ตอนที่ 3 ลูกน้อยทั้งสอง
ตอนที่ 3
“พี่บัวๆ ถามสิๆ ถามพี่เนย์สิพี่” นัทใช้มือดึงกระตุกชายเสื้อของบัวพร้อมทั้งกระซิบเบาๆ
“งั้นไว้เจอกันที่ออฟฟิศพรุ่งนี้นะทุกคน วันนี้พี่กลับบ้านก่อนนะ” เนติญาหันหลังเดินกลับมาหยิบกระเป๋าเดินทาง และบอกลาลูกน้องในทีม
“อะ..อ่า ดะ..ได้ค่ะ พี่เนย์ บะ..บายค่ะพี่เนย์” บัวตอบกลับเนติญา ด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกักแบบไม่ทันได้ตั้งตัวบัวยกมือขึ้นมาโบกมือลาให้เนติญา ทุกๆคนที่เหลือก็ทำตาม
“บายครับ/ค่ะ พี่เนย์” ทุกคนต่างพูดพร้อมๆกัน
เนติญายิ้มโบกมือ แล้วลากกระเป๋าเดินจากไป
“ทำไมไม่ถามอะพี่บัว”
“แกจะบ้ารึไงนัท ใครจะไปกล้าถาม” นัทกับบัวสนทนากัน
“โอ๊ย!! พวกแกก็ อยู่ๆกันไปเดี๋ยวก็รู้เองแหละ เื่ส่วนตัวของพี่เนย์น่าถ้าแกสะดวกให้พวกเรารู้ พวกเราก็รู้เองแหละ”
“ไปๆๆ รีบไปบ้านพักกันได้แล้ว จะได้เก็บของ พักผ่อน เตรียมตัวลุยงานพรุ่งนี้”บอยรีบพูดตัดบทความอยากรู้อยากเห็นของเหล่าสมาชิกในทีม
“เนย์ เป็อะไรรึป่าว สีหน้าเนย์ดูไม่ค่อยดีเลยนะ” ต้นกล้าเอ่ยถามเนติญา ขณะขับรถ เพราะเขาสังเกตุเห็นว่าเนติญาดูไม่ค่อยมีความสุข
“ไม่มีอะไรต้น ตื่นเช้าไปหน่อยก็เลยเพลียๆ เมื่อคืนเคลียร์งานจนดึกด้วย น่าจะพักผ่อนไม่เพียงพอแหละ”เนติญารีบตอบ พร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆบนใบหน้า
“ว่าแต่..ทำไมวันนี้หนูดินกับหนูดาว ไม่ไปโรงเรียนล่ะต้น”เนย์ติญาถามขึ้นมาด้วยความสงสัย
“อ๋อ..ก็พรุ่งวันพ่อไง ที่โรงเรียนมีจัดกิจกรรม วันนี้ทางโรงเรียนเตรียมสถานที่เลยถือโอกาสให้เด็กๆหยุดพัก พรุ่งนี้จะได้สนุกกับกิจกรรมเต็มที่ไปเลย” ต้นกล้าตอบกลับด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เอ้อ!!ใช่ แม่บอกเนย์แล้ว งานยุ่งจนเนย์ลืมไปแล้วเนี่ย”เนติญาพูด พร้อมหัวเราะเบาๆกลบเกลื่อน
“บางทีก็เนย์ก็คิดนะต้น ว่าเนย์ได้ทำหน้าที่เป็แม่ที่ดีพอให้พวกเค้ารึป่าว”
พูดจบเนติญาหันหลังไปมองเด็กน้อยทั้งสองที่กำลังหลับปุ๋ย อยู่ในคาร์ซีทบนเบาะรถด้านหลังของเธอ
“คิดมากเกินไปแล้วเนย์ เด็กๆรักเนย์แค่ไหนเนย์ก็รู้ พวกเค้าทั้งสองคนมีความสุขเสมอนะเนย์ต้นไม่รู้สึกว่าเด็กๆขาดอะไรไปนะ” ต้นกล้าพูดและหันมายิ้มให้เนติญา
“แง่..ขอบคุณต้นมากๆเลยนะ ที่คอยเป็ธุระเื่เด็กๆให้เนย์ตลอดเลยพ่อทูลหัวของหนูดินและหนูดาวที่แท้จริง” เนติญายกมือไหว้ท่วมหัวพร้อมทำตาหยีใส่ต้นกล้า แบบทีเล่นทีจริง
