[จบแล้ว] ยอดดวงใจคุณชายนักรบ

    ตอนที่ 115 ช่างเป็นการสารภาพรักที่โรแมนติกจริง ๆ

    กู้เฉิงเซียวไม่ได้มองข้ามท่าทีตกใจของซาคุณขณะที่เขารับโทรศัพท์ ทว่ามีคำพูดหนึ่งที่ทำให้เขาฉุกคิดขึ้นมา…..“พรุ่งนี้ตอน 4โมงเช้า” 


    ณ ที่นี่ตอนนี้มีเพียงแค่เขากับเฮยเย๋ที่จะอยู่ช่วยให้ซาคุณไปถึงท่าเรือและขึ้นเรือได้อย่างปลอดภัย และยังต้องเตรียมแผนสำรองให้ด้วย เมื่อเป็นเช่นนี้ กู้เฉิงเซียวก็เลยไม่สามารถปลีกตัวออกมาติดต่อกับเฉินจื้ออานได้


    แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ไม่ได้รีบร้อนอะไรเพราะว่าตอนนี้พื้นที่วงกว้างของที่นี่ถูกทหารล้อมไว้หมดแล้วซึ่งบริเวณโดยรอบได้มีการใช้รังสีอินฟราเรดในการตรวจจับ แน่นอนว่ามันทำให้พวกเขากลายเป็นลูกไก่ในกำมือเป็นที่เรียบร้อย ไม่ว่าจะไปไหนมาไหนก็สามารถรับรู้ได้แน่นอน


    ......


    มหาวิทยาลัย b 


    หลินเฉี่ยนกำลังเรียนอยู่แต่จู่ ๆ ก็ได้รับวีแชทจากหลินหยี ------- “เออนี่ วันนี้พ่อของฉันเรียกให้พวกเราไปพบ มีรถขับมารับพวกเราด้วย เธอจะไปด้วยไหม ?”


    มือขวาของหลินเฉี่ยนกุมปากกาแน่น ส่วนมือซ้ายก็จับโทรศัพท์แล้วพิมพ์กลับไปคำนึงว่า  ‘ไม่’ ทว่าเธอยังไม่กดส่งไป


    ไม่นานหลินหยีก็ตอบกลับมา “คุณอากลับมาแล้วนะ เขาอยากเจอเธออ่ะ ไม่มาจริงดิ ?”


    ข้อความนั้นทำให้หลินเฉี่ยนน้ำตารื้นขึ้นมา เธอวางปากกาลงแล้วฟังอาจารย์สอนอย่างใจลอย


    ความทรงจำเกี่ยวกับพ่อของเธอหยุดอยู่ในตอนที่เธอห้าขวบเท่านั้นเอง ในความเป็นจริง ตั้งแต่ที่เธอเริ่มจำความได้ พ่อของเธอก็ไม่เผยตัวให้เห็นมาตลอด ในบางครั้งที่เธอกลับมาบ้านก็มักจะได้ยินเสียงทะเลาะกันระหว่างพ่อกับแม่ของเธอเกี่ยวกับการหย่าร้างอยู่แทบจะทุกเวลา


    เมื่อก่อนตอนที่คุณย่ายังมีชีวิตอยู่เธอก็ได้แต่ดูรูปในอัลบั้มภาพถ่ายวกไปวนมา เธอเห็นพ่อของเธอผ่านรูปในอัลบั้มภาพถ่ายตอนที่อยู่กับคุณย่า ซึ่งความทรงจำของเธอที่มีต่อพ่อในตอนนี้ก็มีแค่ในภาพถ่ายเท่านั้น


    สิบกว่าปีที่ผ่านมา พ่อของเธอไม่เคยถามถึงข่าวคราวความเป็นอยู่ของเธอแม้แต่น้อย มีเพียงแค่ตอนที่เธอสอบเข้ามหาวิทยาลัย b ที่เขาช่วยบริจาคเงินสร้างโรงยิมเพื่อแลกกับการมีชื่อในมหาวิทยาลัยของเธอเท่านั้นที่เขาถามมาว่าผลเป็นยังไงบ้าง


