--บนรถม้าก่อนหน้านี้--
“หานเยว่ เจ้าคงเห็นความสามารถของข้าแล้วทำตามที่ข้าพูดแล้วข้าจะรักษาชีวิตเจ้าเอาไว้มิเช่นนั้นข้าจะฆ่าเจ้าซะ!”
"โยนความผิดทุกอย่างให้หานโม่ซะ ถ้าข้าได้ยินว่ามีใครพูดว่าข้าเป็นคนที่ฆ่าหานเทียนแล้วล่ะก็ชีวิตของเจ้าก็ไม่มีค่าอีกต่อไป!"
หานซินพูดจาข่มขู่พี่สาวของตนเองอย่างก้าวร้าวและบังคับให้หานเยว่ยอมร่วมมือที่จะใส่ร้ายป้ายสีหานโม่แม้ว่าหานเยว่จะไม่เต็มใจก็ตาม ก่อนหน้านี้นางก็เกือบตายด้วยน้ำมือของหานซินมาแล้วถึงสองครั้ง ทำให้หานเยว่นั้นรู้สึกกลัวจริงๆ
"ท่านพ่อ...หลังจากที่พวกเราเข้าไปในป่าไร้วิญญาณก็พบเข้ากับฝูงสัตว์อสูร ทุกคนก็ต่างวิ่งกระจัดกระจายกันไปเมื่อพวกเราได้มาพบกันอีกครั้งพัดเฉียนคุนก็อยู่กับสัตว์อสูรระดับสูงตัวหนึ่ง พวกเราจึงร่วมมือกันแย่งชิงพัดเฉียนคุนกลับมาได้ ตอนที่กําลังจะกลับออกมา หานโม่กลับปรากฏตัวขึ้นและเข้ามาแย่งพัดเฉียนคุนไป พวกเราไม่ยินยอมนางจึงลงมือฆ่าพี่ใหญ่และหลินเฟยเจ้าค่ะ!”
หานซินร้องไห้ไปพลางใส่ร้ายหานโม่ไป
การแสดงออกของหานเฉินต้งยิ่งเย็นชาขึ้นเรื่อยๆ"เป็นหานโม่ที่ลงมือทำจริง ๆ งั้นหรือ? เหตุใดก่อนหน้านี้เจ้าถึงไม่ยอมพูด?"
หานซินร้องไห้แล้วพูดต่อว่า "ท่านพ่อ ก่อนหน้านี้เพราะมีคนมากมายอยู่ที่นั่นท่านก็เห็นแล้วมิใช่หรือเจ้าคะ เซวียอีเฉินผู้นั้นและฉู่หยุนอยู่ในกำมือของหานโม่เรียบร้อยแล้วพวกเขาพูดเพื่อเข้าข้างหานโม่เท่านั้น คนอื่นๆต่างก็คิดว่าพวกเราเป็นครอบครัวเดียวกัน หากข้าพูดว่าหานโม่ฆ่าพี่ชายของนางเองพวกเขาจะเชื่อพวกเราหรือเจ้าคะ?"
ใบหน้าของหานเฉินต้งดำคล้ำราวกับก้นหม้อเขาลุกขึ้นยืนอย่างรวดเร็วและตั้งใจจะออกไปตามหาหานโม่ ยังไม่ทันได้ก้าวออกไปแม้แต่ก้าวเดียวบ่าวรับใช้ก็เข้ามาแจ้งว่าผู้อาวุโสถังชิงยุ่นขอเข้าพบ
ทันใดนั้นหานเฉินต้งก็ปวดหัวจนแทบระเบิด เขาให้หานซินกับหานเยว่เท่านั้นที่ยังอยู่ในห้องโถงส่วนคนอื่นให้ออกจากห้องไป
ท่านผู้อาวุโสถังชิงยุ่นเป็นอาจารย์ของหลินเฟย หานเฉินต้งต้อนรับเขาและให้หานซินกับหานเยว่เล่าทุกอย่างตั้งแต่ต้น
"ท่านผู้อาวุโส ถึงแม้ว่าข้าตัดความสัมพันธ์พ่อลูกกับหานโม่ไปแล้ว ถ้านางทำเรื่องชั่วร้ายเช่นนี้จริงๆ ข้าไม่อาจปฏิเสธได้ว่านางก็เป็นบุตรสาวของข้า!"
