จักรพรรดิเพลิงทะยานสวรรค์

    ตอนที่ 1 กำเนิดจักรพรรดิเหนือสวรรค์

    ณ โลกใบเล็กใบหนึ่งที่ลอยเคว้งอยู่ท่ามกลางอวกาศอันกว้างใหญ่ไร้ที่สิ้นสุดมีเด็กหนุ่มคนหนึ่งซึ่งทั่วทั้งตัวอาบย้อมไปด้วยเลือดและบาดแผลกำลังนอนหายใจโรยรินอยู่ภายในก้นเหวลึก ด้วยสภาพอ่อนแรง
    "ทะ..ท่านแม่…ข้าต้องกลับไป..ข้าต้องกลับไปหาท่านแม่" 
    เด็กหนุ่มที่นอนหายใจโรยรินอยู่บนพื้นบ่นพึมพำเสียงเบาราวกับใกล้จะสิ้นลมและพยายามตะเกียก ตะกายลุกขึ้นด้วยความทุลักทุเลแต่ก็ไม่สามารถทำได้
    ย้อนเวลากลับไปก่อนหน้านี้ เด็กหนุ่มคนนี้มีนามว่า "ฉินหยาง" อายุ 15 ปี ไว้ผมสีดำขลับยาวสลวยถึงกลางหลัง ใบหน้าคมเข้ม คิ้วโค้งดุจคันศร จมูกโด่งเป็นสันรับกับใบหน้า ดวงตาแวววาวสีดำที่สามารถทำให้ผู้พบเห็นไม่ว่าจะเพศใดสั่นไหวราวกับต้องมนต์สะกด ทว่าเขากลับสวมเสื้อผ้าเก่า ๆ ดูธรรมดาราวกับชนชั้นสูงที่แต่งตัวเป็นขอทานไร้บ้าน
    เด็กหนุ่มนามฉินหยางอาศัยอยู่ในบ้านไม้เล็ก ๆ กับมารดาเพียงลำพังสองคน จนอยู่มาวันหนึ่งมารดาของเขาเกิดล้มป่วยกระทันหันนอนสิ้นสติไม่รู้สึกตัว เขาที่ต้องการช่วยเหลือมารดาจึงได้ตัดสินใจออกเดินทางขึ้นเขาเพื่อตามหาสมุนไพรในตำนานที่ว่ากันว่าสามารถรักษาได้ทุกโรค โดยหวังว่าจะสามารถช่วยรักษาอาการของมารดาของตนได้แต่ในระหว่างทางที่เขาขึ้นเขาเพื่อตามหาสมุนไพรอยู่นั้นกลับเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดพลัดตกลงไปในเหวลึกอย่างไม่ทันระวังตัว
    โชคยังดีที่บริเวณปากเหวแห่งนั้นมีต้นไม้และเถาวัลย์งอกเงยอยู่เป็นจำนวนมากจึงพอจะช่วยลดแรงกระแทกจากการร่วงลงมาจากที่สูงลงไปได้ส่วนหนึ่ง ถึงอย่างนั้นอาการของเขาก็ยังเรียกว่าสาหัส ขาและเเขนของเขาหักผิดรูปนอนหายใจโรยรินอยู่กับพื้น ราวสองชั่วยามหลังจากนั้นอาการของเขาก็เริ่มทรุดหนักลงเรื่อย ๆ จากการสูญเสียเลือดเป็นจำนวนมาก เขาอ้อนวอนภาวนาหวังให้ใครสักคนผ่านมาเห็นแต่ใครกันจะมาเดินเล่นในเหวลึกนี้... 
    กาลเวลาหมุนเลยผ่านล่วงเลยไปอีกหนึ่งชั่วยาม ฉินหยางก็ยังคงนอนนิ่งรอคอยปาฏิหาริย์ด้วยลมหายใจที่เริ่มค่อย ๆ โรยรินลงอย่างช้า ๆ เปลือกตาที่เปิดอยู่เริ่มหนักอึ้ง
    "ทะ..ท่านแม่..ท่านแม่ข้า…" 
    ฉินหยางพยายามเปล่งเสียงเพื่อกล่าวบางอย่างออกมาแต่เขาก็ไม่สามารถทำได้ สติของเขาเริ่มเลือนลาง เปลือกตาของเขาเริ่มปิดลงที่ละน้อย ลมหายใจของเขาเองก็แผ่วจางลงทุกขณะ
    แต่ทว่าในช่วงเวลาที่ลมหายใจสุดท้ายของเขากำลังจะหมดลงอยู่นั้น จู่ ๆ ท้องฟ้าเบื้องบนที่เคยแจ่มใสไร้เมฆหมอกก็เกิดการเปลี่ยนแปลง สภาพอากาศเหนือบริเวณที่ฉินหยางนอนหายใจโรยรินอยู่เกิดลมกรรโชกรุนเเรง เมฆสีดำทมิฬพัดปกคลุมเหนือท้องฟ้าจนมืดสนิท เกิดฟ้าร้อง ฟ้าผ่า ดังกึกก้องสะเทือนเลื่อนลั้นไปทั่วท้องฟ้าราวกับจะกู่ก้องร้องตะโกนไปถึงสรวงสวรรค์
    ตึก ๆ!! ตึก ๆ!!
