ถึงจะรู้สึกเจ็บมากแค่ไหนแต่ต่งเสี่ยวเสี่ยวก็กัดฟันกำหมัดแน่น เธอเดินมุ่งหน้าต่อไปเรื่อยๆ
เมื่อกี้นี้ในตอนที่ตกอยู่ในอันตรายเธออยากจะปล่อยให้งูใหญ่กัดเฮ่อเจี้ยนิให้ตายๆ ไปซะ
แต่เธอจะปล่อยให้เป็แบบนั้นไม่ได้เธอจึงยื่นมือเข้าไปช่วยเขาเอาไว้
ถึงเธออยากจะจัดการเฮ่อเจี้ยนิมากแค่ไหนแต่เธอก็จะไม่ใช้วิธีการต่ำๆ แบบนี้แน่นอน
ก่อนที่งูจะตาย มันได้พ่นพิษออกมาเฮ่อเจี้ยนิเองก็ไม่ต่างกัน ่คอของเขาก็โดนพิษงูเหมือนกับเธอ
ตอนนี้เขากุมคอ กลิ้งไปกลิ้งมาอยู่บนพื้นแต่ตายังจ้องไปที่งูตัวใหญ่ที่ตายไปแล้วด้วยความหวาดกลัว
ต่งเสี่ยวเสี่ยวกัดฟันทนความเ็ปเธอค่อยๆ ก้าวไปข้างหน้า ตามที่เธอเคยได้ยินมาว่า ที่ไหนมีมีงูพิษในระยะร้อยเมตรต้องมีสมุนไพรแก้พิษอยู่แน่นอน
เธอเดินไปได้ไม่กี่ก้าวก็เห็นหญ้าสีม่วงต้นหนึ่ง
"อึก" ความเ็ปอย่างรุนแรงตรง่แขนทำให้เธอตัวสั่น เธอกัดฟันแน่น ก่อนจะเด็ดหญ้าสีม่วงมาขยี้ แล้วโปะลงไปบนแผล
ไม่ถึงสองนาที าแก็เริ่มเย็นลงต่งเสี่ยวเสี่ยวรีบกำแขนตัวเอง แล้วบีบเืจากส่วนที่เริ่มเน่าออกมา
นี่เป็แค่วิธีการปฐมพยาบาลเบื้องต้น
หลังจากผ่านไปได้สักพักต่งเสี่ยวเสี่ยวก็รู้สึกดีขึ้นมาก แต่บริเวณที่โดนพิษก็เริ่มเน่าเปื่อยไปแล้ว
ถึงจะไม่ร้ายแรงมากแต่คงต้องใช้เวลาหลายวันกว่าจะหายดี
ต่งเสี่ยวเสี่ยวมองไปรอบๆเธอเด็ดสมุนไพรใส่ตะกร้า แล้วตรวจดูลูกไก่ว่ายังอยู่ดีไหม
โชคดีที่ลูกไก่ทุกตัวยังปลอดภัยดี
ในระหว่างที่เธอกำลังจะหันหลังกลับต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ได้ยินเสียงกรอบแกรบอีกครั้ง เธอเดินเข้าไปดูใกล้ๆก็เห็นว่ามีกับดักสัตว์ที่วางไว้หลายอัน
ในกับดักสองอันมีเหยื่อติดอยู่อันหนึ่งเป็ลูกหมูป่า อีกอันเป็กระต่ายป่า
ลูกหมูป่าน่าจะติดกับดักมานานแล้วมันใกล้จะตายเต็มที
ส่วนกระต่ายป่าถูกกับดักหนีบขาอยู่นอนอยู่ข้างๆ ขยับไปไหนไม่ได้
ต่งเสี่ยวเสี่ยวดีใจมากวันนี้โชคเข้าข้างเธอจริงๆ เธออุ้มลูกหมูป่ากับกระต่ายป่าขึ้นมา
เธอค่อยๆ เดินจากไปส่วนเฮ่อเจี้ยนิยังคงกลิ้งไปกลิ้งมาอยู่ตรงนั้น กุมคอร้องโอดโอยไม่หยุด
"ต่งเสี่ยวเสี่ยว นางผู้หญิงสารเลวถ้าฉันเป็อะไรไป ฉันไม่ปล่อยเธอไว้แน่!"
ถึงแผล่คอจะเริ่มเน่าแล้วแต่เฮ่อเจี้ยนิก็ยังโวยวายด่าไม่เลิก
ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดด้วยน้ำเสียงเ็า"เมื่อกี้ถ้าพิษงูไม่ได้พ่นใส่คอ แต่พ่นใส่ปากของนายก็คงดีฉันรับรองได้เลยว่าชาตินี้ทั้งชาติ นายจะไม่มีวันได้พูดอีก"
ถ้าตอนนั้นเธอไม่ใจอ่อนไม่อยากใช้วิธีฆ่าคนแบบนี้ เฮ่อเจี้ยนิโดนงูกัดเข้าไปนิดเดียว ก็คงตายไปนานแล้ว
แล้วนี่เขายังมีหน้าจะมาพูดอะไรอีก?
