วันถัดมา ซูเจี๋ยนก็ดูไร้ชีวิตชีวาเอามากๆ
นี่ไม่ใช่เพราะคุณป้าใหญ่มาเยือนอย่างไม่คาดคิดแต่อย่างใดเพราะถึงแม้ตอนแรกเขาจะรู้สึกตื่นตระหนกและทำใจลำบากอยู่บ้าง แต่หลังผ่านไปคืนหนึ่งก็ไม่ได้รู้สึกอึดอัดใจแบบนั้นอีกแล้ว ท่าทางซึมเซาไร้ชีวิตชีวาเช่นนี้เป็เพราะเขากำลังรู้สึกเ็ปจนยากจะทน
ปวดท้องมากๆ
ส่งผลให้ตลอดทั้งวันนั้นซูเจี๋ยนไม่มีอารมณ์จะออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกเลยสักนิดแม้แต่เกมส์ก็ไม่อยากเล่นแล้ว ได้แต่เปิดทีวีย้ายช่องไปเรื่อยเปื่อยพลางขดตัวเป็ก้อนอยู่บนโซฟาอย่างเกียจคร้าน คิ้วเรียวบางขมวดแน่นไม่ยอมขยับตัวแม้แต่น้อย
แต่ความเ็ปเช่นนี้ช่างยากจะทานทนอย่างแท้จริงดังนั้น ในที่สุดเขาก็ได้แต่ต้องโทรหาอันอี่เจ๋อ
“นี่ตอนคุณกลับมาบ้าน ช่วยแวะร้านขายยาซื้อยามาให้ฉันหน่อยได้รึเปล่า ขอยาแก้ปวดท้องนะ!”
ยามที่อันอี่เจ๋อรับสาย จี้ิเฟยก็อยู่ข้างๆเขาพอดี พอได้ยินว่าเป็ซูเจี๋ยนที่โทรเข้ามาก็รอจนชายหนุ่มวางสายแล้วจึงแสยะยิ้มหยอกล้อเพื่อนสนิททันที : “มีอะไรเหรอ พี่สะใภ้โทรฯ มาตามนายกลับบ้านไปกินข้าวเย็นด้วยกันอีกแล้วหรือไง”
อันอี่เจ๋อมุ่นหัวคิ้วเข้าหากัน : “เธอบอกว่าปวดท้อง”
จี้ิเฟยมีสีหน้าจริงจังขึ้นมา : “ปวดท้องงั้นเหรอ ได้กินของผิดสำแดงเข้าไปรึเปล่า”
อันอี่เจ๋อส่ายหน้า : “ฉันก็ไม่รู้”
จี้ิเฟยแนะนำอย่างเอาใจใส่ : “ไม่ลองพาเธอไปตรวจที่โรงพยาบาลดูซักหน่อยล่ะถึงยังไงเธอก็เพิ่งประสบอุบัติเหตุร้ายแรงแบบนั้นมา เื่ปวดท้องนี่อาจเป็เื่เล็กหรือเื่ใหญ่ก็ได้ทั้งนั้น บางทีอาจเป็เพราะอาหารเป็พิษหรืออาจเป็ไส้ติ่งอักเสบ แล้วก็ สำหรับผู้หญิง ก็ยังมีอาการปวดท้องเมนส์....”
หลังจากได้ยินคำว่า ‘ปวดท้องเมนส์’อันอี่เจ๋อก็แข็งค้างไปทั้งร่าง
จี้ิเฟยย่อมไม่ปล่อยให้การแสดงออกทางสีหน้าของเขาเล็ดรอดไปได้ในใจจึงตระหนักรู้ได้ทันที พลันตบบ่าเพื่อนสนิทเบาๆ : “ฉันก็เคยมีแฟน่ที่เธอเป็เมนส์น่ะจะปวดท้องหนักมากจนแทบทนไม่ไหวแต่เดี๋ยวหลังจากนั้นก็ดีขึ้นเองแหละ”
อันอี่เจ๋ออดถามอย่างสงสัยไม่ได้ : “จะดีขึ้นได้ยังไง”
จี้ิเฟยกล่าวตอบหน้าตาย : “อ้าว นี่นายไม่รู้เหรอ ผู้หญิงที่ปวดท้องเมนส์น่ะหลังจากได้ผ่านการทำเื่อย่างว่ากับผู้ชายแล้ว ก็มักจะไม่ต้องปวดท้องอีกฉะนั้นนะ ฉันว่านายไม่ต้องไปซื้อยงซื้อยาอะไรหรอก ไม่สู้นายรีบๆกลับบ้านแล้วก็ดึงตัวสาวน้อยบ้านนายมา..... เอาล่ะ เอาล่ะ ฉันไม่พูดแล้วฉันไม่พูดอีกแล้ว!”
