ปี A.G.05
2วันต่อมา
ณ กาแล็กซีแห่งหนึ่งในจักรวาลอันกว้างใหญ่และไกลโพ้น
ท่ามกลางอวกาศที่ว่างเปล่าได้มีประตูมิติรูปวงกลมขนาดกลางปรากฏออกมา แล้วสิ่งที่พุ่งออกมาจากประตูมิตินั้นนั่นก็คือยานอวกาศสีขาวที่มียูโตะกับอาฮาชิโดยมาด้วยนั่นเอง
"ตื่นได้แล้วล่ะยูโตะ"
อาฮาชิได้ส่งเสียงเรียกยูโตะที่นอนอยู่ที่ด้านท้ายของยาน
"อืม..หาว~~"
ยูโตะที่ได้ยิ่นเสียงของอาฮาชิได้ตื่นขึ้นมาจากการหลับไหลพร้อมกับได้ใช้มือทั้งสองข้างของตัวเขาขยีตาของตนเองพร้อมกับหาวออกมาด้วย
"ลองมาที่ตรงนี้แล้วมองออกไปที่ด้านนอกดูสิยูโตะ"
อาฮาชิได้เรียกยูโตะที่พึงจะตื่นนอนให้มาหาตัวเขาที่ด้านหน้าของยาน ตัวของยูโตะในตอนนี้นั้นได้เปลี่ยนชุดแล้วจากชุดที่เหมือนดังผ้าขี้ริ้วเปลี่ยนมาเป็ชุดสีขาวสำหลับเด็กที่มีเส้นสีฟ้าเรืองแสงที่ขอบของชุด ตัวเขาในตอนนี้นั้นยังคงรู้สึกง่วงนอนแต่ถึงจะง่วงนอนยังไงตัวเขาก็ยังคงเดินไปทางหน้ายานตามที่อาฮาชิบอกและเมื่อเขาไปถึงสิ่งที่เขาเห็นอยู่ตรงน่านั่นก็คือ...
ดาวเคราะห์ขนาดใหญ่ที่มีสีเขียวกับสีฟ้าตัดกันอย่างงดงามที่ปรากฏอยู่ตรงหน้าของตัวยาน
"ดาวดวงนี้มีชื่อว่า เวลล่า ต่อจากนี้ไปมันจะกลายเป็บ้านใหม่ของตัวเ้านะยูโตะ"
อาฮาชิที่หันมองดวงดาวได้พูดออกมาพร้อมกับหันกลับมาหายูโตะที่เดินมายืนอยู่ที่ข้างๆ ของตัวเขา
"บ้านใหม่ของตัวข้า? "
ยูโตะที่ได้ยินแบบนั้นจึงได้หันไปจ้องมองที่เวลล่าด้วยแววตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นและประกายในดวงตา อาฮาชิที่กำลังมองยูโตะที่กำลังมองออกไปที่นอกหน้าต่างของยานด้วยดวงตาที่เป็ประกายได้พูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้าของเขา
"ยูโตะไปนั่งที่ที่นั่งแล้วรัดเข็มขัดซะเพราะหลังจากนี้จะทำการลงจอดแล้วนะ"
“อือ! ”
ยูโตะที่ได้ยินแบบนั้นตัวเขาจึงออกห่างจากหน้าต่างแล้วเดินไปยังที่นั่งข้างคนขับนั่งลงไปแล้วรัดเข็มขัดอย่างรวดเร็ว หลังจากที่อาฮาชิมองดูว่ายูโตะนั้นรัดเข็มขัดเรียบร้อยแล้วตัวเขาก็เริ่มนำยานร่อนลงไปยังดวงดาวเวลล่าที่อยู่ตรงหน้า ยานได้ผ่านชั้นบรรยากาศของดวงดาวลงมายังด้านในของดวงดาวและเมื่อยานทะลุผ่านเมฆหมอกออกมาภาพที่ปรากฏออกมาอยู่ตรงหน้าของยานนั่นก็คือ...
