(6)
กลับคำ
แม้ว่าค่ำคืนแห่งความเลวร้ายได้ผ่านพ้นไปแล้ว ทว่าความเ็ปภายในใจของเขียนฟ้ายังคงไม่จางหายบทรักที่ธงรบมอบให้ช่างแตกต่างจากคืนนั้นที่คิดว่าเขาคือดาววดี ผู้ชายใจร้ายคนนั้นถาโถมความกำหนัดเข้ามาในตัวเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนแทบจะลุกออกจากเตียงไม่ไหว
เช้านี้เป็วันหยุดธงรบจึงตื่นสายกว่าปกติทว่าเขียนฟ้าตื่นขึ้นมาใส่บาตรั้แ่เช้าตรู่ทำอย่างนี้ทุกวันไม่เคยขาดเหมือนเมื่อครั้งอยู่ที่เชียงใหม่ เสร็จแล้วก็เดินเข้ามาในบ้านเจอกับสมัยจึงเอ่ยปากถามถึงผู้เป็สามี
“คุณรบลงมาทานข้าวหรือยังครับพี่สมัย”
“ยังเลยค่ะ คุณฟ้าจะทานก่อนเลยไหมคะ”
“เดี๋ยววันนี้ผมไปทานในครัวนะครับ”
คุยกันแล้วเขียนฟ้าก็เดินตรงเข้าไปในครัวทำเอาสาวใช้ทำหน้าสงสัย เพราะปกติแล้วเ้าตัวจะรอทานข้าวกับสามี ไม่ว่าเขาจะลงมาช้าหรือกลับดึกก็ยังคงรอแต่วันนี้กลับผิดปกติจนอดสงสัยไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
ตื่นขึ้นมาไม่เจอเด็กนั่นอยู่ข้างตัวธงรบจึงเดินลงมาข้างล่างทั้งที่ยังไม่ได้อาบน้ำ เดินอ้าปากหาวหวอดมาจนถึงโต๊ะอาหารก็พบว่าทุกอย่างได้ถูกเตรียมไว้เหมือนเช่นทุกวัน เ้าตัวยิ้มอย่างพอใจก่อนจะนั่งลงชะเง้อมองไปรอบตัวเพื่อหาคนคนนั้น
“ไปไหนของนายนะ ทำไมปล่อยให้ฉันรออย่างนี้”เมื่อไม่เห็นธงรบก็เริ่มหงุดหงิด กำลังจะลุกขึ้นจากเก้าอี้แต่สมัยก็เดินเข้ามาเสียก่อน
“คุณรบจะไปไหนคะ”
“เมียฉันอยู่ไหน”
“คุณฟ้าเพิ่งจะออกไปข้างนอกกับคุณศิวะเมื่อครู่นี้เองค่ะ”
ปึก!
เมื่อได้ยินอย่างนั้นชายหนุ่มก็ฟาดมือลงบนโต๊ะเต็มแรงจนสาวใช้สะดุ้งโหยงยิ่งเมื่อเห็นแววตาที่โกรธแค้นของเ้านาย เธอยิ่งกลัวเข้าไปใหญ่
“ใครอนุญาตมิทราบ!”
“นะ...หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะเห็นคุณศิวะมาครู่หนึ่งจากนั้นก็ออกไปด้วยกัน”
คนที่นั่งอยู่ถลึงตามองเมนูอาหารที่วางอยู่บนโต๊ะความโมโหทำให้เ้าตัวใช้มือปัดถ้วยอาหารที่อยู่บนโต๊ะทิ้งลงบนพื้นเพื่อระบายอารมณ์
เพล้ง!