หานเฉินต้งเต็มไปด้วยความขุ่นเคืองขณะที่พูด เขาแสดงภาพของพ่อที่ต้องตัดใจขับไล่บุตรสาวของตนไปด้วยความหมดหนทางและโศกเศร้า
ท่านผู้อาวุโสเชื่อคำพูดของหานเฉินต้ง เขาเอ่ยอย่างเย็นชา"หานโม่ช่างกินดีหมีหัวใจเสือ [1] จริงๆถึงขนาดกล้าฆ่าคนของถังชิงจง ท่านผู้นำตระกูลหาน ไม่ต้องกังวลไป พวกเราถังชิงจงให้ความร่วมมือกับตระกูลหานอย่างเต็มที่ข้าไม่มีทางเชื่อว่าพวกเราไม่สามารถจับนางปีศาจนั่นได้!”
หานเฉินต้งพยักหน้า "หานโม่ทำเรื่องเช่นนั้นด้วยตัวของนางเองพวกเราตระกูลหานไม่คิดปิดบังความจริงอย่างแน่นอน หากท่านผู้อาวุโสถังชิงยุ่นต้องลงมือจัดการอย่างเด็ดขาด เวลานั้นท่านไม่ต้องสนใจหน้าตระกูลหานของข้าเลย!"
ในไม่ช้าผู้อาวุโสถังชิงยุ่นก็จากไป หานซินลอบสังเกตท่าทางของหานเฉินต้งด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น
เมื่อตระกูลหานกับผู้อาวุโสถังชิงยุ่นยื่นมือเข้ามาจัดการแล้ว นางคนสารเลวหานโม่นั่นไม่มีทางหนีรอดไปได้!
หลังจากที่หานเฉินต้งสนทนากับท่านผู้อาวุโสถังชิงยุ่นเสร็จแล้วก็พาหานซินกลับไปยังเรือนของอู๋ซื่อ
ตระกูลเดิมของอู๋ซื่อนั้นแข็งแกร่งมากการสูญเสียบุตรชายอันเป็นที่รักในครั้งนี้ไป ไม่ว่าอย่างไรหานเฉินต้งก็ต้องไปปลอบประโลมนาง
หลังจากที่หมอทำการรักษาบาดแผลของหานซินเรียบร้อยแล้ว หานเฉินต้งก็พูดออกมาอย่างเย็นชาว่า"ฮูหยิน เจ้าไม่ต้องกังวลไป ข้าไม่มีทางปล่อยหานโม่ไปแน่นอน"
อู๋ซื่อกำลังร้องไห้อย่างหนักพอได้ฟังก็รู้สึกสบายใจขึ้นมาทันที"เหล่าเหยียน ท่านต้องห้ามใจอ่อนนะเจ้าคะ การที่หานโม่ผู้นั้นกล้าฆ่าหานเทียนครั้งต่อไปนางก็กล้าที่จะลงมือกับคนอื่นๆ ในตระกูลหานเช่นกัน”
หานเฉินต้งหวนนึกถึงสิ่งที่หานโม่พูดอย่างเย็นชาก่อนจากไปว่านางจะกลับมาแก้แค้นก็ไม่รู้ว่าเหตุใดเขาถึงได้ตัวสั่นเทา
“เจ้าอย่าได้กังวลไป ในไม่ช้าหานโม่ก็จะไม่มีชีวิตอยู่บนโลกนี้อีกต่อไปแล้ว!”
ในขณะที่ทั้งสองกำลังคุยกัน ร่างเล็กๆ ของหานเสี่ยวมู่ก็ได้กระโดดพรวดพราดเข้ามาหานซินมองเขาด้วยสายตาอันเฉียบคม นางตะคอกเสียงดัง "เสี่ยวมู่เจ้ามาทำอะไรที่นี่?"
