ตอนที่ 134 เริ่มสงคราม
ท้องอันสว่างสดใสแปรเปลี่ยนเป็นสีทมิฬจนบดบังทุกสรรพสิ่งรอบกายจนเป็นสีดำเหล่าทวยเทพทั้งหลายต่างเงยหน้าอย่างตกใจนอกเว้นแต่เหล่าอดีตชาติที่กำลังทอดสายตาลงไปที่ร่างกายอันเล็กน้อยที่กำลังคอตกอยู่แอรีสมองอย่างกังวลแต่เขาไม่เคยกังวลอะไรมาก่อนจนตอนนี้ความรู้สึกที่คุ้นเคยซุสรู้สึกขนลุกขนพองไปหมดทั้งร่างกายเขารู้สึกถึงกลิ่นอายอันคุ้นเคยกำลังแผ่กระจายบริเวณโดยรอบโคลอสเซียมก่อนที่จะมีเสียงหนึ่งดังมาจากทางโพรทาเลีย
“ดู ดู ดู สีหน้าแบบนั้น~ ช่างน่าขันสิ้นดี~”
“!!”
ซุสจ้องมองเด็กหญิงตรงหน้าที่มีน้ำเสียงของเด็กหนุ่มที่เขารู้จักมือผอมบางที่มีรอยแผลเต็มมือกำลังยกขึ้นมาเสยผมของตนเองมือที่สัมผัสนั้นกำลังแปรเปลี่ยนสีผมกลายเป็นสีทองน้ำตาลพร้อมกับใบหน้าที่กำลังเงยหน้าขึ้นมาตามแรงเสกผมของตนเอง ทุกคนโดยรอบเห็นก็ตกตะลึงกับภาพที่เห็นสายเลือดเทพอีกคนที่ทุกคนนึกอยู่แล้วว่าสักวันจะต้องโผล่มาเหมือนน้องสาวฝาแฝดบุตรชายแห่งซุสและเฮร่า
“ฮาลอน!!”
ร่างกายแปรเปลี่ยนเป็นเครื่องแต่งกายอันเหมาะสมแก่การต่อสู้ชุดของฮาลอนเป็นชุดเดียวกับในวันที่เขาโดนขับไล่ลงจากเขาโอลิมปัสซุสเห็นเครื่องแต่งกายนั้นทำให้เขานึกถึงวันนั้นวันที่เขาขับไล่ลูกอย่างไม่ฟังเหตุผลและทฤษฎีต่างๆ ที่ลูกเกิดมากเลยสักนิด
“ฮาลอน...เจ้า...”
“หึ!! ดูทำหน้าเขาอย่างกับผีแต่ก็จริงนั้นล่ะข้ามันก็แค่ผีตอนหนึ่งที่ต้องยืมร่างของร่างจุติในการใช้งานก็เท่านั้น!!”
ฮาลอนพูดไปมือก็ขยับไปมาพร้อมกับมือบางอย่างกำลังปรากฏขึ้นมานั้นก็คือกระบองยาวที่เขาชอบใช้ในช่วงเวลาที่อยู่บนโลกมนุษย์มันคล้ายเป็นอาวุธประจำกายอันที่สองของเขาดวงตาสีฟ้าจับจ้องมองผู้เป็นบิดาอย่างขมขื่น ผิดหวัง โกรธเคืองทุกอารมณ์แห่งการเคืองแค้น ฮาลอนอยากจะฆ่าอีกฝ่ายให้ตายที่มาทำให้เขาต้องตกนรกเขาเคยหวังให้พ่อฟังและไม่เข้าข้างแอรีสที่เป็นพี่ชายแต่ว่าตอนนั้นอีกฝ่ายก็เข้าข้างและทำให้น้องสาวกับตัวเขาต้องตกลงจากเขาโอลิมปัสหลายร้อยเมตรแต่ตอนนั้นเขากับน้องนึกว่าตายเสียแล้วแต่ก็ยังรอดมาได้และได้ใช้ชีวิตอยู่บนโลกหลายร้อยปี ฮาลอนจับไปที่กระบองยาวแล้วกระแทกลงกับพื้นอย่างแรงจนเกิดประกายไฟที่ปลายสายฟ้ามากมายกำลังผ่าลงมารอบกายของฮาลอนทุกคนเห็นก็รู้สึกผวากับความรุนแรงนี้ร่วมถึงซุสที่ตอนนี้ข้างในลำคอของเขานั้นรู้สึกฝืดไปหมดคำพูดของเขาตอนนี้ประกาศว่าลูกชายคนเล็กไม่ใช่ลูกของตน มันกำลังพุ่งมาทำร้ายเขาว่าไหนเด็กคนนี้ไม่ใช่ลูกของเขาตอนนั้นเด็กคนนั้นมีเลือดสีแดงชาดไหลออกมาแล้วทำไมถึงมีพลังของเขา
“ไง ซุส เห็นข้าแสดงพลังก็ตะลึงเลยงั้นเหรอ?” ฮาลอนเอ่ยถามพร้อมกับค่อยๆ ก้าวไปข้างหน้า “ไหนล่ะ? เด็กที่ท่านกล่าวว่าเป็นลูกชู้ของภรรยา?ไหนล่ะหลักฐานจากชายที่ท่านคิดว่าเป็นลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของท่าน!!”
