บทที่ 8 ไม่ฟังคำเตือนของผู้เฒ่า มีความสุขได้หลายปี
วันนี้ฉินเฟิงกำลังนั่งขัดสมาธิฝึกฝนอยู่ในลานขนาดเล็กของตนเอง
หลังจากที่เขาบรรลุถึงขั้นปฐมพิสัยระดับหนึ่ง ความเร็วในการฝึกตนก็ช้าลงอีกครั้ง สาเหตุเป็เพราะกลยุทธ์รังสรรค์์สามสิบสามชั้นฟ้าไม่สามารถตามเขาได้ทัน
เหมือนกับการที่เปลี่ยนรถเป็คันใหม่ที่แรงกว่าเดิม แต่เครื่องยนต์กลับยังเป็รุ่นเก่าที่ไม่ทรงพลัง เขาจึงจำเป็ต้องเข้าใจชั้นฟ้าที่สองให้ได้โดยเร็วที่สุด
“โชคดีที่น้องชายผู้โง่เขลาของข้าเกิดมาแล้ว ข้าจึงสามารถลงมือได้อย่างเต็มที่!”
ฉินเฟิงเปิดระบบซึ่งแสดงให้เห็นแต้มสามหมื่นสองพันสี่ร้อยแต้มวายร้าย และยังมีโอกาสสุ่มรางวัลอีกหนึ่งครั้ง
ตามที่ระบบกล่าวไว้ มีเพียงการทำลายโอกาสของบุตรแห่ง์เท่านั้น จึงจะได้รับโอกาสในการสุ่มรางวัล ซึ่งรางวัลภายในนั้นยอดเยี่ยมมาก ล้วนแล้วแต่เป็ร่างกายระดับเทวะ พลังพิเศษ วิชาเทพ ทักษะเทพ...
“จะสุ่มได้อะไรกันนะ!?”
ฉินเฟิงเต็มไปด้วยความคาดหวังขณะเรียกระบบให้เริ่มต้น
พรึ่บ!
ตรงหน้าของฉินเฟิงปรากฏวงล้อสุ่มรางวัลขนาดใหญ่ที่กำลังหมุนอยู่และมีรางวัลมากมายอยู่บนนั้น ร่างกายเหนือชั้น ร่างกายเหนือ์ ร่างกายา ร่างกายโกลาหลศักดิ์สิทธิ์ ทวิเนตร กระดูกจักรพรรดิ วิชาเลิศั แปร์...
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับเ้าของที่สุ่มได้ วิชากระบี่สังหาร!]
เสียงท้องฟ้าคำรามลั่น!!
ในสมองของฉินเฟิงเกิดเสียงดังราวกับฟ้าผ่า ราวกับว่าิญญาหลุดออกจากร่างไปยังอีกโลกหนึ่ง
ชายชุดดำปรากฏกายขึ้น ไร้ซึ่งถ้อยคำใด ๆ และพยักหน้าให้เล็กน้อย
ก่อนจะชักกระบี่ออกมา!
เสียงกระบี่ถูกชักออกจากฝักดังกังวานไปทั่ว์และโลก ปราณกระบี่ที่งดงามราวกับมาจากโลกอื่นปรากฏขึ้นฉับพลัน ความเย็นะเืแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้ง์และโลก ดุจนกยูงรำแพน ดั่งัโบยบิน ประหนึ่งจะผ่า์และโลกออกเป็สองส่วน
กระบี่อันน่าสะพรึงกลัวนั้น ประทับลึกในความทรงจำของฉินเฟิงราวกับตราประทับ
ทำให้ผู้คนหลงใหลจนยากจะถอนตัว!
“น่ากลัวยิ่งนัก!!”
เมื่อฉินเฟิงคืนสติ เขาก็พบว่าทั้งตัวชุ่มโชกไปด้วยเหงื่อ
วิชากระบี่ที่แท้จริงไม่จำเป็ต้องมีท่วงท่าที่อลังการ ขอเพียงชักกระบี่ออกมาแล้วสามารถทำลายล้างทั้ง์และโลกเพื่อตัดสินแพ้ชนะได้ก็เพียงพอแล้ว
เพียงแต่ แม้ว่าวิชากระบี่สังหารนั้นจะทรงพลัง แต่ด้วยระดับและวัยของฉินเฟิงในเวลานี้ ต่อให้เขาจะเข้าใจวิธีใช้แต่ก็ยังไม่สามารถใช้ได้ ฉินเฟิงจำเป็ต้องเสริมสร้างวรยุทธ์และพัฒนาร่างกายให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นเสียก่อน
“ต้องรีบฝึกฝนให้เร็วที่สุด!”
ฉินเฟิงร้องเรียกระบบในใจเพื่อแลกเปลี่ยนแสงแห่งการหยั่งรู้เป็เวลาหนึ่งเดือน
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับเ้าของ ใช้ 30000 แต้มวายร้าย แลกเปลี่ยนเป็แสงแห่งการหยั่งรู้ระยะเวลาหนึ่งเดือนสำเร็จ!]
