พี่ครับ น้องชายคนนี้กลับมาให้พี่กินเต็มที่แล้วครับ

    บทที่ 64 ความฝันของเสี่ย

    บทที่ 64 ความฝันของเสี่ย




    ​ตอนนี้กระแสของซีรีย์เรื่องใหม่ที่มีการขยับนักแสดงไปมานั้นกลายเป็นข่าวบันเทิงที่โด่งดังมากที่สุด ส่วนข่าวที่โด่งดังในแวดวงของธุรกิจนั้นก็ยังไม่พ้นเป็นเรื่องของทายาทอีกคนที่มีส่วนในหุ้นของชาร์ลีย์อย่าง “วัสสา” ผู้ที่เป็นคู่หมั้นของนักธุรกิจที่น่าจับตามองอย่างประธานของ TIMEs Tuly ที่ได้ประกาศวันหมั้นหมายออกมาก่อนแล้ว พวกเขาคาดการณ์กันไปต่างๆนานาถึงผลกระทบทางธุรกิจ หลายคนมองว่าการหมั้นหมายกันครั้งนี้เป็นการจับมือกันทางธุรกิจ อาจจะมีการร่วมมือมากขึ้นในอนาคต และทำให้ทั้งสองกลายเป็นผู้ทรงอำนาจทางอิทธิพล




    ​แต่ละคนต่างก็วิเคราะห์อนาคตกันยกใหญ่ ทว่าส่วนใหญ่แล้วพวกเขามองว่าการเกี่ยวดองครั้งนี้จะทำให้ส่งผลดีต่อทั้งสองตระกูล จนถึงขั้นที่ความเชื่อนี้ทำให้หุ้นของบริษัท TIMEs Tuly ราคาในตลาดเพิ่มเป็น 10 เด้ง หรือความหมายคือ 10 เท่าของราคาหุ้นเดิม อย่างไรก็ตามมันกลับไม่มีความต้องการจะขายเลยในตลาดนี้ ผู้ถือหุ้นรายย่อยได้ขายไปก่อนแล้วตั้งแต่ที่หุ้นเป็น 2 เด้ง ที่เหลือจึงมีแต่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่เท่านั้นที่ปล่อยให้ตลาดวิ่งไป แต่พวกเขาไม่ยอมขาย




    ​หรือหากจะมีใครขายสักคน .... นักลงทุนผู้หนึ่งที่จับตามองอย่างใกล้ชิดก็พร้อมที่จะซื้อมันในทันที




    ​แน่นอนว่าจะเป็นใครไปไม่ได้เลยถ้าไม่ใช่คนของตระกูลชาร์ลีย์ที่อยากจะมีส่วนร่วมในชีวิตของลูกและน้องชายที่ไม่ได้เจอกันนาน




    “บ้าเอ้ย!! ไอ้พวกนี่มีเงินมากเท่าไรกันวะ ฉันให้พวกที่ซื้อตัวได้ขายหุ้นของตัวเองเพื่อกดดันไอ้หลานชั่วแล้วยังต้องให้ส่วนต่างกับราคาตลาดให้พวกมันอีก เสียเงินไปกี่ร้อยล้านแล้ว ตอนนี้ราคาหุ้นของมันก็ยังพุ่งสูงไปเรื่อยๆได้อีก แบบนี้มันไม่ปกติแล้ว” เสี่ยเสือหรือลุงสามอาละวาดอย่างหนักเมื่อเห็นข่าวของเช้าวันนี้




    ​เขาตื่นนอนเร็วทุกเช้าเพื่อที่จะได้ศึกษาการเคลื่อนไหวของเศรษฐกิจในแต่ละวัน ข้างกายนั้นมีเด็กหนุ่มตัวน้อยที่มีรอยผิวเป็นจ้ำๆจากการถูกมัดและลนเทียนไข สภาพดูสบักสบอมไม่น้อย ทว่าก็ยังดูเย้ายวนมีเสน่ห์อยู่เหมือนเดิม หากเป็นในยามปกติ ก่อนที่เสี่ยเสือจะกลับไปที่บ้านใหญ่ เขาจะต้องเล่นกับอีกฝ่ายซ้ำอีกครั้งเป็นแน่ ซึ่งมันไม่ใช่กับวันนี้!