ภาพของธรรมชาติอันงดงามที่มีทั้งูเาสูงใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ท่ามกลางป่าไม้ที่มีต้นไม้ชุกชุมพร้อมกับที่ราบสูงที่เต็มไปด้วยใบหญ้าสีเขียวขจีมากมาย และยังมีสัตว์หลากชนิดที่วิ่งไปมาพวกมันนั้นเป็สัตว์ที่ยูโตะนั้นไม่เคยเห็นมาก่อนทั้งนั้นเลยพวกมันได้วิ่งผ่านสวนดอกไม้หลากสีสันที่เรียงรายกันเป็เส้นทางสายรุ้งพร้อมกับฝูงผีเสื้อหลากสีสันที่บินไปมาตามเส้นทางสายรุ้งนั่น ไม่เพียงแค่นั้นที่ใกล้ๆ กันยังมีลำธารที่ไหลผ่านูเาและป่าไม้ ไหลไปยังท้องทะเลอันกว้างใหญ่ที่มีฝูงปลามากมายหลากหลายชนิดแหวกว่ายไปมาอยู่ในนํ้าทะเลที่ส่องประกายไปมาตามแสงของดวงอาทิตย์ในยามเช้า และที่รอบๆ ของยานยังมีกลุ่มเมฆที่โดนพัดไปมาตามสายลมและฝูงนกตัวั์ที่บินไปมาเป็ฝูงใหญ่อยู่ท่ามกลางท้องฟ้าที่ไร้ซึ่งจุดสิ้นสุดอีกมากมาย
ยูโตะที่ได้เห็นสิ่งต่างๆ เป็ครั้งแรกทำให้ตัวเขานั้นรู้สึกประทับใจเป็อย่างมาก ทั้งวิวทิวทัศน์ที่งดงามทั้งสัตว์ต่างๆ ที่ตัวเขานั้นไม่เคยได้เห็นมาก่อน จนในตอนนี้นั้นบนใบหน้าของตัวเขาได้มีรอยยิ้มที่สดใสปรากฎออกมาให้เห็นได้อย่างชัดเจน
และแล้วในที่สุดยานที่พวกเขาโดยสารมาก็ได้บินผ่านูเาป่าไม้และทุ่งหญ้าเลยสวนดอกไม้ไปอีกนิดหน่อยได้หยุดลงและลงจอดที่ตรงนั้น ณ พื้นที่โล่งกว้างที่เต็มไปด้วยต้นหญ้าต้นเล็กๆ มากมายและตรงที่ข้างๆ กับที่ที่ ยานลงจอดนั้นก็มีรั้วไม้ยาวและที่ใจกลางด้านในของรั้วนั้นมีบ้าน2ชั้นที่ทำมาจากไม้ซุงขนาดใหญ่ตั้งอยู่
ประตูของยานได้เปิดออกยูโตะที่ตื่นเต้นก็ได้วิ่งออกมาจากยานเป็คนแรก ตัวเขาได้ะโไปมาบนพื้นหญ้าที่อยู่รอบๆ พร้อมกับทำการนอนลงกลิงลงไปที่บนพื้นหญ้าสุดท้ายก็ได้นอนลงหงายน่าจ้องมองยังท้องฟ้าสีครามที่อยู่ตรงหน้าของตัวเขาที่นอนอยู่ ยูโตะได้หลับตาลงและใช้ประสาทััที่เฉียบคมของตัวเขาในการัักับสิ่งต่างๆ บนดวงดาวแห่งนี้ ทั้งเสียงของใบไม้ที่พลิ้วไหวไปตามสายลม เสียงของสายนํ้าที่ไหลผ่านูเาเสียงของเหล่าสัตว์น้อยใหญ่มากมายที่กำลังใช้ชีวิตอยู่บนดวงดาวดวงนี้ พอตัวเขาัักับสิ่งต่างๆ มากพอแล้วตัวเขาก็ได้ลืมตาขึ้นมาและภาพที่ยูโตะเห็นอยู่ตรงหน้านั้นก็คือเด็กสองคนที่กำลังก้มมองตัวเขาที่นอนอยู่ด้วยใบหน้าที่มีแต่ความสงสัย คนหนึ่งนั้นเป็เด็กชายที่มีผมสั้นสีขาวในตาสีนํ้าตาล ส่วนอีกคนหนึ่งเป็เด็กหญิงผมยาวสีบลอนด์ดวงตาสีฟ้า ทั้งสองคนนั้นน่าจะอายุประมาณ7-8ขวบ ได้
"อึก..อา! "
ยูโตะที่ใที่อยู่ๆ ก็มีคนที่ไม่รู้จักมายืนจ้องตัวเขาอยู่ ตัวเขาที่นอนอยู่จึงใช้เท่าถีบพื้นทำให้ตัวเองพุ่งขึ้นมาจากพื้นกระโจนไปข้างหลังแล้วหมอบลงคลานสี่ขาแล้วแยกเขี้ยวพร้อมกับส่งเสียงขู่ออกมาราวกับสัตว์ป่า
"แฮ่-----! "
เด็กทั้งสองที่จ้องมองยูโตะอยู่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยและตกตะลึงกับสิ่งที่ยูโตะทำ พวกเขาทั้งสองคนได้จ้องหน้ากันแล้วหัวเราะออกมาดังลั่น
"ฮะฮะฮะฮะ"
"ฮะฮะฮะฮะ"
ยูโตะที่เห็นทั้งสองคนหัวเราะจึงเกิดความสงสัยขึ้นมาตัวเขาจึงค่อยๆ คลานเข้าไปดูใกล้ๆ อย่างช้าๆ และเมื่อเด็กทั้งสองคนเห็นว่ายูโตะนั้นคลานเข้าไปในระยะแล้วพวกเขาทั้งสองคนจึงะโเข้ามาพร้อมกันแล้วกอดยูโตะเอาไว้แน่นมากๆ จนพวกเขาทั้งสามนั้นได้ล้มลงไปนอนอยู่กับพื้น
"...ปล่อยตัวข้า...น่ะ! .."