“ว้าย! คุณรบคะ”
คนรับใช้ในบ้านรีบวิ่งเข้ามาดูเมื่อได้ยินเสียงก็พบเพียงสมัยยืนตัวสั่นอยู่ข้างโต๊ะอาหารบนพื้นเต็มไปด้วยเศษอาหารและจานชามที่แตกเป็เสี่ยง ๆส่วนคนที่เป็ต้นเหตุนั้นเดินขึ้นไปบนห้องเพื่อรีบอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าตามภรรยาออกไป
*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*-*
เมื่อถูกชักชวนให้ออกมาเปิดหูเปิดตานอกบ้านตอนแรกเขียนฟ้าก็ลังเลใจ แต่พอนึกถึงใบหน้าของธงรบก็ทำให้ตัดสินใจออกมาแบบไม่ต้องคิด โดยได้โทรขออนุญาตจากกิ่งดาวเพื่อไม่ให้ผู้เป็สามีหาความเอาเื่ได้
ตอนนี้ทั้งสองเดินอยู่ในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งเห็นต้นไม้เขียวขจีอยู่รอบตัวเขียนฟ้าก็รู้สึกผ่อนคลายมากขึ้นอย่างน้อยในเมืองหลวงอันแออัดก็พอจะมีสถานที่ให้สูดอากาศบริสุทธิ์อยู่บ้าง
“ที่นี่เป็ยังไงบ้างครับคุณฟ้าพอจะช่วยให้คุณคลายความคิดถึงเมืองเชียงใหม่ได้บ้างไหม”
“โอเคเลยครับที่นี่สวยและบรรยากาศดีมาก” เขาหันไปยิ้มให้ศิวะ
“ตอนแรกผมแค่ชวนเล่น ๆ ไม่นึกว่าคุณฟ้าจะยอมออกมาด้วย”
“คงเป็เพราะผมอยู่แต่ในบ้านไม่ค่อยได้ออกไปไหน เลยอยากออกมาเปิดหูเปิดตาบ้างครับ” หากรอให้ธงรบพาเขาออกมาเดินเที่ยวอย่างนี้คงไม่มีโอกาสแน่นอน
“อยู่ที่นั่นคุณคงรู้สึกอึดอัดมากใช่ไหมครับ”
“...”
เขียนฟ้าเงียบเพราะสิ่งที่ศิวะพูดออกมามันคือเื่จริงแต่คนที่อึดอัดมากกว่าเขาคงเป็ธงรบไม่รู้ว่าใครจะเป็ฝ่ายะเิความรู้สึกออกมาจนถึงขั้นแตกหักก่อนกัน
“ผมรู้เื่ทั้งหมดและเข้าใจคุณฟ้านะครับมีอะไรระบายให้ผมฟังได้ ผมจะไม่พูดให้ไอ้รบฟังแน่นอนขอสัญญาด้วยเกียรติของลูกผู้ชายครับผม” ชายร่างสูงที่ยืนข้างกันฉีกยิ้มกว้างสร้างบรรยากาศดี ๆ ให้เขาไม่รู้สึกเครียด
“คุณรู้เื่อะไรบ้างครับ”
“ก็เื่...ที่ไอ้รบมันคิดยังไงกับคุณแล้วก็เื่...ที่คุณแต่งงานเพราะ...” ศิวะไม่กล้าพูดอย่างเต็มคำเพราะกลัวว่าจะทำลายความรู้สึกของอีกฝ่าย
“เื่ที่ผมแต่งงานเพราะใช้หนี้ใช่ไหมครับคุณรบคงบอกคุณหมดแล้วสินะ”
“คุณฟ้าคงไม่โกรธผมไปด้วยอีกคนหรอกนะครับ”
เขียนฟ้ายิ้ม “ทำไมผมจะต้องโกรธคุณด้วยล่ะครับในเมื่อคุณไม่ได้ทำอะไรผิด อีกอย่างผมก็แต่งงานด้วยเหตุผลนั้นจริง ๆและไม่เคยอายแม้แต่น้อย เพราะสิ่งที่ผมทำ มันทำให้พ่อแม่อยู่สุขสบายคุณไม่ต้องกลัวว่าผมจะเสียใจกับเื่นี้หรอกนะครับ”
