“ โอ๊ะ! มาจริงๆด้วยสินะ ”
เฉินห่าวมองไปยังนักศึกษาจำนวน 3 คนที่เดินต่อแถวเข้ามาในโรงแรม ท่าทางที่แสดงออกมาทำให้รู้ว่ากำลังประหม่าเนื่องจากว่าโรงแรมหรูไม่น้อย
พนักงานต้อนรับเห็นท่าทางเก้กังของนักศึกษาทั้ง 3 จึงเข้ามาสอบถามเพื่อแนะนำ โดยมีเฉินห่าวยืนมองจากโซฟาที่อยู่ลึกเข้าไปในชั้นหนึ่ง
“ อ้าว! มากันจริงๆด้วย ”
เฉินห่าวร้องด้วยท่าทางดีใจหลังจากแกล้งทำเป็นเดินมาเจอเข้ากับนักศึกษาที่ตัวเองสอน
“ อาจารย์เหวินอยู่ที่นี่ด้วยเหรอคะ ”
“ ใช่แล้วล่ะ จะมาออกกำลังกายสินะ ”
นักศึกษาทั้ง 3 พยักหน้ารับ เฉินห่าวจึงพาขึ้นไปยังชั้นที่ 35 ด้วยตนเอง เมื่อมาถึงข้างในพวกเขาก็พบเข้ากับฮันเตอร์มากมายกำลังยืนอยู่เต็มชั้นที่ 35 เฉินห่าวเห็นนักศึกษาแสดงท่าทางประหม่าต่อหน้าฮันเตอร์มืออาชีพ เขาจึงพาเดินตามป้ายที่เขียนเอาไว้ชัดเจนว่านักศึกษาและนักเรียนจะต้องเดินทางไปใช้ห้องหมายเลขอะไรในชั้นที่ 35
เมื่อเข้ามาในโซนของนักศึกษาเขาจึงผายมือไปยังอุปกรณ์มากมายที่วางเรียงรายภายในห้องพร้อมกับบอกความสามารถของมันให้นักศึกษาหญิงแต่ละคนเข้าใจ
“ อาจารย์คะ อะไรคือการที่เพิ่มค่าสถานะ 0.1 หน่วย ”
ทุกคนเข้าใจเกี่ยวกับการเพิ่มค่าสถานะความแข็งแกร่ง 0.1 หน่วย เพียงแต่ว่าสงสัยว่าการเพิ่มเป็นแบบไหน ถาวรหรือว่าชั่วคราว หากว่ามันเพิ่มค่าสถานะได้ถาวรหมายความว่าที่นี่แทบจะเป็นขุมทรัพย์ของคนที่มาพบเลยก็ว่าได้
“ ถาวร ภายใน 1 วันจะเล่นได้ 5 ชั่วโมงเท่านั้น หากกินโปรตีนเสริมเข้าไปด้วยจะเท่ากับเล่น 10 ชั่วโมง ค่าสถานะที่ได้ก็จะเพิ่มจาก 0.1 เป็น 0.2 โดยทุกคนจะเพิ่มค่าสถานะได้มากถึง 10 หน่วยจากอุปกรณ์เหล่านี้ ”
ดัมเบล ลูกกลิ้งบริหารหน้าท้องและจักรยานปั่นคือสิ่งที่เฉินห่าวติดตั้งเอาไว้ในโซนนักศึกษา
“ อาจารย์คะ หนูต้องจ่ายเท่าไหร่ ”
เฉินห่าวตรวจสอบเลเวลแล้วบอกราคาที่ต้องจ่าย แม้จะตกใจกับเลเวลของนักศึกษาเมืองใหญ่ที่สูงถึงเลเวล 50 เขากลับโยนเรื่องนี้ทิ้งไปเพราะทรัพยากรในเมืองใหญ่มีจำนวนเยอะกว่าเมืองเล็กๆอย่างเช่นหวงซี
