ที่ข้างเตียงของคนป่วยมีชายหนุ่มรูปร่างดี ตัวสูงผิวขาว ยิ่งถ้ามองใกล้ ๆ จะเห็นผิวที่ขาวเนียนใสดูชวนหน้าหลงไหล ที่ฟลุบหลับอยู่ข้างเตียงนอนไม่ห่าง คนป่วยตัวเย็นลงบ้างแล้วแต่ยังไม่หายดีเท่าไหร่ เลยต้องคอยเช็ดตัวและปลุกมากินข้าวกินยาอยู่ตลอด หายเร็ว ๆ นะไอตัวแสบ
"รุศ ลุกขึ้นมากินข้าวกินยาก่อน"
"อืมมม"
"ยังปวดหัวอยู่ไหม"
"นิดหน่อย"
สามวันเต็ม ๆ ที่ต้องดูแลคนป่วยเขาไม่ยอมห่างจากน้องเลยั้แ่วันแรก นี้คงเป็การป่วยที่หนักสุดของวรุศแล้ว แม่เป็ห่วงมากเพราะปกติเขาไม่ค่อยป่วยเลยจนแม่ยังแปลกใจ แต่พอป่วยทีก็หนักหนาเอาการยังดีที่มีคนช่วยดูแล
่นี้มหาลัยปิดเทอมแล้ววรุศเลยไม่ต้องไปเรียน เขาจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่
"ขอบคุณมากนะวายุที่คอยช่วยดูแลน้อง"
"ไม่เป็ไรครับผมเต็มใจ ผมสัญญากับทุกคนไว้แล้วว่าจะคอยอยู่ดูแลน้อง"
"แล้ว..."
"คุณป้าไม่ต้องห่วงนะครับ ท่านลุงสบายดี"
"วายุรู้?"
"ครับ ก่อนหน้านี้ผมไปหาทุกคนมาและทุกคนก็เล่าเื่ทั้งหมดให้ผมฟังหมดแล้ว"
สีหน้าของเธอไม่สู้ดีนัก ตอนนี้ความคิดมันตีกันไปหมดไม่รู้จะทำยังไงจะเริ่มตรงไหน เพราะลูกก็ยังไม่รู้ตัวตนที่แท้จริงของตัวเอง เธอกลัวว่าถ้าลูกรู้จะเป็ยังไงเขาจะเกลียดเราไหมมันสับสนไปหมดสีหน้าของเธอในตอนนี้มันบ่งบอกทุกอย่าง
"คุณป้าไม่ต้องคิดมากนะครับ เมื่อถึงเวลาผมจะอธิบายทุกอย่างให้รุศฟังเอง"
"แม่"
"รุศลูก ลงมาทำไมยังไม่หายดีเลย"
"รุศโอเคขึ้นแล้วครับ รุศเบื่อนอนแล้วอ่า
แล้ว...เมื่อกี้คุยอะไรกันหรอครับสีหน้าตึงเครียดเชียว"
"ไม่มีอะไรหรอกลูก คุยเื่ทั่วไป"
ยังบอกตอนนี้ไม่ได้ กลัวเขาจะรับไม่ได้ ยิ่งไม่สบายอยู่ด้วยเดี๋ยวอาการจะหนักขึ้นไปอีก
ทุกคนปิดบังอะไรเราอยู่กันแน่ สีหน้าของแม่เมื่อกี้ เื่ที่พวกเขาคุยกันมันเกี่ยวกับเรา แต่ทำไมถึงต้องปิดบังนะ
"หิวไหมลูก เดี๋ยวแม่ไปหาอะไรมาให้ทานนะ"
"ครับ"
ทำไมขาแข็ง ๆ ก้าวไม่ค่อยออกเมื่อกี้ยังเดินลงบันไดได้สบายอยู่เลย "โอ๊ะ!"