“ได้ยินอย่างนี้ผมค่อยโล่งใจหน่อยถ้าคุณฟ้ามีอะไรไม่สบายใจ มาปรึกษาผมได้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยนะครับ” ศิวะส่งแววตาแห่งความปรารถนาดีให้โดยที่อีกฝ่ายยังไม่รู้ว่าแท้ที่จริงแล้วมันมีอะไรแอบซ่อนอยู่
“ขอบคุณนะครับที่เข้าใจผมคงต้องรบกวนคุณแล้วล่ะ เพราะที่กรุงเทพฯนอกจากคุณพ่อคุณแม่แล้ว ก็มีคุณศิวะนี่ล่ะที่หวังดีกับผม”
“ผมดีใจที่คุณฟ้าคิดอย่างนี้นะครับ” ศิวะยิ้มแป้นเมื่อทำให้คนที่ตนรักเริ่มวางใจได้แล้วต่อไปก็พยายามทำคะแนนเพื่อมัดใจให้ได้ ก่อนจะเผลอใจไปรักธงรบเพราะความใกล้ชิด
“ผมก็ดีใจที่ได้รู้จักคนดี ๆ อย่างคุณครับ”
ทั้งสองส่งรอยยิ้มแห่งมิตรภาพให้กันก่อนจะเดินเคียงคู่กันไปเรื่อย ๆ ภายในสวนสาธารณะขนาดใหญ่ใจกลางเมืองเดินไปได้สักพักก็มีเหตุการณ์ไม่คาดคิดเกิดขึ้น
“ช่วยด้วยค่ะ ช่วยด้วยมีโจรมาวิ่งราวกระเป๋าฉันค่ะ”
“คุณศิวะครับทางโน้น”
เขียนฟ้าชี้ไปยังคุณป้าท่านหนึ่งซึ่งกำลังยืนะโร้องอยู่ในอาการหวาดกลัว
“เดี๋ยวผมไปช่วยคุณป้าก่อน คุณฟ้ารอที่นี่นะครับ”
“ครับ”
ศิวะรีบวิ่งเข้าไปสอบถามป้าคนนั้นก่อนที่เธอจะชี้บอกทิศทางให้ศิวะวิ่งตามไป เขียนฟ้าได้แต่ยืนมองตามหลังไปด้วยความเป็ห่วง
“ขอให้จับโจรได้ด้วยเถอะ สาธุ...” เ้าตัวเอ่ยอย่างเบาเสียงก่อนจะสะดุ้งโหยงเพราะมีมือใครบางคนมาจับที่ไหล่ “เฮ๊ย!”
“มานี่!”
“คุณรบ! จะพาผมไปไหน”
“หุบปาก”
ธงรบดึงแขนเรียวออกจากสวนสาธารณะด้วยความเร่งรีบตอนแรกก็ขัดขืนแต่หลังจากนั้นไม่นานก็ยอมเดินตามไปแต่โดยดีแต่ก็ยังหันหลังกลับไปมองเผื่อว่าศิวะจะตามมา
ในที่สุดก็มาถึงรถที่จอดรอยู่ข้างรั้วธงรบจับตัวยัดเข้าไปในรถ ชี้หน้าขู่ห้ามให้ลงมา ก่อนจะเดินอ้อมไปฝั่งคนขับ
“คุณรู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ที่นี่”
“ไม่เห็นจะยากเลยก็โทรถามคุณแม่น่ะสิ”
“แต่ตอนนี้ผมมากับคุณศิวะนะ ถ้าเขากลับมาแล้วไม่เจอผมล่ะ”
“ช่างแม่ง ปล่อยให้มันตามหานายอยู่ที่นั่นล่ะป่านนี้คงจะวิ่งตามหาไอ้โจรคนนั้นจนตาลายแล้วล่ะมั้ง เป็ไงแผนฉันเนียนไหม”คนพูดขำเบา ๆ อย่างสะใจ
“แผนของคุณงั้นเหรออย่าบอกนะว่าป้าคนนั้น...”
