ตอนที่ 3.1 ถ้ำเสือวังั
หลังจากเร้นกายออกมาจากช่องหน้าต่างห้องบรรทมของเย่ว์อ๋องได้สำเร็จ ลู่หยาหลันก็รีบมุ่งหน้าตรงไปยังเรือนพักท้ายตำหนักเพื่อตามหาผู้ติดตามที่มาพร้อมกับขบวนเ้าสาว
นางจำเป็จะต้องมีคนที่ไว้ใจได้และก็ต้องชำนาญเส้นทางคอยช่วยเหลือ จึงจะหลบหนีได้สำเร็จ
“ท่านหญิง” ซูมามาวิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากเรือนเล็ก นางหอบหิ้วร่างชราที่ค่อนข้างท้วมเข้ามาหาลู่หยาหลันด้วยสีหน้าที่ดูกระวนกระวายใจอย่างยิ่ง
หญิงรับใช้คนสนิทที่คอยเลี้ยงดูเ้าของร่างมาั้แ่ยังเยาว์วัยทั้งลูบทั้งคลำไปตามร่างกายนางราวกับ้าจะสำรวจให้แน่ใจว่าไม่มีสิ่งใดบุบสลาย
“บ่าวคิดว่าท่าน...คิดว่าท่าน...”
“ตายนะหรือ”
คำพูดะเืใจถูกกล่าวออกมาโดยที่สีหน้าคนพูดไม่ได้เปลี่ยนไปเลยสักนิด ได้ยินเช่นนั้นนางก็โผเข้ากอดท่านหญิงของตนด้วยน้ำตาที่นองหน้า “พูดเื่ไม่เป็มงคลเช่นนั้นได้อย่างไรกันเ้าคะ”
ลู่หยาหลันรู้ดีว่าสภาพตนยามนี้ดูแทบไม่ได้ ทั้งอาภรณ์ที่ขาดหลุดลุ่ยและรอยจ้ำแดงตามร่างกายอีกหลายจุด แม้จะมองจากที่ไกล ๆ ก็ยังเห็นร่องรอยได้ชัดเจนอยู่ดี
“เพลานี้น่ะยังไม่ตายหรอก แต่หากเ้ายังเอาแต่รั้งตัวข้าไว้เช่นนี้ ข้าคงจะหายใจไม่ออกจนตายจริง ๆ รีบไปตามคนที่เหลือมาเร็วเข้าเถอะ พวกเราต้องเก็บของกันแล้ว”
“เก็บของด้วยเหตุใดหรือเ้าคะ”
“ก็หนีนะสิ”
“หนี!”
ซูมามาะโออกมาเสียงดัง จนอีกฝ่ายเกือบจะอุดปากนางไว้ไม่ทัน
“จะะโทำไม ไม่ต้องสงสัยอันใดทั้งนั้น รีบทำตามที่ข้าสั่งก็พอเข้าใจหรือไม่”
ซูมามาพยักหน้ารัว ๆ ก่อนจะนำทางนายหญิงของตนกลับไปยังตำหนัก
ลู่หยาหลันกลับไปยังเรือนพัก จัดการเปลี่ยนอาภรณ์ชุดใหม่ รวบรวมสินเดิมที่นำติดตัวมาจากเผ่าเซี่ยหูทั้งหมดยัดใส่หีบ รวมถึงหยิบฉวยแจกันหยกและเครื่องทองลายครามบางส่วนในจวนอ๋องติดไม้ติดมือไปด้วย
‘ในเมื่อนางเสียความบริสุทธิ์ให้เขาไปแล้ว ก็ต้องเอาทุนคืนจากเขามาบ้าง อย่างน้อยก็เอาไว้ใช้ประทังชีวิต ถึงจะเป็การแลกเปลี่ยนที่ยุติธรรม’
นางกวาดทรัพย์สินมีค่าลงหีบ บางส่วนที่มีขนาดเล็กก็ถูกรวบรวมเก็บไว้ในห่อผ้า ใช้เวลาเพียงอึดใจเดียวห้องกว้างทั้งท้องก็ดูโล่งลงไปมากทีเดียว
“ท่านหญิงจะทำเช่นนี้จริง ๆ หรือเ้าคะ” ซูมามาพยายามคัดค้าน ทว่าลู่หยาหลันยังคงยืนกรานเช่นเดิม
“หากข้ารั้งอยู่ สักวันก็ต้องตายด้วยน้ำมือของเย่ว์อ๋อง มามา ท่านก็รู้ว่าเขาโหดร้ายเพียงใด หากมีโอกาสเราก็ควรจะรีบหนี”
“เราจะหนีรอดไปได้จริง ๆ หรือเ้าคะ”
“เอาน่า ไม่ลองดูจะไปรู้ได้ไง ไปเถอะ”
ความดื้อรั้นของลู่หยาหลันทำให้ซูมามายอมจำนน ส่วนหญิงรับใช้สองคนก็ขมีขมัน ช่วยกันขนหีบไม้ขนาดใหญ่
ทางฝั่งผู้เป็นายก็นำห่อผ้าขึ้นแบกไว้บนบ่าอย่างทะมัดทะแมง
ภาพพระชายาสูงศักดิ์เดินหลังขดหลังแข็ง แบกสัมภาระหนักอึ้งไว้บนบ่า เดินผลุบ ๆ โผล่ ๆ ภายในสวนหลังจวน ช่างดูเป็ภาพที่น่าขบขันยิ่งนัก
หลังจากเดินลัดเลาะหลังพุ่มไม้รกครึ้ม นางก็มุ่งหน้าไปยังกำแพงซึ่งอยู่ในมุมลับตา
หันซ้ายหันขวาไม่เห็นใคร นางก็มองลอดผ่านช่องโหว่ขนาดเล็กใต้กำแพงออกไปยังอีกฝั่งหนึ่งของถนนก็เกิดความสงสัย หากนางคลานลอดผ่านรูสุนัขนี้ไป ความสง่างามของพระชายาอ๋องก็ต้องพังทลายลงไปไม่มีชิ้นดี
หลังจากช่วยกันลำเลียงหีบสมบัติและถุงผ้าผ่านรูเล็ก ๆ นั่นไปจนครบ ลู่หยาหลันและหญิงรับใช้อีกสองคนก็มุดตามออกไปได้สำเร็จ
ทว่าปัญหาใหญ่กลับมาตกอยู่ที่ซูมามา บ่าวหญิงผู้นี้ร่างกายหนาเกินไป นางมุดออกมาได้เพียงครึ่งตัวบน ส่วนท่อนล่างั้แ่บั้นท้ายลงไป กลับติดอยู่ในช่องทางไม่ยอมขยับ
"อุ๊ย! ท่านหญิง บ่าวติดเ้าคะ ช่วยบ่าวด้วย!"