“ฮ่าๆๆ ทำอะไรเนี่ยเนย์ ไหว้ศาลเ้าที่รึไง ฮ่าๆๆๆ” ต้นหัวเราะที่เนติญาทำท่าประหลาดๆใส่เขาพร้อมทั้งใช้มือขวาดีดที่หน้าผากของเนติญาเบาๆ
“อุ๊ย!! ต้นอ่ะ แกล้งเนย์ตลอด ฮ่าๆๆๆ” ทั้งสองคนพูดคุยหยอกล้อกันอย่างมีความสุข
ต้นกล้า เ้าหน้าที่สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ ชายหนุ่มร่างกายกำยำหน้าตาคมเข้มหล่อเหลา ผิวเข้มสักหน่อยแต่ก็ไม่ได้จัดว่าเป็คนผิวคล้ำ อาจจะเพราะการทำงานตากแดดตากลมมากกว่าเขาจึงได้ผิวสีเข้มๆนั้นมา เวลาใครเห็นก็มักจะคิดว่าเขาเป็คนภาคใต้มากกว่าจะเป็คนเมือง
“เนย์จะแวะที่ไหน ซื้อของอะไรมั้ย หรือเข้าไปที่ไร่เลย” ต้นเอ่ยถามเนติญา ในขณะที่เขากำลังขับรถไปเรื่อยๆ
“กลับไร่เลยต้น ไม่แวะที่ไหนแล้ว คิดถึงพ่อกับแม่” พูดจบเนติญาก็ส่งยิ้มให้เขา
ณ บ้านของกิ่งกานต์กรุงเทพ
“แม่ครับ พ่อไปไหนแล้ว เมื่อเช้าหลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ พ่อก็หายไปเลย”ภาวัชถามแม่ของเขา พร้อมทั้งสอดส่ายสายตามองไปรอบๆบ้าน
“พ่อแกนั่นรึ จะไปไหนได้ล่ะ โน่น!! เรือนต้นไม้หลังบ้านโน่นอยู่ได้ทั้งวัน.. ข้าวปลาไม่กินก็อยู่ได้” กิ่งกานต์พูดพลางส่ายหน้าไปพลาง พร้อมทั้งชี้ไปทางหลังบ้าน เพื่อบอกลูกชายของเธอ
ภาวัชเดินมาหาพ่อของเขาที่เรือนต้นไม้ด้านหลังบ้าน
“พ่อ!!”
ดนัยสะดุ้งใ กรรไกรตัดกิ่งที่เขากำลังตัดแต่งใบกล้วยไม้คีบไปโดนช่อดอกร่วงลงพื้นในทันใด
“เฮ้ย!! ตายๆๆๆ ตายแล้ว!!” ดนัยอุทานด้วยความใ
“พ่อ! ผมไม่ได้ตั้งใจนะ ขอโทษ….” ภาวัชวิ่งมาจับแขนพ่อของเขารีบเอ่ยคำขอโทษ พร้อมกับสีหน้าสำนึกผิด
“ลูกนะลูก กว่าพ่อจะเลี้ยงให้ออกดอกสวยขนาดนี้ เฮ้อ…ทำไงได้ล่ะร่วงก็ร่วงไปแล้ว ช่างมันๆ” ดนัยก้มลงหยิบช่อดอกกล้วยไม้ที่หล่นลงสู้พื้นแล้วค่อยๆเดินไปนั่งบนเก้าอี้ม้าโยกตัวโปรดของเขา
“แฮ่ๆๆ..พ่อไม่โกรธผมนะ” ภาวัชพูดพร้อมทำตาปริบๆแล้วเดินมานั่งบนม้าหินข้างๆพ่อของเขา
ดนัยหันมายิ้มอ่อนๆ ให้ลูกชาย ชายสูงวัย รูปร่างสูงท้วมตัวขาวๆ ใส่แว่นทรงกลมหนาเตอะ ส่งแววตาอบอุ่นมาถึงลูกชายของเขา
“พ่อครับ่นี้ไม่ขึ้นไปที่ไร่ดอกไม้บ้างเหรอครับ” ภาวัชถามพ่อของเขา
“ไปสิ พ่อไปทุกเดือน พรุ่งนี้พ่อจองตั๋วเครื่องบินไว้แล้ว ใครจะรู้ว่าเ้าลูกชายตัวแสบจะกลับมาไม่บอกไม่กล่าวล่ะ”ดนัยตอบลูกชายด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
