หัวใจเต้นรัวราวกับกลองมโหระทึก เขาทรุดเข่าลงกับพื้นพยายามเชิดหน้าสู้แรงกดดันอันมหาศาล
"นะ..นี่มันบ้าอะไรกัน แรงกดดันขนาดนี้ เกิดมาไม่เคยพบเคยเจอมาก่อน อย่างข้าเนี่ยนะ ข้าคนนี้ถึงกับเข่าทรุดสั่นไปทั้งร่าง"
เขาก้มมองมือทั้งสองข้างของตัวเอง ยกพวกมันขึ้นมาดูในลักษณะหงายฝ่ามือแบออก มือหยาบกร้านทั้งขาวซีดและเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อ ไร้ซึ่งสีเลือดฝาด ยังคงสั่นไม่หยุดแม้เขาจะพยายามก่นด่าตัวเอง สติเลือนรางเมื่อแหงนมองศัตรูที่อยู่เบื้องหน้าห่างออกไปไม่ไกล เงาทมึนสูงใหญ่ผิดจากความเป็นจริงยืนแผ่กรงเล็บกว้างกรีดกรายห้านิ้วเคลื่อนไหวไปมาราวกับแส้ที่โบกตามลมเตรียมจวงแทงมาใส่ ดวงเนตรขนาดใหญ่ฉายแสงสีโลหิตสว่าง ภายในเนื้อตามีเส้นเลือดปูดโปนออกมาให้เห็น เพียงแค่ถูกเนตรมารนั้นสัมผัสผ่านการจ้องมอง แค่นั้นก็เพียงพอจะทำให้เหยื่อหัวใจหยุดเต้นหยุดหายใจไปในทันที ในขณะที่เท้าก้าวมาหาเข้าใกล้ทีละน้อย ทุกๆก้าวย่างที่ยาตราทำให้พื้นธรณีสั่นสะเทือนเลื่อนลั่น แผ่นดินไหววิปโยคเอนไปมาน่าหวาดกลัวเหลือเกิน ทุกรอยเท้าที่ก้าวผ่านทิ้งของสีดำสถานะประหลาดกึ่งแก๊สกึ่งของเหลวอยู่ภายในนั้น ก่อนที่มันจะหลอมรวมตัวกันก่อขึ้นเป็นรูปร่างสัตว์ปีศาจอัปลักษณ์ครึ่งคนครึ่งค้างคาวถืออาวุธครบมือ เดินตามหลังร่างสีดำขนาดใหญ่มาเป็นขบวนหมายเอาชีวิตของเขา ชายหนุ่มผมขาวพยายามออกคำสั่งให้ร่างกายขยับลุกหนีสุดความสามารถเท่าที่จะทำได้ก่อนที่ภัยร้ายจะมาถึงตัว แต่มันก็ไร้ความหมายเมื่อร่างกายถูกกลืนกินด้วยความหวาดกลัวไปเสียแล้ว แม้เขาจะพยายามมากแค่ไหนร่างกายก็ไม่ตอบสนองเลยแม้แต่น้อย
"ไม่ไหว สั่นไม่หยุดเลย ทำไมระ..ร่างกายมัน..ทำไมร่างกายมันถึง..ไม่ยอมขยับตามคำสั่งเลยเว้ยให้ตายเถอะ ไอ้เจ้าหมอนี้...มัน..มันเป็นตัวอะไรกันแน่"
เขาสู้กับความทรมานของตัวเองเมื่อต้องเผชิญหน้ากับไคลม์ ชายหนุ่มปริศนาผู้เต็มไปด้วยความลับสุดพิศวง แรงกดดันที่แผ่ออกมาจากร่างเขาส่งไปที่ชายหนุ่มผมขาวมันทั้งหนักหน่วงและรุนแรงราวกับต้องทนแบกรถขนาดใหญ่หลายสิบตันไว้บนบ่า กล้ามเนื้อทุกส่วนในร่างกายเริ่มมีอาการชาเย็นวาบขึ้นมาตั้งแต่กลางหลังจนลามไปทั้งตัว อาการสั่นเกร็งที่ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆส่งผลให้กล้ามเนื้อเป็นตะคริว ที่สำคัญยิ่งไปกว่านั้นรองเท้าโลหะรูปมังกรประดับพลอยสีเขียวกลับสั่นสะท้านเสียยิ่งกว่าเจ้าของของมัน บุรุษผมขาวเหลือบไปเห็นเข้าก็อดสังเวชตัวเองไม่ได้