ทุกคำพูดของฮาลอนทำให้ท้องฟ้ามีเสียงอันโครมครามเหมือนเสียงระเบิดดังตลอดเวลาซุสมองลูกชายของตนเองที่กำลังมีความรู้สึกที่โกรธเคืองเขาออกมาอย่างเด่นชัดจนเขาไม่รู้จะแก้ตัวเช่นใด
“ฮาลอน...บุตรแห่งเรา...”
“ข้าไม่ใช่บุตรของท่าน!!”
ฮาลอนตะโกนดังลั่นไปทั้งบริเวณนั้นจนผู้เป็นบิดาถึงกับชะงักกับคำพูดของลูกชายความรู้สึกภายในเหมือนโดนกรีดแทงไม่รู้กี่ครั้ง
“ท่านเคยพูดไม่ใช่หรือไง? ข้ากับน้องสาวมันแค่ลูกชู้!!”
“ฮาลอน ตอนนั้นข้า...”
“หุบปาก!!”
ซุสถึงกับปิดปากของตนเองที่ถ้ายังพูดคงโดนสั่งให้หุบปากเขาจ้องมองลูกชายที่ออกคำสั่งเหมือนภรรยาของตนเองไม่มีผิดสายตาของเขาแอบมองไปทางผู้ชมมองผู้เป็นภรรยาอย่างขอความช่วยเหลือแต่ว่าเฮร่าได้แต่มองเธอกอดอกมองว่าสามีกับลูกชายอีกคนจะทำอย่างใดกับสถานการณ์นี้เพราะเธอจะไม่ช่วยอันใดเนื่องจากความอดทนตลอดหลายร้อยปีเกี่ยวกับเรื่องนี้ตอนนี้อีกฝ่ายต้องจัดการด้วยตนเอง
“นี่น้องชาย!!”
“ข้าไม่ใช่น้องเจ้า!!” ฮาลอนหันไปหาเจ้าของเสียง
แอรีสยืนแข็งทื่อเมื่อสายตาสีฟ้าจ้องมองเขาอย่างอาฆาตตัวเขาหรือจะไม่รู้ว่าสายตานั้นมองเขาแบบนั้นทำไม
“ฮาลอน...”
“อย่ามาเรียกชื่อข้า!! น่าสะอิดสะเอียนที่สุด!!”
“…” แอรีสถึงกับนิ่งเงียบไปเขาไม่คิดว่าน้องชายจะพูดแบบนั้น
“เจ้าพูดแบบนั้นกับพี่เจ้าได้ไง!! ฮาลอน!!”
“พี่เหรอ?”