แม้ภายนอกจะยอมปิดปากเงียบแต่จี้ิเฟยกลับรู้สึกไม่ยอมรับอยู่บ้าง ได้แต่ค่อนแคะพร่ำบ่นอยู่ในใจ : ฉันอุตส่าห์ชี้แนะให้เพราะหวังดีแท้ๆ เฮ้อ จากใจจริงเลยนะ น้องชาย!ผู้ชายอย่างเราๆ น่ะทนเก็บกดไว้นานเกินไปมันจะไม่ดีต่อร่างกายเอานา!ฮ่าย...ใครจะไปคิดว่าท่านประธานอันสุดหล่อแห่ง CMI ผู้เต็มไปด้วยเสน่ห์แห่งบุรุษเพศนายน้อยสามแห่งตระกูลอันผู้เป็ที่ยกย่องชื่นชมคนนี้แท้จริงแล้วกลับเป็ชายอายุสามสิบที่ยังจิ้น! ยังเวอร์จิ้นน่ะเข้าใจไหม!.....
……………………………….
ตอนที่อันอี่เจ๋อกลับมาถึงบ้านซูเจี๋ยนก็ยังขดตัวเป็ก้อนกลมอยู่บนโซฟา ไม่ยอมขยับเขยื้อน
เห็นว่าเขากลับมาแล้วซูเจี๋ยนก็เอ่ยถามขึ้นเสียงแ่ระโหยโรยแรง : “ได้ซื้อยามารึเปล่า”
อันอี่เจ๋อวางถุงยาไว้บนโต๊ะ : “ซื้อมาแล้ว” มองดูหว่างคิ้วขมวดมุ่นอย่างอ่อนเพลียไร้กำลังของซูเจี๋ยนแล้วก็ขยับตัวลงนั่งข้างกายหญิงสาว : “ปวดมากเลยเหรอ”
ซูเจี๋ยนแค่นเสียงอย่างอ่อนแรง : “ไม่สู้คุณลองมาปวดดูบ้าง” แม่เอ๊ย! ตอนนี้เขาถึงเพิ่งรู้ว่าเหล่าสุภาพสตรีทั้งหลายนั้นใช้ชีวิตอย่างไม่ง่ายดายเพียงใดถ้าให้ทนแค่ครั้งสองครั้งก็คงไม่นับเป็อะไรนักแต่ประเด็นก็คือเหล่าสุภาพสตรีทั้งหลายต้องฝืนทนต่อความเ็ปเช่นนี้ทุกเดือน! การเคี่ยวกรำทรมานแบบนี้มันช่างหนักหนาสาหัสโดยแท้! ความอดทนข่มกลั้นเช่นนี้ช่างน่ายกย่องอย่างแท้จริง!ไม่แปลกที่มีคำกล่าวจำพวกว่า : ในโลกใบนี้ มีสิ่งมีชีวิตอย่างสตรีเพศที่แต่ละคนล้วนต้องหลั่งเืถึงเจ็ดวันในทุกๆเดือนแล้วยังมีชีวิตอยู่ได้ก็นับเป็ข้อพิสูจน์ถึงการคงอยู่ของตัวตนที่ท้าทายธรรมชาติได้แล้ว!
อันอี่เจ๋อพูดไม่ออกเงียบงันอยู่ครู่หนึ่งก็เอ่ยถามขึ้น : “เธอกินอะไรรึยัง”
ทรมานจนไม่อยากแม้แต่จะขยับตัวแบบนี้ยังจะมีอารมณ์ไปทำอาหารที่ไหนกัน? ซูเจี๋ยนส่ายศีรษะไปมาแทนคำตอบมองอันอี่เจ๋อหยิบโทรศัพท์ออกมาโทรสั่งอาหาร แล้วจู่ๆ ก็รีบเอ่ยออกมากะทันหัน :“ขอเป็อาหารสำหรับบำรุงเืนะ!” แม่เอ๊ยเสียเืเยอะขนาดนี้ภายในวันเดียว ขนาดชั่วชีวิตยี่สิบเก้าปีที่ผ่านมายังไม่เคยต้องเสียเืเยอะขนาดนี้มาก่อนเลย!เขาทั้งสับสนวุ่นวายทั้งหดหู่เสียดายแทบตายแล้วนี่อาจจะเลยเถิดจนเกิดเป็โรคโลหิตจางขึ้นมาในสักวันก็เป็ได้!
