาวลูบแก้มฉางลี่อินเบาๆ ผิวเนียนละเอียดกลิ่นกายหอมฟุ้ง นอกจากนั้นยังนุ่มมือเสียด้วย
“หากท่านยังไม่อยู่นิ่งๆข้าจะปล่อยท่านลง”
“ไม่เอาน่า น้องฉางอย่าใจร้ายนักสิ” พูดจบก็กอดคอรองประมุขหนุ่มเพื่อบอกว่าเขาจะไม่ยอมถูกโยนลงไปกลางอากาศแบบนี้แน่
“ปกติข้าไม่เคยถูกอุ้มมาก่อน มีแต่เป็ฝ่ายอุ้ม”ระหว่างที่ฉางลี่อินกำลังร่อนตัวลงหลี่ไป๋เหวินก็เอ่ยขึ้นขนาดตัวของหลี่ไป๋เหวินสูงกว่าและกำยำกว่าฉางลี่อินเขาเมื่อยแขนอยู่เหมือนกันที่จะต้องมาอุ้มคนผู้นี้ทั้งยังอยู่ไม่สุขแบบนี้แล้วในขณะที่กำลังโดนไล่ล่าอยู่ใช่เวลาที่จะมาสบายใจแบบนี้รึ
“ไม่มีใครอยากอุ้มท่านหรอก”
“แน่ล่ะ ข้าไม่เหมาะที่จะเป็ฝ่ายโดนอุ้มแต่น้องฉางก็ว่าไปอย่าง” ทันทีที่เท้าแตะถึงพื้นฉางลี่อินก็ปล่อยมือทันทีแต่ด้วยความที่หลี่ไป๋เหวินกอดคอฉางลี่อินอยู่เขาจึงไม่ได้ถูกปล่อยร่วงลงไปทั้งร่างหลี่ไป๋เหวินทำปากยื่น
“น้องฉางใจร้าย”
“ปล่อยข้าเสียที เราจะได้หนี” ไม่เห็นรึว่ามีกองโจรกำลังตามมาระยะทิ้งห่างยังวางใจไม่ได้ด้วยซ้ำ มิหนำซ้ำคนสนิทของเขายังตามมาไม่ทันแต่ด้วยฝีมือที่คุ้นเคยกันมานานอีกทั้งฉางลี่อินมั่นใจในตัวพวกเขาพวกเขาย่อมไม่เป็อะไรแน่
“กองโจรจำนวนขนาดนั้นควบม้าอย่างไรก็หนีไม่ทันแน่”หลี่ไป๋เหวินนึกคิด ร่อนกลางอากาศเมื่อครู่ก็ควบคุมได้ยากแถวนี้ยังเป็หุบเขาที่ซับซ้อน หากไม่ชำนาญต้องหลงทางเป็แน่
ฉางลี่อินไม่ได้ฟังเสียงของหลี่ไป๋เหวินเขาวางมือลงกับพื้นก่อนจะปรากฏอาณาเขตอัญเชิญสีน้ำเงินยามเมื่อลดแสงลงมันก็ปรากฏสิ่งหนึ่งที่มีขนาดใหญ่หลี่ไป๋เหวินมองแล้วมันคงจะเป็พาหนะของฉางลี่อินกระมัง
ร่างโปร่งเดินไปขึ้นคร่อมสิ่งนั้นก่อนจะเดินเครื่องสิ่งนี้มีล้อเพียงล้อเดียว แต่การออกแบบช่างน่าทึ่งในอนาคตสิ่งนี้จะถูกเรียกว่ามอเตอร์ไซต์โดยมีท่านแม่ทัพหลานเยว่เทียนเป็ผู้ตั้งชื่อให้แต่ตอนนี้มันยังไม่มีชื่อเรียก และฉางลี่อินก็ไม่คิดที่จะหาชื่อเรียกให้มันด้วย
“ขึ้นมา” รองประมุขหนุ่มร้องเรียกก่อนที่หลี่ไป๋เหวินจะพาตัวเองขึ้นไปนั่งคร่อมพาหนะมือหนาทั้งสองข้างกอดเอวร่างโปร่งเอาไว้ก่อนที่เขาจะพาพาหนะรูปร่างแปลกตานี้พุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วเสียงคำรามต่ำดังอยู่ด้านล่างพวกเขาซึ่งหลี่ไป๋เหวินก็ไม่รู้ว่ามันคือเสียงอะไรสิ่งนี้พาพวกเขาทะยานไปข้างหน้าได้อย่างรวดเร็วจนเกือบจะทิ้งห่างกองโจรที่กำลังตามติดมา
“น้องฉางนี่ทำให้ผู้อื่นหลงได้ง่ายเสียจริง” หลี่ไป๋เหวินแนบหน้าลงกับแผ่นหลังของคนด้านหน้าจังหวะที่ร่างโปร่งขึ้นคร่อมสิ่งนี้มันช่างชวนให้หัวใจต้องเต้นผิดจังหวะเสียจริงเห็นแล้วอดที่จะเอามือทาบอกไม่ได้
บนโลกนี้ยังมีสิ่งมีชีวิตที่ดึงดูดผู้คนได้ถึงขนาดนี้อยู่ด้วยหากไม่ได้เป็ ‘เ้าของ’ ก็น่าเสียดายแย่