ฉินเฟิงััได้ถึงความรู้สึกที่ราวกับิญญาหลุดออกจากร่างอีกครั้ง หลังจากผ่านไปสามปี ก่อนหน้านี้มีหลายสิ่งเกี่ยวกับการฝึกฝนที่เขาไม่เข้าใจ แต่ตอนนี้กลับเห็นแจ้งได้อย่างง่ายดาย
พอดีกับตอนนั้นเอง…
ชายชราผู้หนึ่งปรากฏกายขึ้นในลานขนาดเล็กของฉินเฟิง เมื่อมองให้ดีก็พบว่าเป็บรรพชนรุ่นที่สิบของตระกูลฉิน ตามลำดับรุ่น เขาคือท่านปู่ทวดของฉินเฟิง และเป็ท่านปู่แท้ ๆ ของฉินเทียน
ส่วนท่านปู่ของเขา ว่ากันว่าออกไปผจญภัยข้างนอก
หลายร้อยปีแล้วที่ไม่มีข่าวคราวใด ๆ ส่งกลับมา ไม่รู้ว่าเป็หรือตาย ทำให้ทั้งตระกูลถกเถียงกันไม่จบว่าควรจัดงานศพดีหรือไม่
“หลานรักของข้า ท่านปู่มาเยี่ยมเ้าแล้ว!”
บรรพชนรุ่นที่สิบอุ้มฉินเฟิงขึ้นมาด้วยใบหน้าที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความรัก เขาชอบหลานรักผู้นี้ที่เชื่อฟังและขยันหมั่นเพียรเป็อย่างมาก
นับั้แ่ฉินเฟิงบรรลุขั้นปฐมพิสัย ผู้าุโทั้งหลายของตระกูลฉินต่างก็ตกตะลึงและยินดี
ยินดีเพราะตระกูลฉินมีอัจฉริยะเพิ่มขึ้นอีกคน ตกตะลึงเพราะฉินเฟิงทะลวงขั้นนี้โดยไม่มีใครคอยชี้แนะ ซึ่งเป็เื่ที่อันตรายมาก หากพลาดพลั้งไปคงถึงขั้นต้องสูญเสียชีวิตเป็แน่
ดังนั้นหลังจากผู้าุโทั้งหลายของตระกูลฉินปรึกษากันแล้ว พวกเขาจึงตัดสินใจส่งบรรพชนรุ่นที่สิบมาเป็ผู้ชี้แนะให้แก่ฉินเฟิง
“ผู้ชี้แนะ!?”
ฉินเฟิงคิดว่าสิ่งนี้ไม่จำเป็เลยสักนิด
เขามีกลยุทธ์รังสรรค์์สามสิบสามชั้นฟ้าฉบับสมบูรณ์ซึ่งมีข้อควรระวังระบุไว้ชัดเจน เพียงฝึกฝนไปตามนั้น เหตุไม่คาดฝันก็จะไม่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ส่วนการสอนวรยุทธ์และทักษะการต่อสู้นั้นยังไม่เท่ายืมก้นน้องชายมาสักสองวัน ไม่ว่าวรยุทธ์และทักษะการต่อสู้จะยากเย็นเพียงใด เขารับรองว่าจะเรียนรู้ให้ได้ภายในสองวัน
“ผู้ฝึกตนพึงระลึกไว้ อย่าได้มีใจหยิ่งผยอง!”
บรรพชนรุ่นที่สิบรู้สึกว่าฉินเฟิงเริ่มมีใจหยิ่งผยอง เขาจึงตั้งใจจะสั่งสอนเด็กชายให้เข้าใจ ว่านอกูเานั้นยังมีูเาอีก นอกอารามนั้นยังมีอารามอีก วิถีแห่งการฝึกตนนั้นหากไม่ก้าวหน้าก็จะถอยหลัง
บรรพชนรุ่นที่สิบตั้งลมปราณไว้ที่ตันเถียนและย่ำเท้าลงกับพื้นอย่างแรงทำให้ใบไม้บนพื้นสองสามใบลอยขึ้น จากนั้นเขาก็ชี้สองนิ้วไปทีู่เาจำลองซึ่งสูงสิบกว่าหมี่อย่างรวดเร็ว
ฟิ่ว! ฟิ่ว! ฟิ่ว!
ใบไม้แต่ละใบกลายเป็อาวุธสังหารอันน่าสะพรึงกลัวในทันทีและตัดูเาจำลองขนาดสิบกว่าหมี่ให้กลายเป็เศษหินเล็ก ๆ
ท่านปู่ทวดเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เห็นไหม นี่คือวิชาลับ ‘ใบไม้ร่วงซัด’ ที่ทำให้ปู่ทวดของเ้ามีชื่อเสียง ปู่ทวดฝึกฝนอย่างหนักอยู่ที่บ้านหลายสิบปีจนสำเร็จ พอออกสู่แดนเซียนก็โด่งดังไปทั่วใต้หล้า…”
ยังไม่ทันเล่าจบเื่ราวอันน่าภาคภูมิใจ ฉินเฟิงก็ออกมือลองทำตาม
ก่อนอื่นต้องหายใจลึกให้ถึงท้อง ย่ำเท้าลงแรง ๆ ใบไม้บนพื้นสองสามใบลอยพลิ้วขึ้นมา จากนั้นก็ชี้สองนิ้วไปยังโต๊ะหินที่อยู่ไม่ไกลอย่างแรง
ฟิ่ว! ฟิ่ว! ฟิ่ว!