มุมปากของอันอี่เจ๋อบิดกระตุกเล็กน้อยแต่ก็ยังยอมสั่งอาหารบำรุงเืมาให้ตามคำขอ
อันที่จริงซูเจี๋ยนรู้สึกกระหายน้ำอยู่นานแล้วแต่ไม่อยากขยับตัวดังนั้นยามนี้จึงเอ่ยขอกับอันอี่เจ๋อ : “ฉันหิวน้ำมากเลยวานคุณช่วยหยิบน้ำในตู้เย็นมาให้ทีสิ”
อันอี่เจ๋อกำลังจะผุดลุกขึ้นแต่จากนั้นก็นึกขึ้นได้จึงทรุดตัวลงนั่งอีกครั้ง จ้องมองซูเจี๋ยนพลางกล่าวอย่างจริงจัง: “ตอนนี้เธอดื่มน้ำเย็นไม่ได้” [2]
ซูเจี๋ยนกะพริบตาปริบๆ : “ทำไมล่ะ”
อันอี่เจ๋อยังมีสีหน้าราบเรียบไร้ความรู้สึกกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงแข็งทื่อ : “เธอก็รู้อยู่แล้วว่าทำไม”
ซูเจี๋ยนทำหน้าเหลอหลา : “ฉันไม่รู้จริงๆ”
อันอี่เจ๋อรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออกปกติสาวน้อยคนนี้ดูแลตัวเองยังไงกันแน่?
พูดไปแล้วอันอี่เจ๋อเองก็เพิ่งรู้เื่พวกนี้เช่นกันแท้จริงแล้ว่ที่ผู้หญิงเป็ประจำเดือนนั้นไม่ควรทานของเย็น [3]ข้อมูลทั้งหมดนี้เป็คนที่ร้านขายยาชี้แจงออกมา เพื่อให้ซื้อยารักษาได้ตรงอาการอันอี่เจ๋อไม่มีทางเลือกอื่น ได้แต่ต้องใส่แว่นกันแดดแล้วทำหน้าให้หนาเข้าไว้เดินไปสอบถามกับคนขายตามตรงซึ่งพอคุณป้าขายยาที่ร้านรู้ว่าเขามาหาซื้อยาเกี่ยวกับอาการปวดประจำเดือนก็เข้าใจกระจ่างแจ้งได้ทันที : “จะซื้อไปให้แฟนเหรอ” จากนั้นก็พร่ำพูดน้ำไหลไฟดับยกย่องชื่นชมว่าเขาเป็สามีที่แสนดีแค่ไหน ภรรยาของเขานั้นช่างโชคดีเสียจริงๆและอื่นๆ อีกมากมายถึงขนาดยังมีแก่ใจให้คำชี้แนะว่า่ที่ผู้หญิงเป็ประจำเดือนนั้นมีเื่อะไรที่ต้องใส่ใจระมัดระวังบ้างเพื่อให้ดูแลภรรยาได้ดีที่สุดสุดท้ายอันอี่เจ๋อก็ได้แต่ถือถุงยาปั้นหน้าไร้ความรู้สึก ก้าวขาวิ่งแจ้นหนีออกมาจากร้าน
จะว่าไปแล้วที่เมื่อคืนสาวน้อยคนนี้ตื่นตระหนกกระวนกระวายจนทำอะไรไม่ถูกแบบนั้นดูท่าทางไม่รู้เื่รู้ราวอะไรสักอย่างแบบนั้นหรือว่าจะเป็เพราะหลงลืมแม้แต่เื่พื้นฐานพวกนี้ด้วย?
