เทพยุทธ์ดวงดารา

    หนึ่งปะทะหนึ่งพัน

    การฝึกฝนหอกเพลิงทำลายล้างดำเนินไปเรื่อยๆแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรอสูรทมิฬได้เลยสักครั้งนี่ทำให้เหยียนรู้สึกลำบากใจอย่างยิ่ง


     


    ปัง! 


     


    คราวนี้เริ่มสร้างความเสียหายให้กับอสูรทมิฬเพียงเสี่ยวหนึ่งแต่ก็ถือว่าประสบความสำเร็วอย่างยิ่ง


     


    "แฮ่กๆๆๆแม้จะเสี่ยวหนึ่งแต่ก็ยังดี" เหยียนพูดพลางเหนื่อยหอบ


     


    หอกเพลิงสามเล่มยังคงพุ่งโจมตีไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดหย่อน


     


    "เวลาตีเหล็กต้องตีตอนร้อนๆจะเป็๲การดีที่สุด" 


     


    "ข้าต้องทำสำเร็จให้ได้แม้จะยากเย็นไปบ้างสักนิด" เหยียนพึมพำ


    เวลายังคงเคลื่อนไปอย่างช้าๆ


    .


    .


    .


    .


    "ข้าสามารถปลิดชีพมันได้แล้วแต่ไม่ใช่การปลิดชีพในหอกเดียว มันต้องใช้ทั้งสามหอก" เหยียนรู้สึกดีใจที่เขาทำสำเร็จ


     


    เหยียนยังคงฝึกฝนหอกเพลิงทำลายล้างอย่างต่อเนื่องจำนวนอสูรทมิฬเริ่มถยอยตายลงอย่าช้าๆจากจำนวนห้าร้อยกว่าเหลือสองร้อยกว่าตัวแล้วมันทำให้เหยียนรู้สึกว่าถ้าจัดการหมด ระลอกถัดไปมาถึง มันทำให้ลำบากขึ้นแน่นอนเพราะอสูรทมิฬที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็๲เท่าตัวเป็๲อะไรที่หนักหนาสาหัสเลยที่ถึงแม้จะสามารถสู้กับมันได้อย่างไม่มีปัญหาแต่ไม่ใช้สิ่งที่ใครๆจะรับมือเลยด้วยซ้ำ


     "ฮ่าาาาาห์"


    ฟึ่บ!


     


    ฟึ่บ!


     


    เหยียนยังคงโจมตีพร้อมทั้งหลบไปมาเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าเพราะการใช้หอกเพลิงทำลายล้างสามเล่มยังคงกินพลังงานอย่างถึงที่สุด


     


    สุดท้ายระลอกคลื่นนี้ได้จบลงอีกครั้ง


    "แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก ระลอกคลื่นนี้หมดแล้วต่อไปคงจะหนึ่งพันกว่าตัวกระมัง" ความตึงเครียดฉายชัดบนใบหน้าของเหยียน


     


    เพลิงรอบๆเริ่มก่อตัวเป็๲อสูรทมิฬขึ้นพันกว่าตัวทั้งเบื้องหน้าและเ๤ื้๵๹๮๣ั๹


     


    "หนึ่งปะทะหนึ่งพันหรอ" เหยียนกำหมัดเบาๆพร้อมกับแววตาที่ปราถนาในการต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง


    อสูรทมิฬหนึ่งพันตัวส่งแรงกันดันที่มหาศาล ทำให้เหยียนหน้าซีดเล็กน้อยหอกสามเล่มปรากฬด้านหลังหอกสีแดงเพลิงพุ่งเข้าใส่กองทัพทันที เสียงของหอกที่ปะทะเข้ากับอสูรทมิฬดังกึกก้องไปทั่วหุบเขา"


    โฮก !!!!!"สัตว์อสูรอีกหลายร้อยตัวเริ่มการโจมตีกลับมา ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง ฟวับ! ฟวับ! ฟวับ!ฟวับ! ฟวับ! ฟวับ!กรงเล็บเล็บตะปบอย่างไร้ปราณี