"เห้ย!! ไหวป่ะเนี่ย มาพี่ช่วย" ความเร็วเป็ของปีศาจ ไม่!! เป็ของเทวทูตต่างหาก เกือบล้มแล้วมั้ยละเด็กแสบเอ้ย "ยังไม่หายดีแล้วจะลงมาทำไม"
วรุศผู้ที่ไม่ได้สังเกตุจุดยืนของเขาและของตัวเองว่าเมื่อสักครู่เขาทั้งสองยืนห่างกันขนาดไหน เลยไม่ได้สงสัยที่เขาพุ่งมารับตัวเองได้เร็วขนาดนี้
"แค่อยากยืดเส้นยืดสายบ้างอ่ะ นอนบนเตียงมาสามวันจนจะละลายติดกับเตียงแล้วเนี่ย!"
ยังกวนอวัยวะเบื้องล่างได้ขนาดนี้คงไม่เป็ไรแล้วแหละ
"แล้วดีขึ้นแล้วใช่ไหม?"
"อื้ม! ก็ดีขึ้นเยอะแล้ว ขอบคุณครับ"
เทวทูตสุดขี้เก็กเลิกคิ้วเป็เชิงถาม หูไม่ได้ฝาดไปใช่ไหม
"ขอบคุณเื่อะไร"
"ก็ที่พี่..คอยดูแลผมตอนผมป่วย"
"พี่?" ถึงจะแปลกใจที่น้องยอมเรียกตัวเองว่าพี่ แต่เพราะน้องป่วยเขาจึงไม่อยากคาดคั้นมากนัก "รู้ด้วยหรอ"
"ก็ต้องรู้มั้ย ลืมตาตื่นมาก็เห็นพี่นอนหลับอยู่ข้างเตียงตลอด ถ้าไม่ใช่พี่แล้วจะเป็หมาที่ไหน"
"ฮึ!" เสียงหัวเราะในลำคอเป็การบอกถึงความพอใจที่อีกฝ่ายรับรู้ในสิ่งที่เขาทำ
"ไม่เป็ไรพี่เต็มใจ อีกอย่างไม่อยากให้คุณป้าเหนื่อยด้วย "
สายตาที่จ้องมองเขาด้วยความอบอุ่นได้ส่งไปให้กับคนที่เฝ้าไข้เขาตลอดสามวันที่ผ่านมา แต่สายตาคู่นี้มันไม่ได้มีแค่ความอบอุ่น มันมีความรู้สึกอยากรู้จักผู้ชายคนนี้มากขึ้น ความรู้สึกอยากเป็คนพิเศษของเขา ความรู้สึกที่เขาเป็คนสำคัญของเรา ความรู้สึกดีๆที่ได้เกิดขึ้นระหว่างเขาทั้งสอง
"รุศมาทานข้าวลูก"
"ครับแม่" ละสายตาเพื่อไปขานรับแม่ที่กำลังเดินมา แต่...หันไปส่งสายตาขอบคุณอีกซักรอบจะเป็ไรไป รู้สึกดีชะมัด
"เอ่อ เดี๋ยวแม่ไปตลาดแปปนึงนะลูก แม่ฝากดูน้องด้วยนะวายุ"
"ครับคุณป้า ผมจะดูแลอย่างดีเลย" เขาพูดจบแล้ว หันไปยิ้มกวนประสาทน้อง แต่หารู้ไม่ว่ามันทำให้คนที่ได้ยินยิ้มเขิลอยู่ในใจ
บนโต๊ะทานข้าวที่มีแต่ความเงียบ เพราะชายหนุ่มทั้งสองไม่ได้สนทนาอะไรกัน วรุศที่นั่งทานข้าวที่แม่เตรียมมาให้ กับวายุที่นั่งอ่านหนังสือเกี่ยวกับนรก ์ เขาอยากรู้ว่าพวกมนุษย์มีความรู้และความคิดเห็นยังไงเกี่ยวกับพวกเขา
"อืม...ก่อนหน้านี้พี่หายไปไหนมาหรอ"
"ไปธุระอ่ะ" ปากตอบคำถาม แต่สายตาจดจ้องอยู่กับหนังสือที่อ่าน
คนถามเงียบไปจนคนนั่งอ่านหนังสือต้องเงยหน้ามามอง เมื่อเห็นพี่มองคนน้องได้แต่พยักหน้าตอบรับ แต่ดูทรงไม่เชื่อแน่ๆ ยังไม่ทันจะได้คุยกันรู้เื่ก็มีเวรกรรมที่มาในรูปแบบของเพื่อน!