"แม้แต่เจ้าเองก็กลัวเป็นด้วยเหรอ หึน่าขันจริงๆคู่หู"
เขาพูดกับรองเท้าคล้ายกับจะสื่อสารกันรู้เรื่อง
"เอาเถอะหากนี่คือชะตากรรมของพวกเราทั้งคู่ก็นับว่าไม่เลว การได้มาตายด้วยมือของคนที่แข็งแกร่งขนาดนี้สำหรับข้าแล้ว ไม่น่าเสียดายชีวิตเลยแม้แต่น้อย"
ดวงตาฉายแววเลื่อมใสจ้องไปทางไคลม์ บุรุษผมขาวไม่คิดต่อต้านอีกแล้ว เขาสูดหายใจเข้าเต็มปอดผ่อนคลายอารมณ์พร้อมหลับตารอให้มัจจุราชเบื้องหน้าเข้ามาประทานความตายให้
"เกิดเป็นนักฆ่า ไฉนเลยไม่เตรียมใจจะถูกฆ่า ในฐานะลูกผู้ชายการได้รู้วาระสุดท้ายของตัวเองมันช่างยอดเยี่ยมจริงๆ ขอโทษนะซีเคลียร์ ข้าคงไม่มีโอกาสกลับไปขอโทษเจ้าด้วยตัวเองอีกแล้ว"
ชายหนุ่มรำพันธ์ถึงใครคนหนึ่งในวาระสุดท้าย แม้ร่างกายจะสิ้งแรงกำลัง แต่เขาก็ยังยิ้มได้ ภาพของเธอลอยขึ้นมาในความคิด สตรีผมสีฟ้าตัดผมหน้าม้าแต่ปล่อยรวบยาวไปด้านหลัง สวมเสื้อกล้ามสีขาวมีผ้าแข็งทรงดอกไม้เย็บติดเป็นริมเสื้อด้านนอกตรงไหลทั้งสองข้างและซองคอเสื้อ เธอสวมทับมันด้วยผ้ากันเปื้อนทำอาหารยืนอยู่ในครัว ส่งยิ้มมาให้เขาในขณะกำลังทำงาน ชายหนุ่มยิ้มตอบด้วยใบหน้ามีความสุขที่สุดในชีวิต...
"ลาก่อน.." เงาดำใต้เท้าในภวังความคิดเปลี่ยนสถานะจากความมืดกลายเป็นของเหลวคล้ายบ่อโคลนดูดตัวของเขาลงไปทีละน้อย ชายหนุ่มค่อยๆจมลงไปในสภาพสิ้นหวังยอมจำนนต่อความตาย
"อย่าทำร้ายท่านพี่ชายของข้านะไอ้ปีศาจ ถอยห่างออกมาจากเขาเดี๋ยวนี้"
"คาซิมลุกขึ้นยืนสิเจ้าจะมายอมแพ้ที่นี่ไม่ได้นะ"
ก่อนที่ตัวของเขาจะจมดิ่งสู่ความสิ้นหวัง เสียงหนึ่งก็ดังขึ้นในขณะที่ความมืดกำลังกลืนกินตัวของชายหนุ่มจนเกือบจมมิดทั้งร่าง
"เสียงผู้ใดกัน ใครกำลังร้องเรียกข้าอยู่"
ชายหนุ่มลืมตาขึ้นมองหาที่มาของเสียง ภาพที่เห็นแม้จะเลือนลางในตอนแรกแต่หลังจากตาปรับสภาพแล้วก็เริ่มชัดเจนตามลำดับ บุคคลเจ้าของเสียงทั้งสองซึ่งถูกล่ามโซ่ตรวนนั่งห่างออกไปไม่ไกล ลีโอกับอลิเบลกำลังตะโกนเรียกเขาด้วยความเป็นห่วงและร้อนรน
"เจ้าพวกบ้านั่น หึหึ ให้ตายสิ ลืมไปเสียสนิทเลยว่าต้องช่วยพวกเจ้าทั้งคู่ออกไป แต่สภาพข้าตอนนี้ถึงอยากจะช่วยพวกเจ้าก็คง..."