“จริงเหรอครับพ่อ พ่อไปพรุ่งนี้เหรอ งั้น..ผมไปด้วย”ภาวัชพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“ถามแม่เรารึยัง เพิ่งกลับมาถึงก็จะหนีเที่ยวอีกแล้ว แม่เค้ายอมให้เราไปมั้ยล่ะเจอกันไม่ทันจะหายคิดถึง”
“โหพ่อ ผมกลับมาก็อยู่ยาวแล้วเนี่ย ไม่ไปแล้วต่างประเทศ มีเวลาอยู่กับคุณแม่อีกยาว…เลย แม่ไม่ว่าหรอก” ภาวัชยิ้มกว้าง ทำสายตาออดอ้อนพ่อของเขา
“อากาศเย็นกำลังดีเลย”
เนติญาค่อยๆลดกระจกรถลงยื่นหน้าออกไปนอกหน้าต่างรถเล็กน้อย พูดพลางพร้อมกับสูดหายใจเข้าเต็มปอด ดวงตามองไปยังป้ายไม้แผ่นใหญ่ริมถนน “ไร่ ณ รักษ์” เธอค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมาที่มุมปากเมื่อมองไปยังตัวอักษรบนป้ายนั้น
“หนูดิน หนูดาวลูก ตื่นได้แล้วค่ะ ถึงแล้ว” เนติญาเปิดประตูรถแล้วค่อยๆเรียกเด็กน้อยทั้งสองเบาๆเด็กๆค่อยๆลืมตา เอามือขยี้ตา บิดตัวไปมา ก่อนจะยิ้มให้แม่ของพวกเขา
“ยัยเนย์” เนติญาหันมองตามเสียงที่เรียกเธอ
“แม่คะ” เนติญารีบวิ่ง โผเข้าไปกอดผู้หญิงตรงหน้าของเธอ
“คิดถึงจังเลย…” เธอพูดขณะที่ยังอยู่ภายในอ้อมกอดแม่
“คุณยายยยยยย!!” เสียงเล็กๆ ประสานกันมา ร่างจิ๋วๆสองร่างกำลังวิ่งมาเกาะที่ขาคุณยายของพวกเขา
“กลับมาแล้วหลานยาย ไปเข้าบ้านกันลูก” คุณยายจับมือหลานทั้งสองเดินเข้าบ้านไปพร้อมๆกัน
“แม่คะ พ่อล่ะคะ” เนติญาถามขึ้นพร้อมกับหันไปมองรอบๆบ้าน
“พ่อรู้ใช่มั้ยคะ ว่าเนย์จะมา..”
“รู้สิเนย์ พ่อเค้าเห็นรถเข้ามาจอดหน้าลานบ้านแล้วนะ ก่อนที่พ่อจะออกไป”บุษบารีบตอบลูกสาวที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ไม้รับแขกใต้ถุนบ้านพร้อมยื่นมือไปตบบนหลังมือของลูกสาวเบาๆ
“พ่อเค้าไปช่วยลุงแสน ที่ไร่ดอกไม้ พอดีระบบน้ำในแปลงมีปัญหานิดหน่อยลุงแสนมาขอให้พ่อเราไปช่วยดูให้”
“ก็ไร่คุณดนัยนั่นแล สามีคุณกิ่งกานต์เ้านายลูกไง ไร่ก่อนจะถึงไร่เรานี่เอง”บุษบาพูดกับลูกของเธอ
“เอ้า! อยู่ใกล้กันแค่นี้เองเหรอคะแม่ คุณกานต์บอกเนย์แล้วเมื่อสามเดือนก่อน เื่ที่สามีเธอ ไปช่วยซื้อต่อกิจการไร่ดอกไม้ของลูกน้องเก่าที่มีปัญหาเื่เงินทุน”
“เนย์ก็ว่าอยู่ คุณกานต์พูดว่า น่าจะอยู่ไม่ไกลจากไร่ส้มเรา แต่คุณกานต์ก็ไม่เคยขึ้นมาดูเองแกปล่อยให้เป็งานอดิเรกของคุณดนัย ฮ่าๆๆ”
“เนย์ก็ไม่คิดว่าจะเป็ไร่ที่ติดกับเรานะแม่” เนติญาพูดแล้วหันมายิ้มกับแม่ของเธอ