ลู่หยาหลันเห็นดังนั้นก็รีบคว้าข้อมือนางไว้ข้างหนึ่ง ส่วนอีกข้างหนึ่งเป็หญิงรับใช้อีกคนที่เข้ามาช่วยจับไว้
หลังจากออกแรงดึงจนตัวโกงอยู่สองสามครั้ง ร่างของซูมามาจึงหลุดออกมา
"หนึ่ง... สอง... ฮึบ!"
ผลั๊ว!
เสียงร่างอวบที่หลุดออกมาจากช่องทางแคบส่งเสียงดังราวกับจุกไม้ที่ถูกดึงออกจากไหสุรา
ทว่าแรงส่งมหาศาลขนาดนั้นกลับทำให้ลู่หยาหลันที่ออกแรงดึงสุดกำลังต้องเสียหลัก ตัวนางปลิวถอยหลังออกไปล้มก้นจ้ำอยู่กลางถนน
"กรี๊ด! ท่านหญิง!" ซูมามาใร้องลั่น
ในขณะที่ลู่หยาหลันกำลังหยัดกายพยายามจะลุกขึ้น หางตานางเหลือบไปเห็นกีบเท้าม้าลอยอยู่เหนือศีรษะ ห่างจากใบหน้าของนางไปเพียงไม่กี่คืบเท่านั้น
"ฮี้!.."
อาชาสีน้ำตาลเข้มส่งเสียงร้องระงม เมื่อสายจูงถูกตรึงไว้จนตรึงไว้ได้ทันท่วงที เกือกม้าที่ย่ำอยู่กับที่จึงได้พาให้ริ้วขบวนหยุดลงตรงหน้านางได้ทันเวลา
ลู่หยาหลันขดตัวราวกับเม่น ถุงผ้าใส่ทองคำแท่งและเครื่องประดับหล่นกระจาย
"บังอาจนัก! ขอทานชั้นต่ำที่ใด ยังไม่หลีกทางไปอีก" ทหารชุดเกราะเหล็กนั่งอยู่บนหลังอาชา ดึงแส้หนังข้างเอวออกมาเงื้อขึ้น หมายจะสั่งสอนผู้อาจหาญล่วงเกินไม่ดูตาม้าตาเรือ
ลู่หยาหลันไม่มีโอกาสได้แก้ตัวสักประโยค นางทำได้เพียงหลับตาปี๋รอรับชะตากรรม
"หยุดก่อน!"
น้ำเสียงทรงพลังดังออกมาจากด้านในรถม้า ่เวลาที่นิ่งเงียบไปครู่หนึ่งคนที่เปื้อนฝุ่นอยู่บนพื้นจึงค่อย ๆ ลืมตา
บุรุษด้านหลังผ้าม่านก้าวออกมาจากรถม้า ใบหน้าซีดเซียว สีผิดซีดขาว สุขภาพดูอ่อนแอ แต่ทว่าหางตาที่ชี้ขึ้นอย่างเ้าเล่ห์นั้นทำให้ดูไม่น่าไว้วางใจ
“เกิดอันใดขึ้น”
“กราบทูลรัชทายาท มีสตรีไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงขวางขบวนเสด็จพ่ะย่ะค่ะ”
ลู่หยาหลันได้ยินศักดินาของชายผู้นั้นก็ถึงกับสะดุ้ง ดวงตาเบิกโพลง ไม่คิดว่านางหนีพ้นอาณาเขตของเย่ว์อ๋องมาได้ไม่กี่ก้าว พริบตาเดียวกลับต้องมาคุกเข่าอยู่ต่อหน้าตัวต้นเหตุที่นำหายนะมาสู่นาง
ช่างไม่ต่างไปจากออกจากถ้ำเสือ แต่กลับหลงเข้าไปวังัอย่างไรอย่างนั้น
“พวกเ้าถอยออกไปก่อน”
ทหารองครักษ์ลดแส้ในมือลง พลางก้มหน้ารับคำสั่งและปฏิบัติตามในทันที
ดวงตาคมกริบกวาดมองตามร่างกายที่เปรอะเปื้อนไปด้วยฝุ่นดินของสตรีที่พยายามจะยกฝ่ามือขึ้นบดบังใบหน้า
“เอ๋! เ้าคือพระเย่ว์หวังเฟยมิใช่หรือ”