เขารำพึงกับตนเองขณะที่ตามองไปยังสหาย ทั้งคู่กำลังร้องขอให้เขายืนขึ้น แม้บางช่วงเสียงจะส่งมาถึงบ้างเป็นพักๆ ชัดบ้างไม่ชัดบ้างนั่นเพราะผลจากแรงกดดันของไคลม์ทำให้หูของชายหนุ่มดับไปเป็นพักๆ แม้จะลองพยายามขัดขืนต้านทานซักแค่ไหนแต่ก็ไม่เป็นผล ร่างกายยังคงหนักอึ้งอยู่อย่างนั้น ไม่อาจขยับได้ดังใจนึก เจ้าหนุ่มผมขาวถอนหายใจเหมือนจะยอมแพ้อีกหน ก่อนได้ยินเสียงบางอย่างดังแว่วเข้ามาในหัว
"เจ้าหวาดกลัวข้าเหรอ"
เขาสะดุ้ง หลังได้ยินเสียงปริศนา
"ใครหน่ะ เจ้าเป็นใครทำไมถึงเข้ามาในหัวข้าได้"
จอมโจรทะเลทรายร้องถามท่ามกลางฝูงชนที่มุงล้อมอยู่ ทุกคนในที่แห่งนั้นได้ยินกันทั้งหมดไม่เว้นแม้แต่ลีโอและอลิเบล
"เกิดอะไรขึ้นกับเขา" ลีโอกระซิบถามอลิเบลด้วยความเป็นห่วง ขณะตาจ้องไปยังพี่ชาย อีกฝ่ายได้แต่ส่ายหน้าแทนตอบกลับมา
ชายหนุ่มกวาดสายตามองไปรอบๆหาต้นเสียงแต่ไม่พบร่องรอยคนน่าส่งสัย
"เปล่าประโยชน์ ไม่มีใครได้ยินเสียงข้านอกจากเจ้า" ตาของเขาวิ่งมาหยุดที่ไคลม์ อีกฝ่ายลดแรงกดดันลงเพื่อคลายพันธะนาการให้เขา ร่างเงาอสูรในความรู้สึกผู้มาเยือนค่อยๆเลือนหายเหลือแต่ร่างชายสวมเสื้อผ้าขาดเดินเข้ามาใกล้ทีละน้อย นั่นเป็นจังหวะที่ชายหนุ่มได้สติคืนมา
"เป็นเจ้าเองรึ" ชายหนุ่มถามผ่านความคิด อีกฝ่ายยักคิ้วตอบ "ใช่" นั่นคือความหมายที่สื่อออกมา ตอนนี้ร่างกายของเขากลับมาเคลื่อนไหวได้ตามปกติหลังจากถูกสะกดด้วยอำนาจทรงฤทธิ์เกินกำลังของมนุษย์ รองเท้าสีเงินกลับมาเรืองแสงอีกครั้ง ดวงตาหินมรกตของหัวมังกรก็ส่องสว่างเช่นกัน
"ปะ..ปลดปล่อยข้าทำไม ข้าไม่ได้ร้องขอชีวิตซักหน่อย"
"เจ้าไม่ได้ร้องขอก็จริง แต่ใจเจ้าปรารถนาจะมีชีวิตต่อ ความกล้าของเจ้าข้านับถือนัก สำหรับชายที่กล้าบุกเดี่ยวเข้ามาในดงศัตรูเพื่อช่วยเหลือพวกพ้องข้าคงไม่คิดจะฆ่าให้ตายหรอก"
"สมเพสข้าเหรอ เจ้าคนยโสเอ๊ย อย่าให้มันมากเกินไปนัก ข้าจอมโจรคาซิมต่อให้สู้เจ้าไม่ได้ก็ขอตายพร้อมกับฝากรอยแผลไว้ให้เจ้าก็ยังดี"
เขาตะโกนพร้อมกับพุ่งเข้าใส่ชายพเนจร แรงส่งจากรองเท้าที่สร้างลมหวนได้ผลักร่างของเจ้านายมันทะยานเข้าหายไคลม์ด้วยสปีดอันน่าเหลือเชื่อ ราวกับจรวดที่พุ่งออกจากฐานยิงมุ่งเป็นเส้นตรงเข้าใส่เป้าหมายที่ล็อกเอาไว้ ในระยะสายตา ห่างไม่เกินหนึ่งเมตรกว่าๆไคลม์เอี้ยวตัวหลบไปทางขวาเล็กน้อยงอตัวพอประมาณพร้อมกับยกแขนสองข้างขึ้นกันใบหน้าทั้งสองมือกำแน่นเสมอหน้าผาก แรงแตะหลายตันประโคมเข้าหาอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด
!!ตูมมมม!! พลังทำลายราวกับระเบิดขนาดย่อมแผดขึ้นพร้อมกับสายลมหวนสีขาว ครั้งที่2ที่3ตามมาติดชนิดไม่ยอมเว้นจังหวะให้อีกฝ่ายหายใจ ท่วงท่าสลับขาเตะทั้งรวดเร็วหลากหลายมุม เขาเอี้ยวตัวเหวี่ยงขาซัดเข้าใส่ไคลม์ไม่ยั้งอย่างไม่คิดชีวิต บางจังหวะหมุนตัวกลางอากาศ บางช่วงสับส้นเท้าหมายให้เข้ากลางกระหม่อมแต่อีกฝ่ายใช้ลำแขนปัดป้องเอาไว้ได้ทุกลูก ความเร็วปะทะความเร็วลำขาอวบใหญ่ซัดท่อนแขนกำยำ แรงระเบิดเกิดขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับ นิทรรศการดอกไม้ไฟสีขาวผสานผุ่นทรายสีนวล
"อัศศจรรย์เหลือเกิน นี่ใช่การต่อสู้ของมนุษย์แน่เหรอ"
ทาร่ากล่าว เธอยืนอึ้งข้างสามีกุมมือเขาแน่นไม่ยอมปล่อย มันเป็นการโจมตีที่รุนแรงถึงขนาดหากพลาดแม้แต่น้อยอวัยวะต่างๆของไคลม์ก็จะถูกป่นทำลายไม่เหลือซากเพราะแรงระเบิด เข่าหุ้มเหล็กสีเงินงัดเข้าใต้อกพุ่งสวนขึ้นหาใต้คาง อีกฝ่ายฉีกยิ้มที่มุมปากตีลังกากลับหลังหลบอย่างทันท่วงที ถอยตั้งหลักดูอีกฝ่ายเหมือนจะหมายใจสร้างจังหวะให้ได้พักทั้งคู่หลังประมือกันหลายกระบวนท่า คาซิมหอบเหงื่อเต็มตัวไปหมดเขาถอดผ้าคลุมโยนทิ้งไปด้านข้าง ตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยร่องรอยแผลเป็นที่เกิดจากคมมีดตั้งแต่ต้นแขนลามไปถึงอกช่วงบน ผิวดำแดงอันเป็นสีคุณสมบัติชาวทุ่งราบกลางแสงแดดส่องประกายเงาด้วยเหงื่อเคลือบทาทั้งร่าง ไคลม์ยืนพิเคราะห์เงียบๆ สังเกตรอยแผลเหล่านั้น ตอนนี้เสื้อผ้าของเขาเองก็ขาดวิ่นจนเหลือเพียงเศษผ้าปรกไหลขวาเล็กน้อย ชายหนุ่มฉีกมันออกนำขึ้นมามองแว๊บหนึ่งแล้งจึงโยนทิ้งไป
"ให้ตายสิ นี่เสื้อผ้าชุดใหม่ของข้าเลยนะ เพิ่งได้มาวันนี้แท้ๆเชียวน่าเสียดายชะมัด" เขาบ่นก่อนเหยียดแขนตรงเหนือศรีษะบิดขี้เกียจ
" เอาล่ะพ่อโจรทะเลทราย ได้เวลาที่เจ้ากับข้าจะต้องตัดสินกันจริงๆสักที รู้สึกว่าพวกเราจะมีงานค้างทำอยู่อีกเยอะเสียด้วย จริงไหมรีอาร์"
"เอ่อ..อะ..อืม" อีกฝ่ายตอบรับอย่างงงๆเมื่อถูกโยนถาม
"คาซิม ห้ามสู้กับหมอนั่นนะ"
ลีโอร้องเตือนพี่ชาย สีหน้าของเขาทั้งเป็นห่วงและกังวน
"ข้าเอาอยู่น่าเจ้ารอเดี๋ยวเดียวเท่านั้น" จอมโจรผมขาวบอก
"ไม่นะคาซิม พี่ไม่เข้าใจที่ผมพูด...หมอนั่นหน่ะ หมอนนั่นมัน...."
