ยามเมื่อหยางเสี้ยนหลอมรวมจิติญญากระทิงเหล็กทองคำยามนี้เื้ัชายฉกรรจ์ปรากฏร่างิญญากระทิงสีทองลอยเคว้งอยู่ภาพเช่นนี้ยิ่งขับเน้นให้มันคล้ายวัวคลั่งยิ่งขึ้นไปอีกหยางเสี้ยนะโก้องก่อนจะกระหน่ำหมัดใส่โล่มนตราอย่างบ้าคลั่ง
ตูม ตูม! ตูมม!
เมื่อหลอมรวมกับิญญาอสูร ‘ดวงจิติญญากระทิงเหล็กทองคำ’ พละกำลังของหยางเสี้ยนเพิ่มพูนจากเดิมมากมายมหาศาลกว่าเก่าอย่างทาบไม่ติดการบดขยี้หินแกร่งนับว่าง่ายดายดุจปุยนุ่น แม้กระมั่งเหล็กกล้าแข็งแกร่งยามชายฉกรรจ์หลอมรวมดวงจิติญญาอสูรแล้ว การบดบี้เหล็กกล้าให้บี้แบนยังคงไม่ยากเย็นจนเกินไปทว่าหมัดทรงพลังของหยางเสี้ยนที่กระหน่ำใส่โล่มนตราทำได้เพียงสั่นะเืเล็กน้อยเท่านั้นด้วยพลังโจมตีมหาศาลแรงสะท้อนกลับจากการจู่โจมส่งผลให้สองแขนของหยางเสี้ยนเ็ปยากทานทนก่อนมันจะหยุดยั้งอย่างเหนื่อยหอบ
ไม่ว่าจะพยายามทำลายมันเท่าใดด้วยระดับพลังิญญาของชายฉกรรจ์ในตอนนี้ล้วนไร้ความหมาย
“อ๊ากก เ้าลิงป่า! ถ้าเมื่อใดที่ข้าจับตัวเ้าได้ ข้าจะฆ่าเ้า ข้าจะฆ่าเ้า!” หยางเสี้ยนร้องคำรามลั่นอย่างโกรธแค้นจะอย่างไรมันก็ทำอันตรายแก่ชายหนุ่มอวดดีเบื้องหน้าไม่ได้ ด้วยระยะห่างเพียงไม่กี่เมตรที่ข่ายมนตราขวางกั้นพวกมันทั้งสองไว้ทำให้จิตใจหยางเสี้ยนแค้นเคียงแทบบ้าคลั่ง
หลังจากโดนภัยคุกคามจากหยางเสี้ยนอย่างยาวนานในที่สุดชายฉกรรจ์ก็ได้หยุดยั้งลงเสียทีไป๋หยุนเฟยระบายลมหายใจออกมาอย่างโล่งอกก่อนจะเหยียดยิ้มที่มุมปากเล็กน้อยอย่างสะใจอย่างไรก็ตามอาการของสตรีชุดแดงยังไม่พ้นขีดอันตรายเพราะพิษที่ฝังอยู่ในร่างกายนางอาจกำเริบและลุกลามได้ทุกเมื่อชายหนุ่มต้องรีบพานางจากไปเพื่อทำการรักษาให้เร็วที่สุด
“ช้าก่อน!”
แต่ก่อนที่ไป๋หยุนเฟยจะจากไปมีเสียงร้องะโรั้งชายหนุ่มดังขึ้นไป๋หยุนเฟยชะงักเล็กน้อยก่อนจะหันใบหน้าไปยังต้นตอของเสียงด้วยสีหน้าไม่เต็มใจทันใดนั้นเงาร่างองค์รัชทายาทเคลื่อนกายมาหยุดยืนด้านหน้าโล่มนตราจนเห็นเงาสะท้อนของอีกฝากฝั่งเป็เพียงเงาเลือนราง ใบหน้าคมสันชั่วร้ายขององค์รัชทายาทฉายแววร้อนรนอย่างเห็นได้ชัดก่อนจะกล่าวด้วยเสียงมาดมั่น
“ข้าไม่ทราบหรอกนะว่าเ้าเป็ผู้ใดแต่ถ้าเ้าส่งมอบสตรีนางนั้นให้แก่ข้าแต่โดยดีข้าจะไม่เอาเื่เ้าและจะตอบแทนโดยการตบรางวังให้เ้าอย่างงามไม่ว่าเ้า้าสิ่งใดพวกเราราชวงค์หยางล้วนหาสิ่งที่เ้า้ามาให้ได้ทั้งสิ้น! ขอเพียงเ้าเอ่ยมา? ส่วนเื่ราวก่อนหน้าข้าองค์รัชทายาทผู้นี้จะลืมเลือนไปให้สิ้น?”