“ฉันจ้างมาเองล่ะ”
“คุณทำอย่างนี้ทำไม”
“ก็ฉันไม่อยากให้นายมากับไอ้ศิวะสองต่อสองยังไงล่ะ”ธงรบเผลอพูดสิ่งที่คิดในใจออกมา
ได้ยินอย่างนั้นเขียนฟ้าก็หันขวับไปมองหน้าอย่างไม่เข้าใจหากไม่เข้าข้างตัวเองก็คิดว่าธงรบกำลังหึงหวง แต่จะเป็ไปได้อย่างไรในเมื่ออีกฝ่ายเกลียดเขาเสียขนาดนั้น
“ทำไมล่ะครับ”
“เอ่อ...เพราะฉันไม่อยากให้ใครมานินทาว่าเมียกับพี่ชายตัวเองแอบเป็ชู้กันน่ะสิ”
“คุณคิดได้ยังไง คุณศิวะมีความเป็สุภาพบุรุษมากกว่าคุณเป็ร้อยเท่าพันเท่าไม่มีวันคิดอย่างนั้นแน่นอน” จากที่รู้จักกันมาเขาเชื่อว่าศิวะไม่ใช่ผู้ชายแบบนั้น
“นายมันจะไปรู้อะไร” ธงรบเอ่ยอย่างใส่อารมณ์ก่อนจะเร่งความเร็วมุ่งหน้าออกไปจากกรุงเทพฯ
“แล้วนี่คุณจะพาผมไปไหน”
“ไปให้ไกล ๆ จากไอ้ศิวะยังไงล่ะ ฉันอยากรู้ว่านายจะลงแดงตายไหมถ้าไม่ได้เจอหน้ามัน”
“ก็ผมเคยบอกแล้วไงว่าไม่มีทางทำเื่เสื่อมเสียอย่างนั้นหรอก แต่คุณก็ไม่เคยเชื่อ”
“ฉันไม่เชื่อใจใครทั้งนั้นล่ะโดยเฉพาะผู้ชายที่หิวเงินอย่างนาย บางทีตอนนี้อาจจะเล่นละครหาทางดูดเงินจากไอ้ศิวะอยู่ก็เป็ได้”
“ผมไม่พูดกับคุณแล้ว” เขียนฟ้านั่งกอดอกถลึงตามองเขาด้วยความโมโห ก่อนจะหันหน้าออกไปมองข้างทางเพื่อระงับอารมณ์โกรธให้กลับเข้าสู่ภาวะปกติ
ขับรถไปได้ชั่วโมงกว่า ๆก็มาถึงจุดหมายปลายทาง ธงรบจอดรถไว้ที่ลานจอดริมชายหาดบางแสน ปลดเข็มขัดนิรภัยแล้วก็หันไปมองภรรยาพบว่าตอนนี้อีกฝ่ายยังคงนอนหลับอยู่ เอื้อมมือไปกำลังจะเขย่าตัวเพื่อปลุกแต่ก็เปลี่ยนใจลดมือลงมา จ้องมองริมฝีปากอวบอิ่มอย่างตั้งใจ กลืนน้ำลงคออึกใหญ่โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้อย่างควบคุมตัวเองไม่ได้
ธงรบบดจูบริมฝีปากชมพูระเรื่ออย่างเนิบนาบโดยไม่รู้เบื่อตักตวงความหอมหวานอยู่นานจนเขียนฟ้าเริ่มรู้สึกตัว เปลือกตาสวยเปิดขึ้นช้า ๆก็พบกับดวงตาคมที่ฉายแววความหื่นออกมาอย่างชัดแจ้ง
“อื้อ...”
