เมื่อซูอิ๋งอิ๋งมองรอบ ๆ เห็นในถ้ำมีเพียงก้อนหินขนาดใหญ่ตั้งอยู่ นอกนั้นก็ไม่เห็นมีสิ่งใดอีก ซูหยวนเย่เองก็กวาดตามองจนทั่ว และไม่พบทางออกทางอื่นนอกจากทางที่มันกับมารดาเดินเข้ามา ดังนั้นเื่หลบหนีลืมไปได้เลย
“พวกเ้าทั้งสองคน ถอดเสื้อผ้าออก แล้วเริ่มทำได้เลย” เสียงของซื่อเทียนหนานิเอ่ยขึ้น คราวนี้ทำเอาสองแม่ลูก ต้องหันมามองกันด้วยความใแล้ว ซูหยวนเย่เองยังไม่เท่าไหร่ เพราะเป็ชาย แต่ซูอิ๋งอิ๋งนี่สิ แค่ต้องเปลือยกายให้บุตรชายดูก็น่าอายพอแล้ว นี่ต้องทำต่อหน้าชายอื่นที่ไม่รู้จักอีกผู้ใดจะสามารถทำได้ลงคอ
“นี่จะเกินไปหรือไม่ผู้าุโ ยอดฝีมือเช่นท่าน ไงมาแกล้งผู้เยาว์สองคนเช่นนี้” ไม่ทันจะจบคำ ซื่อเทียนหนานิร้องสวนมาทันทีว่า “เ้าสองคนเป็สามี ภรรยากันไม่ใช่รึ ทำเป็เหนียมอายไปได้ ข้านับหนึ่งถึงห้า ถ้าเ้าสองคนไม่ถอดเสื้อผ้าออกมาให้หมด ข้า จะเข้าไปช่วยถอดให้เอง หึ หึ หึ” ว่าแล้วซื่อเทียนหนานิก็เริ่มนับ
“ทำอย่างไรดี” ซูอิ๋งอิ๋งกระซิบเบาข้าง ๆ บุตรชายของนางด้วยท่าทาร้อนรน ซูหยวนเย่เลยต้องพลันทำท่าบอกทันทีว่า ระวังคำพูด เดี๋ยวซื่อเทียนหนานิจะได้ยินเข้า
“สอง...” เสียงซื่อเทียนหนานินับต่อ ซูหยวนเย่ไม่รู้จะทำเช่นไร มันจึงแสร้งใช้มือถอดเสื้อออกช้า ๆ กะว่าอาจจะถ่วงการนับลงได้บ้าง ซูอิ๋งอิ๋งก้มหน้าลงด้วยความอาย นางเห็นบุตรชายในรูปร่างแข็งแรงของสามี ก็อดใจเต้นตึก ๆ ไม่ได้ ความรู้สึกตอนที่เคยร่วมหลับนอนกับซู่อี้หนานก็พลันแวบเข้ามาในหัวอีกครั้ง
“สาม...”
“ผู้าุโ ช้า ๆ หน่อย” ซูหยวนเย่ไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่ะโไปแบบนั้น ก่อนหันมามองซูอิ่งอิ๋ง มันเห็นมารดาคนงามยืนนิ่งก้มหน้าอยู่ ไม่รู้คิดอะไร ตัวเองก็เหลือแค่กางเกงตัวเดียวแล้วยามนี้
“สี่... ดูท่าข้าคงต้องเข้าไปช่วยพวกเ้าสองสามี ภรรยาเสียแล้ว” ซื่อเทียนหนานิเอ่ยด้วยท่าทางหงุดหงิดแล้วก้าวเท้าตรงเข้ามาหาคนทั้งสองอย่างช้า ๆ ยามนั้นซูอิ๋งอิ๋ง กับซูหยวนเย่ตื่นใเป็อย่างมาก ทว่า...เมื่อถูกบีบบังคับให้ฝืนทำในสิ่งที่ไม่สมควร พวกมันก็ไม่มีสิ่งใดจะต้องเสียอีกแล้ว ในเมื่อซูอิ๋งอิ๋งไม่สามารถกลั่นใจร่วมรักกับบุตรชายในร่างของสามีได้ ซูหยวนเย่เองแม้จะทะลึ่งลามก แต่จะให้มันต้องมาสมสู่กับมารดา มันก็ทำไม่ลงเช่นกัน ดังนั้นทั้งคู่จึงคิดจะแลกชีวิต หากตายตกตามกันเมื่อขึ้น์ก็สามารถมองหน้าซูอี้หนานผู้เป็สามี และบิดได้อย่างได้อย่างสนิทใจทว่า....