"ไอรุศศศศศ เพื่อนยาก เป็ไงบ้างว้าา?"
"เอ้าพวกมึง มาได้ไงเนี่ย?"
"เห็นแม่บอกมึงป่วย พวกกูเลยมาเยี่ยมนี่ไง"
"กูไม่ได้เป็ไร กูหายแล้ว"
"พี่วายุอยู่ด้วยหรอครับ สวัสดีครับ"
"ครับ งั้นคุยกันไปแล้วกันพี่ขอตัวขึ้นไปข้างบนก่อน" ถึงจะไม่อยากลุกตากตรงนี้ แต่ก็ต้องลุกไปเพราะไม่อยากทำให้บรรยากาศมันอึดอัดจนเกินไป
"ครับ"
หนึ่งชั่วโมงผ่านไป เป็หนึ่งชั่วโมงที่ยาวนานมากสำหรับคนรอ แต่มันรอไม่ไหวนี่สิ คุยไรกันนักหนา จะสนิทกันเกินไปละเพื่อนกันต้องกอดคอโอบไหล่กันด้วยหรอว่ะ แล้วทำไมต้องกระซิบกระซาบกันขนาดนี้!! แม่งหงุดหงิด บางทีเ้าแห่งปรโลกอาจจะไม่รู้จักคำว่า หึง!
ปึ้ง!!! ชายขี้หึงที่ไม่รู้ตัวว่าหึงได้เดินออกไปหลังบ้านพร้อมกับปิดประตูเสียงดังด้วยความไม่พอใจ
"พี่เขาเป็ไรว่ะ" ชลธีผู้ไม่รู้ชะตากรรมว่ากำลังโดนเลงเป้า
"เออมึงเดี๋ยวกูไปเข้าห้องน้ำแปป" ตรีเมฆผู้รู้สึกถึงอำนาจมืดที่กำลังครอบคลุมบ้านหลังนี้!
"คุณวายุเป็ยังไงบ้างครับ"
"สบายดี จะให้เป็อะไรอ่ะ" พูดประชดประชันเพราะไม่พอใจที่ต้องมาดูแลน้อง หรือเพราะเขาหึงกันแน่นะ
"ป่าวครับ ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น แล้วนี่คุณวายุจะกลับตอนไหนครับ?"
สีหน้าแห่งความกังวลใจ แสดงออกมาอย่างชัดเจนนั้นสิฉันจะกลับตอนไหนทำไมยังอยู่ที่นี่โอ๊ย!!ใครเขาอยากกลับกันล่ะรู้สึกไม่อยากจากที่นี่ไปเลย ไม่อยากห่างจากเขาอยากอยู่ใกล้ตลอดเวลา เป็ไรว่ะตอนแรกก็ไม่ได้อยากมาอยู่แล้วนี่หว่าหรือจะอยู่ที่นี่มานานเกินไป
"คุณวายุครับ"
"อะไร!!" สายตาอาฆาตที่มองมาชวนให้ขนหัวลุกชะมัด
คนเรียกสะดุ้งโหยงเมื่อเห็นสายตาพิฆาตที่มองมา "เอ่อ..ผมถามว่าคุณวายุจะกลับตอนไหนครับ?"
"อยากรู้ไปทำไม" ยังคงใส่อารมณ์ทุกครั้งที่พูด
"เห็นตอนแรกคุณวายุไม่อยากมา แต่เพราะผมพักร้อนคุณวายุเลยต้องมา แต่ตอนนี้ผมกลับมาแล้วครับเพราะฉะนั้นคุณวายุไม่ต้องเป็ห่วงผมจะดูแลคุณรุศต่อเองครับ"
ห่า!เอาไงดีว่ะ ถ้าบอกจะไม่กลับแล้วก็กลัวเสียฟอร์ม แต่...