"เขาพูดได้ด้วยล่ะ! "
เด็กหญิงได้พูดออกมาในขณะที่กำลังลูบหัวของยูโตะอยู่
"ที่แรกฉันคิดว่านายจะไม่เข้าใจภาษาของพวกเราซะอีกนะ! "
ส่วนเด็กชายได้พูดออกมาในขณะที่กอดคอของยูโตะเอาไว้แน่นพร้อมทั้งเขย่าตัวของยูโตะไปมาราวกับว่าตัวเขานั้นเป็ตุ๊กตาหมีที่ได้รับความนิยมจากพวกเด็กไม่มีผิด
ส่วนยูโตะนั้นทำได้เพียงแค่พูดออกมาบอกให้เด็กทั้งสองคนนั้นปล่อยตัวเขาไป พร้อมกับคิดอยู่ในใจว่าถ้าไม่ปล่อยละก็จะกระทืบพวกนี้ทิ้งแล้วนะ
ในขณะที่ทั้งสามคนนั้นกำลังชุลมุนกันอยู่นั่นเองอาฮาชิก็ได้เดินเข้ามาพร้อมกับมือของเขาที่ถือสัมภาระอยู่มากมาย
"โอ้! ดูเหมือนพวกเ้าจะเข้ากันได้ดีเลยนะ"
"อาฮาชิ...ช่วยตัวข้าด้วย..."
ยูโตะพยายามของความช่วยเหลือจากอาฮาชิ
"อาจารย์! เด็กคนนี้จะมาอยู่กับพวกเรางั้นเหรอคะ? "
เด็กสาวได้ถามออกมาด้วยความอยากสงสัย
"อาจารย์! เด็กคนนี้มีชื่อมั้ยครับ? "
เด็กชายก็ได้ถามออกมาด้วยความสงสัย
"ใจเย็นๆ ก่อน ก่อนอื่นก็ปล่อยตัวเขาก่อนน่ะ"
อาฮาชิพยายามจะบอกให้เด็กทั้งสองคนนั้นใจเย็นๆ ลงก่อนแล้วปล่อยตัวของยูโตะที่ตอนนี้นั้นดูเหมือนว่าตัวเขานั้นเริ่มที่จะออกอาการโกรธแล้ว
"ค่ะ! "
"ครับ! "
เด็กทั้งสองคนได้ตอบกลับคำของอาจารย์ของพวกเขาพร้อมกับปล่อยมือที่จับตัวของยูโตะเอาไว้ตามที่อาฮาชิสั่งแล้วเดินไปยืนอยู่ข้างๆ กับอาจารย์ของพวกเขา
"แคกๆ! แคกๆ! "
ยูโตะที่โดนปล่อยตัวได้นั่งไออยู่กับพื้นพร้อมกับหันไปจ้องหน้าของเด็กทั้งสองที่ยืนอยู่ข้างๆ อาฮาชิด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ
"ยูโตะต่อจากนี้ที่นี่คือบ้านของตัวเ้าและเด็กสองคนนี้จะกลายเป็ครอบครัวใหม่ของตัวเ้าต่อจากนี้ไป"
อาฮาชิที่เห็นยูโตะดูโกรธตัวเขาจึงได้พูดออกมาและคำพูดของเขานั้นได้ดึงดูดความสนใจของยูโตะจนตัวเขานั้นลืมความโกรธของตนเองไปเลย
"ครอบครัว? "
ยูโตะได้ถามออกมาด้วยความสงสัย
"มันหมายความว่าคนที่จะคอยอยู่เคียงข้างกับตัวเ้าในเวลาที่โดดเดี่ยวหรือหวาดกลัว คนที่จะคอยช่วยเหลือตัวเ้าในเวลาที่เดือดร้อน เป็กลุ่มคนที่ไม่ว่าเมื่อไหร่ก็จะไม่มีวันทอดทิ้งซึ่งกันและกันอย่างเด็ดขาด นี่แหละคือสิ่งที่เรียกว่าครอบครัวยังไงล่ะยูโตะ"