“ จำเอาไว้นะ เธอจะไม่สามารถยกเลิกมันได้ ภายในเวลา 1 ชั่วโมงอุปกรณ์จะเข้าควบคุมร่างของเธอจนกว่าจะจบโปรแกรม ในระหว่างนี้เธอจะรู้สึกเจ็บปวดมากๆแต่ไม่ต้องห่วง มันไม่มีผลกระทบอะไรกับร่างกายเลย ความเจ็บปวดเป็นแค่ของปลอมที่ใช้ทดสอบ ส่วนใครอยากจะมีขาที่แข็งแกร่งให้ใช้อุปกรณ์ที่ต้องใช้แรงผ่านขา ใครอยากต่อยหนักใช้ดัมเบล ส่วนใครอยากสมดุลกลางลำตัวให้ใช้ลูกกลิ้ง หรือจะใช้ทั้งหมดผสมๆกันไปก็ได้ ”
นักศึกษาคนหนึ่งเดินไปจับดัมเบล ส่วนอีกสองคนขึ้นเครื่องปั่นเพราะคิดว่าน่าจะง่ายที่สุด ทันทีที่ได้ยินเสียงแจ้งเตือนดังภายในหัวร่างกายของทั้งสามก็ถูกควบคุมก่อนจะกรีดร้องออกมา
เฉินห่าวพยายามปลอบด้วยการใช้สกิลซื้อใจจนสติของนักศึกษากลับคืนมาอยู่กับเนื้อกับตัว ถึงอย่างนั้นพวกเขายังคงกรีดร้องต่อไป
“ ดูเหมือนจะมาเรื่อยๆเลยแฮะ ”
เฉินห่าวบอกให้พนักงานพานักศึกษาขึ้นมายังชั้นที่ 35 เขาจะรอต้อนรับอยู่ตรงนี้
---------------------------------------------------------------
“ เป่าเป้ยคุณพ่อไปไหนงั้นเหรอจ๊ะ ”
เป่าเป้ยหันมองพี่สาวผมสีแดงแล้วกระพริบตาปริบๆ ก่อนจะจำได้ว่าพี่สาวคนนี้เคยซื้อข้าวมาฝากพ่อเป็นประจำ
“ ป๊ะป๋าไปทำงานค่า ”
“ ทำงานเหรอจ๊ะขยันจังเลยนะแล้วนี่เป่าเป้ยกำลังทำอะไรเหรอ ”
“ ให้อาหารเพื่อนๆค่า ”
“ โอ้ งั้นให้พี่สาวช่วยไหม ”
“ ช่วยหน่อยค่า หยูป้อนไม่ทันแล้ว ”
เป่าเป้ยยื่นช้อนพลาสติกให้พี่สาวผมสีแดง ทันใดนั้นก็มีฮันเตอร์อีกคนเข้ามาทักทายก่อนจะช่วยเป่าเป้ยป้อนอาหาร ฮันเตอร์ที่เดินเข้าร้านเมื่อเห็นว่าเด็กสาวกำลังป้อนข้าวตุ๊กตาอย่างขะมักเขม้นต่างก็เข้ามาช่วยเหลือพลางแสดงท่าทางปาดเหงื่อราวกับว่ามันเป็นงานที่หนัก
เป่าเป้ยเห็นว่าทุกคนช่วยเหลือจนตุ๊กตาอิ่มกันถ้วนหน้าจึงโบกมือขอบคุณพี่ชายและพี่สาวที่มาช่วย
“ เอ..ทำไยยังไม่กลับนะ ”
แม้จะอ่านหนังสือยังไม่ได้เธอกลับเข้าใจเวลาเพราะมังกรน้อยสอนมองดูนาฬิกาแล้ว หากเข็มสั้นชี้ลงพื้นหมายความว่าถึงเวลาข้าวเช้า หากเข็มสั้นชี้ขึ้นไปด้านบนหมายความว่าถึงเวลาข้าวเที่ยงแต่ถ้ามันชี้ลงด้านล่างแล้วฟ้ามืดหมายความว่าจะเข้านอน วันนี้ป๊ะป๋ายังไม่กลับมาทั้งๆที่ฟ้ามืดแล้วเธอจึงขึ้นขี่อันอันเพื่อให้พาข้ามไปหาป๊ะป๋าที่โรงแรมหรูอี้