มุมปากของฮาลอนยกขึ้นอย่างเยาะเย้ยว่าพวกเขาสองพ่อลูกยังเห็นเขาเป็นลูกชายอีกเหรอโดยที่ตอนนั้นทั้งสองขับไล่เขาลงจากเขาโอลิมปัสอย่างกับหมูกับหมาไม่มีผิดฮาลอนจ้องทั้งสองชั่วครู่ก็หายไปจากตรงนั้นทำให้ทั้งสองคนที่จ้องอยู่ตอนแรกตกใจและมองหาอีกฝ่ายว่าหายไปไหนจนกระทั่งทางด้านหลังซุสรู้สึกถึงจิตสังหารที่อยู่ข้างหลังเขาก็รีบหันไปมอง แต่ทว่าเขาก็โดนอีกฝ่ายใช้กระบองยาวฟาดไปที่ซุสอย่างแรงจนเขากระเด็นไปอีกทางอย่างแรงจนชนกับกำแพง
“ซุส!!” โพไซดอนรีบเดินมาดูที่ขอบสนามด้านล่างที่น้องชายของเขาโดนโจมตี
แอรีสหันไปมองพ่อของตนเองก่อนจะหันกลับมามองอีกฝ่ายก็โดนกระบองฟาดขึ้นข้างบนจนตัวลอยก่อนที่ฮาลอนจะกระโดดเตะอีกฝ่ายไปอีกทางทุกคนที่เห็นก็รู้สึกจุกแทนจริง ๆ คนเป็นลูกเห็นพ่อโดนแบบนั้นก็หัวเราะชอบใจสุด ๆจนคนข้าง ๆ ตีอีกฝ่ายให้เกรงใจพ่อของตนเองแต่พาราซอนไม่สนใจก็สมควรที่จะโดนมั้งล่ะฮาลอนโจมตีแอรีสก็พุ่งไปเอาตัวของซุสที่พยายามลุกขึ้นโยนไปหาแอรีสจนทั้งสองคนชนกันเองเขาเล่นงานทั้งสองคนโดยไม่สนใจเลยว่าสภาพของพวกเขาจะเป็นไงซุสที่สลบอยู่ที่พื้นนั้นทำให้ฮาลอนไม่อยากสนใจจนเขานั้นหันไปสนใจคนที่เป็นต้นเหตุทุกอย่างอย่างพี่ชายของเขาแอรีส แต่มีสิ่งหนึ่งที่ทำให้เขาไม่พอใจนั้นก็คืออีกฝ่ายไม่คิดจะโต้ตอบหรือป้องกันอะไรจนทำให้ฮาลอนเลือดขึ้นหน้าตลอด
“ทำไมไม่โจมตีเลยล่ะ เทพสงคราม!!”
แอรีสเงยหน้าขึ้นมาจ้องมองอีกฝ่ายก่อนจะคายเลือดออกจากปากของตนเอง “ข้าเคยสัญญากับตนเอง...ว่าข้าจะไม่โจมตีใส่เจ้า!!”
“หึ!!” ฮาลอนได้ยินแบบนั้นก็ยิ่งไม่พอใจก่อนจะใช้กระบองฟาดใส่อีกฝ่ายอย่างแรงจนกลิ้งไปข้างทาง “อย่ามาหยามข้านะ เทพแห่งสงคราม!! เจ้าไม่เคยปล่อยให้ใครมาดูถูกเจ้า!! แล้วนี่อะไร!!ยอมให้ข้าทำร้ายเจ้าได้งั้นเหรอ!! น่าสมเพชสิ้นดี!!”
“อึก!!”