ผ่านไปชั่วครู่อีกด้านของข่ายมนตรายังคงไม่มีเสียงตอบรับจากไป๋หยุนเฟยเมื่อไม่ได้ยินคำตอบของอีกฝ่ายนิ้วมือองค์รัชทายาทกำแน่นอย่างโกรธแค้นแต่มันยังคงปั้นสีหน้าเงียบขรึมเรียบเฉย
ทว่าสำหรับหยางเสี้ยนนั้นแตกต่างออกไปด้วยความเป็คนอารมณ์ร้อนมันะโลั่น
“เ้าลิงป่า! องค์ชายถึงกลับเสนอทางรอดให้แล้วยังไม่…”
“หุบปาก!” องค์รัชทาราชตวาดก่อนจะกล่าวราบเรียบจริงจัง “ถ้าข้อเสนอของข้ายังไม่ดีพอเช่นนั้น? ข้าจะนำพาเ้าเข้าพระราชวังและจะให้เ้าดำรงตำแหน่ง ‘ปราชญ์อักษร’ แก่เ้าดีหรือไม่? ถึงจะอายุน้อยไปหน่อยแต่ด้วยภูมิความรู้ด้านอักขระอักษรอันสูงส่งของเ้าขอเพียงเ้าเอ่ยปากมา เราองค์รัชทายาทจะสนองให้ทันที!” ทุก่คำกล่าวใบหน้าองค์รัชทายาทยับย่นไปมาน้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความขัดแย้งชัดเจน
ที่มันขัดแย้งคือ ล้วนสืบเนื่องมาจากตำแหน่ง ‘ปราชญ์อักษร’ กับ ‘อายุน้อย’ ซึ่งสองประโยคนี้ภายในจิตในของมันองค์รัชทายาทรู้สึกขัดแย้งอย่างชัดเจนเนื่องจากด้วยอายุเยาว์เพียงเท่านี้มันเป็ไปไม่ได้เลยที่จะทำความเข้าใจทางศาสตร์ลี้ลับนี้ตนแตกฉานแม้แต่ในอาณาจักรภายใต้ขอบเขตการดูแลของราชวงศ์หยางตัวตนที่มันเคยพบเจอสมควรเป็เฒ่าชราอายุเกินร้อยปีทั้งสิ้น!
ทว่ากับเด็กหนุ่มผู้ไร้ชื่อเสียงเรียงนามและยังพึ่งอดน้ำนมมารดาได้มินานเช่นนี้? ชั่งเป็เื่น่าหัวร่อของมันองค์รัชทายาทอย่างยิ่ง!