ใบไม้แต่ละใบพุ่งออกไปราวกับใบมีดและปักลงบนโต๊ะหินทั้งหมด
หากไม่ใช่เพราะเพิ่งบรรลุขั้นปฐมพิสัยระดับหนึ่ง ใบไม้เ่าั้คงจะกลายเป็เครื่องตัดได้เหมือนท่านปู่ทวดอย่างแน่นอน
“สิ่งนี้ต้องฝึกฝนอยู่หลายสิบปีเชียวหรือ!?”
ฉินเฟิงมองมือทั้งสองของตนพลางพึมพำ เขาไม่รู้สึกถึงความยากลำบากเลยแม้แต่น้อย บางทีอาจเป็เพราะตอนนี้เขากำลังเปิดแสงแห่งการหยั่งรู้อยู่ก็เป็ได้
ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม วิชาที่ต้องฝึกฝนอยู่หลายสิบปี เพียงมองแค่ปราดเดียวเขาก็ทำได้แล้ว วิชาเช่นนี้ไม่จำเป็ต้องฝึกก็ได้ ยังไงเสีย วิชาที่แลกมาด้วยแต้มจากการตีก้นน้องชายก็ยังน่าเชื่อถือกว่า
เวลานี้…
ท่านปู่ทวดที่ยืนนิ่งอยู่ด้านข้างกำลังได้รับความบอบช้ำอย่างที่สุด
โดยเฉพาะประโยคที่ฉินเฟิงพึมพำว่า ‘สิ่งนี้ต้องฝึกฝนอยู่หลายสิบปีเชียวหรือ’ ยิ่งสร้างความเสียหายอย่างที่ไม่เคยเจอมาก่อนให้แก่เขา
"ข้า้าความสงบ !!"
ท่านปู่ทวดปลอบใจตัวเองในใจไม่หยุด ‘อย่าโกรธ อย่าโกรธ เป็เด็กในตระกูล เป็เด็กในตระกูล’
[ติ๊ง ตรวจพบว่าเ้าของไม่เคารพผู้าุโ ได้รับ 100 แต้มวายร้าย !]
"ข้าไม่เคารพผู้าุโตอนไหนกัน !?"
ฉินเฟิงรู้สึกงงงวยทันที สงสัยว่าระบบผิดพลาดหรือเปล่า ?
ไม่นาน ระบบก็ให้คำตอบ [ไม่ฟังคำผู้ใหญ่ ก็คือไม่เคารพผู้าุโ]
ฉินเฟิงอึ้งไปครู่หนึ่ง เหมือนครั้งก่อน
ยุคสมัยนี้แล้ว ยังถือว่าคำพูดของผู้ใหญ่เป็คำสั่งศักดิ์สิทธิ์อีกหรือ ? คำพูดของผู้ใหญ่จะต้องถูกไปหมดเลยหรือ !?
ช่างมันเถอะ !
ไม่เคารพผู้าุโก็ไม่เคารพผู้าุโ ต้องรู้ไว้ว่าไม่ฟังคำผู้ใหญ่ จะมีความสุขไปหลายปี !
ในตอนนั้นเอง--
บรรดาผู้าุโของตระกูลฉินอีกสี่ท่านเดินผ่านหน้าฉินเฟิงด้วยสีหน้าเคร่งขรึม โดยไม่หันหลังกลับ มุ่งหน้าไปยังลานเล็กที่พ่อแม่ของเขาอาศัยอยู่ข้าง ๆ
"เกิดอะไรขึ้น !?"
ฉินเฟิงสงสัยจึงตามไปดู
ทันทีที่เข้าประตูไป ก็เห็นบรรดาผู้าุโล้อมรอบน้องชาย พร้อมกับหยิบตำราโบราณสองสามเล่มมาเทียบเคียงกับน้องชาย
ไม่กี่นาทีต่อมา บรรดาผู้าุโก็ไม่อาจปิดบังความรู้สึกได้อีกต่อไป พากันหัวเราะเสียงดังลั่นจนหน้าเงยขึ้นฟ้า
"กระดูกจักรพรรดิ ไม่ผิดแน่ พลังลึกลับนั่นคือกระดูกจักรพรรดิในตำนานที่หาได้ยากยิ่ง เด็กคนนี้คือยอดฝีมือโดยกำเนิด ์ช่างโปรดปรานตระกูลฉินของพวกข้าจริง ๆ!!"
"รัศมีนี้เปิดอยู่..."
ฉินเฟิงรู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาทันที บุตรแห่ง์นั้นช่างไร้เหตุผลเสียจริง
[ติ๊ง ขอแสดงความยินดีกับเ้าของที่ได้ปลดล็อกภารกิจระดับตำนานของวายร้ายแห่งโชคชะตา ขุดกระดูกจักรพรรดิของน้องชาย รางวัลคือทวิเนตร]