"หลี่ซวน... เป็อย่างที่เ้าพูดจริงๆ แรงกดดันนั้นหายไปแล้ว"
ถงจื่ออันกล่าวพร้อมถอนหายใจยาว สีหน้าของเขายังคงซีดขาวจากเหตุการณ์ปะทะพลังเมื่อครู่
"ข้านึกจริงๆ ว่าวันนี้ข้าคงต้องตายเสียแล้ว..."
จี้อันที่ยืนอยู่ข้างๆ พยักหน้าเห็นพ้อง ก่อนกล่าวขึ้น
"หลี่ซวน พวกเราควรกลับกันเถิด เหตุการณ์เมื่อครู่นี้ไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์ธรรมดาอย่างพวกเราจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวได้" เขามองไปยังทิศทางเดียวกับหลี่ซวนแล้วเอ่ยต่อ "แค่ได้รู้ว่าเซียนมีอยู่จริง ก็นับว่ามากพอแล้ว วันหน้าไม่แน่ว่าพวกเราอาจมีวาสนาได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางเซียนก็เป็ได้"
หลี่ซวนไม่ได้ตอบในทันที เขายืนเงียบอยู่ครู่หนึ่ง ภายในใจกำลังต่อสู้กันระหว่างเหตุผลกับความอยากรู้อยากเห็น
เขารู้ดี... ตัวเขาเป็เพียงมนุษย์ธรรมดา ไม่มีพลัง และไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเื่ของเซียนเ่าั้ แต่หากจากไปทั้งอย่างนี้... ในอนาคต เขาอาจต้องเสียใจที่ปล่อยโอกาสครั้งนี้ผ่านไป
'แต่ว่า...' หลี่ซวนครุ่นคิดในใจ 'จากที่ข้าเห็น พวกพวกเขาไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อพวกเรา ดูเหมือนเพียงกำลังประลองหรือพูดคุยกันเท่านั้น อีกทั้งพวกเราจะเข้าไปทำอะไรได้กันเล่า ต่อให้เดินเข้าไปก็คงไม่อาจเปลี่ยนแปลงสิ่งใด แถมยังจะเป็อันตรายต่อตัวเราเองอีก'
สุดท้ายเขาก็ถอนหายใจเบาๆ
"ช่างเถิด... กลับกันเถอะ อย่างที่จี้อันพูด ไม่ใช่ว่าครั้งหน้าพวกเราจะไม่มีวาสนาอีก แค่ได้เห็นเื่ราวเช่นนี้ ข้าก็พอใจแล้ว"
เมื่อได้ยินดังนั้น ถงจื่ออันและจี้อันก็พยักหน้าเห็นด้วย
ทั้งสามกำลังจะเดินจากไป... แต่หลังจากเดินได้เพียงไม่กี่ก้าว พวกเขากลับไม่ได้ยินเสียงฝีเท้าตามมา ถงจื่ออันและจี้อันจึงหันกลับไปมอง และพบว่าหลี่ซวนยังคงยืนอยู่ที่เดิม สายตาจับจ้องขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างไม่คลาดสายตา
"หลี่ซวน ทำไมเ้ายังไม่ไปอีก?" จี้อันถามด้วยความสงสัย "แค่ได้เห็นถึงเพียงนี้ก็นับว่ามากพอแล้วไม่ใช่หรือ?"
ถงจื่ออันมองท่าทีผิดปกติของสหาย ก่อนจะเริ่มรู้สึกหวาดหวั่น "หลี่ซวน... เหตุใดเ้าจึงมองเช่นนั้น? หรือว่าเ้าเห็นอะไรอีก?"
เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก "อย่าบอกนะว่า... มีสิ่งที่น่ากลัวกว่าตอนเมื่อครู่อีก"
แม้ภายในใจของถงจื่ออันจะอยากรีบออกจากสถานที่แห่งนี้ใจจะขาด แต่เขาก็ไม่อาจทิ้งหลี่ซวนไว้เพียงลำพัง
หลี่ซวนยังคงแหงนมองขึ้นไปบนท้องฟ้า ก่อนดวงตาของเขาจะเบิกกว้าง
"นะ... นั่นมันอะไรกัน..." หลี่ซวนกล่าวด้วยความตกตะลึง "มีเรือเพิ่มมาอีกสี่ลำ! แล้วตรงข้างล่างนั่น... วังวนสีชมพูงั้นหรือ?"
จี้อันที่ได้ยินก็เปลี่ยนสีหน้าทันที "วังวนสีชมพู?" เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง "อย่าบอกนะว่า... พวกเขามาที่นี่เพราะสิ่งนั้น"
หลี่ซวนไม่ได้ตอบ เขาเพียงมองสิ่งที่อยู่ไกลออกไปด้วยสายตาซับซ้อน "เกรงว่าน่าจะเป็เช่นนั้น..."
หลังจากนั้น หลี่ซวนก็ยืนนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง แต่ในเวลานั้นเอง... ดวงตาสีฟ้าครามของเขาพลันเรืองแสงขึ้นอีกครั้ง!
"เรือมาอีกลำแล้ว!"
จี้อันที่เห็นท่าไม่ดีรีบะโบอกถงจื่ออันทันที "ไม่ได้การแล้ว! พวกเราต้องรีบไป! เ้าลิงตัวใหญ่ รีบดึงหลี่ซวนมาแล้วหนีเร็ว!"