แอรีสได้ยินก็จุกสิ่งที่อีกฝ่ายพูดมันจริงเขารู้สึกไม่พอใจถ้ามีใครมาดูถูกเขาแต่กลับอีกฝ่ายนั้นมันต่างกันเขายอมทุกอย่างที่จะโดนอีกฝ่ายทำอะไรก็ได้เขายื่นมือไปข้างหน้า
“ข้าไม่สนใจ...เพื่อเจ้า...ข้ายอมทิ้งทุกอย่างได้”
ประโยคนั้นของแอรีสทำให้เขานึกถึงประโยคนี้ตอนสมัยเด็กที่เขากับอีกฝ่ายยังเป็นพี่น้องที่รักกันมากๆประโยคที่เขาเชื่อใจมากตลอดเอามาใช้กับเวลานี้ทำให้ฮาลอนรู้สึกเคืองเป็นที่สุดจนท้องฟ้านั้นเริ่มเป็นสีดำอีกครั้งพวกเทพบางตนเริ่มรู้สึกว่าบรรยากาศนี้ไม่น่าดีแล้วจนพวกเขาบางส่วนเริ่มลุกขึ้นและไปอยู่ด้านบนก่อนจะเปิดระบบป้องกันการฝนตกในจุดที่พวกเขานั่งจนเกิดเป็นห้องห้องหนึ่งที่สามารถนั่งได้อย่างสบายในห้องแอร์เหล่าลูกเทพแต่ละคนชอบใจที่ได้สบาย ๆในห้องแอร์เหมือนตอนที่พวกเขาอยู่กับพวกโพรทาเลียตอนเด็ก ๆ ทุกคนต่างมาประจำที่ข้างๆ ผู้เป็นพ่อแม่ของตนเอง แล้วดูการต่อสู้กันต่อฟ้าร้องคำรามดังก้องไปทั้งโคลอสเซียมก่อนที่จะมีสายฝนตกลงมาสายฝนนั้นทำให้ฮาลอนนึกถึงวันที่เขาตายทันที
“นึกถึงค่ำคืนนั้นเลยนะ...คืนที่พี่บุกมากข้านะ!!”
“คืน...คืนนั้น...” แอรีสนึกถึงคืนนั้นที่เขาไม่สามารถควบคุมตัวเองได้และเขาพลาดพลั้งไปเขาฆ่าน้อง ๆ ของตนเอง “ฮาลอนตอนนั้นข้า...”
แอรีสกำลังจะอธิบายถึงตอนนั้นแต่ทว่าอีกฝ่ายก็พุ่งมาอยู่ตรงหน้าเขาพร้อมกับถีบเข้าไปข้างหลังอย่างรวดเร็วจนเขากระเด็นไปข้างหลังจนล้ม
“ข้าไม่ได้อยากคำอธิบายอะไรจากเจ้า!!”
“แต่ว่าตอนนั้นข้านะ!!”
“ข้าอะไร? จะบอกว่าตนเองไม่ได้ตั้งใจ!?”
“ไม่ใช่!! ตอนนั้นข้าไม่รู้สึกตัว!! ข้าโดนควบคุม”
“หึ!! จะบอกว่าตัวเองโดนควบคุม?เทพอย่างเจ้าเนี่ยนะ? อย่ามาตลอด!!”
“ข้าพูดจริง!!”
ฮาลอนยกมือขึ้นมาพร้อมกับมีอาวุธในมือของเขาอีกชิ้นออกมานั้นก็คือดาบที่เขาเคยใช้ตอนที่ต่อสู้กับอีกฝ่ายก่อนที่ตนเองจะตาย
“ข้าจะเชื่อเจ้าได้ไง? โดยที่เจ้ายังไม่เคยเชื่อว่าข้านั้นเป็นพี่น้องกับเจ้า?”
“ข้าเชื่อ!! เจ้าเป็นน้องข้า!! เจ้ามีความวิเศษยิ่งกว่าใครเจ้าเป็นเทพแต่ข้าไม่รู้ทำไมตอนนั้นโลหิตของเจ้าถึงแดงชาดแบบนั้น!!”
ฮาลอนจับดาบให้ถนัดมือเขาทำท่านจะเหวี่ยงดาบไปข้างหน้าของเขาแต่ความรู้สึกของเขาก็มีปฏิกิริยากับบางสิ่งที่กำลังพุ่งมาทางเขานั้นทำให้เขาหลบทันแล้วหันไปมองก็เห็นคนเป็นพ่อนั้นใช้สายฟ้าโจมตีใส่เขานั้นทำให้ฮาลอนยกกระบองขึ้นมาขวางพุ่งไปหาอีกฝ่ายจนมันตึงกับเสื้ออีกฝ่ายแล้วลากอีกฝ่ายพุ่งติดกับกำแพงอย่างแรงฮาลอนก็หันไปหาอีกฝ่ายอีกครั้งพร้อมกับสายตาที่ไม่พอใจ
“ไม่รู้ทำไมเลือดของข้าเป็นสีแดงชาด? แต่เจ้าเอามันไปบอกซุสแล้วทำเขาคิดว่าข้าเป็นลูกชู้ท่านแม่โดนตราหน้าว่าเป็นเทพีที่ไร้ยางอายที่นอกใจสามี!! เจ้าทำให้ท่านแม่ต้องอมทุกข์ขนาดนั้นยังกล้าบอกว่าไม่รู้ว่าสิ่งที่ข้าเป็นคืออะไรเนี่ยนะ!!”
