การฝึกฝนหอกเพลิงทำลายล้างดำเนินไปเรื่อยๆแต่ก็ไม่สามารถทำอะไรอสูรทมิฬได้เลยสักครั้งนี่ทำให้เหยียนรู้สึกลำบากใจอย่างยิ่ง
ปัง!
คราวนี้เริ่มสร้างความเสียหายให้กับอสูรทมิฬเพียงเสี่ยวหนึ่งแต่ก็ถือว่าประสบความสำเร็วอย่างยิ่ง
"แฮ่กๆๆๆแม้จะเสี่ยวหนึ่งแต่ก็ยังดี" เหยียนพูดพลางเหนื่อยหอบ
หอกเพลิงสามเล่มยังคงพุ่งโจมตีไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดหย่อน
"เวลาตีเหล็กต้องตีตอนร้อนๆจะเป็การดีที่สุด"
"ข้าต้องทำสำเร็จให้ได้แม้จะยากเย็นไปบ้างสักนิด" เหยียนพึมพำ
เวลายังคงเคลื่อนไปอย่างช้าๆ
.
.
.
.
"ข้าสามารถปลิดชีพมันได้แล้วแต่ไม่ใช่การปลิดชีพในหอกเดียว มันต้องใช้ทั้งสามหอก" เหยียนรู้สึกดีใจที่เขาทำสำเร็จ
เหยียนยังคงฝึกฝนหอกเพลิงทำลายล้างอย่างต่อเนื่องจำนวนอสูรทมิฬเริ่มถยอยตายลงอย่าช้าๆจากจำนวนห้าร้อยกว่าเหลือสองร้อยกว่าตัวแล้วมันทำให้เหยียนรู้สึกว่าถ้าจัดการหมด ระลอกถัดไปมาถึง มันทำให้ลำบากขึ้นแน่นอนเพราะอสูรทมิฬที่มีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็เท่าตัวเป็อะไรที่หนักหนาสาหัสเลยที่ถึงแม้จะสามารถสู้กับมันได้อย่างไม่มีปัญหาแต่ไม่ใช้สิ่งที่ใครๆจะรับมือเลยด้วยซ้ำ
"ฮ่าาาาาห์"
ฟึ่บ!
ฟึ่บ!
เหยียนยังคงโจมตีพร้อมทั้งหลบไปมาเริ่มรู้สึกเหนื่อยล้าเพราะการใช้หอกเพลิงทำลายล้างสามเล่มยังคงกินพลังงานอย่างถึงที่สุด
สุดท้ายระลอกคลื่นนี้ได้จบลงอีกครั้ง
"แฮ่ก แฮ่ก แฮ่ก ระลอกคลื่นนี้หมดแล้วต่อไปคงจะหนึ่งพันกว่าตัวกระมัง" ความตึงเครียดฉายชัดบนใบหน้าของเหยียน
เพลิงรอบๆเริ่มก่อตัวเป็อสูรทมิฬขึ้นพันกว่าตัวทั้งเบื้องหน้าและเื้ั
"หนึ่งปะทะหนึ่งพันหรอ" เหยียนกำหมัดเบาๆพร้อมกับแววตาที่ปราถนาในการต่อสู้อย่างบ้าคลั่ง
อสูรทมิฬหนึ่งพันตัวส่งแรงกันดันที่มหาศาล ทำให้เหยียนหน้าซีดเล็กน้อยหอกสามเล่มปรากฬด้านหลังหอกสีแดงเพลิงพุ่งเข้าใส่กองทัพทันที เสียงของหอกที่ปะทะเข้ากับอสูรทมิฬดังกึกก้องไปทั่วหุบเขา"