สิ้นสุดข้อเสนอขององค์รัชทายาท ใบหน้าหยางเสี้ยนบูดเบี้ยวอย่างใองค์รัชทาราชถึงกับยื่นข้อเสนอยกตำแหน่ง‘ปราชญ์อักษร’ให้กับเด็กน้อยคนหนึ่งฉายานามตำแหน่งนี้ในพระราชวังย่อมสูงส่งสุดหยั่งถ้าเปรียบตำแหน่งของมันเป็ก้อนหิน ปราชญ์อักษรสมควรเป็ปุยเมฆ ทว่าเมื่อมันฉุกคิดถึงเหตุการณ์ก่อนหน้า การให้เด็กหนุ่มอายุเยาว์คนหนึ่งดำรงตำแหน่งสูงส่งอาจจะเป็ไปได้เนื่องจากผู้คนที่มีความรู้ทางด้านอักษรอักขระบนอาณาจักรสุริยันกระจ่างมีน้อยเสียนับคนได้
ถ้าเป็บุคคลอื่นได้ยินคำพูดขององค์รัชทายาทภายในจิตใจของพวกมันล้วนต้องะโโลดเต้นด้วยความยินดีปรีดาขุมอำนาจราชวงค์หยางเกียงไกรเพียงใดทุกผู้คนล้วนรู้ดีพื้นที่กว่าสิบส่วนของทวีปขุนเขาศักดิ์สิทธิ์ล้วนถูกปกครองโดยราชวงค์หยางมาเนิ่นนานพลายพันปีการจะเป็ศัตรูกับขุมอำนาจยิ่งใหญ่เช่นนี้ล้วนไม่ต่างอันใดกับการแสวงหาความตาย
ทว่า ไป๋หยุนเฟยมันเป็บุคคลเช่นใด ชายหนุ่มเป็เพียงกบในกะลาตัวหนึ่งเพียงเท่านั้นั้แ่เกิดมาความทรงจำของมันล้วนมีเพียงใบหน้าของชราไป๋เทียนอวิ๋นแต่เพียงผู้เดียวกระทั่งรายชื่อขุมอำนาจต่างต่างและชื่อเสียงเกียรติยศนับร้อยอย่างพันประการหามีอยู่ในหัวสมองชายหนุ่มไม่?
สำหรับกบในกะลาตัวหนึ่งเช่นไป๋หยุนเฟย ในหัวสมองของชายหนุ่มรู้จักเพียงปุยหิมะสีขาวของหิมะกับตำราหนาเตอะเพียงเท่านั้นสำหรับคำพูดอันน่ารำคาญที่องค์รัชทายาทพร่ำบ่นออกมาให้ได้ยินในหัวสมองชายหนุ่มประมวลผลให้เพียงสามประโยคสั้นสั้นว่า...ไร้สาระ!
ได้ฟังวาจาเลิศหรูจากคนที่้าพรากชีวิตของตนเอง คิดหรือว่าชายหนุ่มจะเชื่อต่อให้เอาทองคำมากมายมากองสุมไว้เบื้องหน้า มันล้วนเมินเฉยไม่ใยดีภายในใจไป๋หยุนเฟยล้วนทราบดีหากมันไม่มีโล่มนตราขวางกั้นระหว่างพวกมันเอาไว้บัดนี้องค์รัชทายาทคงไม่พูดพล่ำทำเพลงให้เสียเวลาและได้ทำการหั่นศพของมันจนไม่เหลือชิ้นดีไปแล้ว
ไป๋หยุนเฟยแค่นเสียงเ็าไม่ใส่ใจทีหนึ่งก่อนจะช้อนเอวโอบอุ้มร่างงามระหงส์ขึ้นมาชายหนุ่มกล่าวตอบด้วยน้ำเสียงขบขัน
“เฮอะ! ตบรางวัลให้ข้าอย่างงามเช่นนั้นรึรางวัลของเ้าหลังจากข้าส่งมอบนางให้แล้วคงไม่พ้นเชือดข้าทิ้งเป็แน่ ข้าไม่ใช่ตัวโง่งมที่จะเชื่อคำพูดผายลมจากปากคนที่้าเอาชีวิตข้าหรอกนะ อ่า…ถ้าเป็โคแก่ข้างกายเ้าก็ว่าไปอีกอย่างหลังจากเ้าพูดสิ่งใดมันล้วนเชื่อฟังทั้งหมดมิใช่หรือ…หรือว่า?! มันอาจจะติดใจกลิ่นปากอันเหม็นโฉ่ของเ้าเป็แน่ ฮ่าฮา” หลังจากกล่าวแดกดันเสร็จ ไม่รอช้าไป๋หยุนเฟยโอบอุ้มร่างไร้สติของหญิงสาวก่อนจะเดินหายเข้าไปยังอุโมงค์อย่างเชื่องช้าทิ้งไว้เพียงเสียงหัวเราะเยาะเย้ยที่ล่องลอยออกมาตามสายลม