    ​หลังจากที่ให้นะโมช่วยหาข่าวในบ้านออกมา สร้างกระแสแอนตี้แฟนระหว่างความรักของปลายฝนและต้นหนาวได้ จนมีข่าวออกด้วยซ้ำว่าตอนนี้กระแสนี้กำลังมาแรงเหลือเกิน ใครๆต่างก็มองว่าความสัมพันธ์นี้ไม่ปกติเท่าไร หลายคนไม่สนับสนุน หลายคนก็มองว่ามันเป็นแค่ความใคร่ สุดท้ายแล้วความรักเช่นนี้ไม่จีรังยั่งยืน




    นักข่าวเอาคอมเม้นท์มากมายจากเหล่าแอนตี้แฟนมาอ่าน หากเป็นในยามปกติแล้ว การที่มีข่าวเสียหายต่อประธานบริษัท อย่างไรก็ต้องกระทบกับภาพลักษณ์และธุรกิจไม่น้อยเลย เพียงแต่เขาเพิ่งรู้ว่าเล่นผิดคนเสียนี่




    จู่ๆไอ้คนฝั่งตระกูลชาร์ลีย์ก็ออกมาประกาศตบหน้าพวกเขาทั้งหมด ประกาศว่าปลายฝนคือลูกชายทางสายเลือดของมัน และมีส่วนในหุ้นรวมถึงมรดกทั้งหมดด้วย ที่จริงข่าวที่ว่าไอ้เด็กปลายฝนลูกเลี้ยงของน้องชายที่ตายไปนั้นเป็นลูกลับๆอีกคนของอาเธอร์นั้นมีผู้รู้เห็นมากมายตั้งแต่ที่อีกฝ่ายถ่ายรูปลงโซเชียลแล้ว แต่เพราะข่าวมันไม่ได้มีต่อ ทุกคนจึงคิดว่าปลายฝนในสายตาของอาเธอร์นั้นไม่ได้มีความสำคัญอะไร




    ​ในแวดวง ทุกคนรู้ดีว่าจู่ๆใครจะมีลูกโผล่ออกมานั้นไม่ใช่เรื่องแปลก แต่ที่แปลกก็คือการที่มันยกหุ้นของบริษัทที่สำคัญ รวมถึงบอกว่ามีส่วนในมรดกเทียบเท่ากับออเดรย์ที่เป็นลูกชายที่ชุบเลี้ยงมา นี่ต่างหากที่แปลก!!




    ​ไม่เพียงแค่นั้น ยังประกาศออกมาอีกด้วยว่าทางฝั่งของประธาน TIMEs Tula ได้มาสู่ขอลูกชายของพวกเขาแต่งงานแล้ว ทว่าอายุที่ยังน้อยของปลายฝนเลยตกลงให้เป็นการหมั้นหมายเท่านั้น อย่างไรก็ตามการประกาศนี้นั้นเหมือนกับเป็นการประกาศยอมรับไปแล้ว




    ​เดิมทีฝั่งของปลายฝนและต้นหนาวนั้นจะหมั้นกันเงียบๆ ทว่าการที่อาเธอร์ออกมาประกาศเจตนารมณ์ของตนเองนี้มันต่างยังไงกับการประกาศยอมรับตัวตนของต้นหนาวไปด้วยอีกคนกัน




    ​กลายเป็นว่าบุคคลที่มีอำนาจอย่างอาเธอร์ในตอนนี้ได้ยกระดับของปลายฝนและต้นหนาวไปพร้อมๆกัน จากการเป็นแค่รุกกี้หน้าใหม่ที่น่าจับตามองสำหรับประเทศอื่นๆ ตอนนี้เขาเป็นบุคคลที่มีอำนาจแล้ว ด้วยการสนับสนุนจากอาเธอร์เช่นนี้ มันไม่ต่างอะไรกับการบอกให้คนอื่นมองทั้งสองคนเหมือนมองเห็นอาเธอร์เลย