“ พี่ชายหนูมาแล้วค่า ”
ฉู่เฉียววิ่งเข้าลิฟต์มุ่งหน้ามายังชั้นที่ 35 ด้วยความไว ทันทีที่มาถึงโซนนักศึกษาเธอก็พบว่ามีคนอยู่ 10 คนกำลังใช้งานเครื่องออกกำลังกาย เพียงแต่ว่าคนที่ใช้งานไม่ใช่เพื่อนที่มักมาด้วยกัน
“ มาแล้วเหรอ ดีเลยฉันไม่ค่อยว่างเพราะถึงเวลาต้องไปเล่านิทานแล้ว วันนี้ติดอะไรล่ะ ”
เฉินห่าวบริการฉู่เฉียวอย่างดีเพราะเป็นหลานสาวของผู้อำนวยการหวังรุ่ย การปั้นเธอก็เป็นหนึ่งในงานของเขาเช่นเดียวกัน โดยเขายังไม่ได้ใช้สกิลปรับแก้ข้อผิดพลาดให้เธอทั้งหมดเพราะต้องการให้เธอเข้าและออกโรงแรมหรูอี้เพื่อดึงนักศึกษาคนอื่นๆ
ฉู่เฉียวพูดอย่างเร่งรีบเธออยากฝึกทักษะขั้นต่อไปจึงบอกจุดที่เธอติดขัดแล้วใช้งานให้พี่ชายเฉินห่าวดู ไม่นานเธอก็ได้รับคำชี้แนะให้ปรับแก้จุดที่พลาด เมื่อลองทำตามจนรู้ว่าจะต้องฝึกอย่างไรเธอก็รีบออกกำลังกายทันทีเพราะค่าสถานะ 0.1 ทำให้เธอแข็งแกร่งขึ้น
“ อ้าว วันนี้เธอมาก่อนฉันเหรอ ”
นักศึกษาที่กำลังออกกำลังกายหันมองเจ้าของเสียงพบว่าเป็นหนึ่งในเพื่อนของฉู่เฉียวที่ตามมาถึงร้าน ไม่นานก็มีเพื่อนของฉู่เฉียวมาเพิ่มเรื่อยๆจนครบ 15 คนเฉินห่าวจึงปล่อยให้เด็กๆใช้งานอุปกรณ์จนกว่าจะครบจำนวนครั้งต่อวัน
“ อ้าว ดูเหมือนป๊ะป๋าจะลืมดูนาฬิกา เป่าเป้ยมาตามป๊ะป๋าเหรอครับ ”
เด็กน้อยพยักหน้าหงึกหงักเธอเห็นคุณพ่อกลับช้าจึงมาตามแต่เมื่อเห็นว่ามีพี่สาวและพี่ชายคุ้นหน้ามาใช้งานร้านเธอจึงขี่อันอันเข้าไปทักทาย
“ มีอะไรไว้เจอกันพรุ่งนี้นะ ฉันไปล่ะ ฝากดูแลคนที่พึ่งเคยใช้งานอุปกรณ์เป็นครั้งแรกด้วยนะฉู่เฉียว ”
“ ค่า! ”
เฉินห่าวพาเป่าเป้ยกลับมายังสาขาเขต X แล้วพาเธอกินข้าวจากนั้นก็เข้านอน หลังจากที่เดินลงมาชั้น 1 เขาพบว่ากลุ่มของป๋อหลินกำลังนั่งมองข่าว
“ มีอะไรเหรอ ”
“ เถ้าแก่เฉินเหรอ คุณอ่านเองเลย ”
เฉินห่าวมองไปยังโทรทัศน์รุ่นเก่าที่ยังคงฝืนทำงานต่อไป ข้อความที่แสดงด้านล่างนักข่าวกำลังเขียนถึงอาการป่วยของคุณหนูใหญ่ตระกูลเจียง
“ ผ่านมาครบเดือนแล้วเหรอ ไวจังเลยแฮะ ”