พอนึกได้แบบนี้แล้วสีหน้าของอันอี่เจ๋อก็กลายเป็ไม่ชวนมองขึ้นมา
ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังยอมลุกขึ้นไปรินน้ำอุ่นมาให้ซูเจี๋ยนดื่มแก้วหนึ่ง
อาหารที่สั่งมาส่งค่อนข้างเร็วเนื่องเพราะอันอี่เจ๋อเองก็ยังไม่ได้ทานมื้อเย็นจึงนั่งลงที่โต๊ะอาหารพร้อมกับซูเจี๋ยนด้วย ซูเจี๋ยนใช้มือซ้ายประคองศีรษะท่าทางดูขุ่นข้องหงุดหงิดใจสายตาจ้องมองอาหารที่ปรุงแต่งมาอย่างประณีตน่ารับประทานตรงหน้าเปิดปากเอ่ยขึ้นกะทันหัน : “จู่ๆฉันก็นึกถึงพวกคำคมวรรคหนึ่งขึ้นมาได้”
อันอี่เจ๋อเงยหน้าจากจานอาหารขึ้นมองอีกฝ่าย
จากนั้นก็ได้ยินซูเจี๋ยนทอดถอนใจกล่าวออกมาอย่างปลงๆ: “ผู้หญิงหนอผู้หญิง กินข้าวไปก็ได้แต่ต้องผลิตเป็น้ำนมแล้วยังต้องหลั่งเือีก!”
อันอี่เจ๋อ : “......”
……………………………….
คืนนั้น ซูเจี๋ยนกระหายน้ำจึงออกมาหาน้ำดื่มขณะที่เดินผ่านตู้เย็นก็เหลือบไปเห็นกระดาษแผ่นหนึ่งที่แปะไว้บนตู้เย็นโดยไม่ได้ตั้งใจ
เป็กระดาษขาวธรรมดาๆ แผ่นหนึ่ง บนกระดาษแผ่นนั้นมีตัวอักษรเขียนไว้หลายบรรทัดซูเจี๋ยนเดินเข้าไปอ่านดูใกล้ๆ อย่างสงสัยใคร่รู้ จากนั้นก็ต้องอึ้งงันโง่งมไป
ดวงตากลมโตเบิกกว้างชะงักค้างอยู่อย่างนั้นทันทีที่ได้มองเห็นตัวอักษรเก้าพยางค์บนหน้ากระดาษ: ข้อควรระวัง่เป็ประจำเดือน
ในบ้านมีคนอยู่แค่สองคนดังนั้นคนที่จะเขียนข้อความเหล่านี้ได้ก็ไม่มีใครอื่นอีกแล้ว
ซูเจี๋ยนครุ่นคิดด้วยสีหน้าซับซ้อนสับสน :นี่ที่แท้แล้วอันอี่เจ๋อเขียนไว้เตือนฉันหรือเ้านั่นนึกอยากจะแสวงหาความรู้ประดับสมองตัวเองขึ้นมากันแน่?
ครุ่นคิดกลับไปกลับมาอยู่ครู่หนึ่ง ก็รู้สึกว่าข้อแรกดูจะมีความเป็ไปได้มากกว่าอยู่เล็กน้อยดังนั้นตนจึงข่มใจอ่านจนจบทั้งแผ่นอย่างตั้งอกตั้งใจศึกษาเรียนรู้
โว้ว! คุณป้าใหญ่นี่ไม่ใช่เื่เล่นๆเลยจริงๆ นี่ก็ทำไม่ได้ นั่นก็ต้องคอยระวัง.....
หลังจากอ่านจนจบแล้วทางหนึ่งซูเจี๋ยนก็รู้สึกพูดไม่ออกบอกไม่ถูกอีกทางหนึ่งก็ยื่นมือไปดึงกระดาษแผ่นนั้นลงมาพร้อมกับเหม่อมองไปยังห้องของอันอี่เจ๋อโดยไม่รู้ตัว
จะว่ายังไงดีล่ะแม้การกระทำของเ้าศัตรูหัวใจน่าตายคนนี้จะชวนให้ตกตะลึงคาดไม่ถึงอยู่บ้างแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยจริงๆ ว่าตอนนี้อีกฝ่ายคล้ายจะมองดูสบายตาขึ้นมาอีกนิดแล้ว
เชิงอรรถ
[2] เวลาผู้หญิงเป็ประจำเดือนไม่ควรดื่มน้ำเย็นเพราะจะทำให้ปวดท้องหนักกว่าเดิม
[3] ของเย็นในที่นี้นอกจากหมายถึงของที่ไม่ได้อุ่นให้ร้อนแล้วก็ยังรวมถึงของสดที่ไม่ผ่านการปรุงด้วยเช่นผักสดหรือผลไม้สด