    ​ดูท่าแล้วลูกชายคนใหม่ของอาเธอร์นี้จะมีความสำคัญไม่น้อยเลย




    ​ก่อนหน้านี้ทุกคนคิดว่าออเดรย์ผู้ที่ถือครองตำแหน่งบุตรคนเดียวของอาเธอร์จะไม่ยินยอม กลับเป็นว่าเจ้าตัวนั้นเห่อน้องคนใหม่ออกนอกหน้าเสียนี่ กระทั่งถ่ายคลิปว่าพวกเขามาเลือกชุดเข้าร่วมงานหมั้นหมายอย่างไร แสดงออกถึงความใส่ใจกันขนาดนี้ หลังจากนี้ใครจะกล้าพูดอีกว่าพวกเขาจะเกิดการต่อสู้กัน




    ​ขณะที่ข่าวประโคมกันตูมตาม ส่งผลกับวงการธุรกิจมากมายเหลือคณา ผู้คนมากมายต่างก็ได้เปลี่ยนการวางแผนกันใหม่เพื่อรับกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต แต่หลายๆคนก็เต็มไปด้วยความไม่พอใจขึ้นด้วยเช่นกัน




    ​แน่นอนว่ารวมไปถึงคนที่กำลังสบถด่าอยู่ตอนนี้




    “ไหนคนๆนั้นบอกว่าทำให้ชื่อเสียงของพวกมันเสียหายแล้วจะทำให้พวกผู้ถือหุ้นเริ่มไม่ไว้วางใจยังไง แล้วทำไมตอนนี้หุ้นของพวกมันเพิ่มราคาสูงเอาสูงเอาแบบนี้ล่ะ ฉันนี่แหละที่จะทำให้คนพวกนั้นไม่ไว้วางใจ” เสี่ยเสือทุบโต๊ะอย่างแรง เขาเกือบจะปาไอแพดไปไกลแล้ว ถ้าไม่ใช่เพราะนะโมตื่นขึ้นมาก่อน




    “เสี่ย ใจเย็นๆก่อนนะครับ” เสียงหวานของเด็กหนุ่มทำให้คนแก่มากตัณหารู้สึกสงบลงเล็กน้อย เขามองนะโมที่รูปร่างเหมือนกับปลายฝน มีเพียงใบหน้าที่ด้อยกว่าเท่านั้น ไม่อย่างนั้นคนข้างกายของเขาคงจะทำให้รู้สึกดีกว่านี้เป็นอย่างแน่




    “จะให้ใจเย็นได้ยังไง เธอก็ช่วยเสี่ยขนาดนี้ เสี่ยงอันตรายเพื่อถ่ายรูปพวกมัน แต่ก็ยังไม่สำเร็จอีก” เขาดึงแขนของนะโมเข้ามาใกล้ สายตาของความหลงใหลที่มีต่อเด็กหนุ่มคนนี้มากกว่าคนอื่นๆเป็นไหนๆ




    ​นะโมเองก็รู้ถึงจุดนี้ เขาเอนกายลงที่หน้าอกของเสี่ย เลียนแบบท่าทางของปลายฝนยามที่อยู่กับคุณต้นหนาวที่บ้านได้เป็นอย่างดี ด้วยรู้ว่าลึกๆแล้วเฒ่าหัวงูคนนี้ปรารถนาที่จะครอบครองใครบางคนมากกว่าตัวของเขา ทว่าเพราะไม่มีโอกาส หรือไม่ก็อาจจะเพราะปล่อยโอกาสนั้นให้หลุดมือไปด้วยตนเอง ดังนั้นจึงสนองตัณหาด้วยการมาลงกับเขาอย่างรุนแรงในทุกๆวัน