“ข้า...”
ฮาลอนจับดาบไว้อย่างแน่นก่อนที่จะเดินเข้าไปใกล้แล้วกระชากคอเสื้ออีกฝ่ายทันที
“เจ้ามันแค่ไอ้เทพเฮงซวยไร้สมองเท่านั้น!!”
“ใช่!!ข้ามันเทพไร้สมองเท่านั้น!!เจ้าจะด่าข้าหรือจะฆ่าข้าก็ตามใจเจ้า!!”
“เจ้าพูดเองนะ!!” ฮาลอนยกดาบขึ้นไว้ระดับใบหน้าของเขาก่อนที่จะยกขึ้นสูง “ลาก่อน แอรีส!!”
มือที่จับดาบกำลังพุ่งตรงลงมาที่แอรีสเขาก็หลับตาลงอย่างจำยอมก่อนที่จะมีอีกมือเข้ามาจับมือของฮาลอนอย่างทั่วทันฮาลอนหันไปมองก็เห็นเจ้าของร่างเดิมที่เขากำลังใช้จับมือของเขาพร้อมผลักดันตัวเขาไปข้างหลังอย่างรวดเร็ว
“อ๊ากกกกกกก!!”
“หมดเวลาแล้ว ฮาลอน”
“ข้ายังไม่ได้ฆ่ามันเลยนะ!!”
“ฆ่า? เจ้าคิดว่าตนเองฆ่าคนพวกนี้ได้เหรอ?”
“อย่ามาดูถูกข้านะ!!”
“ข้าไม่ได้ดูถูกเจ้า แต่แค่บอกว่าในใจลึก ๆเจ้ามีความคิดที่อยากจะฆ่าพวกเขางั้นเหรอ?”
“เจ้าหมายความว่าไง?”
“ฉันว่าคำถามนั้นนะเจ้าน่าจะรู้คำตอบอยู่ภายในใจไม่ใช่หรือไง? ไม่งั้นตอนฉันอยู่ในร่างคงไม่ได้ยินเสียงลึก ๆ ของเจ้าหรอกนะ”
“!!” ฮาลอนถึงกับนิ่งเงียบไป
“เจ้า...ให้อภัยพวกเขาตั้งแต่ที่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นทั้งหมดแต่ภายในลึก ๆ ก็ยังโกรธแค้นจนอยากระบายออกมาว่าทำไมพ่อและพี่ชายถึงต้องทำกับตนแบบนี้”
“เป็นเจ้าจะรู้สึกยังไง!! พ่อที่เคารพรักกับมองเราเป็นตัวผิดพลาดพี่ชายก็มองอย่างกับข้าเป็นเศษสวะ!!”
แอรีสได้ยินแบบนั้นเขาก็รู้สึกเจ็บภายในร่างกายของเขาที่น้องชายคิดแบบนั้นเขาพยายามที่จะลุกขึ้นมานั่ง
“ฮาลอน...”
ฮาลอนหันไปหาอีกฝ่ายที่ลุกขึ้น “…”
“อภัยต่อสิ่งที่ข้าเคยกระทำกับเจ้าได้ฤๅไหม? น้องรัก”
ฮาลอนได้ยินแบบนั้นเขาหันหน้าไปทางอื่นทันที “ฝันไปเถอะ!!”
“ฮาลอน...”