    จากที่ฟังแม่ของเธอพูดมา พ่อแค่กลัวว่าเธอจะสอบเข้ามหาวิทยาลัยไม่ได้เพราะระดับคะแนนของเธอมันต่ำมากและเขาก็กลัวว่าจะทำให้ตระกูลหลินต้องเสียหน้า และมันก็ด้วยเหตุนี้เอง พ่อจึงยอมเสียเงินเพื่อให้เธอได้เข้ามหาวิทยาลัย b


    คำพูดนั้นของแม่... เธอไม่เคยติดใจสงสัยมาก่อนเลย ดังนั้นจึงไม่เคยที่จะขอบคุณถึงเรื่องการบริจาคอะไรนั่น จนกระทั่งเธออดไม่ได้ที่จะสร้างความวุ่นวายและความเสื่อมเสียแก่ตระกูลหลิน 


    การทำให้พวกเขาไม่มีความสุขคือความสุขของเธอ...


    แต่ไอ้การกระทำแย่ ๆ ที่ผ่านมามันก็มีเพียงแค่ตัวเธอเท่านั้นที่รู้ ที่เธอทำไปก็เพียงเพราะอยากจะเรียกร้องความสนใจก็เท่านั้น เธอแค่คิดว่าถ้าทำตัวเหลวไหลให้ตัวเองขายหน้า เขาก็จะกลับมาหาเธอ หรือจะมาด่าเธอสักหน่อยก็ยังดี


    แต่น่าเสียดาย ถึงจะทำตัวแย่ยังไง พยายามเรียกร้องความสนใจขนาดไหน พ่อก็ไม่กลับมาหาเธออยู่ดี


    ในตอนนี้ที่ตระกูลหลินพบเจอกับเหตุการณ์ชี้เป็นชี้ตาย มันเป็นเรื่องใหญ่มากเขาจึงต้องกลับมา


    สุดท้ายแล้วหลินเฉี่ยนก็ค่อย ๆ ลบคำว่า ‘ไม่’ อย่างช้า ๆ เพราะเธอเปลี่ยนใจและก็พิมพ์ไปใหม่ไปว่า 

    ‘อืม’ แล้วรีบกดส่งออกไป  


    เมื่อหมดเวลาเรียน อาจารย์ก็ออกไปได้พักหนึ่ง จู่ ๆ ก็มีเสียงเอะอะโวยวายอยู่ที่ฝั่งประตู นักเรียนหญิงส่วนใหญ่จึงอดไม่ได้ที่จะออกไปดูแต่ด้วยจิตใจที่เหม่อลอยของหลินเฉี่ยนเธอจึงไม่ได้สนใจในขณะที่หยิบกระเป๋าแล้วก็เดินออกจากห้องตามธรรมดา 


    ขณะที่เดินออกไป ทันใดนั้นเธอก็ถึงกับตาค้าง

    ทางเดินระเบียงบนอาคารเรียนชั้นสามตอนนี้มันเปลี่ยนไปในทางที่โคตรหรูสุด ๆ โดยมีการปูด้วยพรมแดงที่มีกลีบดอกไม้สีแดงโปรยอยู่ และตรงกลางก็ยังมีซุ้มประตูที่ประดับด้วยลูกโป่งสีขาวสลับชมพู มองไปอีกไม่ไกลมีผู้ชายคนนึงยืนถือดอกไม้อยู่ด้วยท่าทางเขินอาย ซึ่งบริเวณโดยรอบก็มีนักเรียนที่เพิ่งจะเลิกเรียนรีบหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปกันยกใหญ่


    ตอนที่อาจารย์สอนเสร็จแล้วเดินออกไปมันเป็นเวลาแค่แป๊บเดียวแต่ก็ได้มีการจัดตกแต่งอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจได้ขนาดนี้