    ​ถึงจะรู้แบบนั้น แต่นะโมก็ชื่นชอบความร่ำรวยที่ได้รับมานี้มากกว่าจะไปเป็นพนักงานเงินเดือน หรือทำงานเหมือนกับป้านิ่มของเขา ดังนั้นเขาไม่สนใจหรอกว่าเขาจะเป็นตัวแทนของใคร ขอแค่อีกฝ่ายยังต้องการเขาและให้เงินเขาใช้ก็พอแล้ว




    “ผมคิดว่า....บางทีแผนของคุณคนนั้นอาจจะไม่ใช่แค่ทำลายชื่อเสียงของคุณต้นหนาวนะครับ แต่อาจจะเป็นแผนที่แยกทั้งคู่ออกจากกันมากกว่า” นะโมเรียกแทนตัวเองว่าผมทุกครั้งที่อยู่กับเสี่ย ยิ่งตอนที่อีกฝ่ายหงุดหงิด หากได้ยินเขาเรียกแทนตัวเองว่านะโมก็จะไม่พอใจขึ้นมา




    ​ลึกๆแล้วอีกฝ่ายอาจจะอยากให้เขาเรียกแทนตัวเองว่า “ปลายฝน” ด้วยซ้ำ




    “แยกทั้งคู่? แล้วได้อะไร สองคนนั้นต่อให้ไม่มีฐานะเป็นคนรักกัน ก็ยังมีฐานะเป็นพี่น้องบุญธรรมอยู่ดี” เสี่ยเสือคิดเล็กน้อย เขาก็ยังไม่เห็นว่าจุดอ่อนนี้คืออะไร เขาไม่คิดว่าการแยกทั้งสองหรือยุยงให้ทั้งคู่มีปัญหากันนั้นมีประโยชน์ที่ตรงไหนเลย




    “ก็อย่างที่คนๆนั้นบอกมา ไม่ใช่ว่าคุณต้นหนาวมีจุดอ่อนคือคุณปลายฝนหรอครับ ถ้าเกิดว่าสามารถใช้คุณปลายฝนมาต่อรองได้ล่ะก็....”




    “ต่อรองยังไง? จะไปจับตัวมันมาหรอ? แล้วพ่อของมันล่ะ” เสี่ยเสือนึกไปถึงคนที่ทรงอำนาจมากกว่าต้นหนาวหลานชายของเขาอย่าง อาเธอร์และออเดรย์ สองนักธุรกิจจากต่างชาติที่นับวันก็ยิ่งเข้ามาป่วนเศรษฐกิจในประเทศมากขึ้น ดูเหมือนจะเป็นการขยายอำนาจเพื่อปูทางให้ลูกชายอย่างเจ้าปลายฝน คนที่เขาเกือบจะได้มันมาเป็นเมียคนหนึ่ง




    “เรื่องนั้นทางนั้นอาจจะมีทางก็ได้ครับ” นะโมคิดเล็กน้อย เขาเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าทางนั้นวางแผนอะไรกันแน่




    ​แต่เป้าหมายที่อีกฝ่ายให้มา ยกตัวอย่างเช่น ก่อกระแสแอนตี้แฟน หลังจากนั้นก็คอยยุยงให้พวกเขามีปัญหากัน นี่คือแผนแรกที่ได้ยินมา ตัวเขาเองก็ไม่รู้จุดประสงค์ที่แน่ชัดด้วยซ้ำว่าอีกฝ่ายทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไร ถึงนะโมจะรู้ว่าคุณต้นหนาวนั้นรักคุณปลายฝนมาก ชนิดที่ว่าหากจับตัวคุณปลายฝนไปเป็นตัวประกัน คุณต้นหนาวก็จะต้องยอมทุกอย่าง




    ​ทว่า....มันง่ายขนาดนั้นเลย?