ทุกคนหันมองหน้าเถ้าแก่ที่เหมือนจะไม่ได้กังวลอะไรเลย ต่างจากสมาชิกภายในร้าน ต่อให้พวกเขาจะไม่สามารถโพสต์เกี่ยวกับตระกูลเจียงได้ ภายในเขต X ตอนนี้ไม่มีใครที่ไม่รู้ว่าเป่าเป้ยเป็นลูกสาวของคุณหนูจินม่าย
ข่าวที่กำลังรายงานประกาศให้ทุกคนรู้ว่าคุณหนูตระกูลเจียงรักษาอาการป่วยทางจิตจนกลับมาหายดีแล้ว
หมายความว่าเรื่องสามีและลูกสาวจะถูกลบออกไปจากผู้คนเพราะทางตระกูลเจียงใช้เรื่องอาการป่วยมาอ้างอิง
“ เถ้าแก่ แล้วแบบนี้คุณจะทำยังไง ”
“ ไม่ต้องกังวลเรื่องฉันหรอก ห่วงพวกนายก่อนเถอะ ได้ข่าวว่ามอนสเตอร์พยายามจะสร้างคลื่นไม่ใช่เหรอ ”
กลุ่มของป๋อหลินที่กำลังจะออกไปล่ากลืนน้ำลายด้วยท่าทางฝืดคอ ช่วงนี้มอนสเตอร์รวมตัวกันจนผิดสังเกต หลายคนคาดการณ์ว่าสงครามระหว่างเขต X และมอนสเตอร์กำลังจะเริ่มขึ้นอีกครั้งและมันจะเป็นสงครามที่มีความรุนแรงมากกว่าเดิมเพราะมอนสเตอร์ทางตอนใต้เขต X รวมเข้ากับมอนสเตอร์จากซากโบราณสถาน นอกจากนั้นแล้วมอนสเตอร์ยังได้รับพลังจากเศษซากโบราณสถานจนเลเวลเพิ่มสูงขึ้น หลายคนที่ได้ยินข่าวล้วนนอนไม่หลับ
“ ยังไงก็ระวังๆตัวเอาไว้ด้วย แล้วรอทางการประกาศอีกทีว่าจะเอายังไง ”
เฉินห่าวไม่ได้แสดงตัวว่าเขาจะช่วยเหลือ เนื่องจากเขาจะกลายเป็นเครื่องมือของผู้คน ดังนั้นเขาจึงทำตัวเหมือนฮันเตอร์คนหนึ่ง เมื่อถึงเวลาเขาจึงจะลงมือ
ป๋อหลินจึงขอขนหน้าแข้งเจ้าของร้านก่อนจะเดินทางออกไป
“ รักษาหายแล้วสินะ งั้นก็เหลือเวลาอีก 10 - 11 เดือนหวังว่าเธอจะซื้อเวลาให้ได้นะ ”
เฉินห่าวเดินไปนั่งหน้าร้านก่อนที่เขาจะเรียกหนึ่งในองค์กรนทีสดับแสงมาพูดคุยเพื่อตามข่าวของจินม่ายต่อ เขาอยากรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในระหว่างมีข่าวว่าจินม่ายรักษาตัวหายแล้ว
ทันใดนั้นชายสวมเสื้อฮู้ดสีขาวก็ได้เดินมายืนด้านข้างเขาแล้วรายงานสิ่งที่เกิดขึ้นจากการเฝ้าจับตามองดูตระกูลเจียงและตระกูลหาน
“ นายบอกว่าตระกูลหานเข้าออกตระกูลเจียงเป็นว่าเล่นเลยสินะนับตั้งแต่คุณหนูเจียงประกาศเกี่ยวกับอาการป่วย ”