    ในเสี้ยวเวลาความเป็นและตายกลับมีเสียงเต้นเป็นจังหวะของบางสิ่งดังขึ้นมาจากภายในร่างกายของเขา จุดตันเถียนที่เเต่เดิมว่างเปล่ากลับมีจุดแสงเล็ก ๆ ก่อตัวขึ้น พร้อมทั้งสั่นกระเพื่อมและปล่อยระลอกคลื่นออกมาห่อหุ้มร่างกายของเขาเอาไว้
    ตึก ๆ! ตึก ๆ! ตึก ๆ! 
    เสียงดังกล่าวยังคงดังขึ้นต่อเนื่องเป็นจังหวะถี่ขึ้นและถี่ขึ้น บรรยากาศรอบตัวของฉินหยางเริ่มหมุนวนเกิดเป็นกระแสคลื่นน้ำวนดูดซับเอาพลังงานฟ้าดินโดยรอบเข้าสู่ร่างกายของฉินหยางอย่างบ้าคลั่ง
    ตู้ม!! ตู้ม!! ตู้ม!! ตู้ม!!
    เสียงระเบิดดังขึ้นอยู่ภายในร่างกายของเขาและยังคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่องพร้อมปลดปล่อยคลื่นพลังออกมาสาดซัดไปทั่วบริเวณ...
     ดูดซับลมปราณ ขั้นที่ 1
     ดูดซับลมปราณ ขั้นที่ 2
     ดูดซับลมปราณ ขั้นที่ 3 
     ดูดซับลมปราณ ขั้นที่ 4
    จนมาหยุดอยู่ที่ระดับดูดซับลมปราณขั้นที่ 5 พายุสายฟ้าที่โหมกระหน่ำเสียงดังกึกก้องไปทั่ว 7 ชั้นฟ้า 5 ชั้นดินราวกับเป็นการจุดพลุเฉลิมฉลองต่อการถือกำเนิดของเทพราชันย์ผู้ยิ่งใหญ่
    ชาวบ้านที่อยู่ในระแวกใกล้เคียงต่างตื่นตระหนกกับเหตุการณ์ดังกล่าวและพากันออกมารวมตัวกันกลางหมู่บ้านเพื่อยืนดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นห่างไม่ใกล้ด้วยความกังวล เนื่องจากความกลัวจะมีภัยพิบัติใหญ่ถือกำเนิด
    นอกเหนือจากชาวบ้านที่ยืนดูเหตุการณ์ด้วยความกังวลใจแล้ว ในสถานที่ที่มืดสลัวเเละเงียบสงัดเเห่งหนึ่งที่ไม่รู้ว่าอยู่ใกล้หรือไกล เห็นร่างเลือนรางของชายคนหนึ่งนั่งหลับตาขัดสมาธิอยู่ด้วยความเงียบสงบ ชายคนดังกล่าวเหมือนจะรับรู้อะไรได้บางอย่างเปลือกตาเขาเริ่มขยับเคลื่อนไหวเล็กน้อยก่อนจะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นอย่างช้า ๆ ปรากฎให้เห็นดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลที่เปล่งประกายวาววับดูราวกับเป็นอัญมณีกำลังจองมองไปยังทิศทางทิศที่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าวอยู่
    "อัสนีร้องคำรน เมฆฝนพัดแปรปรวน หอมรัญจวนปราณฟ้าดิน หนึ่งเดียวจุติมลายสิ้นผืนดินพสุธา" 
    "นี่มันคือ...ปรากฏการณ์การถือกำเนิดของอัจริยะที่จะสั่นคลอนโลกทั้งใบ ใครกันที่เป็นอัจฉริยะเหนือสวรรค์ผู้นั้น?"
    ชายลึกลับคนดังกล่าวเอ่ยขึ้นกับตัวเองเบา ๆ ก่อนจะหลับตาขยายจิตสัมผัสกวาดหาเพื่อรับรู้เหตุการณ์ตรงหน้าให้แจ่มชัดมากยิ่งขึ้น จนในที่สุดเขาก็พอเข้ากับฉินหยางที่กำลังนอนหมดสติอยู่กับพื้นโดยมีม่านแสงจาง ๆ ปกคลุมตัวเขาเอาไว้
    " เด็กคนนี้งั้นรึ..หืม.."