    ​ถ้าพวกเขาไม่ได้มีอำนาจทัดเทียมกับคุณอาเธอร์แล้วล่ะก็...ใครจะไปกล้าทำกัน




    “หือ? หรือว่า...” นะโมคิดไปมา จู่ๆเขาก็รู้สึกหวาดกลัวขึ้นมา




    ​ตอนแรกที่ไม่คิดก็ไม่ได้รู้สึกอะไร แต่เมื่อคิดขึ้นมา เขาก็เริ่มตื่นเต้นจนตัวสั่น




    “มีอะไรหรอ”




    “ผมกำลังคิดว่า....ตอนนี้อาจจะเป็นการต่อสู้กันระหว่างยักษ์ใหญ่น่ะครับ”




    “หมายความว่ายังไง?”




    “ที่จริงแล้ว....ศัตรูของท่านคนนั้นอาจจะไม่ใช่คุณต้นหนาวแต่แรก ทว่าอาจจะเป็นคุณอาเธอร์ก็ได้ เขาอาจจะค่อยๆเล่นงานคุณต้นหนาวก่อนเพื่อตัดแขนตัดขา แล้วหลังจากนั้นคุณปลายฝนที่จะใช้เป็นตัวต่อรองน่ะ อาจจะไม่ใช่กับแค่คุณต้นหนาวก็ได้ ถ้าเกิดว่าตัวตนของคนๆนั้น จริงๆแล้วอยู่ระดับเดียวกับคุณอาเธอร์ขึ้นมา เกมนี้ก็เปลี่ยนนะครับ”




    “หมายความว่าเรากำลังทำงานให้กับ...”




    “ใช่ครับ ที่จริงเราอาจจะกำลังทำงานให้กับคนระดับคุณอาเธอร์อยู่ แต่เราแค่เลือกอยู่ฝั่งของศัตรูเท่านั้น” นะโมพูดอย่างมั่นใจ หลังจากที่เขาคิดตกแล้ว ความเป็นไปได้นี้ก็มีสูงมาก




    ​เขาไม่รู้หรอกว่าคุณอาเธอร์นั้นมีศัตรูมากน้อยแค่ไหน ทว่าขนาดตัวตนของคุณต้นหนาวที่เป็นนักธุรกิจมีชื่อระดับประเทศยังสร้างศัตรูไว้มากมาย แล้วระดับคุณอาเธอร์เล่า.....จะไม่มีแม้แต่คนเดียวหรอ?




    “แปลว่าเราต้องทำตามแผนต่อไป เธอก็ต้องคอยยุยงให้พวกมันแตกคอกัน?”




    “ครับ ผมว่านี่เป็นทางเดียวที่พวกเราจะก้าวขึ้นไปอยู่จุดที่สูงกว่านี้ครับ ถ้าในเมื่อคุณต้นหนาวไม่เห็นหัวพวกเรา เราก็เลือกอยู่กับคนที่เห็นค่าของพวกเราดีกว่าครับ” นะโมพูดอย่างมั่นใจ


    ​


    เขาคิดว่าหากพวกเขาได้เป็นส่วนหนึ่งของแผน แล้วทำงานได้เป็นอย่างดี อย่างไรก็ต้องได้รับผลประโยนช์บ้างแหละ อีกฝ่ายคงจะไม่ทิ้งพวกเขาลอยแพโดยไม่ให้ค่าตอบแทนอะไรเลยเป็นแน่




    ​แค่คิด...นะโมก็อดที่จะยิ้มอย่างมีความสุขไม่ได้




    ​ยิ่งที่เขาคิด หากว่าทางนั้นเห็นว่าคนอย่างนะโมมีประโยชน์และเรียกไปใช้ส่วนตัว นี่ก็เท่ากับเขาอาจจะไม่ได้เป็นแค่เด็กเก็บของเสี่ยเสือ แต่อาจจะได้เป็นเด็กของประธานบริษัทใหญ่โตเลยไม่ใช่หรอ?




