หลังจากส่งเควสต์เรียบร้อย พวกเขาเดินทางกลับเมือง
สมาชิกปาร์ตี้อีกสามคนเดินเข้ามาร่วมวง แบ่งไอเทม
“ไว้เจอกันดันถัดไป!”
“อย่าลืมอัปสกิลเพิ่มด้วยล่ะ ถ้าซาเรียฮีลช้าอีกนิดแกได้อยู่ในกล่องดรอปแน่!”
คาลิสหัวเราะในลำคอ ก่อนจะปิดเกม
เขาพิงหลังพนักเก้าอี้ กดพักหน้าจอแล้วทิ้งตัวลงนอนบนเตียง
เสียงบทสนทนาของเหล่า NPC กลายเป็เพียงเสียงพื้นหลัง...
ขณะที่เขากำลังจะกด Log Out ความเหนื่อยล้าก็เข้าจู่โจมราวกับร่างกาย้าพักโดยทันที
เขาทิ้งตัวลงบนเตียงในโลกจริง ปล่อยให้เปลือกตาหนักอึ้งค่อย ๆ ปิดลง...
...แล้วฝันก็มาเยือน
ในความฝัน
ท้องฟ้ามืดสนิท ไร้แม้แต่แสงจันทร์
แสงดาวเลือนรางราวกับถูกบดบังด้วยหมอกหนาทึบ
เสียงแมลงกลางคืนแว่วเบาในความเงียบ
เด็กชายในชุดผ้าฝ้ายสีน้ำตาลอ่อนก้าวเท้าอย่างระวัง
ลมหายใจเขาขาดเป็่ ๆ แต่แววตากลับเปล่งประกายด้วยความมุ่งมั่น
เขาอายุยังไม่ถึงสิบขวบดี...
ในขณะที่เด็กในตระกูลซู่เหยียนหลายคนเพิ่งเริ่มฝึกพลังตอนอายุเก้าปลาย ๆ หรือสิบขวบ
แต่เขา...ตื่นรู้ได้เร็วกว่าคนรุ่นเดียวกันเกือบปี
และแน่นอน... มันทำให้เขาเชื่อว่า ตน “พิเศษกว่าใครทั้งหมด”
“ข้าจะหาของดี...แล้วเอากลับไปให้ท่านพ่อดู”
เสียงกระซิบของเขาเบาเกินกว่าจะได้ยินในสายลมยามค่ำคืน
เขาหลบเลี่ยงยามเฝ้าประตูหนีออกจากคฤหาสน์ตระกูลเพียงลำพัง
ฝ่าค่ำคืนอันหนาวเย็นเข้าไปในป่าต้องห้าม
เซ็น
"มาอีกแล้ว...โลกนี้อะไรอีกละนี่"
"เด็กนั้น ทำไมเดินเข้าป่ามืด ๆ คนเดียวแบบนี้เนี่ย!"
เขาหนีออกจากสำนักโดยไม่บอกใคร
เป้าหมายของเขาคือ “ล่าสัตว์อสูร” หรืออย่างน้อย... “หาสมุนไพรล้ำค่า” เพื่อพิสูจน์ตนเอง
เขาเดินผ่านดอกไม้เรืองแสง พุ่มหญ้าแปลกตา กระดูกสัตว์บางส่วน
แต่ไม่มีสิ่งใดหยุดความตั้งใจของเขาได้
แล้ว...
ดวงตาของเขาก็จับจ้องไปยัง หญ้าสีเทาอมดำปลายดอกแดงหม่น
ที่กำลังส่องแสงจาง ๆ อยู่ใต้โขดหิน
กลางดอกนั้นมีเม็ดกลมสีส้มอมแดง ลอยอยู่ราวกับลูกไฟเล็ก ๆ
เขายิ้มกว้าง วิ่งเข้าไปคว้ามันด้วยความตื่นเต้น โดยไม่ไตร่ตรองเลยว่า...
สิ่งล้ำค่าย่อมมีสิ่งเฝ้ารักษา
เซ็น
"ดอกหญ้านั้น น่าจะเจอของดีเข้าแล้ว..."
"แต่...เดี๋ยว! ขวามือแก พุ่มไม้มันขยับนะ! เห้ยยยยระวังง!! อย่าเพิ่งเด็ด!!"
