บทที่ 22 ความรู้สึกที่มาอย่างไร้เหตุผล
เขาเดินเข้าไปถามเฉียนลี่ลี่ว่าชายคนนั้นคือใคร เฉียนลี่ลี่บอกเขาว่าชายคนนั้นคือคู่หมั้นของเธอ และเธอจะแต่งงานกับเขาเร็ว ๆ นี้ จึงขอให้เขาอย่าไปยุ่งกับพวกเขาอีก เพื่อไม่ให้เป็การสร้างภาระ
และก็เพราะคำพูดของเธอนั่นเอง เขาถึงได้คิดสั้นอยากจะะโน้ำตายในวันนั้น
"จ้าวคุน คนใจร้าย ใจดำ! ฉันทุ่มเทให้กับคุณมามากแค่ไหน คุณลืมหมดแล้วหรือ? ฉันทนทุกข์ยากเพื่อคุณ คลอดลูกเลี้ยงลูกให้คุณ แต่คุณกลับตอบแทนฉันแบบนี้ คุณมีหัวใจหรือเปล่า? คุณจะใจร้ายกับฉันได้ยังไง? ชีวิตของฉันช่างน่าสงสารเสียจริง!" เฉียนลี่ลี่เช็ดน้ำตา ราวกับว่าตนเองถูกกระทำอย่างไร้ความเป็ธรรม
จ้าวคุนหน้านิ่งเฉย พร้อมกับเยาะเย้ยออกมาว่า "เฉียนลี่ลี่ คุณไม่ต้องมาพูดอะไรทั้งนั้น ลองคิดดูให้ดีว่าหลังจากที่ผมแต่งงานกับคุณ ผมปฏิบัติต่อคุณอย่างไรบ้าง"
หลังจากแต่งงานกับเฉียนลี่ลี่ เขาแทบจะเลี้ยงดูเธอเหมือนกับราชินี มอบเงินทั้งหมดให้เธอ และให้เธอเป็ผู้ตัดสินใจในเื่ต่าง ๆ ของบ้าน
แต่สำหรับเธอ เมื่อรู้ว่าเกิดเหตุการณ์ที่โรงงานของเขา เธอไม่เพียงแต่ไม่ช่วยเหลือ กลับยังทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก รีบร้อนเสนอหย่าร้าง พาลูกกลับบ้านแม่ และยังนำเงินทั้งหมดในบ้านหนีไป ทำให้เขาตกอยู่ในสภาวะสิ้นหวัง ไร้ทางออก และโดดเดี่ยว
"อย่ามาพูดเลอะเทอะกับฉันนะ คนมีคนใหม่แล้วใช่ไหม ทิ้งฉันกับลูกแล้ว เป็นางจิ้งจอกคนนี้สินะที่มาล่อลวงคุณ" เฉียนลี่ลี่โกรธจัด ชี้นิ้วตรงไปที่หลิงเหยา
สีหน้าของหลิงเหยาเ็า สายตามองที่นิ้วมือของเฉียนลี่ลี่ที่กำลังชี้ตนเอง ในใจเกิดความรู้สึกอยากหักนิ้วนั้นทันที
"คุณกำลังพูดอะไรเหลวไหล ออกไปเดี๋ยวนี้!" จ้าวคุนโกรธจัด ตบโต๊ะอย่างแรง ลุกขึ้นยืนมองเฉียนลี่ลี่ด้วยความโกรธ
"ฉันพูดถูกสินะ ถึงกับโกรธจนหน้าแดง จ้าวคุน คุณนี่มันไม่มีหัวใจเลยนะ คุณทำอย่างนี้กับฉันได้ยังไง?"
เธอมองไปที่หลิงเหยาด้วยสายตาโกรธ "วันนี้ฉันจะสอนนางจิ้งจอกคนนี้ให้เข้าใจว่าผู้ชายของฉันไม่ใช่คนที่เธอจะคิดได้" เฉียนลี่ลี่กล่าวพลางเดินอย่างรวดเร็วไปที่หลิงเหยาและกำลังจะคว้าผมของเธอ
หลิงเหยายืนนิ่งอยู่ที่เดิม สายตาเย็นเยียบดุจหิมะ ไร้ความรู้สึกใด ๆ เมื่อเฉียนลี่ลี่ยื่นมือมา เธอก็คว้ามือของอีกฝ่ายและบิดอย่างแรง
"กรี๊ดดด!" เฉียนลี่ลี่ร้องโหยหวนทันที ใบหน้าบิดเบี้ยวไปด้วยความเ็ป "เธอปล่อยฉันนะ..."