    ​แน่นอนว่าความคิดนี้ เสี่ยเสือหรือลุงสามไม่ได้รู้เรื่อง เขาเพียงคิดตามนะโมอย่างตื่นเต้นเท่านั้น หลังจากนี้เขาก็จะให้ความสำคัญกับนะโมเพิ่มมากขึ้นอีก เพราะอย่างไรนะโมก็คือคนที่จะดำเนินตามแผนได้ ตัวเขานั้นได้แต่สนับสนุนเงินทองอยู่ข้างหลังเท่านั้นเอง




    ​คิดไปคิดมาแล้ว นะโมคนนี้ก็มีประโยชน์ยิ่งกว่ายายแก่ที่เอาแต่บ่นอยู่ที่บ้านจริงๆ




    ​ไว้ถ้าเขาได้รับรางวัลจากท่านผู้นั้นแล้วกลายเป็นคนร่ำรวย เขาจะเอานะโมเข้าบ้านใหญ่ในฐานะภรรยาอีกคน ต่อให้ยายแก่นั่นพร่ำด่าอะไร เขาก็จะไม่สนใจเด็ดขาด ตอนนี้ที่ยังต้องมียายแก่นั่นอยู่ก็เพราะว่ายังต้องพึ่งพาบารมีจากบ้านของอีกฝ่ายอยู่ ถ้าไม่อย่างนั้นเขาก็จะไม่ได้ทำงานไม่ได้เงินเช่นนี้หรอก




    ​อย่างไรธุรกิจของตระกูลอธิบรักขณกุลก็จบเห่ไปแล้วตั้งแต่ที่ถูกฟ้องล้มละลายครั้งก่อน พวกเขาต่างก็ต้องเอาตัวรอดทั้งนั้น เขายังโชคดีที่มีทางบ้านภรรยาคอยสนับสนุน แต่พอพึ่งพาบ้านภรรยามากไป ยายแก่นั่นก็แผลงฤทธิ์เสียจนเขาอยากจะตบให้คว่ำ




    ​รอก่อนเถอะ รอให้เขาได้เงินมากๆจากนายท่านได้สมใจก่อนเถอะ




    ​ระหว่างที่กำลังคิดอยู่นั้น ประตูห้องก็ถูกเคาะเบาๆ ทั้งเสี่ยเสือและนะโมต่างก็ดึงสติของตนเองกลับมาอย่างสงสัย เพราะตอนนี้เพิ่งจะเป็นเวลาเช้าตรู่ของวันเอง เหตุใดพวกแม่บ้านจึงมาเช้าเช่นนี้




    “เดี๋ยวผมไปดูให้ครับ” นะโมยิ้มหวานเอาใจคนที่นอนตีพุงโตๆอยู่ เสี่ยเสือพยักหน้า ปล่อยให้เด็กหนุ่มเดินออกไป




    ​นะโมที่ยังไม่ได้สวมเสื้อผ้าดี เขาแสร้งหยิบเอาผ้าห่มมาพันๆร่างกาย แต่ทว่าผ้าผืนบางจะพันได้มิดหรือ? มันสามารถปกปิดได้เล็กๆน้อยๆเท่านั้นเอง ส่งผลให้ผิวกายของนะโมถูกเปิดเผยให้คนที่นอนชมอยู่เห็นอย่างชัดเจนไปทั่วทั้งร่าง




    ​ชายแก่หัวเราะอย่างมีความสุข ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังยั่วยวนเขา ดูจากสายตานั่นก็รู้แล้วว่าบรรจงทำมันขึ้นมา เมื่อเด็กหนุ่มออกไปด้านหน้า เขาจึงเตรียมของบางอย่างที่เหลือจากเมื่อคืน เตรียมที่จะทำกิจกรรมกันต่อ




    ​โดยที่ไม่รู้เลยว่า นะโมที่กำลังเดินออกไปเปิดประตูนั้นจะไม่ได้กลับเข้ามาเหมือนกับตอนที่เดินออกไปอย่างแน่นอน




    “ใครครับ?” เนื่องจากเสี่ยเสืออยู่ข้างใน นะโมไม่กล้าที่จะทำตัวก้าวร้าวเหมือนที่เคยทำ เขาเพียงเดินออกไปเปิดประตูด้วยท่าทางอ่อนโยน ในใจคิดแค่ว่าหากเป็นแม่บ้าน วันหลังเขาจะจัดการมันอย่างแน่นอน เพื่อให้รู้ว่าหน้าที่ของพวกคนรับใช้มีอะไรบ้าง