    "นี่มันกลิ่นอายปราณศักดิ์สิทธิ์แถมยังเป็นปราณเพลิง หรือว่าเด็กคนนี้จะ…ฮ่า ๆ ๆ ๆ !! นี่มันช่างวิเศษจริง ๆ สวรรค์ยังคงไม่ทอดทิ้งข้างั้นสินะ ฮ่า ๆ ๆ ๆ "
    หลังจากกวาดจิตสัมผัสประเมินฉินหยางแล้ว จู่ ๆ ชายลึกลับดวงตาสีฟ้าน้ำทะเลก็หัวเราะออกมาเสียงดังอย่างไม่ทราบสาเหตุ
    หลังจากหัวเราะอยู่สักพักชายลึกลับดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้ก่อนจะส่งกระแสเสียงหาฉินหยางและกล่าวขึ้นว่า
    "เด็กน้อย..เด็กน้อยเจ้าได้ยินเสียงข้าหรือไม่?" 
    เสียงของชายลึกลับดังขึ้นอยู่ภายในความคิดของฉินหยาง น้ำเสียงของเขาฟังดูเลื่อนลอยราวกับดังขึ้นมาจากสถานที่ไกลแสนไกล เขาเอ่ยเรียกฉินหยางซ้ำอยู่ราวสามครั้งฉินหยางจึงเริ่มรู้สึกตัวและตื่นจากภวังค์ในที่สุด
    ฉินหยางตื่นขึ้นมามาด้วยความรู้สึกสับสนประดังประเดเข้ามาจนเขาต้องเอามือกุมศีรษะด้วยความเจ็บปวด
    ก่อนจะหมดสติไปเขาจำได้เพียงว่าเขาได้เกิดอุบัติเหตุพลัดตกลงมาในก้นเหวลึกและคงคิดว่าคงไม่มีทางรอดเสียแล้ว
    "เด็กน้อย เจ้าจะตอบข้าได้หรือยัง เจ้าได้ยินเสียงข้าหรือไม่" 
    เสียงของชายลึกลับดังขึ้นในความคิดของฉินหยาง น้ำเสียงของเขาเริ่มแฝงความไม่พอใจเล็ก ๆ ทางด้านของฉินหยางที่จู่ ๆ ก็มีเสียงใครบางคนดังขึ้นมาก็สะดุ้งตัวลุกขึ้นด้วยความตกใจในทันที
    "คะ..ใครกัน"
    ฉินหยางหันมองซ้ายขวาแต่ก็ไม่พบสิ่งใด รอบตัวมีเพียงความว่างเปล่าและเงียบสงัด
    "ใครกัน ปรากฏตัวออกมาซะ"
    ฉินหยางเอ่ยขึ้นอีกครั้งด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมพร้อมกับชักอาวุธมีดข้างเอวออกมา 
    " เจ้าไม่จำเป็นต้องกังวล ข้าไม่ได้มีเจตนาจะทำอะไรเจ้าแต่อย่างใด ข้าแค่อยากจะพูดคุยกับเจ้าก็เท่านั้น"
    ชายลึกลับเอ่ยเจตนารมณ์ของตัวเองออกมาเพื่อให้ฉินหยางคลายความระแวงลง
    "พูดคุย? เจ้าเป็นใครต้องการพูดคุยกับข้าเรื่องอะไร?"
    "ก็เริ่มจากแนะนำตัวก่อนเป็นยังไง เจ้าเป็นใคร มาจากไหน ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ เหอะๆ อย่าพึ่งกังวลไปข้าติดอยู่ที่นี่คนเดี ยวมานาน แค่อยากหาเพื่อนคุยแก้เบื่อก็เท่านั้น"
    ฉินหยางเริ่มคลายความกังวลก่อนเก็บอาวุธมีดเข้าฝักแล้วถามว่า 
    "ก่อนจะให้คนอื่นแนะนำตัว เจ้าควรแนะนำตัวเองก่อนหรือไม่"
    ฉินหยางตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
    "หึ!!เด็กน้อยเจ้ากล้าดีอย่างไรพูดกับข้าด้วยน้ำเสียงเช่นนั้น หากเจ้ารู้ว่าข้าเป็นใครรับรองว่าเจ้าต้องวิ่งหนีหางตุกตูดฉี่ราดกางเกงอย่างแน่นอน" 
    เสียงของชายลึกลับเริ่มมีโทสะเล็กน้อย 
    "เจ้าเป็นใครเหตุข้าต้องสนใจ เจ้าคิดกุเรื่องหลอกเด็กกับข้าวรึอย่าได้ฝัน"
    ฉินหยางเบะปากตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
    "นี่เจ้า!! หึ!!! เอาเถอะวันนี้ข้าอารมณ์ดีจะยอมไม่ถือสาสักวัน เช่นนั้นข้าจะแนะนำตัวก่อน
    นามของข้าคือ ไป่ เสวี่ยอวี๋ ผู้คนต่างเรียกขานข้าว่า จอมมารไป่จอมกระหายเลือด หึหึ เป็นอย่างไร ได้ยินชื่อข้าแล้วอย่ามากลัวทีหลังละกัน
    ชายลึกลับกล่าวอย่างภาคภูมิใจราวกับเชื่อมั่นว่าหากฉินหยางได้ยินจะต้องตกใจกลัวจนปัสสาวะราดกางเกงอย่างแน่นอน แต่เขากลับต้องผิดหวังฉินหยางทำหน้าซังกะตายไม่ได้รับรู้ถึงความน่ากลัวใด ๆ 
    "เจ้า ทำหน้าอย่างนั้นหมายความว่าอย่างไร เจ้าไม่รู้รึว่าจอมมารไป่น่ากลัวเพียงใด"
    "ข้าไม่เห็นจะเคยได้ยินชื่อจอมมารไป่อะไรนั่น อีกอย่างเจ้าคิดว่าจอมมารอะไรนั่นจะมีตัวตนอยู่จริงงั้นรึ"
    ฉินหยางโต้กลับ ใครจะเชื่อจอมมารอะไรนั่นกัน
    "เหอะ ๆ !! แล้วเจ้าคิดว่าการที่เจ้าพูดคุยกับข้าโดยผ่านกระแสเสียงอยู่นี่คนธรรมดาทั่วไปจะทำได้รึ?
    สิ่งที่เจ้าไม่เคยรู้ใช่ว่าจะไม่มีตัวตนอยู่จริง โลกที่เจ้ายืนอยู่ตอนนี้มันกว่าใหญ่กว่าที่เจ้าคิดนัก แต่ก็เอาเถอะ ข้าไม่ต่อปากต่อคำกับเจ้า เอาเป็นข้าแนะนำตัวไปเเล้วทีนี้ก็ถึงตาเจ้าบ้าง " 
    ไป่ เสวี่ยอวี๋ กล่าวด้วยน้ำเสียงราวกับตนเป็นผู้อยู่เหนือกว่า
    "ข้า เอ่ออ.."
    หลังจากที่ฉินหยางคิดทบทวนตามคำที่ไป่ เสวี่ยอวี๋พูดก็จะเป็นเช่นนั้น เขาอั้มอึ้วอยู่สักพักก่อนตอบด้วยน้ำเสียง รู้สึกผิดว่า
    "ข้าชื่อฉินหยาง ข้าอาศัยอยู่ในหมู่บ้านใกล้ ๆ นี่" 
    "ฉินหยาง? ดี แล้วเข้าขึ้นมาทำอะไรบนเขาแห่งนี้ 
    ไป่ เสวี่ยอวี๋ถามต่อ 
    "ข้า..เอ่อ..ข้าขึ้นมาหาสมุนไพรเพื่อไปรักษาแม่ของข้า แต่โชคไม่ดีข้าเลยตกมาข้างล่างนี้ ตอนแรกข้าคิดว่าข้าตายไปแล้วแท้ ๆ แปลกจริง ๆ "
    ประโยคสุดท้ายฉินหยางพึมพำเสียงที่มีเพียงตัวเขาเท่านั้นที่ได้ยิน
    เขาชะงักอยู่ชั่วครู่ก่อนตอบทุกอย่างตามความเป็นจริง ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไม จู่ ๆ ก็มีความรู้สึกว่าผูกผันกับชายลึกลับที่สนทนาด้วยทั้ง ๆ ที่ยังไม่เคยรู้จักกันมาก่อนเสียงของชายลึกลับที่เขาได้ยินดู ๆ ไปแล้วก็ไม่ได้เป็นคนเลวร้ายอะไรเขาจึงตอบทุกอย่างตามความจริงโดยไม่ปิดบัง
    ชายลึกลับนามไป่เสวี่ยอวี๋ได้ยินคำตอบของฉินหยางแอบประหลาดใจเล็กน้อย เนื่องจากเขาสัมผัสได้ถึงอารมณ์ความรู้สึกของเด็กหนุ่มตรงหน้าที่เปลี่ยนไปจากก่อนหน้านี้อย่างชัดเจน
    "หรือว่าจะเป็นเจ้าจริง ๆ "
    ไป่ เสวี่ยอวี๋พูดพำเสียงเบากับตัวเอง เขาเงียบไปสักพักก่อนจะพูดโพร่งขึ้นว่า
    "ข้าอยากทำข้อตกลงบางอย่างกับเจ้าสนใจหรือไม่
     เขาพูดพร้อมยกยิ้มมุมปากราวกับมีแผนการณ์บางอย่างในใจ....




    นิยายแนะนำ