    ผู้ชายคนนั้นดูสง่างาม ยิ่งในตอนที่มีแสงส่องมากระทบร่างของเขานั้นมันช่างเหมือนกับซีรี่ย์หนังรักอันโรแมนติกในเกาหลีซะเหลือเกินจนทำให้หัวใจของเด็กสาวแถวนั้นกระชุ่มกระชวยขึ้นมา 

    นักศึกษาหญิงบริเวณนั้นล้วนแล้วแต่อยากจะเป็นคนที่โดนเขาสารภาพรัก!


    ยังไม่หมดแค่นั้น มีซุ้มประตูลูกโป่งที่มีข้อความและรูปที่สื่อถึงผู้หญิงที่รักอยู่ ซึ่งนั่นก็คือภาพของหลินเฉี่ยน


    ในรูปนั้นเธอใส่ชุดพละสีชมพู ผูกผมหางม้า ถือไม้เทนนิสอยู่ท่ามกลางแสงที่สว่างเจิดจ้าซึ่งขับเน้นให้ผิวของเธอเปล่งประกาย รอยยิ้มของเธอช่างดูสดใสเหมาะสมกับวัยเสียจริง


    รูปนั้นคือรูปที่เธอโดนแอบถ่ายตอนกำลังเรียนวิชาพละหนิ


    ทุกคนได้เห็นกันหมดแล้ว และทุกคนก็จ้องมองไปที่เขาผู้ซึ่งมาสารภาพรักสลับกับมองหลินเฉี่ยนที่กำลังยืนอึ้งอยู่


    ทันใดนั้นเอง ด้านหลังก็มีคนพูดขึ้นมาเบา ๆ ว่า “เฮ้ย ๆ นี่มันเจียงอีฟานที่เรียนคณะสถาปัตยกรรมรึเปล่า อยู่ปี 3 แต่ก็ออกแบบผลงานออกมาได้น่าดูระดับนี้เลยเหรอ เจ๋งว่ะ แถมพ่อแม่ก็เป็นถึงอาจารย์สถาปัตยกรรมด้วยนะ แบบนี้อนาคตไกลแน่นอน”


    “กรี๊ดดดดด พ่อเทพบุตรคนเดิมของฉัน ฉู่โม่เฟิงไปต่างประเทศซะแล้ว งั้นฉันให้พ่อเทพบุตรคนนี้มาแทนเลยดีไหมน้าาา~” 


    “หลินเฉี่ยนช่างเป็นคนที่น่าตกใจจริง ๆ ไม่ใช่ว่าเธอจะเป็นเมียเศรษฐีไปแล้วหรอกเหรอ ทำไมเจียงอีฟานถึงได้มาบอกรักเธอได้ล่ะเนี่ย ?” เสียงหญิงสาวนิรนามแสดงความคิดเห็น


    “นั่นมันเป็นเรื่องที่หนานอินแต่งขึ้นมาเองทั้งหมดต่างหากล่ะ แต่อันที่จริงหลินเฉี่ยนน่ะมีพ่อที่ร่ำรวยมากเลยนะ ถือว่าเป็นมหาเศรษฐีเลยก็ว่าได้” หญิงสาวนิรนามอีกคนแสดงความเห็นบ้าง


    หลินเฉี่ยน “........”


    ‘ฟังที่พวกเขากระซิบกันสิ! หลินเฉี่ยนอดรู้สึกโมโหขึ้นมาไม่ได้ ทำไมถึงเกิดเรื่องเม้ามอยอีกแล้วเนี่ย ? แล้วไอ้ผู้ชายคนนี้นี่มันเรื่องอะไรกัน ?! อยากเด่นนักรึไงทำไมทำอะไรประเจิดประเจ้อขนาดนี้!!!’