เ้าตัวรีบดันแผงอกแกร่งออก แต่ธงรบยังคงทำหน้าที่ต่อไปอย่างไม่ยอมแพ้ราวกับ้าแกล้งเสียอย่างนั้น ยิ่งออกแรงขัดขืนเขายิ่งรุนแรงมากขึ้น จนเขียนฟ้ายอมนั่งอยู่นิ่งๆ จนกว่าอีกฝ่ายจะพอใจ
“หวานดี” ธงรบยิ้มอย่างพอใจหลังจากถอนริมฝีปากออกมาแล้ว
“คนฉวยโอกาส”
“ใครบอก...ฉันแค่ปลุกนายเท่านั้นเอง”
“อย่ามาอ้างหน่อยเลย ถ้าคุณจะปลุกผมแค่สะกิดเบา ๆ ผมก็รู้สึกตัวแล้ว”
“ก็ฉันอยากจะปลุกด้วยวิธีนี้มีอะไรไหม”คนพูดทำหน้าทะเล้นไม่ยอมรับความผิด เขียนฟ้าจึงรีบเปิดประตูรถลงมาโดยที่ยังไม่รู้เลยว่าตอนนี้กำลังอยู่ที่ไหน
เ้าตัวเดินลงมาเห็นทะเลอยู่เบื้องหน้าก็ยิ้มด้วยความดีใจลมพัดโชยมาทำให้รู้สึกเย็นสบาย เสียงคลื่นซัดน้ำทะเลเข้าฝั่งทำให้รู้สึกผ่อนคลายทั้งชีวิตของเขาอยู่แต่ที่เชียงใหม่ จึงมีโอกาสได้มาเที่ยวทะเลอย่างนี้ไม่บ่อยนัก
“ทะเล...”
“ก็ยังดีกว่าไปเดินเล่นในสวนสาธารณะใช่ไหมล่ะ”ไม่รู้ว่าธงรบเดินตามมาั้แ่เมื่อไร เห็นอย่างนั้นเ้าตัวก็มองเขาด้วยหางตาอย่างนึกหมั่นไส้ก่อนจะเดินนำหน้าลงไปยืนบนหาดทรายสีขาว
ธงรบยิ้มมุมปากอย่างพอใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายชอบที่นี่ตอนแรกไม่ได้ตั้งใจจะพามา แค่อยากไปให้ไกลจากตรงนั้น พอรู้อย่างนี้แล้วคิดว่าตนเองตัดสินใจไม่ผิด
ทำไมถึงได้รู้สึกดีอย่างนี้นะ.....
รู้สึกมีความสุขเหมือนได้พาคนรักมาเที่ยว…..
ธงรบเดินมายืนอยู่ข้างกันทอดสายตามองไปยังท้องทะเลสีครามที่อยู่เบื้องหน้า
“คุณพาผมมาที่นี่ทำไม” เอ่ยขณะวางสายตาไว้ที่ท้องทะเลกว้าง
“อยากเอาตัวนายมาให้ไกลจากไอ้ศิวะมากที่สุด”คำตอบของเขายังคงมีความเอาแต่ใจ ทว่าเขียนฟ้าไม่ใส่ใจเพราะการได้มาที่นี่ทำให้รู้สึกดีไม่น้อย
“รู้ไหมว่าคุณเป็ผู้ชายที่เห็นแก่ตัวที่สุดในโลกเป็ผู้ชายที่ห่วยแตกและไม่เอาไหน แต่ผมก็ไม่รู้สึกเสียใจเลยที่ได้แต่งงานกับคุณ” เ้าตัวหันมามองหน้าเขาแววตาที่สื่อถึงความจริงใจนั้นทำเอาธงรบรู้สึกผิด หลบตาเป็ครั้งแรกในชีวิต
“ไม่ต้องมาทำเป็พูดดีหรอก นายน่ะเกลียดฉันเป็ไหนๆ”
“ใช่! ผมเคยบอกว่าเกลียดคุณ แต่รู้ไหมว่าผมน่ะเกลียดตัวเองมากกว่า เกลียดที่ไม่สามารถระงับความโกรธได้เวลาที่คุณรังแกผมผมอยากจะเป็ผู้ชายที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก เพื่อให้คนที่รักและหวังดีกับผมไม่ต้องเป็ห่วงยังไงล่ะ”เขียนฟ้ามักจะนึกถึงคนอื่นก่อนตัวเองเสมอ เพราะคิดว่าหากเขาไม่เข้มแข็งแล้วจะสามารถดูแลคนอื่นได้อย่างไร