โฮก !!!!!"สัตว์อสูรอีกหลายร้อยตัวเริ่มการโจมตีกลับมา ทั้งด้านหน้า ด้านข้าง ด้านหลัง ฟวับ! ฟวับ! ฟวับ!ฟวับ! ฟวับ! ฟวับ!กรงเล็บเล็บตะปบอย่างไร้ปราณี
ไม่รอช้าเหยียนโคจรพลังลมปราณในร่างของตัวเองอย่างเร่งรีบพร้ะโกนออกมา"เกราะเพลิงนิรันดร์" เพลิงสีแดงปกคลุมทั่วร่างกายเหยียนตูม!!!!!เหยียนกระเด็นถอยหลังเล็กน้อยถ้าแม้เกราะเพลิงนิรันดร์จะป้องกันได้อย่างสมบูรณ์แต่มันก็ไม่สามารถรับมือกับการโจมตีที่มากมายขนาดนี้ได้
"แฮ่กๆๆ หนักหนาสาหัสมากทีเดียว" เหยียนพูดพลางเอามือกุมหน้าอกตัวเองเมื่อเหยียนตั้งตัวได้เขาไม่รอช้าพุ่งเข้าใส่อสูรทมิฬนับร้อยทันที เหยียนเร่งคลื่นพลังลมปราณภายในร่าง
หอกเพลิงทำลายล้างปรากฏในมือขวา ฟวับ! ฟวับ!หอกตวัดออกไปแนวราบพร้อมเสียงดังหึ่มๆร้าวกับสัตว์เทพโบราณขยับปีกหอกแทงออกไปครั้งแล้วครั้งเล่าสัตว์อสูรทมิฬอริ่มตกตายไปที่ละตัวตอนนี้เหยียนใช่เพียงหอกเดียวก็สังหารอสูรทมิฬได้ในพริบตา ถึงจะสังหารได้ทันทีแต่จำนวนที่มากปกติเกินไปทำให้เหยียนไม่ค่อยสู้ดีนัก
"ทำไม่เ้าพวกนั้นไม่เคลื่อนไหวล่ะ" เหยียนเริ่มรู้สึกแปลกๆด้านหลังของกองทัพมีอยู่เพียงห้าตัวเท่านั้นที่ไม่มีแววพุ่งเข้ามาโจมตีราวกลับกำลังรออะไรสักอย่างฟวับ! ฟวับ!เหยียนโจมตีด้วยหอกเพลิงอย่างบ้าคลั่ง หอกแทงไปด้านหน้า กวาดเป็วงกว้าง มีคลื่นพลังกระจายออกไป ราวกับกำลังร่ายรำหอกและกรงเล็บปะทะกันอย่างดุเดือด ต่อสู้กับสัตว์อสูรทมิฬไปอย่างไม่รู้
วันเวลาจนพื้นดินเริ่มมีรอยแบกที่เกิดจากการปะทะ"เหลือไม่กี่ร้อยตัวแล้วแต่ตอนนี้ข้าฝึกฝนก็ไม่สำเร็จเกราะเพลิงนิรันดร์อนุภาคก็เริ่มถดถอยลงมาแล้ว" เหยียนพูดอย่างเหนื่อยล้า"แต่ทำไมห้าตัวที่อยู่ด้านหลังนั้นไม่ขยับสักนิดเดียวแม้จะผ่านไปนานมากแล้ว" เหยียนเริ่มรู้สึกระแวงการที่ศัตรูไม่ขยับไม่ได้แปลมันไม่ได้กลัวหรืออะไรแต่มันรู้สึกได้ว่าอีกฝ่ายยังไม่ได้มีภัยคุกคามต่อมัน...