"ยังไม่ใช่ตอนนี้หรอก ตอนนี้มีเื่เกิดขึ้นมากมาย นายคอยอยู่ช่วยฉันก็พอ"
"ได้ครับคุณวายุ"
สองคนนั้นไปสนิทกันั้แ่เมื่อไหร่ ทำไมดูเหมือนรู้จักกันมานาน คุยอะไรกันนานเกินไปแล้วคนไม่รู้จักกันมีเื่อะไรให้คุยกันนานขนาดนั้น ทำไมต้องยืนใกล้กันด้วย!
ความคิดของคนที่แอบฟังอยู่ไม่ไกลความคิดที่อยู่ในหัว แต่รังศรีอำมหิตแผ่ไปทั่วบ้าน
"ไอรุศมึงมาทำอะไรตรงนี้ กูหาตั้งนานป่วยแล้วจะออกมาเดินตากแดดตากลมทำไม ไปเข้าบ้าน!"
ชิบ! จากการแอบมองกลายเป็คนที่ถูกมอง ด้วยสายตาแห่งความสงสัย สายตาที่จ้องเขม็งทำไมมันดูหน้ากลัวขนาดนี้ ไอห่าชลจะมาอะไรตอนนี้ว่ะเนี่ย! เวรกรรมมาในรูปของเพื่อนโดยแท้
สีหน้าวรุศเปลี่ยนจากความสงสัยความไม่ชอบใจเป็สีหน้าที่ทำอะไรไม่ถูก ได้แต่ยิ้มเจื่อนๆอยู่แบบนั้นเพราะถูกจับได้ว่าแอบฟัง แต่เขาไม่รีรอที่จะให้คนสองคนตรงนั้นเดินเข้ามาหาหรอก ขว้ามือเพื่อนได้ก็ขอวิ่งหนีก่อนละ!
"โอ้ย!! มึง วิ่งหนีเชี่ยไรเนี่ย?" ชลธีผู้ไม่รู้ชะตากรรม
ผลัว!! "โอ้ยยย มึงตบหัวกูทำไม"
สิ้นเสียงคนถามแต่กลับไม่มีเสียงคนตอบ มีแค่สายตาทมึงทึงส่งมาแทน ทำให้อีกฝ่ายเงียบปากได้โดนทันทีทันใดเพราะรู้ดีว่าหากยังไม่หยุดพูดอาจโดนตบอีกรอบ
เมื่อเพื่อน ๆ ของวรุศที่มาเยี่ยมเยือนกลับกันไปหมดแล้ว ก็ถึงเวลาที่จะจัดการกับคนที่ชอบแอบฟังแล้วละ
"เมื่อกี้ทำอะไร แอบฟังพี่หรอ"
"ป่าว แค่เดินไปตรงนั้นพอดีไม่ได้แอบฟังหรืออะไรทั้งนั้นอ่ะ"
"หร๊อ?!"
การถามแบบนี้แล้วเลิกคิ้วหนึ่งข้างหมายความว่าไง ไม่เชื่อกันหรอ หน้าตามู่ทู่ของอีกฝ่ายเหมือนเป็การบอกว่าเขาไม่พอใจที่วายุไปสนิทกับอื่นมากกว่าตัวเอง
"แล้วพี่ไปสนิทกับไอเมฆตอนไหนมิทราบครับ ทำไมคุยกันนานและดูสนิทสนมกันขนาดนั้น"
"เอ้า ไหนบอกไม่ได้แอบฟัง ทำไมถึงรู้ว่าคุยกันนาน"
เอ้ากูเล่นงานตัวเองซะละ "เอ่อ... ไม่ต้องมาเปลี่ยนเื่ตอบคำถามผมมา!"