เขารีบวิ่งเข้าไปหมายจะเด็ดหญ้า
โดยไม่รู้เลยว่าอสูรจิ้งจอกขนดำได้ขยับตัวจากพุ่มไม้ใกล้เคียงแล้ว
เสียงขู่ต่ำแหลมดังก้อง
ร่างของอสูรจิ้งจอกขนดำกระโจนออกมาจากความมืด
มันมีขนาดพอ ๆ กับสุนัขล่าเนื้อ
แต่ดวงตาสีเงินวาววับบ่งบอกถึงความฉลาดอย่างน่าประหลาด
“อสูร!?”
เด็กชายแทบไม่มีเวลาคิดอะไรทั้งนั้น
ร่างของจิ้งจอกพุ่งเข้ามาพร้อมกรงเล็บแหลมฟาดเข้าหน้าท้องเขาอย่างแม่นยำ
“อั่กกก!!”
เืไหลซึมจากาแ
เด็กชายทรุดตัวลงแต่ไม่ยอมปล่อยสมุนไพรในมือ
เขาตั้งสติอย่างรวดเร็ว ดึงพลังซี่ที่ยังบ่มไว้ไม่มากเข้ามาใช้
โจมตีสวนด้วยหมัดตรงไปที่จิ้งจอก
เสียง “ปั๊ก!” ดังจากแรงกระแทก
แต่อสูรแทบไม่ะเื มันเพียงถอยหลังเล็กน้อยก่อนจะขู่ใส่อีกครั้ง
เซ็น
"เออ นั่นแหละต่อยแม่งเลย! แต่...เอ็งต่อยอ่อนมากนะ!"
"วิชาต่อยสุนัขระดับชั้นอนุบาลเหรอฟะ!? มันจะงับหัวอยู่แล้วเว้ยย!"
กรงเล็บของอสูรกรีดแขนเขาอีกครั้ง
เขาล้มลง แต่ยังยันตัวขึ้น กัดฟันลากขา วิ่งหนีสุดแรง
เขาหยิบก้อนหินยัดพลังซี่ลงไปจนหมดแล้วเหวี่ยงใส่มัน
เสียงร้องดังลั่นแต่ก็ยังตามมาไม่ลดละ
เซ็น
"กล้าดีเว้ย! ไม่ปล่อยหญ้าอีก ...!!"
"โยนหินสู้กับอสูรเนี่ยนะ!?!!"
เสียงคนดังขึ้นจากที่ไกล
“ข้าพบรอยเท้าทางนี้! มาทางนี้เร็ว!!”
เซ็น
"นั่นไง! คนมาแล้ว! ทางขวา!! รีบวิ่งงงงง!!"
เขาเห็นเงาคน แต่ก่อนจะไปถึง...
ร่างก็ทรุดลงกลางโคลนเย็น ดวงตาเหม่อลอย
ทุกอย่างดับมืดลง
เซ็น
"มันรอดปาฏิหาริย์เลยนะเนี่ย..."
"ทำไมได้แต่มองดูละเนี่ย เข้าไปช่วยหรือทำอะไรไม่ได้เลยหรอ เฮ้อออ..."
เมื่อสติเริ่มกลับมาอีกครั้ง...
กลิ่นยาสมุนไพรโชยอ่อน ๆ ลอยเข้าจมูก
พร้อมกับความอุ่นจากแสงเทียนที่ส่องผ่านม่านบาง
เด็กชายค่อย ๆ ลืมตาขึ้นช้า ๆ
เพดานไม้สีอ่อนคือภาพแรกที่เขาเห็น
ตามด้วยม่านเตียงและขอบหน้าต่างที่ปล่อยลมเย็นโชยเบา ๆ
บริเวณท้องและแขนของเขาเจ็บแปลบ
มีผ้าพันแผลหนาแน่นพันรอบอย่างดี
เขาพยายามยันตัวขึ้น
แต่เพียงแค่ขยับ... ความเจ็บก็แล่นปราดขึ้นสมองจนต้องกัดฟันแน่น
ในเงาไฟสลัว
ภาพสะท้อนในกระจกข้างเตียงเผยให้เห็น
เด็กชายใบหน้าคมเข้ม ดวงตาสีทองอำพันสะท้อนแสงอ่อน ๆ
ราวกับมีเปลวเพลิงซ่อนอยู่ในนั้น
เส้นผมยาวถึงบ่า สีดำแซมน้ำเงิน ถูกรวบขึ้นลวก ๆ บนศีรษะ
แม้จะยังเด็ก แววตากลับคมกริบราวกับนักรบผู้ผ่านสนามรบ
แต่ตอนนี้...มีเพียงร่องรอยความเ็ปและงุนงงในดวงตานั้น
“โอ้! เ้าฟื้นแล้ว!”