้าหุบเขา
"เ้าหนูน้อยของข้าจะผ่านด้านสุดท้ายนี้ไปได้ไหมน่ะ" หลินเริ่มรู้สึกกังวลใจขึ้นมาบ้างแล้วการต่อสู้ข้างล่างหุบเขายังคงดำเนินไปเรื่อยจนตอนนี้อสูรทมิฬเหลือเพียงหนึ่งร้อยห้าตัว
"หอกเพลิงทำลายล้างก็ไม่สำเร็จสักทีมันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เหลือเพียงแค่นิดเดียวเท่านั้น" เหยียนเริ่มวิตกเป็อย่างมากเพราะตอนนี้อสูรทมิฬอีกห้าตัวก็ไม่ขยับเขยื้อนสักนิดเหยียนเข้าโรมรันพูนตูอีกครั้งมีการเรียกหอกเพลิงทำลายล้างสามเล่มออกมาบ้างเป็บ้างครั้งเพื่อฝึกฝนให้มันสำเร็จ เสียงต่อสู้ดุเดือดเืพล่าน
"อ้าก!!!!!!!ๆๆๆ" ครั้งนี้เหยียนพลาดท่าโดนไม่ทันระวังโดนกรงเล็บตะปบเข้ากลางหลังทันที
"ตอนนี้เหลือไม่มากแล้วแต่พลังปราณของข้าก็เริ่มหมดลงแล้วเหมือนกัน" ปัง! ปัง! ปัง!อสูรทมิฬออกแรงอย่างเต็มที่ไม่มีผ่อนลงแม้แต่น้อยตอนนี้ทำได้หลบหนีแล้วเร่งคลื่นพลังปราณเพื่อหื้นร่างกายไปขณะแม้มันจะฟื้นฟูได้เพียงไม่มากแต่มันก็ดีที่ได้รับการฟื้นฟูร่างกาย
"เหลือไม่ถึงยี่สิบตัวแล้ว" เหยียนพึมพำ
สัตว์อสูรห้าตัวเริ่มเปิดเปลือกตาอย่างช้าๆเมื่อเห็นร่างมนุษย์ผู้หนึ่งมาปรากฏตรงหน้าตูม!มือตะปบอย่าช้าๆราวกับไม่ได้ออกแรงมากมาย"ฮึก!" เหยียบกระเด็นไปหลายรอบเมตรพร้อมกับกระอักเืกองโตออกมา
"มันแข็งแกร่งมาก" ห้าตัวที่เหลือเหยียนรู้สึกได้ถึงอันตรายกว่าที่ผ่านๆมา
เหยียนสูดลมหายใจเข้าอย่างลึกไพร้อมกับผ่อนคล้ายลงชิ่ง!ลูกแก้วกลมสีแดงเพลิงปรากฏออกมาจากแหวนมิติแต่เพลิงในลูกแก้วมีไม่เยอะเหมือนตอนแรกเพราะเหยียนได้ดูดซับมันไปมากกว่าสี่ส่วนแล้ว เหลือเพียงหกส่วนที่ยังไม่ได้ดูดซับ
"ข้าคิดอะไรไม่ออกอีกแล้ว" เหยียนจ้องมองลูกแก้วแล้วยิ้มอย่างมีเลศนัย
"เ้าหนูน้อยนั้นคิดจะทำอะไร" หลินเริ่มรู้สึกไม่ชอบมาพากลวาบ!!!!!!ๆๆคลื่นเพลงในลูกแก้วเริ่มไหลเข้าไปในร่างกายอย่างหมดจดแล้วรู้แก้วก็แตกออก เพล้ง!
"เ้าบ้าไปแล้วรึไง" ดูเหมือนหลินก็เห็นการกระทำนั้นอย่างหมดจดแต่ก็ไม่พลีพลามพุ่งเข้าไปเพราะหลินรู้ว่าที่เหยียนทำไปย่อมมีเหตุผลการดูดซับดวงจิตสัตว์อสูรหมดในพลิบตาเป็การเพิ่มพลังขึ้นอย่างมหาศาลแต่มันจำเป็ต้องค่อยๆดูดซับอย่างช้าและกลั่นมันให้บริสุทธิ์จะเป็การดีที่สุดเมื่อพลังเพิ่มขึ้นอย่างฉับพลับเหยียนได้พุ่งตัวเข้าปะทะกับสัตว์อสูรห้าตัวทันที
ตูม! ตูม ตูม! ตูม!กรงเล็บกับหอกปะทะเกิดเสียงกึกก้องคลื่นพลังสัดกระจายไปทั่วหุบเขาเปลวเพลิงที่ล้อมรอบปลิวสไหวไปมาพื้นดินยุบตัวอากาศเหมือนจะได้ยินเสียงแตกราวอย่างเบาๆฟวับ! ปัง!เหยียนแทงหอกพร้อมกวาดไปราวกับคนที่ไร้สติเสียงที่เกิดจากการตวัดและแทงของหอกดังกระหึ่มราวกับัที่กำลังที่กำลังตื่นจากการหลับไหล