“ ครับ ส่วนใหญ่เป็นพ่อบ้านตระกูลหานที่เดินทางเข้าไปในตระกูลเจียง ส่วนคุณชายหานจะเดินทางอาทิตย์ละครั้งเพื่อเข้าเยี่ยม”
“ เป็นห่วงกันมากเลยสินะเนี่ย ”
เฉินห่าวยิ้มเล็กน้อย คำพูดที่เอ่ยออกมาเมื่อครู่สื่อไปถึงผู้คนในเมืองลั่วหยาง ตอนนี้ทุกคนคงรู้แล้วว่าคุณชายหานเป็นห่วงคุณหนูจินม่ายจนเข้าเยี่ยมบ่อยครั้ง แม้เขาจะไม่ได้เดินทางไปด้วยตนเองการส่งพ่อบ้านไปก็ทำให้ผู้คนรู้แล้วว่าคุณชายหานใส่ใจมากแค่ไหน ซึ่งเขาไม่รู้เช่นกันว่าต่อจากนี้ไปตระกูลหานและตระกูลเจียงจะทำอะไรต่อไปเพื่อให้งานหมั้นเกิด สิ่งเดียวที่เขารอคือข่าวจากทางคุณหนูจินม่ายที่พยายามขัดขวางงานหมั้นตามที่ตกลงกันเอาไว้กับเขา
“ ว่าแต่มีการเคลื่อนไหวของมือสังหารไหม ”
“ มีครับ เราตรวจพบว่ามีมือสังหาร 3 กลุ่มรับงานเขต X พอตามสืบดูพบว่าพวกมันมุ่งเป้ามาที่นายท่านเราจึงจัดการ ”
“ ได้จับพวกมันเอาไว้ไหม ”
“ ครึ่งหนึ่งถูกสังหารส่วนพวกที่ถูกจับตัวเป็นระดับหัวกะทิขององค์กร ตอนนี้เราขังมันเอาไว้ในคุกมืด ”
“ พาฉันไปดูหน้าหน่อย คงได้เวลาเพิ่มกองกำลังส่วนตัวของฉันแล้วเหมือนกัน ”
เฉินห่าวให้มือสังหารนำทางไปยังสถานที่ที่ขังมือสังหารที่รับจ้างให้มาจัดการเขาที่เขต X
สถานที่คุมขังมือสังหารกลับไม่ได้ไกลจากตึกของเขาเลยเพราะองค์กรนทีมืดซื้อตึกฝั่งตรงข้ามเขาเพื่อใช้เป็นคุก กิจการโรงแรมยังคงเปิดเหมือนเดิม เพียงแต่ว่ามันเป็นการเปิดบังหน้าเท่านั้น ความจริงตึกนี้ที่มือสังหารชอบใช้สอดแนมหลงเฉียงฟิตเนสถูกเปลี่ยนให้กลายเป็นคุกคุมขังพวกมันแทน
ทันทีที่ลงมายังชั้นใต้ดินเฉินห่าวก็พบว่ามือสังหารจำนวน 45 คนถูกมัดโซ่ไว้ที่แขนและขา บริเวณฝ่าเท้ามีหมุดตอกเอาไว้เพื่อไม่ให้พวกมันวิ่งหนี นับเป็นวิธีที่โหดร้ายแต่ถ้าไม่ใช้วิธีนี้พวกมันก็จะหนีไป
สภาพของแต่ละคนหิวโซเขาจึงรู้ว่าองค์กรนทีมืดคงไม่ได้ป้อนข้าวเป็นเวลาหลายอาทิตย์จนตกอยู่ในสภาพนี้ แต่การที่พวกมันมีเลเวลสูงจึงไม่ตายเพราะอดอาหารในเวลาไม่ถึงเดือน
ทันทีที่มาถึงเขาไม่รอช้าประทับตราทาสทันที ทุกคนที่มีตรานี้จะคุยง่ายขึ้น หากเขาอยากรู้อะไรเพียงแค่ใช้ตราทาสบังคับให้พูดก็สามารถรับข้อมูลที่เป็นจริงได้แล้ว