ใบหน้าเล็กๆ ของหานเสี่ยวมู่นั้นเย็นชา เขาชี้ไปที่หานเฉินต้งและพูดว่า"ท่านปู่ พวกท่านกําลังพูดอะไรอยู่หรือขอรับ? ท่านป้าเล็กไม่ใช่คนฆ่าท่านพ่อของข้าท่านป้าเล็กไม่ฆ่าคนพวกท่านเป็นคนโกหกและยังจะฆ่าท่านป้าเล็กของข้าด้วย พวกท่านช่างน่ากลัวนัก!"
หานเฉินต้งและอู๋ซื่อไม่คิดว่าหานเสี่ยวมู่จะได้ยินคําพูดของพวกเขา จึงหันมามองหน้ากันทันที
หานซินรู้สึกตัวเร็วที่สุด นางเดินไปอยู่เบื้องหน้าของหานเสี่ยวมู่แล้วคว้าแขนของเขาไว้แน่นนางเอ่ยคำพูดอย่างชั่วร้ายว่า "ข้าเห็นหานโม่ฆ่าคนด้วยตาของข้าเองหานเสี่ยวมู่ คนที่ตายคือท่านพ่อของเจ้า! เหตุใดเจ้ายังจะช่วยนางสารเลวหานโม่อยู่อีก?"
เดิมทีหานเสี่ยวมู่ก็ไม่ค่อยชอบหานซินเท่าใดนัก เขาจึงบิดแขนตัวเองให้หลุดออกจากมือของหานซินแล้วร้องไห้ไปพูดไปว่า"เป็นไปไม่ได้ ท่านป้าเล็กไม่ฆ่าคน! พวกท่านเป็นคนโกหกพวกท่านล้วนแล้วแต่เป็นคนเลว!"
หานเสี่ยวมู่ร้องไห้ออกมาด้วยเสียงอันดัง สีหน้าของทุกคนตรงนั้นไม่น่าดูยิ่ง
อู๋ซื่อไม่ได้คิดว่าหลานชายสุดรักของตนเองจะพูดจาเข้าข้างนางสารเลวหานโม่คนนั้น ตอนที่นางกําลังจะอบรมสั่งสอนหลานชายเสียสองสามคํา กลับมีคนๆ หนึ่งก้าวเข้าไปถึงตัวหานเสี่ยวมู่เสียก่อน
เมื่อหานซินเห็นว่าหานเฉินต้งเดินตรงมา นางก็ปล่อยแขนหานเสี่ยวมู่ทันที
ทุกคนต่างคิดว่าหานเฉินต้งเดินเข้ามาเพราะว่าสงสารหลานชาย แต่กลับมีเสียง"เพียะ!......" ดังขึ้น ทุกคนต่างตกตะลึง
ใบหน้าของหานเสี่ยวมู่หันไปตามแรงตบของหานเฉินต้ง เขาหยุดร้องไห้ทันที ดวงตาที่เต็มไปด้วยน้ำตาเบิกกว้างพลางมองไปยังท่านปู่ที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ปากเล็กๆ อ้าออกกว้างและลืมเลือนที่จะร้องไห้ไปเสียสิ้น
ใบหน้าของหานเฉินต้งดำราวกับก้นหม้อ เมื่อตบหน้าหลานชายสุดที่รักไปแล้วก็ยังไม่อาจสงบใจลงได้เลยเขาชี้นิ้วไปยังหานเสี่ยวมู่และพูดด้วยความโกรธว่า "เจ้าเด็กเหลือขอ หานโม่เป็นศัตรูของตระกูลหาน! นับจากนี้ไปอย่าได้เอ่ยเรียกท่านป้าเล็กนั่นอีก ท่านป้าของเจ้าทุกคนล้วนอยู่ในตระกูลหานแต่นางไม่ใช่คนตระกูลหานของพวกเราอีกแล้ว!"