เพียงแค่ลมพัดวูบไหวหนึ่งครั้ง ร่างของทั้งสองก็แข็งทื่อขยับไม่ได้ ก่อนที่พวกมันจะพบว่า ซื่อเทียนหนานิไปยืนอยู่ที่ด้านหลังเป็ที่เรียบร้อย
“ระ...รวดเร็วอะไรเช่นนี้ มันจี้สกัดจุดข้ากับท่านแม่ภายในพริบตาเดียวเช่นนั้นหรือ...” ซูหยวนเย่คิดในใจเพราะยามนี้ปากของมันอ้าค้าง เนื่องจากถูกจี้จุด
“ดูท่าทางแล้วพวกเ้าคงจะไม่ยอมทำสินะ ช่างน่าเสียดายจริง ๆ เดิมเมื่อครู่ข้าคิดว่าจะใช้กรงเล็บหักคอพวกเ้าทิ้ง แต่ก็เปลี่ยนใจกะทันหัน เพราะมาคิด ๆ ดู เ้าทั้งสองคนจะมีเหตุผลที่ไม่ยอมทำเป็แน่ เอ๋? เพราะเหตุใดนะ... อ๊าาา..าาา รู้แล้ว พวกเ้าไม่ใช่ผัวเมียกันนั้นเอง” ซื่อเทียนหนานิพูดพึมพำกับตัวมันเองราวกับคนเสียสติ
“ไม่ใช่ผัวเมียกัน แต่ยังมาโกหกข้าว่าเป็ มันช่างน่าฆ่าทิ้งยิ่งนัก แต่เอาเถิด วันนี้ข้าถือศีลกินเจไม่ฆ่าสัตว์ตัดชีวิต จะเมตตาเ้าทั้งคู่สักครั้ง”
“ถือศีลอันใด เ้าพึ่งจะสังหารเ้าแก่ฉีเหลินกงไปเมื่อครู่นี้ สมแล้วที่ผู้คนเรียกขานว่าเ้าเป็จอมมารวิปลาส แต่เมตตากระนั้นรึ? หรือว่าบางทีมันอาจจะ...อึก!!!” ซูหยวนเย่นิ่งคิดอยู่ในใจ และเริ่มมีความหวังนิด ๆ ว่าบางทีซื่อเทียนหนานิอาจจะปล่อยพวกมันสองแม่ลูกไป ทว่า...ยังคิดไม่จบ จู่ ๆ ก็มีของสิ่งหนึ่ง ลักษณะเป็ก้อนกลม ๆ คล้ายโอสถถูกป้อนลงเข้าปากของมัน ซูหยวนเย่ตื่นใเป็อย่างมาก ซูอิ๋งอิ๋งที่เห็นก็เช่นกัน “ยาพิษหรือ?” แต่ผู้มีฝีมือสูงส่งอย่างซื่อเทียนหนานิจะใช้ยาพิษด้วยเหตุใดกัน ถ้าจะใช้ของแบบนี้ มิสู้ลงมือสังหารให้จบ ๆ ในพริบตามิดีกว่าหรือไร...