ธงรบไม่นึกเลยว่าผู้ชายคนนี้จะมีความคิดความอ่านในแง่บวกอย่างนี้มิน่าล่ะ...ไม่ว่าจะถูกเขาทำร้ายด้วยวิธีไหน แต่เขียนฟ้าก็ยังคงยิ้มสู้ราวกับไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรส่วนคนที่ดูเหมือนจะเป็คนโง่ก็คือตัวเขาเองที่จ้องจะเอาแต่ชนะทั้งที่แพ้ั้แ่เริ่มต้นแล้ว
“เล่นละครเก่งจังนะ”
“ก็แล้วแต่คุณจะเชื่อหรือไม่เพราะคุณเกลียดผมไง ต่อให้พูดจนตายก็ไม่มีทางเชื่อหรอก”
“ต่อให้นายพูดดีแค่ไหน ฉันก็ไม่มีทางเชื่อใจคนอย่างนายหรอกอย่ามาทำเป็หลอกซะให้ยาก” แม้ในใจจะคิดอีกอย่างแต่คำพูดที่เปล่งออกมากลับสวนทางกัน เขาจะไม่ยอมเสียหน้ากับสิ่งที่ได้ป่าวประกาศไว้เป็แน่ถึงอย่างไรก็จะยืนหยัดสู้เพื่อเอาชีวิตโสดกลับคืนมาให้ได้
“ผมไม่เคยคิดว่าคุณจะเชื่ออยู่แล้ว”ว่าแล้วก็เดินแยกออกไป แต่อีกฝ่ายรีบคว้าข้อมือไว้
“จะไปไหน”
“ผมจะไปเดินเล่นแถวนี้ถ้าสบายใจแล้วเดี๋ยวกลับมาเองครับ”
“ฉันไปด้วย”
ธงรบปล่อยข้อมือแล้วเปลี่ยนมาโอบไหล่แทนเขียนฟ้ามองหน้าเขาอย่างเหนื่อยหน่ายใจ ไม่รู้จะกวนประสาทกันไปถึงเมื่อไหร่
“คุณคิดจะทำอะไร” คนพูดมองเขาอย่างไม่ไว้ใจ
“ผัวเมียจะเดินด้วยกันมันแปลกนักเหรอหรือกลัวว่าถ้าฉันเดินโอบไหล่ไปอย่างนี้จะทำให้เหยื่อไม่ติดกับ”
“คุณรบ!”
“คืนนี้ค้างที่นี่ ฉันอยากจะมาเปลี่ยนบรรยากาศบ้างเดี๋ยวจองห้องที่มันมีระเบียงเห็นวิวทะเล เวลามีอะไรกันจะได้รู้สึกตื่นเต้น” คนพูดทำหน้าทะเล้นจนเ้าตัวนึกหมั่นไส้ทำได้เพียงมองค้อนแล้วฟาดมือที่แผงอกกำยำเบา ๆ
“คุณมันบ้าไปแล้วใครจะกล้าไปทำเื่อย่างนั้น ผมไม่เอาด้วยหรอก”
“แต่ฉันจะเอามีอะไรข้องใจไหม เดินไป ทำหน้าให้มันดีๆ ด้วย เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าฉันบังคับเมียมาเที่ยว”
มีหรือที่เขียนฟ้าจะขัดใจได้ยอมให้เขาเดินโอบไหล่ไปตามชายหาด เ้าตัวไม่รู้สึกคุ้นชินกับเหตุการณ์อย่างนี้มองดูผู้คนรอบตัวเพื่อสังเกตปฏิกิริยา แต่ก็ไม่พบว่ามีใครสนใจเขาและธงรบเลยสักนิดจึงเดินต่อไปได้อย่างสบายใจขึ้น
มีแวบหนึ่งที่เอียงหน้าขึ้นไปมองเขา จึงเห็นรอยยิ้มน้อยๆ ที่มุมปากธงรบ สีหน้าที่ดูเป็ธรรมชาติไม่มีความน่ากลัวเลยสักนิดอยากเห็นภาพนี้ในทุก ๆ วัน คงจะรู้สึกดีกับเขามากกว่านี้
Rrrrr….