หลิงเหยาสะบัดมือของเฉียนลี่ลี่ แล้วหันไปหาจ้าวคุนสีหน้าเคร่งเครียด "เื่ของพวกคุณ ให้คุณจัดการกันเอง อย่าเอาฉันไปเกี่ยว"
จ้าวคุนรีบกล่าวขอโทษ "ขอโทษ ผมจะจัดการเอง" แล้วรีบเข้าไปดึงเฉียนลี่ลี่ที่ยังคงดิ้นรนอยู่ "คุณบ้าพอแล้วหรือยัง?"
เฉียนลี่ลี่นั่งทรุดลงกับพื้นด้วยท่าทางหมดแรง และร้องไห้เสียงดัง
หลิงเหยาไม่สนใจทั้งสองคน เดินออกจากสำนักงานไป
เธอออกจากโรงงานยา กางร่มเดินไปยังป้ายรถประจำทาง
"ปี๊น ๆ!"
เธอได้ยินเสียงแตรดังมาจากข้างหลัง จึงหันไปมอง และเห็นรถทหารคันคุ้นตา
รถจอดลงข้างตัวหลิงเหยา กระจกค่อย ๆ ลดลง เผยให้เห็นใบหน้าคมเข้มของลู่ชิงอวิ๋น "จะกลับบ้านเหรอ? ผมพาไปส่งเอง"
เขาเห็นเงาของหลิงเหยาแต่ไกล และจำเธอได้ในทันที จึงสั่งให้คนขับรถมุ่งหน้าไปหาเธอ เขาจะเดินทางกลับกองทัพที่เมืองอวิ๋นเฉิงพรุ่งนี้ และไม่รู้ว่าจะได้พบเธออีกหรือเปล่า
"ไม่ต้องหรอก ฉันนั่งรถประจำทางก็พอ" หลิงเหยาไม่อยากรบกวนลู่ชิงอวิ๋น
"ขึ้นมาเถอะ ผมมีเื่จะคุยกับคุณ"
"ก็ได้" หลิงเหยาเปิดประตูรถ วางร่มลง และนั่งขึ้นรถ
เมื่อรถเริ่มออกตัว ลู่ชิงอวิ๋นก็เอ่ยช้า ๆ "น้องชายของผมออกจากโรงพยาบาลแล้ว ตอนนี้อาการดีขึ้น เขาฝากขอบคุณคุณ และนี่คือของขวัญขอบคุณจากเขา"
เขายื่นซองแดงให้กับหลิงเหยา
หลิงเหยามองซองแดงในมือลู่ชิงอวิ๋นแล้วส่ายหน้า "คุณได้ตอบแทนฉันแล้ว"
ลู่ชิงอวิ๋นวางซองแดงลงในมือหลิงเหยา "มันไม่เหมือนกัน เก็บเงินนี้ไว้เถอะ"
"ฉันจะไม่รับหรอก" หลิงเหยาผลักเงินคืนให้ลู่ชิงอวิ๋น
ระหว่างที่ทั้งสองคนกำลังผลักกันไปมา เสี่ยวหลิวก็เหยียบเบรกอย่างกะทันหัน
หลิงเหยาเสียการทรงตัว และล้มเข้าไปในอ้อมกอดของลู่ชิงอวิ๋น
"ขอโทษครับ เมื่อกี้มีคนวิ่งข้ามถนนกะทันหัน" เสี่ยวหลิวรู้สึกหวาดหวั่น และขับรถช้าลง
หลิงเหยาได้สติกลับมา รีบดิ้นหลุดออกจากอ้อมกอดของลู่ชิงอวิ๋น ใบหน้าแดงก่ำราวกับแอปเปิ้ลสุก
"ขอ… ขอโทษนะ..."