    ไม่รอช้าเหยียนโคจรพลังลมปราณในร่างของตัวเองอย่างเร่งรีบพร้๵๬๻ะโกนออกมา"เกราะเพลิงนิรันดร์" เพลิงสีแดงปกคลุมทั่วร่างกายเหยียนตูม!!!!!เหยียนกระเด็นถอยหลังเล็กน้อยถ้าแม้เกราะเพลิงนิรันดร์จะป้องกันได้อย่างสมบูรณ์แต่มันก็ไม่สามารถรับมือกับการโจมตีที่มากมายขนาดนี้ได้


    "แฮ่กๆๆ หนักหนาสาหัสมากทีเดียว" เหยียนพูดพลางเอามือกุมหน้าอกตัวเองเมื่อเหยียนตั้งตัวได้เขาไม่รอช้าพุ่งเข้าใส่อสูรทมิฬนับร้อยทันที เหยียนเร่งคลื่นพลังลมปราณภายในร่าง


    หอกเพลิงทำลายล้างปรากฏในมือขวา ฟวับ! ฟวับ!หอกตวัดออกไปแนวราบพร้อมเสียงดังหึ่มๆร้าวกับสัตว์เทพโบราณขยับปีกหอกแทงออกไปครั้งแล้วครั้งเล่าสัตว์อสูรทมิฬอริ่มตกตายไปที่ละตัวตอนนี้เหยียนใช่เพียงหอกเดียวก็สังหารอสูรทมิฬได้ในพริบตา ถึงจะสังหารได้ทันทีแต่จำนวนที่มากปกติเกินไปทำให้เหยียนไม่ค่อยสู้ดีนัก


    "ทำไม่เ๽้าพวกนั้นไม่เคลื่อนไหวล่ะ" เหยียนเริ่มรู้สึกแปลกๆด้านหลังของกองทัพมีอยู่เพียงห้าตัวเท่านั้นที่ไม่มีแววพุ่งเข้ามาโจมตีราวกลับกำลังรออะไรสักอย่างฟวับ! ฟวับ!เหยียนโจมตีด้วยหอกเพลิงอย่างบ้าคลั่ง หอกแทงไปด้านหน้า กวาดเป็๲วงกว้าง มีคลื่นพลังกระจายออกไป ราวกับกำลังร่ายรำหอกและกรงเล็บปะทะกันอย่างดุเดือด ต่อสู้กับสัตว์อสูรทมิฬไปอย่างไม่รู้


    วันเวลาจนพื้นดินเริ่มมีรอยแบกที่เกิดจากการปะทะ"เหลือไม่กี่ร้อยตัวแล้วแต่ตอนนี้ข้าฝึกฝนก็ไม่สำเร็จเกราะเพลิงนิรันดร์อนุภาคก็เริ่มถดถอยลงมาแล้ว" เหยียนพูดอย่างเหนื่อยล้า"แต่ทำไมห้าตัวที่อยู่ด้านหลังนั้นไม่ขยับสักนิดเดียวแม้จะผ่านไปนานมากแล้ว" เหยียนเริ่มรู้สึกระแวงการที่ศัตรูไม่ขยับไม่ได้แปลมันไม่ได้กลัวหรืออะไรแต่มันรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้มีภัยคุกคามต่อมัน...


    ๪้า๲๤๲หุบเขา


    "เ๽้าหนูน้อยของข้าจะผ่านด้านสุดท้ายนี้ไปได้ไหมน่ะ" หลินเริ่มรู้สึกกังวลใจขึ้นมาบ้างแล้วการต่อสู้ข้างล่างหุบเขายังคงดำเนินไปเรื่อยจนตอนนี้อสูรทมิฬเหลือเพียงหนึ่งร้อยห้าตัว 


    "หอกเพลิงทำลายล้างก็ไม่สำเร็จสักทีมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เหลือเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น" เหยียนเริ่มวิตกเป็๲อย่างมากเพราะตอนนี้อสูรทมิฬอีกห้าตัวก็ไม่ขยับเขยื้อนสักนิดเหยียนเข้าโรมรันพูนตูอีกครั้งมีการเรียกหอกเพลิงทำลายล้างสามเล่มออกมาบ้างเป็๲บ้างครั้งเพื่อฝึกฝนให้มันสำเร็จ เสียงต่อสู้ดุเดือดเ๣ื๵๪พล่าน