"ก็เหมือนเคยเจอกันมาก่อนอ่ะ แต่จำไม่ได้ละว่าที่ไหนเลยคุยกันแล้วก็ถาม ๆ ดูแค่นั้น"
"แค่นั้นจริงหรอ" น้ำเสียงที่เหมือนจะดีใจแต่แอบแฝงไปด้วยความไม่พอใจเช่นกัน
"จริงคร้าบ ทำไมอ่ะ หึงหรอ?" ทำหน้ายียวนกวนประสาทสุด ๆ
"หึงบ้าไร ใครหึง ไม่ได้เป็ไรกันซักหน่อย" เออ อยากจะะโดังๆว่าหึงโว้ย!! แล้วทำไมกูต้องหึงเขาด้วยว่ะหรือว่ากู!......
"แล้ว....อยากเป็มั้ยอ่ะ?" เป็คำถามกวนประสาทที่ได้ยินแล้วรู้สึกใจเต้นแรงชะมัด
"เป็อะไร ไม่เป็โว้ย!"
คนตอบยังไม่ทันจะได้ตอบคำถามเลย คนถามกลับวิ่งแจ้นหายไปอย่างเร็ว ได้แต่ปล่อยให้คนตอบยืนยิ้มกรุ่มกริ่มด้วยความพึงพอใจ
ความรักมันเป็ยังไงนะ อะไรที่ทำให้รู้ว่านั้นคือความรัก
แสงแดดอ่อน ๆ ยามเย็น ใบไม้ที่ปลิวไสวไปตามสายลมช่วยเพิ่มความเย็นสบายให้กับร่างกายที่กำลังนั่งพักพิงอยู่ตรงนั้น เสียงนกร้องขับขานคล้ายกำลังบรรเลงเพลงในยามที่ท้องฟ้าเปลี่ยนสี ความเงียบสงบที่ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย การนั่งเงียบ ๆ เพื่อใช้ความคิดกับบรรยากาศเช่นนี้มันช่างรู้สึกผ่อนคลายเสียจริง
ถัดจากตรงนี้ไปไม่ไกลมีชายหนุ่มรูปร่างดี ตัวสูง ผิวขาวยิ่งเวลาสะท้อนกับแสงแดดยิ่งทำให้ผิวดูขาวสว่างสดใสกว่าเดิม เขาเดินเข้ามาหาชายหนุ่มที่กำลังนั่งเอนกายอยู่บนเก้าอี้สีขาวที่ดูสะอาดตา ราวกับมีเื่ราวมากมายที่อยากจะถาม
"พี่นั่งด้วยได้ไหม?"
ชายหนุ่มที่กำลังนั่งพักผ่อนและหลับตาลงเพื่อใช้ความคิด ต้องเบิกตากว้างเพราะน้ำเสียงที่คุ้นเคย
"ได้ครับ"
"ทำอะไรอยู่หรอ?" ถามเพราะอยากรู้จริง ๆ หรือถามเพราะแค่หาเื่คุย
"ก็แค่นั่งคิดอะไรเรื่อยเปื่อย แล้วพี่มีอะไรรึเปล่า"
การอยู่บ้านเดียวกันของเขาทั้งสอง การดูแลกันในวันที่ป่วยไข้ ทำให้คนที่ไม่ค่อยชอบขี้หน้ากันเมื่อก่อนสนิทใจกันมากขึ้น จนไม่มีความรู้สึกเกลียดชั่งหรือไม่ชอบขี้หน้าหลงเหลืออยู่แล้ว
"อืม.. รุศเชื่อเื่นรก ์ไหม"
ชายหนุ่มทำหน้างุนงงเพราะอยู่ดี ๆ เขาก็ถามเื่อะไรแบบนี้ " ก็เชื่อนะ ทำไมหรอ?"