โพรทาเลียมองสถานการณ์ตรงหน้าก่อนจะกลับไปมองฮาลอนอีกครั้ง “ข้าไม่เข้าใจในสถานการณ์ของเจ้า...แต่ถ้าเป็นข้าในตอนนั้นก็คงโกรธเคืองพี่น้องที่ทำแบบนั้นโดยที่ไม่เชื่อใจครอบครัวกันแต่ว่า...ถึงโกรธแค้นไปมันก็เป็นตราบาปต่อชีวิตเราจงมีชีวิตที่งดงามกว่าตอนนี้น่าจะดีกว่านะ”
‘จงมีชีวิตที่งดงามกว่าตอนนี้ดีกว่านะเจ้าค่ะ ท่านพี่’
ฮาลอนเบิกตากว้างประโยคเดียวกับเฮเลนตอนนี้เขานั้นอยากฆ่าพวกเทพเฮงซวยที่ขับไล่พวกเขาลงมาจากเขาโอลิมปัสตอนนั้นน้องสาวปลอบเขาให้เขามีกำลังใจอยู่ต่อไปตอนนั้นเขาอยากหาทุกทางเพื่อขึ้นไปเขาโอลิมปัสแต่ว่าถ้าโดนทิ้งแบบนั้นเขาก็จะไม่ขึ้นไป เจ้าจ้องมองอีกฝ่ายที่เป็นตัวเขาในปัจจุบันยิ่งมองอีกฝ่ายไม่ได้คล้ายเขาแต่คล้ายน้องสาวของเขามากกว่าฮาลอนเงยหน้าขึ้นมองไปทางผู้ชมที่มีทุกคนอยู่เขามองน้องสาวที่กำลังยิ้มให้ตัวเขาที่ทำร้ายพ่อกับพี่ชายไปแต่ใบหน้านั้นไม่มีคำด่าทอหรือติอะไรสักอย่างก่อนจะมีการขยับปากโดยไม่มีเสียงให้เขาอ่าน
‘ท่านพี่ยังมีข้านะเจ้าค่ะ~’ เฮเลนเอ่ยออกมา
ฮาลอนอ่านปากก็ได้แต่มองนิ่งเงียบนิ่งถึงไม่มีพ่อแม่หรือครอบครัวเขาก็ยังมีน้องสาวถึงตายก็ขอตายพร้อมน้องสาวเขาก็สบายใจฮาลอนหันกลับมามองโพรทาเลียที่อยู่ตรงหน้าก่อนที่เธอจะยกยิ้มให้เขาอย่างไม่สนใจเลยว่าเขาจะโจมตีเธอไหมก่อนจะเท้าเอวใส่อีกฝ่ายข้างหนึ่งพร้อมกับยื่นมือไปข้างหน้าเหมือนขออะไร
“เอาล่ะ!! ตามสัญญาที่คุยกัน!!”
“หึ...ก็ได้! ข้าแพ้แล้วนี่...” ฮาลอนลุกขึ้นมาพร้อมกับสะบัดฝุ่นออกตามร่างกายของตนเอง “บททดสอบของข้า...”
ฮาลอนจับไปที่มือของอีกฝ่ายที่ยืดออกมาหาเขาโพรทาเลียจ้องมองว่าอีกฝ่ายจะลากเธอไปไหนไหม เพราะเธอโดนแบบนั้นปล่อยมาก ๆ
“เจ้าเหลือเวลาสร้างศาสตราวุธอีกไม่ช้า...”
โพรทาเลียเงยหน้ามองอีกฝ่ายที่พูดแบบนั้นขึ้นมาก่อนที่แสงสว่างบางอย่างจะเปล่งประกายออกมาที่มือของเธอมีตราบางอย่างปรากฏขึ้นมาเส้นที่หยักขึ้นหยักลงเป็นรูปสายฟ้าที่แสดงถึงตราของเทพแห่งท้องนภา โพรทาเลียมองอีกฝ่ายก่อนที่เขาจะยื่นกระบองให้แก่เธอจนกระทั่งเธอรับมันไว้อย่างรวดเร็วแต่ก็สงสัยว่าอีกฝ่ายให้อาวุธกับเธอทำไม
“นางน่าจะมาแล้วล่ะ”
“ใคร?” โพรทาเลียงุนงงว่าอีกฝ่ายหมายถึงใคร
ฮาลอนหันไปมองหญิงที่เขากล่าวขึ้นมาก่อนจะเห็นเงาหนึ่งกำลังเดินตรงเข้ามาที่โคลอสเซียมโพรทาเลียจ้องมองตามก่อนจะเห็นบุคคลที่เธอไม่ได้เจอมาพักให้ใหญ่เสื้อผ้าของหญิงสาวที่คล้ายนักบุญหญิงคลุมหัวเดินเข้ามาภายในก็จับฮู้ดถอดออกจนเผลอเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายอย่างเด่นชัด
“คุณเรเชล!?”