ก่อนที่ลีโอจะพูดจบ คาซิมก็กระโจนเข้าหาอีกฝ่ายโดยไม่สนใจคำเตือนของน้องชาย รองเท้ามังกรวายุของเขาสร้างกำแพงลมคลุมครอบลำขาทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว ทะยานผ่านสายลมสีน้ำตาลของทะเลทรายซึ่งซัดเข้ามาตรงจังหวะพอดีเหมือนนัดเอาไว้ ไคลม์ยืนตัวตรงก้มหน้าเล็กน้อยทิ้งปลายผมสีดำปิดครึ่งใบหน้า เขาไม่คิดหลบการโจมตีของศัตรูที่ทะยานเข้ามาหา กลับกันยังไม่คิดจะตั้งท่ารับเหมือนครั้งก่อนๆ คาซิมเอาจริงอย่างไม่ต้องสงสัย พลังลมกับสปีริตที่เค้นออกมารุนแรงกว่าครั้งใดๆที่โหมซัดใส่ ทั้งลิซาน่าและคล็อกครัชต่างระดมเสียงร้องเตือนจนคอแทบพัง แต่อีกฝั่งก็หาสนใจไม่
"ต่อให้เจ้าเป็นสัตว์ประหลาดคงกระพันแค่ไหน เจ้าก็จะต้องตายด้วยการโจมตีนี้ เท้าเขี้ยวมักกรวายุคลั่ง"
!!ซูมม!! เสียงคำรามของลมแผดก้องสะท้านแหวกพายุทรายมาเป็นทาง ลำหางของมังกรสวรรค์ก่อตัวขึ้นพร้อมกับเรือนร่างขนาดใหญ่ไม่ต่างจากตู้ของรถไฟคันโต ส่วนหัวและคมเขี้ยวเผยองับไปมาดูน่าหวั่นเกรงกว่าสัตว์อสูรตนไหนๆ ร่างของมังกรสายลมยาวขดไปมาจำลองจากพลังสปีริตและมวลอากาศคำรามร้องก่อนจะซัดเข้าใส่ชาลเรียสไคลม์ด้วยความกระหายทำลายล้าง
"มันช่างเป็นโชว์ที่งดงามและหาดูยากยิ่ง แต่น่าเสียดายจังน๊าา.."
ชั่วขณะหนึ่งของความรู้สึก ก่อนพลังมหาศาลจะถึงตัวเป้าหมาย คาซิมได้ยินประโยคนี้ชัดเจน มองเห็นอีกฝ่ายเผยอยิ้มให้มองกลับมาดวงตาสีน้ำตาลเรืองแสง ทำเอาจอมโจรทะเลทรายถึงกับเหงือตกและร้อนรนยิ่งขึ้น
"รีบๆหายไปซะทีไอ้ปีศาจเอ๊ยย"
!!ตูมม!! พลังทำลายมหาศาลซัดใส่พื้นเต็มกำลัง เสารัศมีของระเบิดตั้งยอดสูงเกินกว่า10เมตร คละคลุ้งไปด้วยควันสีขาวปนน้ำตาลเต็มไปหมด ยอดฝีมือแห่งทะเลทรายคาซิมมั่นใจเหลือเกินกับผลงานที่เขาสร้าง รอเพียงให้ควันจางหายไปจากการมองเห็นก็จะสามารถสรุปเหตุการณ์ทั้งหมดได้
"สะ..สำเร็จ" ชายหนุ่มผมขาวพูดด้วยอาการหอบไม่ยอมละสายตาไปจากจุดที่เตะใส่ เท้าของเขาจมอยู่ในทรายเกินกว่าครึ่งขาสัมผัสมันบอกกลับมาเช่นนั้น แต่ทว่า..
"มะ..ไม่จริง โกหกน่า
"โอ้ เป็นลูกเตะที่ดีจริงๆนั่นแหล่ะ แต่น่าเสียดาย ที่มันใช้กับข้าไม่ได้ผล"
เท้าขวาของเขาถูกหยุดไว้ด้วยมือซ้ายของอีกฝั่ง มือใหญ่แข็งกร้าวล็อคลำขาแน่นเอาไว้เหมือนเป็นเครื่องหนีบเหล็กทรงพลังไม่มีผิด ส่วนหัวของมังกรค่อยๆงอผิดรูปอย่างช้าๆจากแรงบีบอันมหาศาล ดูยังไงๆนี่ก็ไม่ใช่แรงบีบจากมือของมนุษย์แน่แท้ ไคลม์ออกแรงเหวี่ยงอีกฝ่ายซัดอัดเขากับหินขนาดใหญ่มหึมาที่อยู่ถัดไปอีกด้าน รวมมวลและความสูงดูไม่ต่างอะไรกับเนินเขาย่อมๆ ร่างของคาซิมกระแทกเข้าเต็มอรงไร้การป้องกันใดๆทั้งสิ้น ส่งเสียงร้องแอ๊กออกมาได้ยินชัดพร้อมกันทั้งหมด เลือดสีแดงทะลักจากปากบุรุษผมขาวทันทีที่ร่างกระทบหิน ก่อนร่วงลงพื้นหมอบราบคว้ำไปกับพื้น
"ขะ..แข็งแกร่งอะไรขนาดนี้ เจ้าหมอนี่"
เขาเอ่ยเสียงสั่นมองไปยังคู่ต่อสู้ที่ยืนห่างออกไป
(โปรดติดตาม)
บทประพันธ์ : มังกรขาวเล่าเรื่อง