    ​ทว่าเมื่อเขาเปิดประตูออกไป ดวงตาของเด็กหนุ่มก็ต้องเบิกกว้าง




    ​ภาพตรงหน้าของเขามีหญิงวัยกลางคนผู้หนึ่งยืนปากคอสั่นด้วยความโกรธอยู่ ข้างกันนั้นมีนักสืบที่กำลังถ่ายรูปเขารัวๆ ด้วยชุดที่สวมออกมานั้นมีแค่ผ้าพันไว้แค่ผืนเดียวเท่านั้น จึงยากที่จะปกปิดร่องรอยที่เกิดขึ้นเมื่อคืน




    ​เด็กหนุ่มยังไม่ทันตั้งตัว ผมของเขาก็ถูกกระชากลงไปทันที




    “ไอ้เด็กเปรต!!! เป็นแกใช่ไหมที่เอาตาแก่นั่นกกไว้ทั้งคืนจนบ้านช่องไม่กลับ!” เสียงคำรามของสตรีดังขึ้น แรงของเจ้าหล่อนเพิ่มขึ้นอีกมากจนเกือบจะทำให้ผมของเขาหลุดออก




    ​นะโมผู้ที่ชมชอบความงดงามย่อมไม่มีทางยอมอยู่เฉยๆแน่ ตอนแรกความเจ็บนั้นไม่เท่าไร แต่หลังจากรู้สึกว่าผมของเขาหลุดเป็นกระจุกติดมืออีกฝ่ายไป เด็กหนุ่มก็เปลี่ยนสีหน้าทันที




    “อีแก่ กล้าดียังไงมาทำร้ายกู!” เนื่องจากเป็นผู้ชาย ทั้งยังอายุน้อยกว่ามาก เรี่ยวแรงของเขาจึงมากโข ผลักให้หญิงวัยกลางคนนั้นถอยร่นไป มือเล็กกุมผมของตนเอง เมื่อเห็นว่ามันหลุดออกมาอีกหลายเส้น เขาก็โกรธจนเลือดขึ้นหน้า




    “มัน มันกล้าทำร้ายฉัน พวกแกจับมันไว้ วันนี้ฉันจะตบให้มันรู้สำนึกว่าเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายของผู้ชายที่มันนอนอยู่ด้วยคนนี้มีเรี่ยวแรงที่จะทำให้มันตายได้ยังไง!” สตรีที่เกรี้ยวกราดชี้หน้านะโม




    ​เด็กหนุ่มมองคนรอบๆด้วยสายตาหวาดระแวง รู้แน่ว่าตนเองไม่สามารถต่อสู้กับคนพวกนี้ได้ ดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะสู้ให้เสียเวลา ประคองประตูแล้วรีบปิดอย่างแรง ถึงจะปิดไม่ได้แต่ก็ตีหน้าคนที่คิดจะเข้ามาได้เช่นกันจนเปิดโอกาสให้เขาวิ่งหนีเข้าไปข้างในได้




    ​นะโมวิ่งหน้าตาตื่นเข้ามา ทรุดเข่าลงกอดขาของเสี่ยเสือเอาไว้ น้ำตาไหลนองหน้าดูน่าสงสารยิ่งนัก เขาคร่ำครวญขอร้องให้ช่วย ไม่เหมือนกับท่าทางก๋ากั่นเมื่อครู่เลยแม้แต่น้อย




    ​ปล่อยให้เสี่ยเสือมองด้วยความประหลาดใจและไม่รู้ชะตากรรมของตนเองยืนงงอยู่อย่างนั้น




    ..............................





    คล้ายกับเรื่องพี่ครับ น้องชายคนนี้กลับมาให้พี่กินเต็มที่แล้วครับ ที่คุณอ่าน