"นี่ยาแก้พิษ อยากใช้ก็ใช้ไม่อยากใช้ก็แล้วแต่นายเลย" ต่งเสี่ยวเสี่ยวพูดพลางโยนหญ้าสีม่วงไปข้างๆแล้วหยิบแม่ไก่ที่จับได้เมื่อกี้นี้ ก่อนจะเดินลงเขาไปอย่างอารมณ์ดี
ตอนนี้เป็เวลาเที่ยงวันแล้วอากาศจึงร้อนอบอ้าว
ทุกคนกำลังพักผ่อนอยู่ที่บ้านอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงถึงจะออกมาทำงานต่อในทุ่งในไร่
ต่งเสี่ยวเสี่ยวไม่ได้สนใจอะไรเธอเดินกลับบ้านตามทางเล็กๆ และจัดการาแด้วยสมุนไพรจีนอีกเล็กน้อยก่อนจะเริ่มเชือดไก่
พอเชือดไก่แล้วก็แบ่งไก่เป็ส่วนๆจัดการห่อมันให้เรียบร้อย ก่อนจะเอาไปเก็บไว้ในห้องใต้ดิน
พรุ่งนี้ค่อยเอาออกมาทำอาหารอีกมื้อก็แล้วกัน
เธอล้างเห็ดป่าให้สะอาด พอกระทะร้อนก็ใส่น้ำมันลงไป เอาเนื้อไก่ลงไปผัดให้พอสุก แล้วเติมน้ำแกง และเคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ
ตอนนี้เป็เวลาบ่ายสามโมงสี่สิบนาที
หลังจากเคี่ยวน้ำแกงไก่แล้วต่งเสี่ยวเสี่ยวก็มองลูกหมูป่าที่เธอเอากลับมาด้วย
หมูป่ามีคุณค่าทางโภชนาการสูงมากเ้าตัวนี้น่าจะมีหนักประมาณยี่สิบสามสิบกิโลกรัม กว่าจะแบกกลับมาได้ก็แทบแย่
เธอลังเลอยู่สักพักต่งเสี่ยวเสี่ยวก็วางลูกหมูป่าเอาไว้ข้างๆ แล้วต้มน้ำร้อน ก่อนเชือดหมู ต้มให้สุกแล้วจัดการแบ่งเนื้อหมูป่าออกมา
ซี่โครงสดและขาหมูเธอเอาไปเก็บในห้องใต้ดินทั้งหมด เธอเอาเนื้อส่วนหนึ่งออกมาตั้งใจว่าบ่ายวันนี้จะเอาไปผัดให้ลูกๆ ทั้งสองคนได้กินบำรุงร่างกาย
ส่วนที่เหลือเธอจะหมักเกลือพรุ่งนี้จะเอาไปแขวนทำเป็เนื้อเค็มตากแห้ง
แบบนี้จะได้เก็บไว้กินได้นานๆ
ฉินซู่ต้องพักฟื้นอีกประมาณครึ่งปีใน่ครึ่งปีนี้ เื่ต่างๆ ในบ้านทั้งหมดต้องให้เธอเป็คนจัดการเธอต้องวางแผนล่วงหน้าเอาไว้ให้ดี
ส่วนกระต่ายและลูกไก่ทั้งหมดเธอจะเลี้ยงเอาไว้
ที่บ้านมีเล้าไก่ แต่ร่างเดิมไม่เคยดูแลมันจึงรกและสกปรก กว่าจะทำความสะอาดเสร็จก็ต้องใช้เวลาถึงครึ่งชั่วโมง
เธอปูรองเล้าไก่ด้วยหญ้าแห้ง
ต่งเสี่ยวเสี่ยวใช้ก้อนอิฐกั้นลูกไก่ไว้และรองพื้นเพิ่มด้วยเสื้อผ้าเก่าๆ อีกสองสามตัว
ลูกไก่ยังเล็ก อีกอย่างเธอก็เอามันมาจากป่ากว่าจะเลี้ยงให้โตคงไม่ใช่เื่ง่าย
ต่งเสี่ยวเสี่ยวจึงใส่ใจเื่นี้เป็พิเศษ
ต่อไปเธอก็ทายาให้ขากระต่ายอีกสองวันคงจะหายดี พอมันโตขึ้นค่อยซื้อกระต่ายตัวผู้มาอีกตัว
กระต่ายขยายพันธุ์เร็วอีกไม่นานพวกเขาก็จะมีเนื้อกระต่ายไว้กินด้วย
หลังจากคิดวางแผนเื่ต่างๆ เสร็จแล้วน้ำแกงไก่ที่เคี่ยวทิ้งเอาไว้ก็ได้ที่ ต่งเสี่ยวเสี่ยวไปเก็บผักในทุ่งมาอีกนิดๆหน่อยๆ