    เมื่อได้ยินเสียงฮือฮา คนก็เริ่มมามุงดูกันเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ คนอื่น ๆ จากบนตึกที่ได้ยินถึงการสารภาพรักของเจียงอี้ฟาน ก็รีบพากันเข้ามา เพียงไม่นานบนระเบียงทางเดินก็แน่นไปด้วยผู้คนที่เข้ามายืนออกันดูเหตุการณ์จนเต็มไปหมด


    หลินเฉี่ยนแทบอยากจะหายตัวไปจากที่นี่แต่ข้างหลังเธอมีคนยืนอยู่เยอะมาก อีกทั้งดวงตานับสิบของพวกเขาเหล่านั้นก็กำลังจ้องมองมาที่เธออีก แล้วเธอจะหนีไปไหนได้ ?!


    เจียงอี้ฟานยืนอยู่ใต้ประตูโค้งแล้วพูดต่อหน้าทุกคนว่า “หลินเฉี่ยน ฉันชอบเธอนะ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ได้เจอเธอที่สนามเทนนิส ฉันก็ไม่อาจลืมเธอได้เลย”


    สิ้นเสียงเจียงอีฟาน สาว ๆ รอบข้างก็ส่งเสียงกรี๊ดกร๊าดขึ้นมาด้วยท่าทางขวยเขินประดุจว่าอีฟานพูดให้กับตัวพวกเธอเอง


    ทว่าใบหน้าของหลินเฉี่ยนซีดลงทันที ‘ไอ้หมอนี่หนิ... มันอยากจะสารภาพรักก็ทำอย่างเงียบ ๆ หน่อยไม่ได้เรอะ ? ถ้าถูกปฏิเสธต่อหน้าคนพวกนี้ คนที่จะขายหน้าคือนายเองไม่ใช่รึไง ?’


    เจียงอีฟานเป็นคนที่มีชื่อเสียงและเป็นอัจฉริยะในมหาวิทยาลัย b  ตอนที่เขาเรียนอยู่มัธยมปลายก็ได้รับรางวัลออกแบบสถาปัตยกรรมอันดับหนึ่งของทุกประเทศ แถมตอนที่เข้ามหาวิทยาลัย b...ช่วงสอบเข้าเขาก็ออกแบบตึกเรียนต้าโหลวป๋าขึ้นมาอีกซึ่งมันได้รับรางวัลการออกแบบสถาปัตยกรรมระดับโลกด้วย


    ความภาคภูมิใจขนาดนี้ทำให้เส้นทางที่เขาเดินอยู่ราบรื่นไปหมดจนทำให้เขาไม่เคยเจอกับกำแพงใด ๆ ที่มาขวางกั้น สำหรับเขาแล้ว ตัวเขาก็คือกระดาษขาวแผ่นหนึ่งที่ไม่เคยผ่านการเปรอะเปื้อนมาก่อนเลยนั่นเอง


    สำหรับหลินเฉี่ยนที่เขาหลงรักตั้งแต่แรกพบนั้น เขาจึงเลือกที่จะสารภาพรักอีกฝ่ายโดยไม่มีความลังเลแม้แต่น้อย 


    และเขาก็ไม่คิดด้วยว่าตัวเองจะถูกเธอปฏิเสธ หรือจะเรียกได้ว่าเขาไม่เคยคิดว่าจะมีผู้หญิงคนไหนอยากปฏิเสธเขา 


    ยังไม่ทันที่หลินเฉี่ยนจะได้พูดอะไร ที่สนามกว้างด้านหน้าก็มีเสียงเฮลิคอปเตอร์ดังสนั่นทำให้ผู้คนตามไปดูแต่ก็เห็นแค่ว่ามีโดรนบินอยู่บนดาดฟ้าชั้นสามของตึก


    หลังจากที่โดรนบินวนอยู่หนึ่งรอบ ทันใดนั้นกลีบดอกไม้ก็ถูกโปรยลงมาบวกกับแสงธรรมชาติที่ส่องกระทบ ช่างโรแมนติกเสียจริง กลีบดอกไม้ที่ร่วงลงมาตรงหน้าเป็นดั่งสายฝนที่ทำให้ผู้คนต่างรู้สึกตราตรึงใจ


    กลีบดอกไม้สวย ๆ ค่อย ๆ ร่วงลงมาพร้อม ๆ กับผ้าที่ถูกปล่อยลงมา ผ้านั้นเขียนไว้ว่า-----หลินเฉี่ยน เป็นแฟนกับฉันนะ ?