"ไม่เป็ไร" ลู่ชิงอวิ๋นก็มีสีหน้าเขินอายเช่นกัน เขาไม่ชอบให้ผู้หญิงเข้าใกล้ตัว แต่ดูเหมือนเขาจะไม่รังเกียจการเข้าใกล้ของหลิงเหยา เธอมีกลิ่นหอมอ่อน ๆ ซึ่งเขาชอบมาก
หลิงเหยาหน้าแดง หันหน้าไปทางอื่น และทำเป็มองทัศนียภาพฝนข้างนอก
ลู่ชิงอวิ๋นก็นั่งตัวตรงอย่างเกร็ง ๆ
ตลอดการเดินทาง ทั้งสองไม่ได้เอ่ยปากสักคำ บรรยากาศในรถเงียบจนน่าประหลาด
เมื่อใกล้ถึงหมู่บ้าน ลู่ชิงอวิ๋นหันหน้ามองไปที่หลิงเหยา "พรุ่งนี้ผมจะกลับกองทัพแล้ว"
หลิงเหยามองลู่ชิงอวิ๋นด้วยความประหลาดใจ
ลู่ชิงอวิ๋นยิ้มบาง ๆ สายตาอ่อนโยน "หลังจากนี้ถ้าคุณไปเมืองหลวง หรือ้าความช่วยเหลืออะไร ก็สามารถโทรหาผมได้เสมอ" ในใจเขามีความรู้สึกอาลัยอย่างไม่มีสาเหตุ แต่ก็รีบขจัดความรู้สึกนั้นทิ้งไปอย่างรวดเร็ว
"ตกลงค่ะ" หลิงเหยาตอบรับด้วยความยินดี
"จดเบอร์โทรศัพท์ของผมเอาไว้ด้วยสิ"
หลิงเหยาพยักหน้าและจดหมายเลขโทรศัพท์ไว้
"ถึงแล้ว ขอบคุณที่มาส่งฉันนะคะ" หลิงเหยาเห็นรถมาถึงที่ทางเข้าหมู่บ้านแล้ว จึงบอกให้เสี่ยวหลิวจอดรถ เพราะถ้าขับเข้าไปข้างในจะยากลำบาก
กู้ฉิงอันถือร่มเดินออกมาจากหมู่บ้าน เห็นรถทหารจอดที่ปากหมู่บ้าน จึงเงยหน้าด้วยความประหลาดใจ "ทำไมถึงมีรถทหารมาที่นี่?"
เห็นประตูรถเปิด และเงาคุ้นเคยก้าวลงมา กู้ฉิงอันตกตะลึงเล็กน้อย "ทำไมเป็หลิงเหยาล่ะ?"
หลิงเหยาโบกมือลาลู่ชิงอวิ๋นและเสี่ยวหลิว แล้วหันกลับเดินเข้าไปในหมู่บ้าน
ลู่ชิงอวิ๋นมองตามเงาหลังที่ค่อย ๆ ห่างออกไปในกระจกมองหลัง ก่อนจะเอ่ยบอกเสี่ยวหลิว "ไปกันเถอะ"
"หลิงเหยา"
หลิงเหยาได้ยินเสียงเรียกจึงเงยหน้ามอง เห็นว่าเป็กู้ฉิงอัน สายตาเธอมีความรังเกียจวาบผ่าน
"หลิงเหยา คนที่มาส่งเธอเมื่อกี้คือใคร?" กู้ฉิงอันเดินมาถาม คนที่นั่งรถทหารได้ต้องมีตำแหน่งไม่ธรรมดา หลิงเหยาจะรู้จักคนสำคัญแบบนั้นได้อย่างไร
"นี่เกี่ยวอะไรกับคุณด้วยเหรอ?" หลิงเหยาไม่แม้แต่จะมองกู้ฉิงอัน เดินผ่านเขาเข้าหมู่บ้าน
กู้ฉิงอันก้าวเท้าตามไล่หลิงเหยาและขวางทางเธอ "เธอมีเป้าหมายใหม่ใช่ไหม ถึงได้ยินดีสลัดสัญญาหมั้นกับฉัน"
ไม่แปลกเลยที่เธอตกลงยกเลิกหมั้นได้อย่างง่ายดาย
"กู้ฉิงอัน คุณควรไปรักษาอาการทางสมองซะนะ อย่ามาบ้าต่อหน้าฉัน และขอพูดตรงนี้ว่าเราไม่มีความเกี่ยวข้องกันอีกแล้ว ต่อไปนี้ขอให้คุณมองฉันเหมือนคนแปลกหน้า"
ในชาติก่อน เธอคงตาบอดถึงได้หลงรักชายคนนี้