“ปิ๊งป่องๆๆๆ”
เนติญาทำเสียงน่ารักๆใส่เด็กน้อยทั้งสองที่กำลังหลับอยู่บนเตียงเล็กๆ
“เช้าแล้วค่า คนดีของหม่ามี๊ทั้งสอง ไปอาบน้ำกัน วันนี้มีกิจกรรมที่โรงเรียนยังไม่ลืมกันใช่มั้ยเอ่ย” เนติญาอุ้มอิงดาวลงจากเตียงแล้วเดินมาจับมือไอดิน ที่นั่งห้อยขาขยี้ตาอยู่ตรงขอบเตียง เพื่อพาลูกๆของเธอไปอาบน้ำแต่งตัว
“หม่ามี๊ครับ ดินสงสัย” ไอดินเรียกแม่ของเขาขณะที่กำลังนั่งรถไปโรงเรียน
“ว่าไงครับลูก”เนติญาหันไปถามลูกของเธอที่นั่งอยู่ในคาร์ซีทบนเบาะรถด้านหลัง
“ก็วันนี้วันพ่อไงครับ คุณครูบอกว่า มีกีฬาที่มีคุณพ่อคุณแม่ต้องเล่นด้วยกันครับ”
“แต่ว่าหม่ามี๊ครับ ดินมีแต่หม่ามี๊นี่นา”
“ใช่ๆค่ะ ดาวมีแต่หม่ามี๊นี่นา หาคุณพ่อจากไหนคะหม่ามี๊” อิงดาวรีบถามต่อจากพี่ชายฝาแฝดของเธอ
คำถามจากความไร้เดียงสาของเด็กน้อยทั้งสอง ทำเอาเนติญาอึ้งไปเลย เธอรู้สึกเจ็บแปลบที่หัวใจ เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องตอบคำถามลูกๆของเธอเช่นไร
“หนูดิน หนูดาว มีลุงต้นนี่ไงลูก พ่อทูลหัวของพวกหนูไง” ต้นกล้าที่กำลังขับรถรีบตอบคำถามเด็กๆแทนเนติญา เมื่อเค้าสังเกตุเห็นสีหน้าของเนติญาที่เปลี่ยนไป
“พ่อทูลหัว คือคุณพ่อมั้ยหม่ามี๊” อิงดาวถามต่อพร้อมทำท่าสงสัย
“คือแดดดี๊มั้ยครับหม่ามี๊ แต่ลุงต้นคือลุงต้นนี่นา ดินไม่เข้าใจเลยครับ”ไอดินก็ถามอีก
“อืม..พ่อทูลหัว ก็คือ คนที่รักหนูดินกับหนูดาวเหมือนหม่ามี๊ไงคะเป็คนที่จะคอยอยู่เคียงข้างและปกป้องลูกตลอดไปเหมือนกันกับหม่ามี๊ไง”
“หนูดินกับหนูดาว ก็รักลุงต้นเหมือนกันใช่มั้ยคะ”
“รักครับ!”
“รักคะ!”
เด็กน้อยทั้งสองรีบะโตอบพร้อมกันอย่างรวดเร็ว
เนติญาหันไปมองหน้าต้นกล้าต้นกล้ายิ้มและพยักหน้าเบาๆให้เธอ เธอยิ้มอ่อนๆ และถอนหายใจเบาๆ
“ลำดับต่อไปนี้ของ ด.ช.ไอดิน และด.ญ.อิงดาว พร้อมครอบครัวขึ้นมารับรางวัลรองชนะเลิศอันดับหนึ่งกีฬาสานสายใยพ่อแม่ลูก ในวันนี้ค่า!!!” เสียงคุณครูประกาศรางวัลดังขึ้น
ไอดินและอิงดาวดีใจะโโลดเต้น รีบจับมือเนติญาคนละข้างวิ่งขึ้นไปบนเวที เนติญามองลูกๆของเธอด้วยแววตาที่เปี่ยมล้นไปด้วยความสุข
“ต้น เนย์ต้องเข้าไปดูงานที่ออฟฟิศก่อน คงไม่แวะเข้าไปที่ไร่แล้ว เนย์ฝากต้นส่งเ้าสองแสบที่บ้านหน่อยนะ”
“ไม่มีปัญหาเลยเนย์ ดูสิสองแสบแบตเตอรี่หมดแล้ว ขึ้นรถปุ๊บหลับปั๊บ เล่นสนุกสุดตัวเลยวันนี้แล้วเนย์ไปออฟฟิศยังไง ให้ต้นไปส่งมั้ย”