"แล้ว.. เชื่อเื่ที่เทวดาจะสามารถรักกับมนุษย์ได้ไหม แบบที่เขารักกันจนสร้างครอบครัวด้วยกัน"
"อืม.. จะบอกว่าเชื่อมันก็คงดูแปลก มันไม่หน้าจะมีเื่แบบนี้อยู่บนโลกนะ"
"แล้วถ้าสมมุติมันมีเื่แบบนี้อยู่จริงละ เรามีความคิดเห็นยังไงหรอ?"
"อืม.." เขานั่งเงยหน้ามองฟ้าเพื่อใช้ความคิดในการหาคำตอบเกี่ยวกับคำถามนี้
"ไม่รู้สิ ถ้าเกิดมันมีเื่แบบนี้เกิดขึ้นจริงมันก็คงเป็เื่ของพวกเขา ความรักมันมีหลายรูปแบบ หลายประเภทอ่ะเราคงกำหนดไม่ได้ว่าจะรักใคร แต่ถ้าเกิดได้รักแล้วมันก็คงเป็เื่ที่ดี"
คนถามได้แต่ยิ้มพอใจในคำตอบของอีกฝ่าย รู้สึกว่าเขาเข้าใจในความรักที่มันอาจไม่ได้ดูปกติเหมือนคนทั่วไป
"แล้วถ้าสมมุติรุศเป็ลูกชายของเทวดาตนหนึ่งที่มาหลงรักกับมนุษย์ จนสร้างครอบครัวด้วยกันขึ้นมา รุศจะรู้สึกยังไงหรอ? "
นี่คงเป็คำถามที่ตอบยากที่สุดของเขาแล้ว ทำยังไงหรอ มันคงทำอะไรไม่ได้เพราะมันคงไม่มีเื่อะไรแบบนี้อยู่ แต่ในเมื่อมีคำถามมันก็ต้องมีคำตอบ
"มันก็ตอบยากนะ จะเป็ยังไงถ้าเกิดเราเป็ครึ่งเทพครึ่งมนุษย์ คงจะอัศจรรย์หน้าดู ฮ่าฮ่า!" เป็การตอบคำถามที่ดูเหมือนจะตลก แต่ในใจลึกๆเขาก็คิดมากอยู่นะว่าถ้าเกิดมีเื่แบบนี้เกิดขึ้นมาจริง ๆ มันจะเป็ยังไง
"พี่เป็ไรป่ะเนี่ย ทำไมถึงถามอะไรแปลก ๆ"
เป็คำถามที่ไม่มีคำตอบของฝ่ายตรงข้าม มีแค่สายตาที่ดูอบอุ่นส่งผ่านไปให้เขาเท่านั้น
นี่ก็ผ่านมานานแล้วั้แ่เหตุการณ์ในครั้งนั้น วรุศก็ยังไม่มีท่าทีที่จะแสดงพลังอะไรออกมาอีกและเ้าตัวก็ยังไม่รู้ตัวตนของตัวเองเช่นกัน
ท้องฟ้าที่เคยสว่างด้วยดวงอาทิตย์ บัดนี้ได้มีความมืดมิดเข้ามาแทนที่ เมื่อไร้ซึ่งแสงไฟจากในเมือง ก็ได้มีแสงจันทร์ที่ส่องสว่างปกคลุมทั่วท้องฟ้า แสงดาวและวัตถุต่าง ๆ บนท้องฟ้าก็ยิ่งส่องสว่างให้เห็นเด่นชัดขึ้น
"นั่งทำอะไรกันหรอลูก ค่ำแล้วมาทานข้าวกันได้แล้วจ้า" เสียงของหญิงสาวผู้เป็แม่ที่เรียกทั้งสองไปทานข้าวกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา
ทั้งคู่ลุกขึ้นเดินเข้าบ้านไปโดยไม่อิดออด
"คุณป้าครับ วันนี้ผมคงไม่ได้นอนที่บ้านนะครับ ผมมีธุระด่วนที่จะต้องไป"
เธอพยักหน้าแล้วยิ้มให้เขาแทนคำตอบ