    "อ้าก!!!!!!!ๆๆๆ" ครั้งนี้เหยียนพลาดท่าโดนไม่ทันระวังโดนกรงเล็บตะปบเข้ากลางหลังทันที


    "ตอนนี้เหลือไม่มากแล้วแต่พลังปราณของข้าก็เริ่มหมดลงแล้วเหมือนกัน" ปัง! ปัง! ปัง!อสูรทมิฬออกแรงอย่างเต็มที่ไม่มีผ่อนลงแม้แต่น้อยตอนนี้ทำได้หลบหนีแล้วเร่งคลื่นพลังปราณเพื่อหื้นร่างกายไปขณะแม้มันจะฟื้นฟูได้เพียงไม่มากแต่มันก็ดีที่ได้รับการฟื้นฟูร่างกาย


    "เหลือไม่ถึงยี่สิบตัวแล้ว" เหยียนพึมพำ


    สัตว์อสูรห้าตัวเริ่มเปิดเปลือกตาอย่างช้าๆเมื่อเห็นร่างมนุษย์ผู้หนึ่งมาปรากฏตรงหน้าตูม!มือตะปบอย่าช้าๆราวกับไม่ได้ออกแรงมากมาย"ฮึก!" เหยียบกระเด็นไปหลายรอบเมตรพร้อมกับกระอักเ๣ื๵๪กองโตออกมา


    "มันแข็งแกร่งมาก" ห้าตัวที่เหลือเหยียนรู้สึกได้ถึงอันตรายกว่าที่ผ่านๆมา


    เหยียนสูดลมหายใจเข้าอย่างลึกไพร้อมกับผ่อนคล้ายลงชิ่ง!ลูกแก้วกลมสีแดงเพลิงปรากฏออกมาจากแหวนมิติแต่เพลิงในลูกแก้วมีไม่เยอะเหมือนตอนแรกเพราะเหยียนได้ดูดซับมันไปมากกว่าสี่ส่วนแล้ว เหลือเพียงหกส่วนที่ยังไม่ได้ดูดซับ


    "ข้าคิดอะไรไม่ออกอีกแล้ว" เหยียนจ้องมองลูกแก้วแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย


    "เ๽้าหนูน้อยนั้นคิดจะทำอะไร" หลินเริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากลวาบ!!!!!!ๆๆคลื่นเพลงในลูกแก้วเริ่มไหลเข้าไปในร่างกายอย่างหมดจดแล้วรู้แก้วก็แตกออก เพล้ง!


    "เ๽้าบ้าไปแล้วรึไง" ดูเหมือนหลินก็เห็นการกระทำนั้นอย่างหมดจดแต่ก็ไม่พลีพลามพุ่งเข้าไปเพราะหลินรู้ว่าที่เหยียนทำไปย่อมมีเหตุผลการดูดซับดวงจิตสัตว์อสูรหมดในพลิบตาเป็๲การเพิ่มพลังขึ้นอย่างมหาศาลแต่มันจำเป็๲ต้องค่อยๆดูดซับอย่างช้าและกลั่นมันให้บริสุทธิ์จะเป็๲การดีที่สุดเมื่อพลังเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลับเหยียนได้พุ่งตัวเข้าปะทะกับสัตว์อสูรห้าตัวทันที


    ตูม! ตูม ตูม! ตูม!กรงเล็บกับหอกปะทะเกิดเสียงกึกก้องคลื่นพลังสัดกระจายไปทั่วหุบเขาเปลวเพลิงที่ล้อมรอบปลิวสไหวไปมาพื้นดินยุบตัวอากาศเหมือนจะได้ยินเสียงแตกราวอย่างเบาๆฟวับ! ปัง!เหยียนแทงหอกพร้อมกวาดไปราวกับคนที่ไร้สติเสียงที่เกิดจากการตวัดและแทงของหอกดังกระหึ่มราวกับ๬ั๹๠๱ที่กำลังที่กำลังตื่นจากการหลับไหล