“ดูเหมือน...ยังไม่มีการโจมตีนะ...”เรเชลเอ่ยอย่างดีใจที่ตนเองนั้นมาเร็วก่อนเวลา
“โจมตี?” โพรทาเลียยกคิ้วอย่างสงสัยว่าอีกฝ่ายหมายถึงอะไร
พวกเทพที่ได้ยินคำพูดของผู้หยั่งรู้ก็ต่างสงสัยก่อนที่เทพประจำกายของผู้หยั่งรู้จะมองไปในทิศที่เขานั้นก็ไม่นึกว่าจะมีสิ่งบางอย่างเกาะกลุ่มตรงมาทางนี้
“นั้นมันอะไร?” อะพอลโลกล่าวขึ้นมา
พวกเทพแต่ละคนต่างลุกขึ้นมองลอดออกไปยังช่องว่างที่ขาดหายของโคลอสเซียมพวกเขาเห็นกลุ่มกองหนึ่งที่กำลังตรงมาทางนี้ก่อนจะเห็นสิ่งที่ไม่คาดคิดการโจมตีแรกที่กำลังพุ่งตรงมาทางนี้พวกเทพแต่ละคนต่างพากันปกป้องลูกของตนเองบางคนที่เห็นสถานการณ์ตรงหน้าโดยไม่มีคนปกป้องก็ได้แต่มองอย่างไม่ทุกข์ร้อนอะไรก่อนที่การโจมตีนั้นจะเกิดกระทบกับบาเรียอย่างรุนแรงจนเขาโอลิมปัสถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งเกาะโพรทาเลียถึงกับทรงตัวไม่ได้จนเกือบล้มแต่ฮาลอนก็ช่วยพยุง
“เกิดอะไรขึ้น?”
“การโจมตีแรกได้เริ่มแล้วไง...”
“ว่าไงนะ?” โพรทาเลียเงยหน้ามองอีกฝ่ายก่อนที่เธอจะพยายามวิ่งออกไปนอกโคลอสเซียม
เพอร์ซีย์ที่จ้องมองชายที่อยู่ห่างออกไปจากเขาหลายเมตรเขามองอีกฝ่ายที่เขาจำหน้าได้อย่างฝังลึกชายที่พรากทุกอย่างช่วงเวลาของลูกสาวเขาช่วงเวลาเติบโต ช่วงเวลาการเรียนรู้ ช่วงเวลาอันมีความสุขช่วงเวลาทุกอย่างที่ลูกสาวเขาจะได้มาตอนเติบโตอีกฝ่ายแย่งมันไปหมดจนเขาใช้มือยันกับขอบกำแพง
“แซเทิร์นนนนนนนนนนนนนนนนนน!!”
เสียงคำรามเรียกชื่อของเพอร์ซีย์ดังไปถึงเจ้าตัวที่โดนเรียกชื่อแซเทิร์นที่อยู่ภายนอกนั้นได้แต่รอยยิ้มที่ฉีกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ออกมาโพรทาเลียที่เดินออกมาจากโคลอสเซียมก็เห็นชายที่เห็นไม่คิดว่าจะได้เจอกันอีกในเวลาแบบนี้
“ถึงเวลาที่จะจบเรื่องนี้กันแล้วสินะ!! แซเทิร์น”
จบตอนที่ 134 โปรดติดตามตอนที่ 135ต่อไป
ข้อความจากนักเขียน
อีกไม่ช้าจะถึงตอนจบเหล่านักอ่านทั้งหลายจนรอพบกับตอนจบอันแสนรอคอยสำหรับเนื้อเรื่องที่รอมาจบมานานหลายปีขอบคุณที่ติดตามกันมาตลอดค่ะ