อาฮาชิได้พูดบรรยายถึงความหมายของคำว่าครอบครัวออกมาให้ยูโตะได้รับรู้ด้วยนํ้าเสียงที่จริงจังแต่แฝงไปด้วยความอ่อนโยน
"คนที่จะคอยอยู่เคียงข้าง....คนที่จะคอยช่วยเหลือ....คนที่จะไม่มีวันทอดทิ้งซึ่งกันและกันอย่างเด็ดขาด...ครอบครัวของตัวข้า"
คำพูดเ่าั้ของอาฮาชิได้ซึมซับเข้าไปในหัวใจของเด็กน้อย สิ่งต่างๆ ที่อาฮาชิได้พูดออกมานั้นก็คือสิ่งที่ตัวเขานั้นไม่เคยมีมาก่อน ตัวเขานั้นอยู่ตัวคนเดียวมาโดยตลอดั้แ่ที่จำความได้ คนที่จะมาคอยช่วยเหลือก็ไม่มี ไม่มีใครที่จะมาทอดทิ้งตัวเขานั่นก็เพราะว่าตัวเขานั้นไม่มีใครอยู่ั้แ่แรกแล้ว เพราะฉะนั้นแล้วคำว่าครอบครัวจึงเป็สิ่งที่ตัวเขานั้นโหยหามาโดยตลอดโดยที่ตัวเขานั้นไม่รู้ตัวซะด้วยซ้ำ แต่ในตอนนี้นั้นพอตัวเขาได้ยินคำๆ นี้จากอาฮาชิตัวเขานั้นจึงรู้สึกตัวขึ้นมาว่าสิ่งที่เรียกว่าครอบครัวนั่นก็คือสิ่งที่ตัวเขานั้น้ามาโดยตลอดนั้นเอง
"อือ! ใช้แล้วล่ะต่อจากนี้ไปพวกเราก็จะเป็ครอบครัวเดียวกันแล้วนะ! ฉันมีชื่อว่า ลาน่า เดียรอส ต่อจากนี้ไปจะกลายมาเป็พี่สาวให้กับตัวเธอขอฝากตัวด้วยนะ! "
เด็กสาวผมบลอนด์ได้พูดแนะนำตัวเองออกมาด้วยความร่าเริง
"ส่วนฉันคือ วีวแลน โอเดีย แล้วนายล่ะ! มีชื่อว่าอะไรงั้นเหรอ!? "
เด็กชายได้แนะตัวเองด้วยท่าทีที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจในตัวเอง หลังจากนั้นตัวเขาก็ได้ถามชื่อของยูโตะออกมาด้วยท่าทางที่เป็กันเอง
"ตะ..ตัวข้าคือยูโตะ...อากิละ ยูโตะ..."
ยูโตะที่โดนถามจึงได้แนะนำตัวเองออกมาด้วยชื่อของเขาเป็ครั้งแรกด้วยท่าทางที่เขินอายพร้อมกับท่าทางที่ยังไม่ไว้ใจทั้งสองคนเต็มที่นัก
หลังจากที่พวกเขาทั้งสามคนได้เเนะนำตัวกันจนเสร็จแล้วลาน่ากับวีวแลนก็ได้ยื่นมือออกมาหายูโตะ เพื่อที่จะช่วยพยุงตัวเขาที่นั่งอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้นมา ยูโตะที่ยังไม่ไว้ใจทั้งสองคนเต็มที่นักจึงลังเลที่จะจับมือของพวกเขาตัวเขาจึงได้หันไปหาอาฮาชิเพื่อขอคำแนะนำ พออาฮาชิได้เห็นแบบนั้นจึงพยักหน้าให้กับยูโตะบ่งบอกว่ายูโตะนั้นสามารถที่จะเชื่อใจพวกเขาทั้งสองคนได้ ยูโตะที่เห็นแบบนั้นตัวเขาจึงยื่นมือทั้งสองข้างของตนเองออกไปจับมือของพวกเขาทั้งสองคนนั้นเอาไว้และลุกขึ้นมา....
.....และแล้วเวลาก็ได้ผ่านไป2ปี