คำพูดแดกดันของมันที่กระทบใส่หยางเสี้ยนทำให้ชายฉกรรจ์แทบเสียสติอีกครั้งก่อนมันจะลงมือทุบตีโล่มนตราอย่างคุ้มคลั่งกระนั้น นอกจากการสั่นะเืเพียงเล็กน้อยโล่มนตราล้วนไม่ได้รับผลกระทบที่ตามมาใดใดโดยสิ้นเชิงยิ่งโจมตีมากเท่าไหร่ยิ่งไร้ผล ด้วยความคับแค้นที่กองสุมภายในอกเดือดพล่านล้นทวีหลังจากลงไม้ลงมือเสร็จหยางเสี้ยนกระอักโลหิตออกมาคราหนึ่งเพื่อระบายความอัดอั้นอัปยศในใจ
ร่างกายองค์รัชทายาทสั่นเทาด้วยความโกรธสายตามันจับจ้องไป๋หยุนเฟยที่โอบอุ้มสตรีที่มันหมายปองหายเข้าไปยังอุโมงค์อย่างเครียดแค้นั้แ่มันผู้เป็องค์รัชทายาทถือกำเนิดมาไม่เคยมีสักครั้งที่จะถูกหนิ่มประมาทเช่นนี้มาก่อนตลอดชีวิตของมันล้วนมีแต่ผู้คนเอาอกเอาใจทว่าเบื้องหน้าของมันยามนี้กลับถูกการดูิ่ของชายหนุ่มผู้ไม่รู้หัวนอนปลายเท้าคนหนึ่งไม่เพียงเท่านั้นคำพูดิ่ประมาทที่โดนกล่าวออกมามิใช่การพูดธรรมดา...มันถึงกับเป็การดูหนิ่มซึ่งซึ่งหน้าในระยะเพียงรูขุมขน!
องค์รัชทายาทจ้องมองเงาร่างหายวับไปในความมืดด้วยสายตาแดงก่ำก่อนจะกล่าวอย่างอาฆาตเดือดฉัน “เป็เพียงขยะตัวหนึ่งถึงกับกล้าเอามือสกปรกมาเตะต้องพระชายาในอนาคตของข้าและยังอวดดีต่อหน้าข้าองค์รัชทายาทถึงเพียงนี้!’’
"เ้าขยะ ข้าเ้า้าเช่นนั้นได้!!"
สายตาชิงชังจ้องมองไปยังหยางเสี้ยน องค์รัชทายาทกล่าวออกคำสั่งด้วยสีหน้าบิดเบี้ยว
“หยางเสี้ยน! เ้ารีบใช้ ‘ตราผลึกโทรจิต’ สื่อสารไปหาผู้อวุโสหยางเจี้ยนให้มายังหุบเขาลูกนี้โดยเร็วที่สุดนำกองกำลังทหารอีกหนึ่งพันคนมาปิดล้อมทุกซอกทุกมุมทั่วหุบเขาอย่าให้แม่นางเฟิงหลบหนีไปได้อีกอย่าง อย่าให้ความลับเื่นี้ถูกเปิดเผยไปถึงใบหูพระราชบิดาและผู้คนนิกายเทพขุนเขาเป็อันขาดมิเช่นนั้นผลที่ตามมาล้วนเลวร้ายยิ่งกว่าพวกเราจะรับไหวจะอย่างไรเื่ราวก็ได้ดำเนินมาถึงขั้นนี้แล้วถ้ายังไม่ได้ตัวแม่นางเฟยข้าจะไม่ถอยหนีเป็อันขาด!?”
สิ้นวาจาอันโเี้มันได้ปลดปล่อยจิตสังหารอย่างเข้มข้นเมื่อนึกถึงใบหน้าไป๋หยุนเฟยที่ขัดขวางมันเมื่อครู่ก่อนจะกล่าวน้ำเสียงเย็นยะเยียบ
“ส่วนเ้าขยะชั้นต่ำนั่น! ถ้าได้ตัวมันมาเมื่อไหร่ไม่ว่าใครก็ตามที่อาศัยอยู่ในหุบเขาลูกนี้จับตัวพวกมันมาให้หมดและสังหารพวกมันทุกคนอย่าให้เหลือชิ้นดี!?!