“ไม่ต้องๆ น้องที่ออฟฟิศกำลังมารับเนย์ อีกเดี๋ยวก็น่าจะถึงแล้ว วันนี้ขอบคุณมากๆนะต้น”เนติญาส่งยิ้มกว้างให้ต้นกล้า
“ลุงต้น..ลุงต้น” เด็กน้อยทั้งสองส่งเสียงเรียกลุงของพวกเขา
“หม่ามี๊ไปไหนแล้วครับ” ไอดินเอ่ยถามขึ้นมา
“หม่ามี๊ไปที่ทำงานครับหนูดินหนูดาว เดี๋ยวตอนเย็นหม่ามี๊เลิกงานก็ได้เจอกันนะครับ”ต้นกล้าตอบคำถามเด็กๆ ตามองเด็กๆผ่านกระจกมองหลังรถ
“ลุงต้นๆ จอดรถค่ะจอดรถ” เสียงอิงดาวพูดด้วยความใ
ต้นกล้ามองไปข้างทาง เห็นรถคันนึงจอดอยู่ข้างทาง เหมือนจะประสบอุบัติเหตุต้นกล้ารีบเทียบรถลงไหล่ทาง ด้านหลังรถคันนั้น
“เก่งมากเลยหนูดาว หนูเห็นคนเดือดร้อน แล้วมีน้ำใจอยากช่วยเหลือ” ต้นกล้าหันหน้าไปชื่นชมหลานสาวตัวน้อยก่อนปลดเข็มขัดนิรภัยรีบลงจากรถไปถามไถ่คนผู้นั้น
“สวัสดีครับ มีอะไรให้ผมช่วยมั้ย” ต้นกล้ารีบถามชายหนุ่มตรงหน้า
“อ้อ!! สวัสดีครับ รถยางแตกครับพี่ ผมไม่ค่อยชินทางตกหลุมใหญ่ตรงโน้นครับ”ภาวัชพูดพร้อมทั้งชี้ไปยังหลุมใหญ่ใกล้ๆขอบถนนด้านหลังของพวกเค้า
“ยางสำรองมีใช่มั้ยครับ งั้นผมช่วยเปลี่ยนยางครับ” ต้นกล้ารีบเอ่ยปากให้ความช่วยเหลือ
ชายหนุ่มทั้งสองช่วยกันเปลี่ยนยางรถจนเหงื่อท่วมตัวทั้งสองคน จู่ๆ ภาวัชก็รู้สึกเหมือนมีแรงดึงเบาๆที่ชายเสื้อของเขา
“คุณอาๆ น้ำค่ะ” เสียงเล็กๆดังขึ้น พร้อมยื่นขวดน้ำดื่มมาให้ภาวัช
“โอ๊ะ!! ขอบคุณครับ” ภาวัชก้มลงมองดูเด็กผู้หญิงตัวน้อยที่ความสูงเลยเข่าของเขาขึ้นมาเพียงเล็กน้อย
“อุ๊ย! มีอีกคนนึง ฝาแฝดเหรอครับเนี่ย” ภาวัชยิ้มเมื่อเค้าเห็นเด็กชายอีกคนยืนอยู่ข้างๆเด็กผู้หญิง และเงยหน้าขึ้นถามต้นกล้า
“ใช่ครับ ฝาแฝดครับ” ต้นกล้ายิ้มและตอบกลับภาวัช
“สวัสดีครับเด็กๆ ชื่ออะไรกันบ้างครับเนี่ย อาชื่อภาวัชนะครับ”ภาวัชย่อตัวลงนั่งยองๆข้างเด็กทั้งสองคน แล้วเอ่ยถามขึ้นมา
“ไอดินครับ”
“อิงดาวค่ะ” เด็กน้อยทั้งสองคนยิ้มหวานพร้อมบอกชื่อกับชายหนุ่มตรงหน้า
“น่ารักสุดๆไปเลย ผมเห็นแล้วอยากได้ลูกแฝดเลยครับเนี่ย ฮ่าๆๆๆๆ” ภาวัชมองหน้าต้นกล้าพูดไปหัวเราะไป
“ติดตรงที่แม่ของลูกยังไม่มีนี่แหละครับ ฮ่าๆๆๆ” ภาวัชพูดต่อพร้อมลุกขึ้นยืน
“วันนี้ขอบคุณมากๆเลยนะครับที่ช่วยเหลือ โชคดีมากที่ได้เจอคุณ ผม ภาวัชครับ” ภาวัชพูดพร้อมยื่นมือออกไปเพื่อจับมือต้นกล้า
“ไม่เป็ไรครับผม ยินดีครับ ผมต้นกล้า ครับ” ต้นกล้าแนะนำชื่อตนเองพร้อมกับยื่นมือไปจับมือของภาวัช