เสียงของหมอหลวงวัยกลางคนดังขึ้น
เขาวางช้อนแล้วรีบออกจากห้องทันที
“ข้าจะไปตามท่านพ่อกับแม่ของเ้า!”
ไม่ถึงครู่ ประตูก็เปิดออก
เสียงฝีเท้าหลายคู่ดังขึ้นพร้อมกัน
ร่างของชายวัยกลางคนผู้เปี่ยมอำนาจเดินนำเข้ามา
ตามด้วยหญิงสาวใบหน้าหวานที่แม้แต่น้ำตายังไม่อาจลบเลือนความงามของนางได้
“ลูกของแม่... เ้า...เ้าตื่นแล้ว...”
นางทรุดลงข้างเตียง น้ำตาไหลพราก มือที่สั่นปิดปากก่อนจะโผเข้ากอดลูกแน่น
“เ้านี่มัน...เ้า...อย่าได้ทำให้แม่ใแบบนี้อีก...”
เขานิ่ง เงียบ ไม่กล้าพูดอะไร
ได้แต่หลุบตาลง มองรอยเืจาง ๆ ที่ยังติดอยู่บนแขนตัวเอง
เสียงทุ้มต่ำของบิดาดังขึ้น
“เ้า...รู้ตัวมั้ยว่าเ้าทำอะไรลงไป?”
เด็กชายเม้มริมฝีปากแน่น
“ข้า...ข้าขอโทษ ข้าแค่อยากพิสูจน์ว่าข้ามีพลังมากพอจะช่วยตระกูลได้แล้ว...”
ซู่เหยียนิ—หัวหน้าตระกูล—ถอนหายใจเฮือกใหญ่
“เฮ้อ...เ้ารู้มั้ยว่าเ้าาเ็แค่ไหน?
อีกนิดเดียว...เ้าคงกลับมาในสภาพศพ”
เด็กชายก้มหน้าลงมองาแของตน
แสงเทียนสะท้อนผ้าพันแผลรอบลำตัว
แล้วอยู่ ๆ ...
“พะ...พลังตบะของข้า...
มันหายไปไหน!?”
เสียงะโของเขาดังขึ้น
เขาพยายามรวบรวมซี่ในร่าง
แต่ััได้เพียงความว่างเปล่า
เส้นชีพจรที่เคยไหลเวียน...
กลับไร้แรงสั่นไหว
สีหน้าเขาซีดลงในพริบตา
ดวงตาเบิกกว้าง
“มัน...หายไปจริง ๆ …”
เซ็น
"...เอ๊ะ เดี๋ยวนะ หายจริงเหรอ? แบบหมดเลย?"
"ไอเด็กนี่...จบแล้ว...โลกนี้ไม่มีพลังคือหมดอนาคตเลยนะ"
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ขอบคุณที่อ่านมาจนถึงตรงนี้นะ ????✨ตอนนี้ถือเป็น “จุดเริ่มต้นจริงจัง” ของเนื้อเรื่องแล้ว!จากฝันลาง ๆ กำลังจะกลายเป็นโลกใบหนึ่งที่คุณจะได้รู้จักไปพร้อมกับพระเอกตั้งแต่ตอนหน้า...อะไรบางอย่างจะเริ่มเปลี่ยนไม่ใช่แค่ในฝัน — แต่ในชีวิตจริงของเขาด้วยถ้าคุณชอบเรื่องนี้ อย่าลืมกดหัวใจ ???? หรือคอมเมนต์สั้น ๆ ให้กำลังใจกันหน่อยนะใครอยากเสนออะไร ติชมตรงไหน หรือมีไอเดียเจ๋ง ๆ ก็ฝากไว้ได้เลยนักเขียนจะตามอ่านทุกความเห็นเลย ????แล้วเจอกันในตอนต่อไปน้า