--------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
หลังจากไป๋หยุนเฟยพาร่างไร้สติของสตรีชุดแดงเข้าสู่อุโมงค์มืดสนิทอย่างทุลักทุเลตลอดทางชายหนุ่มสูดดมกลิ่นหอมเจือจางอย่างเบิกบานใจเมื่อเห็นร่างสูงตระหง่านของไป๋เทียนอวิ๋นยืนกอดอกอยู่ปากทางออกจิตใจไป๋หยุนเฟยหล่นวูบอย่างใจหาย
เสียงดังสนั่นก้องหุบเขาเมื่อครู่ทำให้ชายชราต้องมาดูว่ามันเกิดสิ่งใดขึ้นจนกระทั่งเห็นไป๋หยุนเฟยโอบอุ้มร่างไร้สติของสตรีผู้หนึ่งกลับมาชายชราเริ่มคาดเดาประติดประต่อเื่ราวได้หลายส่วนทำให้สีหน้าไป๋เทียนอวิ๋นแปรเปลี่ยนไปมาไม่หยุดยั้งสายตาคมกล้าจ้องมองหลานชายตัวดีอย่างเหนื่อยระอาก่อนจะถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่กล่าวถามด้วยเสียงเข้ม
“ลูกเฟยเผลอแปบเดียวเ้ากลับฉุดลากสตรีนางหนึ่งเข้ามายังที่พักอาศัยของพวกเราดูจากการแต่งกายของนางสมควรเป็บุตรสาวจากกระกูลสูงส่งตระกูลหนึ่งเป็แน่แท้ถ้าข้าคาดเดาไม่ผิดเบื้องนอกหุบเขาคงมีผู้คนกลุ่มหนึ่งที่ขัดแย้งกับแม่นางน้อยผู้นี้ใช่หรือไม่?” สายตาคมกล้าดุจวิหกราชันจ้องมองสตรีชุดแดงไปมา ส่งผลให้คิ้วชายชราขมวดนิ่วกล่าวต่อ “เื่ราวคราวนี้คงไม่ใช่เื่ราวเล็กเล็กเสียแล้วด้วยความใจร้อนของเ้าจากการกระทำสิ่งใดโดยไม่ยั้งคิดครานี้เ้าได้นำปัญหาใหญ่โตเข้ามาโดยแท้”
“ท่านปู่ คือว่า…ข้า” น้ำเสียงไป๋หยุนเฟยโพร่งขึ้น ใบหน้าเด็กหนุ่มอาบย้อมไปด้วยความรู้สึกสำนึกผิด
แต่ก่อนที่เด็กหนุ่มจะเอ่ยคำใดไป๋เทียนอวิ๋นยกมือห้ามปรามก่อนจะส่ายศีรษะไปมา กล่าว
“ตอนนี้ยังไม่ใช่เวลาที่จะมาอธิบายด้วยนิสัยของเ้า ข้าคิดแล้วว่าคงมีสักวันที่เื่ราวเช่นนี้จะเกิดขึ้น…เ้าได้ช่วยนางมาแล้วก็สมควรช่วยเหลือนางให้ถึงที่สุดดูจากอาการแม่นางน้อยแล้วตอนนี้อาการของนางชั่งน่าเป็ห่วงยิ่งนักเ้ารีบพานางเข้าไปยังกระท่อมก่อนอากาศข้างนอกหนาวเย็นเกินกว่าที่ร่างกายของนางในเวลานี้จะทนไหว”
“ข้าทราบแล้วท่านปู่!” ไป๋หยุนเฟยกล่าวตอบอย่างเชื่อฟังน้ำเสียงปนเจือด้วยความรู้สึกผิดเห็นสีหน้าวิตกกังวลของไป๋เทียนอวิ๋นจิตใจชายหนุ่มกระวนกระวายยิ่งก่อนจะนำพาร่างสตรีชุดแดงมุ่งหน้าไปยังกระท่อมของตน
สายตาไป๋เทียนอวิ๋นจ้องมองแผ่นหลังหลานรักของตนด้วยแววตาซับซ้อนจากนั้น สายตาสีขาวเงินวาวฉายประกายแปลกประหลาดพิกลออกมาให้ความรู้สึกพิศวงลี้ลับก่อนที่ชายชราจะผันใบหน้ามองไปยังสุดขอบแดนหิมะขาวโพรนสุดสายตาก่อนที่จะพ่นลมหายใจบางเบา