    ตัวอักษรสีน้ำเงินที่เขียนลงบนผ้าพื้นหลังขาวและยังมีภาพวาดกราฟิตี้รูปบ้านที่มีสีสันสวยงามซึ่งเป็นฝีมือของนักเรียนดีเด่นอย่างเจียงอีฟาน เขาตั้งใจสื่อความหมายว่าฉันอยากจะให้ความสุขแก่เธอราวกับว่าเราเป็นคนในครอบครัวเดียวกัน


    การสารภาพรักแบบนี้ทั้งโรแมนติกและมีความหมายมาก ไม่เพียงแต่จะต้องใช้เงินทองและความเฉลียวฉลาดช่างคิดเท่านั้น เขายังสารภาพรักกับเธอด้วยความจริงใจ  


    “ว้าววว ไม่เสียแรงที่เป็นถึงนักเรียนดีเด่นของมหาวิทยาลัย b นี่เป็นการสารภาพรักที่เต็มไปด้วยความกล้าและโรแมนติกมากเลยอ่ะ โอ้ยย อิจฉาชะมัด”


    “นั่นสิ หลินเฉี่ยนนี่โชคดีจริง ๆ ที่มีนักเรียนดีเด่นอย่างเจียงอีฟานมาชอบ”


    “เมื่อก่อนฉันไม่เคยเชื่อนิทานเรื่องลูกเป็ดขี้เหร่เลยนะ แต่ตอนนี้ฉันเชื่อแล้ว หลินเฉี่ยนเหมือนกับนิทานนั้นเลยอ่ะ ดูหลินเฉี่ยนตอนนี้สิ สวยมากเลยนะทั้งที่เมื่อก่อนแมนมากแท้ ๆ”


    “สงสัยไปทำศัลยกรรมมาแน่ ๆ ไม่งั้นคงไม่สวยขึ้นขนาดนี้หรอก”


    “แต่ฉันว่าการแต่งกายของเธอดูเปลี่ยนไปเฉย ๆ หน้าตาก็ยังเหมือนเดิมหนิ จริง ๆ มีเค้าโครงสวยอยู่แล้ว แค่เมื่อก่อนแต่งห้าว ๆ เท่านั้นเอง”


    “เออจริงด้วย แต่ก่อนผมเธอสั้นตอนนี้เปลี่ยนเป็นผมยาวก็เลยทำให้ดูเป็นผู้หญิงมากขึ้น แสดงว่าเป็นเพราะผมยาวก็เลยมีผู้ชายเข้ามาสนใจน่ะสิ เนอะ”


    เจียงอีฟานยืดอกเล็กน้อย เขาพยายามยืนอย่างสง่าผ่าเผยมากที่สุดก่อนพูดกับหลินเฉี่ยน 


    “หลินเฉี่ยน ฉันชอบเธอจริง ๆ นะ ฉันสามารถนำทุกสิ่งทุกอย่างในโลกใบนี้มาให้เธอได้ เป็นแฟนกับฉันนะ ?”

    คล้ายกับเรื่อง[จบแล้ว] ยอดดวงใจคุณชายนักรบ ที่คุณอ่าน

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    ทริปท่องเที่ยวอดีตของเซวียเสี่ยวหรั่น [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    484K 1138
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    เกิดใหม่มาเป็นองค์หญิงตัวน้อยของตระกูลซู

    นิยาย รัก
    310K 841
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นเจ้าของที่ดินในยุค 90 [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    355K 505