หากเป็เวลาปกติ ถงจื่ออันคงไม่พอใจกับคำว่า "เ้าลิงตัวใหญ่" แต่ในเวลานี้ เขาไม่มีอารมณ์จะใส่ใจแม้แต่น้อย เพราะสัญชาตญาณกำลังร้องเตือนถึงอันตรายอย่างรุนแรง เขารีบคว้าแขนหลี่ซวน ก่อนที่ทั้งสามจะวิ่งกลับเข้าไปในป่าอย่างสุดชีวิต!
หลังจากวิ่งกลับมาตามเส้นทางเดิมได้ไม่นาน ก็เกิดเสียงะเืรุนแรงดังกึกก้องขึ้นจากด้านหลัง
ตูมมม!!
พร้อมกับไอสีชมพูประหลาดจำนวนมหาศาลที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า!
ทั้งสามยังไม่ทันได้คิดสิ่งใด เสียงคำรามก้องก็ดังสนั่นไปทั่วผืนป่า สัตว์ป่าที่ก่อนหน้านี้พบเห็นเพียงประปราย บัดนี้กลับหลั่งไหลแตกตื่นวิ่งหนีทะลักออกมานับร้อยตัว!
ไม่เพียงเท่านั้น... ท่ามกลางฝูงสัตว์ป่า ยังมีสัตว์อสูรรูปร่างดุร้ายปะปนอยู่ด้วย ทั้งหมูป่าอสูรขนาดมหึมา ช้างสีดำร่างั์ที่มีงายาวราวหอก นกสี่ปีกดวงตาสีแดงฉานที่เคยมีบันทึกอยู่ในตำรา ลำพังสัตว์อสูรก็มีมากกว่าสิบตัวแล้ว!
เมื่อเห็นภาพตรงหน้า ทั้งสามต่างหน้าซีดเผือด ความตื่นตระหนกเข้าครอบงำทันที
หลี่ซวนพยายามบังคับตนเองให้สงบ สมองเริ่มคิดหาวิธีรอดชีวิตอย่างรวดเร็ว หากฝืนวิ่งฝ่าฝูงอสูรตรงหน้า... โอกาสรอดแทบเป็ศูนย์!
ทันใดนั้น เขาก็เหลือบไปเห็นถ้ำขนาดใหญ่สูงราวสองถึงสามจั้งที่ตั้งอยู่ใต้เชิงผา
'ถ้ำ!' หลี่ซวนคิดในใจ 'แม้ภายในอาจมีสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งอาศัยอยู่... แต่เมื่อเกิดความวุ่นวายเช่นนี้ เ้าของถ้ำอาจออกไปแล้วก็เป็ได้!'
เขาไม่ลังเลแม้แต่น้อย "เร็ว! ไปทางนั้น!"
หลี่ซวนะโสุดเสียง พร้อมรีบวิ่งนำไปยังปากถ้ำ ถงจื่ออันและจี้อันรีบวิ่งตามไปติดๆ
แต่ก่อนจะถึงปากถ้ำ... เสียงของจี้อันก็ดังขึ้นด้วยความสิ้นหวัง
"หลี่ซวน... ข้า... ข้าวิ่งไม่ไหวแล้ว..."
ในเวลาเดียวกัน หมูป่าอสูรขนาดมหึมาก็พุ่งเข้าหาจี้อันด้วยความเร็วราวสายฟ้า!
เมื่อเห็นเช่นนั้น หลี่ซวนไม่ลังเลแม้แต่น้อย เขาพุ่งเข้าไปคว้ามือจี้อัน ก่อนออกแรงดึงอย่างสุดกำลัง ทั้งสองสลับตำแหน่งกันในพริบตา จากนั้นเขาก็ผลักจี้อันไปทางถงจื่ออัน
"รับเขาไว้!"
ถงจื่ออันรีบคว้าตัวจี้อัน ก่อนทั้งสองจะล้มกลิ้งเข้าไปภายในถ้ำ
ส่วนหลี่ซวน... ด้วยแรงส่งเมื่อครู่ ทำให้เขาเสียหลักเกือบล้มลง ในขณะนั้นเอง ดวงตาสีฟ้าครามของเขาก็เปล่งประกายเจิดจ้าเป็สีครามเข้ม มโนภาพการเคลื่อนที่ของหมูป่าอสูรแจ่มชัดขึ้นในสายตา ราวกับมีพลังบางอย่างช่วยประคองให้เขาทรงตัวตั้งหลักได้อีกครั้ง!
ทว่า... ร่างกายของมนุษย์ธรรมดาไม่อาจหลบหลีกความรวดเร็วระดับสัตว์อสูรได้ทันทั้งหมด
ตูม!
แม้จะหลบจุดตายได้ฉิวเฉียด แต่แรงกระแทกมหาศาลก็ยังคงปะทะเข้ากับร่างของหลี่ซวนอย่างจัง! ร่างของเขาปลิวกระเด็นราวกับว่าวขาดสาย เืสดกระอักออกจากปากทันที!
"หลี่ซวน!"
ถงจื่ออันรีบพุ่งออกมารวบรับร่างของสหายไว้แล้วลากกลับเข้ามาในถ้ำ เสียงะโของทั้งสองดังสะท้อนไปทั่วปากถ้ำ
หลี่ซวนพยายามลืมตาขึ้นอย่างยากลำบาก แต่สติของเขาค่อยๆ เลือนหาย... ก่อนที่โลกทั้งใบจะมืดสนิทลง