หลังจากที่หานเฉินต้งพูดจบก็คว้าแขนของหานเสี่ยวมู่แล้วโยนเข้าไปในอ้อมแขนของจินซื่อที่เพิ่งตามเข้ามาและก้าวเท้าจากไป
เมื่อหานซินเห็นดังนั้น ในใจของนางก็มีความสุขมาก
นางมองไปยังจินซื่อและหานเสี่ยวมู่ที่กำลังตกตะลึงอยู่ แล้วขอตัวจากไปทันทีพร้อมบอกว่าจะกลับไปรักษาบาดแผล
หลังจากที่หานโม่ตัดขาดความสัมพันธ์กับหานเฉินต้งและหนีออกมาจากป่าไร้วิญญาณไม่นานนักเซวียอีเฉินก็ไล่ตามนางจนทัน
หานโม่ไม่แปลกใจกับความรวดเร็วของเซวียอีเฉิน
ตั้งแต่เริ่มการประลองรอบที่สอง หานโม่ก็สังเกตเห็นว่าเซวียอีเฉิปฏิบัติต่อนางแตกต่างไปจากคนอื่นแม้ว่าจะยังไม่รู้เหตุผล แต่หานโม่ก็จดจำเอาไว้
"พักที่นี่เถอะ ข้าจองห้องพักให้เจ้าเรียบร้อยแล้ว"ความเอาใจใส่ของเซวียอีเฉินทําให้หานโม่รู้สึกอึดอัดเล็กน้อย นางอยู่คนเดียวจนชินแล้วอยู่ๆก็มีใครคนหนึ่งมาคอยเตรียมสิ่งนั้นสิ่งนี้ให้อย่างละเอียดรอบคอบ ทำให้หานโม่รู้สึกแปลกๆ
แต่เจตนาที่ดีของเซวียอีเฉินจึงยากที่จะปฏิเสธได้หลังจากนั้นหานโม่ก็ตามเขาเข้ามาในโรงเตี๊ยม
เมื่อเห็นว่าหานโม่เข้าห้องพักแล้ว เซวียอีเฉินก็กำลังจะจากไป
แต่ก่อนจากไป หานโม่ก็เอ่ยรั้งเขาเอาไว้
"เหตุใดเจ้าต้องช่วยข้าหรือ?"ไม่ว่าจะเป็นการปกป้องนางในป่าไร้วิญญาณหรือจัดการทุกอย่างให้นางตอนนี้อีกหานโม่รู้สึกว่าความช่วยเหลือของเซวียอีเฉินนั้นเกินขอบเขตของคำว่าเจตนาดีอยู่มากทีเดียว
เซวียอีเฉินกล่าวว่า "ข้าแค่ได้รับมอบหมายมาจากผู้อื่นเท่านั้น"
"เป็นเฉินเซวียนที่บอกให้เจ้ามาเหรอ?"ยาที่เซวียอีเฉินให้นางมาล้วนแล้วแต่มาจากเฉินเซวียนทั้งสิ้น
เซวียอีเฉินหัวเราะ แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาโต้แย้งคำพูดของหานโม่
ทันใดนั้นหานโม่ก็เข้าใจได้ในทันที
หลังจากที่เซวียอีเฉินจากไปแล้ว หานโม่นั่งอยู่ภายในห้องและคิดทบทวนเกี่ยวกับสิ่งที่ได้เจอมาตลอดทางจริงๆ แล้วท่าทางของเซวียอีเฉินก็เหมือนกับการปฏิบัติต่อมิตรสหายที่คนสำคัญได้ฝากฝังไว้โดยไม่มีการเกินเลยและยังคอยดูแลอย่างเต็มที่เท่านั้น
ไหนจะระดับพลังวรยุทธ์ของเขาที่อยู่เหนือระดับเสวียนซือไปแล้วอีกเฉินเซวียนผู้นั้นสามารถจ้างคนเช่นนี้มาทำงานให้ได้ หานโม่คงจะต้องมองความสามารถของเฉินเซวียนใหม่เสียแล้ว
ดูเหมือนว่าก่อนหน้านี้นางจะประเมินเฉินเซวียนไว้ต่ำเกินไป
ท่าทางฝีมือของเขาคงยิ่งใหญ่เกินกว่าที่หานโม่จะจินตนาการได้
........................................................................
เชิงอรรถ
[1] กินดีหมีหัวใจเสือ หมายถึงไม่รู้จักรักตัวกลัวตาย. ใจกล้าบ้าบิ่น