อยากรู้แต่ก็ไม่กล้าที่จะถาม ได้แต่เก็บเอาไว้ในใจ เวลาที่เขาบอกไปธุระเขาไปไหนกันหรือเขาไปหาใครรึเปล่า เด็กหนุ่มได้แต่นั่งเงียบ สีหน้าที่เศร้าสร้อยของเด็กหนุ่มที่แสดงออกมา เปรียบเสมือนการบอกเป็นัย ๆ ว่าเขารู้สึกอะไรอยู่ในตอนนี้
"รุศ เป็อะไรลูก ไม่สบายรึเปล่า?" ผู้เป็แม่ไถ่ถามด้วยความเป็ห่วง
"ป่าวครับแม่ รุศอิ่มแล้วอ่ะ เดี๋ยวรุศขอตัวขึ้นห้องก่อนนะครับ" ความรู้สึกนี้มันคืออะไรนะ ทำไมต้องรู้สึกเหงาเวลาที่เขาไม่อยู่ ทั้ง ๆ ที่ตอนอยู่กับแม่ก็ไม่เคยเป็เช่นนี้
ความเป็ห่วงของผู้เป็แม่แสดงออกทางสีหน้าได้ชัดเจน จนผู้ที่นั่งร่วมทานอาหารรับรู้ได้
ปรโลก สถานที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตหลังความตาย โลกหน้า ชีวิตหลังความตาย โลกหลังความตาย ที่ที่ทุกสรรพสิ่งจะมาหรือพบเจอกัน การเวียนวายตายเกิดร่วนมากจากสถานที่แห่งนี้
"ท่านแม่" เสียงที่คุ้นเคยของเ้าลูกชายสุดรักสุดหวงของม่านฟ้า
"วายุ ไหนมาให้แม่กอดหน่อยสิ หายไปตั้งนานไม่กลับมาหาแม่เลยนะ่นี้? " เธอโอบกอดลูกด้วยความคิดถึงหลังจากไม่เจอหน้ามานาน
"ท่านลุงอยู่ที่์รึเปล่าครับ"
"หน้าจะอยู่นะ มีอะไรหรอลูก"
"คือผม อยากคุยกับท่านลุงเื่ของวรุศครับ ผมว่ามันถึงเวลาแล้วที่ต้องบอกความจริงกับน้องสักที"
"ลูกคิดแบบนั้นหรอ? " เป็คำถามที่เชิงสงสัย
"ครับ ผมไม่อยากปิดบังน้องอีกต่อไปแล้ว"
์สถานที่ซึ่งผู้ทำความดีและผู้ที่ได้สะสมบุญไว้ั้แ่ตอนมีชีวิตอยู่จะได้ขึ้นมา เป็สถานที่ตอบแทนคุณงามความดีของมนุษย์ที่ได้ทำไปครั้งที่ยังมีชีวิตอยู่บนโลก
"ท่านลุง"
"อ้าว วายุ เป็ไงเราหายหน้าหายตาไปนานเลย"
"ผมมีเื่อยากคุยด้วยครับ" คำพูดที่หนักแน่นและจริงจังของเขา ทำให้ผู้ฟังรับรู้ได้ว่าสิ่งที่เขากำลังจะพูดนั้นต้องเป็เื่สำคัญ
"ว่ามาสิ"
"ผม้าบอกทุกอย่างเกี่ยวกับตัวผมและตัวตนของรุศให้เขาได้รับรู้ครับ ผมไม่อยากปิดบังอีกต่อไปแล้ว"
"อืม คงถึงเวลาแล้วสินะ ได้สิงั้นเราไปหาเขากัน"
สายตาที่ดูกังวลเมื่อครู่ของผู้มาเยี่ยมเยือน เปลี่ยนเป็สายตาที่ดูสับสบ เพราะเขาไม่คิดว่าท่านลุงจะยอมง่ายขนาดนี้ แต่!..ไปหาเขากันหมายความว่าท่านลุงจะไปด้วยงั้นหรอ!
#ความรักจาก์