เดินกินลมชมวิวไปได้สักพักมือถือในกระเป๋ากางเกงของธงรบก็ส่งเสียง คนทั้งสองชะงักฝีเท้า ก่อนที่ธงรบจะละมือจากไหล่บางมาล้วงเอาโทรศัพท์มือถือเขามองหน้าจอแวบหนึ่ง แล้วหันมามองหน้าเขียนฟ้า ก่อนจะกดรับสาย
“ว่าไง”
(คุณฟ้าอยู่กับมึงใช่ไหมไอ้รบ)
“เออ อยู่กับกูเองทำไมวะ”
(ทำอย่างนี้ทำไมวะมึงเป็คนพูดเองว่าจะปล่อยให้กูจีบคุณฟ้า แต่มึงแม่งจู่ ๆ ก็พาตัวเขาหนีมาจากกูซะอย่างนั้น)ศิวะโวยวายเมื่อรู้ว่าธงรบพาตัวเขียนฟ้ามา ปล่อยให้เขาตามหาอย่างเอาเป็เอาตายเมื่อไม่เจอจึงโทรไปหากิ่งดาว และได้รู้ความจริงว่าธงรบตามไปที่สวนสาธารณะจึงได้ถึงบางอ้อ
“กูแค่พาเมียมาเที่ยวมันผิดเหรอวะกูไม่ได้ห้ามนะเว้ยแต่มึงก็ไม่ควรพาเมียคนอื่นไปโน่นไปนี่โดยไม่ได้บอกผัวเค้าสักคำ”
(มึงคิดจะเล่นตุกติกใช่ไหม มึงหวงคุณฟ้าไว้ทำไมวะในเมื่อมึงก็ไม่ได้รักเขา)ศิวะโกรธจนเืขึ้นหน้า ไม่คิดว่าจะโดนน้องชายตลบหลังอย่างนี้
“มันเื่ของกู แค่นี้นะ อ้อ! ฝากไปบอกคุณแม่ที่บ้านด้วย ว่าวันนี้กูกับฟ้าจะค้างที่นี่ตามประสาผัวเมีย”
ตู๊ด ๆ ๆ
วางสายไปแล้วธงรบก็ปิดเครื่องทันทีเพราะไม่อยากรับสายใครให้รำคาญใจอีกแล้ว เหลือบตามองไปข้าง ๆก็พบกับดวงตาใสแป๋วของภรรยา จ้องมองมาราวกับมีคำถามมากมาย
“มองแบบนี้หมายความว่ายังไง”
“คุณศิวะโทรมาใช่ไหม”
“ใช่! แล้วจะทำไม คิดถึงมันมากหรือไง”
“คุณคงคิดได้แค่เื่แบบนี้สินะ ผมถามเพราะเป็ห่วงที่จู่ๆ คุณก็พาผมมา ไม่รู้ว่าเขาจะตามหาผมไปถึงไหนต่อไหน”
“ยิ่งเห็นนายเป็ห่วงมันมากอย่างนี้ยิ่งสะใจ”
“ไม่มีเหตุผลเอาซะเลย” เขียนฟ้าเหลือบตามองเขาอย่างไม่สบอารมณ์ก้าวขาจะเดินต่อไป
“จะไปไหน”
“ก็จะเดินไปจากคนอย่างคุณไง”
“ฉันไม่มีทางปล่อยนายไปแน่ หึๆ”
ธงรบเปลี่ยนจากการโอบไหล่มารั้งที่เอวคอดยักคิ้วให้ดวงหน้าหวานอย่างเป็ต่อ เดินต่อไปอย่างอารมณ์ดีปกติแล้วเวลาที่ได้อยู่ใกล้เด็กคนนี้ มักจะรู้สึกหงุดหงิดและอารมณ์เสียทว่าตอนนี้กลับรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูกและอธิบายกับตัวเองไม่ได้ว่าความสุขนี้มันเกิดจากสาเหตุใดกันแน่