เดินมาจนถึงที่นั่งประจำของกลุ่มของพวกเธอก็ได้ยินเสียงคนเรียกเธอทันที
“ปิงปิง มาแล้วหรอ”
“อืม”
จิงเย่หว่านเพื่อนผู้หญิงอีกคนในกลุ่มทักเธอ ส่วนคนอื่นยังไม่มีใครมา เธอยังทำตัวหยิ่งเหมือนเ้าของร่างเดิม เพราะเธอไม่อยากให้ใครสงสัยมาก
“เมื่อวานครูมีการบ้าน อยู่สองวิชา เอามาสิเดี๋ยวฉันจะทำให้”
ปิงปิงก็ยื่นกระเป๋าเรียนให้เพื่อน ให้เย่หว่านจัดการเองเหมือนที่ร่างเดิมเคยทำ เธอก็ไม่ได้คัดค้านอะไร ดีซะอีกเธอจะได้ไม่ต้องมาเรียนมัธยมปลายหลังจากเพิ่งจบมหาวิทยาลัยมา
“อะ.. ฉันเอามาให้”
ปิงปิงยื่นเสื้อผ้าของร่างเดิมให้เย่หว่าน
“อะไรหรอ”
“เสื้อผ้า ฉันไม่ได้ใส่แล้ว ฉันว่ามันเหมาะกับเธอดี”
ปิงปิงมองเสื้อผ้าของเพื่อน ที่ซักจนไม่รู้ว่าสีอะไรแล้ว ถึงจะเป็เดรส แต่ก็ไม่มีความสวยเลย
“ไม่เอาหรอกยังใหม่อยู่เลย ปิงปิงเธอเอาไปขายต่อให้คนอื่นดีกว่า”
“ฉันให้ก็เอาไปเถอะน่า ถ้าไม่เอาก็เอาไปทิ้งซะ”
เย่หว่านมองปิงปิงพร้อมกับตาที่เริ่มแดง ถ้าไม่เคยมีชุดเดรสดีๆ ใส่เลย เธอมี เสื้อผ้าแค่สามชุด เธอไม่ได้ซื้อเสื้อผ้าใหม่มาสามปีแล้ว
เพราะที่บ้านของเธอไม่ได้สนับสนุนเธอ แต่ที่ได้เรียนเพราะทุกเทอมเธอจะได้ 20 หยวนเป็ทุนการเรียนเพราะเธอเป็นักเรียนดีเด่น
แต่ที่บ้านก็ไม่เคยใช้เงินส่วนนั้นกับเธอเลย ทุกอย่างต้อง เก็บไว้ให้พี่ชายแต่งภรรยา แต่เธอก็ไม่ได้คาดหวัง ให้คนในครอบครัวมาสนใจอยู่แล้วขอแค่เธอได้เรียน เธอจะอยู่เงียบเงียบไม่มีปากเสียง
“ขอบคุณนะปิงปิง เธอเป็เพื่อนที่ดีจริงๆ”
เย่หว่านทำท่าเหมือนจะร้องไห้ ปิงปิงคิดในใจ เพื่อนที่ดีบ้าบออะไร นอกจากใช้ทำการบ้าน ใช้ไปซื้อของต่างๆ ก็ไม่เคยแบ่งอะไรให้หรือขอบคุณเลยด้วยซ้ำ ยัยนี่หัวอ่อนเกินไปแล้ว
“รีบรีบทำการบ้านซะเดี๋ยวจะไม่เสร็จทันคาบเรียน”
“ได้ ฉันจะรีบทำเดี๋ยวนี้เลย” เย่หว่านยิ้มจนตาหยี
กลุ่มเธอมี 4 คน
หลิวเจี้ยนกั๋ว
เป็คนที่ค่อนข้างอ้วน ที่มาอยู่กลุ่มกับพวกเธอเพราะคนอื่นชอบล้อว่าเขาอ้วน แต่ยังชอบมาขอของกิน เพราะทุกคนรู้ว่าบ้านเขารวย ส่วนกลุ่มพวกเราไม่มีใครล้อเขาเลย เพราะต่างคนต่างมีปม
หลานเชาปิ่ง
อยู่หมู่บ้านเดียวกันกับปิงปิง เป็ลูกสมุนปิงปิง มาั้แ่เด็กเลยก็ว่าได้ เพราะแม่ของปิงปิงกับแม่ของเชาปิ่งเป็เพื่อนรักกัน
พี่ชายเชาปิ่งก็ไปเป็ทหารพร้อมกับพี่ชายปิงปิง เลยได้มาเรียนที่อำเภอด้วยกัน แต่เชาปิ่งไม่ได้พักในอำเภอเพราะที่บ้านไม่ยอม แต่ได้นั่งเกวียนไปกลับเอาเที่ยวละ 2 เฟิน ไปกลับวันละ 4 เฟิน แต่ก็ยังถูกกว่าพักในเมือง
เชาปิ่งกับปิงปิง จะเรียกว่าเป็อันธพาลประจำหมู่บ้านเลยก็ว่าได้ หาเื่ไปทั่วั้แ่เด็กยันคนแก่ แต่แม่ทั้งสองคนก็เข้าข้างสุดๆ ทำให้ทั้งหมู่บ้านไม่มีใครอยากยุ่งกับพวกเขาสองคนเท่าไหร่