ผัดใส่เนื้อหมูลงไปนิดหน่อยเพื่อให้มื้อนี้มีทั้งผักและเนื้อ
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรีบซดน้ำแกงไก่ไปได้นิดเดียวเธอสูดหายใจเข้าลึกๆ น้ำแกงไก่ที่เคี่ยวรวมกับเห็ดป่า รสชาติกลมกล่อมมากจริงๆ
หลังจากที่เธอเก็บของเรียบร้อยแล้วกำลังจะเดินออกไป ก็เห็นป้าหลิวที่เป็เพื่อนบ้านกันยืนอยู่
"สหายต่ง จะไปไหนเหรอ?" ต่งเสี่ยวเสี่ยวรู้ดีว่าป้าหลิวหวังดีกับลูกๆ สองคนของเธอในมือหล่อนถือถุงที่ดูตุงๆ เอาไว้ใบหนึ่ง
ต่งเสี่ยวเสี่ยวยิ้มเล็กน้อยชูกล่องข้าวขึ้นมา "ฉันทำอาหารไปให้ฉินซู่เขาาเ็จนขาหักน่ะค่ะ"
"ถ้าป้าหลิวไม่มีอะไรแล้ว..."ต่งเสี่ยวเสี่ยวยังพูดไม่ทันจบป้าหลิวที่ตัวอ้วนท้วมก็ยื่นถุงในมือมาให้ "ป้าเห็นเธอเข้าไปในป่าคราวหน้าอย่าเข้าไปอีกเลยนะ ในป่ามันอันตรายเกินไป"
พอได้ยินแบบนั้นดวงตาของต่งเสี่ยวเสี่ยวก็ร้อนผ่าวขึ้นมาเล็กน้อย เธอยิ้มแหยๆ"ช่วยไม่ได้นี่คะ แต่ป้าไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ ฉันมีวิธีของฉันอีกอย่างวันนี้ฉันเองก็โชคดีด้วย ่นี้คงไม่ได้เข้าไปแล้วค่ะ"
"ในนี้มีเนื้อเค็มแล้วก็ปลาเค็มตากแห้งอีกสองตัว" ป้าหลิววางของลงบนพื้น"เธอเอาไปกินเถอะ เอาไปบำรุงร่างกายลูกๆ ทั้งสองคนและฉินซู่เห็นพวกเธออยู่ด้วยกันแบบนี้แล้ว ป้าก็สบายใจ"
ป้าหลิวกลัวว่าเธอจะปฏิเสธหล่อนจึงวางของลงเอาไว้และรีบเดินจากไปทันที
ต่งเสี่ยวเสี่ยวมองแผ่นหลังของป้าหลิวเธอจะจำความหวังดีครั้งนี้เอาไว้ เธอเก็บของกลับเข้าไปในบ้าน แล้วรีบเดินออกไป
เธอตั้งใจจะไปที่ตัวตำบลแต่ระหว่างทางก็ได้เจอกับคนที่กำลังขี่รถม้าไปในเมือง
บนรถม้ายังมีคนป่วยที่ปวดท้องอยู่พวกเขาน่าจะกำลังรีบไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลในตำบล
"พี่ชาย ฉันขอติดรถไปด้วยได้ไหมคะ?"ต่งเสี่ยวเสี่ยวกำลังพูดอยู่ผู้หญิงอีกคนที่นั่งอยู่บนรถก็เหลือบมองเธอ "น้องสาวฉันต้องพาแม่ไปรักษาด่วนเลยนะ แม่ปวดท้องหนักมาก หมอในหมู่บ้านก็รักษาไม่ได้ตอนนี้เราเสียเวลาไม่ได้จริงๆ"
เขาพูดจบ ก็บอกให้คนขับ ขับรถม้าออกไป
ต่งเสี่ยวเสี่ยวรีบตามไป"ฉันเคยเรียนการแพทย์มาบ้างจากในเมือง ถ้าพวกพี่ไม่รังเกียจฉันขอดูอาการคุณป้าก่อนได้ไหมคะ?"
"ฉันจะขึ้นรถไปด้วย พวกพี่ก็ขับรถไประหว่างนี้ฉันก็ตรวจดูอาการ อย่างน้อยก็ช่วยบรรเทาอาการให้คุณป้าได้บ้างก็ยังดี"
"พวกพี่คิดว่ายังไงคะ?"