“พวกเ้าไม่ต้องตื่นใไป ที่ข้าให้กินไม่ใช่ยาพิษ แต่เป็ยา ‘เดรัจฉานกระหายกาม’ ผู้ที่กินเข้าไปจะความ้าทำเื่แบบนั้นอย่างแรง ไม่ต่างจากเดรัจฉานยามติดสัด มันจะจำอะไรไม่ได้ชั่วขณะ สมองมีแต่ความกระหายในราคะเท่านั้น ในเมื่อพวกเ้ากล้ามาหลอกข้าว่าเป็ผัวเมียเช่นนั้นก็จงเป็จริง ๆ ซะ” คำกล่าวของซื่อเทียนหนานิทำเอาสองแม่ลูกนิ่งอึ้งด้วยความใสุดขีด
“อีกประมาณครึ่งก้านธูปจุดชีพจรของพวกเ้าก็จะคลาย พร้อมกับยาที่ออกฤทธิ์เต็มที่ ถึงยามนั้นข้าอวยพรให้พวกเ้าทั้งสองมีความสุขมาก ๆ ฮ่า ๆ ๆ ๆ ๆ” ซื่อเทียนหนานิพูดจบก็ะเิเสียงหัวร่อ ก่อนพลันพุ่งออกไปจากถ้ำพร้อมกับสะบัดแขนเสื้อใส่ผนังถ้ำหนึ่งครั้ง จากนั้นก็เกิดเสียงโครมใหญ่ เมื่อนั้นก้อนหินหลายก้อนถล่มลงมาปิดทางออก พวกมันเ่าั้ไม่ได้มีขนาดใหญ่มาก อาศัยแค่กำลังภายในของซูอิ๋งอิ๋งก็พังทลายออกไปได้ ทว่า...นั้นต้องเป็ยามที่นางปรกติ ไม่ใช่ได้รับาเ็เฉกเช่นในเวลานี้ ส่วนการจะเดินลมปราณฟื้นเพื่อรักษาอาการอย่างน้อย ๆ ก็ต้องใช้เวลาราว ๆ ครึ่งชั่วยาม และคล้ายถูกวางหมากดักไว้อีกหนึ่งขั้น ทว่า...ซูอิ๋งอิ๋งไม่มีเวลาจะทำเช่นนั้นเป็แน่ เพราะบุตรชายในร่างสามีของนาง กำลังจะกลายเป็สัตว์เดรัจฉานที่กระหายในกามราคะอยู่รอมร่อแล้ว...
ซูอิ๋งอิ๋งทำอันใดไม่ได้นอกจากพยายามรวบรวมกำลังภายในเพื่อคลายจุด ทว่า...ด้วยอาการาเ็ที่มีอยู่ ก็เป็เื่ยากยิ่งนัก ส่วนซูหยวนเย่เอง ก็กำลังทำเช่นเดียวกัน ซึ่งเหมือนมันจะก้าวหน้ากว่ามารดาหลายส่วน อาจเพราะผลมาจากเคล็ดวิชา เทวะกามาสูรท่อนล่างก็เป็ได้
“ดีที่ข้าฝึกเคล็ดวิชานี้มา มันช่วยได้มากเลยทีเดียว ข้าต้องรีบคลายจุด และหนีออกจากถ้ำไปให้ห่างท่านแม่มากที่สุด ไม่เช่นนั้นข้าคง......อึก!!!” ขณะที่ซูหยวนเย่กำลังคิดอย่างมีความหวังอยู่นั้น จู่ ๆ หัวใจของมันก็เต้นอย่างรุนแรงราวกับจะะเิออกมานอกทรวงอก สมองถูกหมอกสีดำทะมึนเข้าปกคลุม สติค่อย ๆ เลือนหายไปอย่างรวดเร็ว ยาเดรัจฉานกระหายกาม กำลังเริ่มออกฤทธิ์ และกลืนกินสติสัมปชัญญะของซูหยวนเย่แล้วนั้นเอง....
จบบท