ปิงปิงชอบใช้เขาเอาผ้าไปส่งซักที่บ้านแทบทุกอาทิตย์ และเขาก็ไม่เคยปฏิเสธเลย เพราะเป็คนรักเพื่อนมาก จนในหมู่บ้านมีคนนินทาว่าพวกเขาเป็คนรักกัน แต่ก็ไม่มีใครกล้าพูดต่อหน้าสักคน เพราะกลัวปากแตก
จิงเย่หว่าน
จนมากที่สุดในกลุ่ม แต่ก็เรียนเก่งมากเหมือนกัน ที่เธอได้เรียนเพราะได้ทุนทุกเทอมและเรียนฟรี ไม่ต้องจ่ายค่าเทอม ถึงจะเรียนเก่งแค่ไหนแต่ก็ไม่มีใครคบ เพราะว่าจนมากและทุกคนในห้องก็รับรู้
หลี่เย่ปิง หรือก็คือเธอเอง
ด้วยความที่มาจากชนบท ก็ไม่มีใครอยากคบอยู่แล้ว แต่เธอเป็คนสวยเลยหยิ่งทะนงในตัวเอง นิสัยเสียเห็นแก่ตัว ี้เี ไม่มีใครคบสักคนนอกจากเชาปิ่ง สุดท้ายได้เลยได้มารวมกลุ่มกับพวกนี้ กลายเป็เดอะแก๊งค์
ไม่นาน เชาปิ่ง กับเจี้ยนกั๋ว ก็มา
“มาโรงเรียนได้ซักทีนะปิงปิง มีคนเอาเธอไปพูดว่าไม่มาโรงเรียนที่หมู่บ้านจนแม่เธอจะไปตีกับเขาอีกแล้ว ”
“แล้วแม่ชนะหรือเปล่า”
“แน่นอนสิ มีฉันอยู่ทั้งคน ”
เชาปิ่งตบอกพร้อมพูดขึ้น
เจี้ยนกั๋ว “…. “
เย่หว่าน “…”
เพราะคนหมู่บ้านเดียวกัน เรียนอยู่ที่นี้ 3 คน มี หลิงเมิ่งชู กับ หลิงหลงยี่ หลานสาวหัวหน้ากองผลิตที่หมู่บ้าน และก็พระเอกของเื่
เนื่องจากหลิงเมิ่งชู ชอบพระเอกของเื่ แต่พระเอกไม่สนใจเพราะชอบนากเอก หลิงเมิ่งชูทำอะไรนางเอกไม่ได้เพราะไม่อยากดูไม่ดีในสายตาพระเอก เลยมาลงที่ปิงปิงแทน ส่วนหลิงหลงยี่เป็คนเงียบๆ ไม่ค่อยพูด แต่ก็ไม่เคยขัดใจหลิงเมิ่งชูเลยสักครั้ง
เื่ปิงปิงที่ทำอะไรไม่ดีนิดๆ หน่อยๆ ในโรงเรียน หลิงเิชู กับหลิงหลงยี่ ก็เอาไปใส่สีตีไข่นินทาทั่วหมู่บ้านทุกครั้ง
แต่แม่เธอกับแม่ของเขาปิ่งก็ขยันไปทะเลาะกับชาวบ้านทุกครั้งที่มีคนไปนินทาเื่ของเธอให้ได้ยิน แต่ยังดีที่ชนะทุกครั้ง ก็ลูกฉันเป็คนดีอะเนาะ
“การบ้านของเมื่อวานหรอ”
เจี้ยนกั๋วพูดขึ้น เพราะเห็นเย่หว่านนั่งเขียนการบ้านอยู่ ซึ่งเขาก็รู้อยู่แล้วว่าเป็ของปิงปิง
“ใช่ นายทำเสร็จหรือยัง”
“ยัง ทำให้ด้วยสิ ได้ไหม “
“ ได้ แต่รอฉันทำให้ปิงปิงเสร็จก่อนนะ ใกล้เสร็จแล้วละ”
เจี้ยนกั๋วก็ เอาสมุดการบ้านออกมาจากกระเป๋าวางไว้ข้างหน้าเย่หวาน เจี้ยนกั๋ว เป็คนที่ชอบเอาขนมหรือว่าของกินมาให้เพื่อนเป็ประจำ แต่ก็เป็คนี้เีทำการบ้านเลยเอามาให้เย่หว่านทำให้
“เย่หว่าน เธอเขียนของปิงปิง เสร็จแล้วส่งมาให้ฉันนะฉันจะลอกต่อ ”
เชาปิ่งพูดขึ้น เพราะเขาไม่ค่อยมีอะไรมาแบ่งให้เพื่อนเท่าไหร่ก็เลยเกรงใจเพื่อนอยู่บ้าง แค่เพื่อนให้ลอกก็ดีแล้ว
ไม่นานทั้งสี่คนทำการบ้านเสร็จก็เอาไปส่งแล้วก็พากันเข้าเรียน ในห้องเรียนไม่มีใครว่าหรือว่าทักท้วงปิงปิงเลยซักคนเื่ขาดเรียนแม้กระทั่งครู
เพราะว่าทุกคนรู้ว่าพูดไปก็ไม่มีประโยชน์ ปิงปิงไม่สะทกสะท้านสักนิดแล้วก็ยังทำเหมือนเดิมแทบทุก สัปดาห์ หรือพูดง่ายง่ายว่าทุกคนเอือมนั่นเอง