ตอนที่ 5 กล่องทิชชู่
พอออกมาจากที่เกิดเหตุได้ผมก็พยายามขับรถวนไปมาแถวนั้นอยู่พักใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจลงไปไล่ขอดูกล้องวงจรปิดของบ้านเรือนประชาชนหรือร้านค้าแถวนั้นดู
และถึงแม้ว่าบางร้านหรือบางบ้านอาจะไม่ค่อยพอใจที่จะให้ผมดูกล้องแต่ด้วยความที่ผมเป็ตำรวจ พวกเค้าจึงไม่กล้าปฏิเสธมากนัก
“อืมมม....ขอบคุณมากนะครับที่ให้ความร่วมมือกับเ้าหน้าที่” ผมพูดกับเ้าของร้านค้าริมทางแห่งนึงหลังจากที่ได้ดูกล้องวงจรปิดที่ด้านหน้าร้านของเค้าไปแล้ว
ซึ่งภาพจากในกล้องของร้านนี้ก็ไม่ได้ปรากฏอะไรมาให้ผมได้รู้มากนักนอกจากแค่ได้รู้ว่ารถของสวยขับผ่านหน้าร้านค้าแห่งนี้ไม่นานก่อนที่จะไปเกิดเหตุที่ริมทางที่ห่างไปเกือบกิโลซึ่งมันก็ไม่ได้ช่วยอะไรผมมากเลย
ผมจึงออกมาจากร้านค้าแห่งนั้นแล้วไปขอดูกล้องวงจรปิดของร้านค้าที่อยู่ถัดไปเรื่อยๆต่อเพื่อหวังว่าจะได้รู้ว่าเมียผมขับรถมาทำอะไรแถวนี้
“เป็ไงครับ คุณตำรวจเจออะไรบ้างไหมครับ” เ้าของร้านมือถือที่ผมขอเข้ามาดูกล้องหน้าร้านของเค้าเอ่ยถามผมในขณะที่ผมกำลังนั่งไล่ดูภาพใน่เวลาที่ใกล้เคียงกับเวลาที่เกิดเหตุอยู่
“จะว่าเห็นก็เห็นอยู่นะครับ” ผมตอบไปเพราะว่าผมก็เห็นจากภาพของกล้องว่ารถของสวยขับผ่านหน้าร้านนี้ไปจริงๆแต่มันก็เหมือนกับภาพจากกล้องของอีกหกเจ็ดร้านก่อนหน้าที่ผมก็ได้เห็นแค่เพียงว่าสวยขับรถผ่านหน้าร้านไปเพียงลำพังแต่ก็ยังไม่รู้ว่าสวยมาทำอะไรแถวนี้
“เอ่อ....งั้นลองดูกล้องจากด้านข้างร้านเราดีไหมครับ” เ้าของร้านเสนอออกมา ผมก็นิ่งคิดไปครู่ใหญ่ก่อนคิดว่าถ้าดูไว้ก็ไม่เสียหลายจึงพยักหน้าไป
แล้วเ้าร้านเค้าก็จัดการเปลี่ยนมุมกล้องให้ผมดูอย่างรวดเร็วแล้วผมก็ย้อนมันไปจนใกล้เคียงกับเวลาก่อนที่สวยจะโดนจี้ชิงทรัพย์แล้วผมก็ได้เห็นรถของสวยเข้าจริงๆแต่คราวนี้ผมเห็นเป็ภาพรถของสวยที่กำลังเลี้ยวออกมาจากซอยข้างๆร้านแห่งนี้แทน
ผมจึงรีบหันไปถามเ้าของร้านซึ่งเป็คนในพื้นที่ทันที“ซอยข้างๆนี่มีอะไรอยู่หรอครับ”
“โรงแรมม่านรูดน่ะครับเยอะแยะเลย” เ้าของร้านตอบกลับมา
ผมนี่หน้าชาไปเลยหล่ะครับตอนที่ได้ยินแต่....แต่อย่างสวยนี่นะจะเข้าม่านรูด แล้วเค้าจะมาม่านรูดทำไมหล่ะ แล้วมากับใครแม่งเอ๊ย....แค่คิดขึ้นมาผมก็โกรธแล้วนะเนี่ย
และพอผมรู้แล้วว่าสวยเลี้ยวรถออกมาจากไหนและถึงแม้ว่าในใจลึกๆของผมนั้นจะไม่เชื่อว่าสวยจะเข้าโรงแรมม่านรูดก็ตามแต่ผมก็ตัดสินใจลองเอารูปของสวยที่อยู่ในมือถือไปตระเวนถามพนักงานโรงแรมม่านรูดที่ตั้งอยู่ในซอยนั้นอย่างรวดเร็ว
แต่ก็ไม่ได้ความมากนักซึ่งก็เป็เพราะว่าด้วยความที่มันเป็โรงแรมม่านรูด พนักงานที่ไหนมันจะไปเห็นหน้าลูกค้ากันหล่ะครับจริงไหม
“ไอ้เวรเอ๋ยมึงจะมาตั้งโรงแรมม่านรูดติดๆกันทำไมตั้งเยอะแยะวะเนี่ย” ผมพูดกับตัวเองในขณะที่เลี้ยวรถเข้ามาในโรงแรมม่านรูดแห่งที่ห้าและน่าจะเป็แห่งสุดท้ายที่ผมจะมาถามแล้วเพราะคิดว่าถ้าหากถามที่นี่แล้วยังไม่ได้ความอีกผมก็จะยกเลิกความคิดที่จะสืบหาความจริงจากโรงแรมม่านรูดแล้วกลับไปหาสวยที่โรงพยาบาลแทน
พอจอดรถที่ข้างกำแพงของโรงแรมแล้วผมก็เดินตรงไปหาพนักงานที่อยู่ใกล้ที่สุดแล้วเรียกมันมาถาม “น้อง นี่ตำรวจนะไปตามผู้จัดการมาให้หน่อยซิ”
“ดะ...ด้าคะ” พนักงานหนุ่มคนนั้นตอบผมมาด้วยหน้าตาที่ดูตื่นใ
‘หา ด้าคะ แปลว่าอะไรวะ.......อ๋อหน้างี้พม่าชัวร์’
แต่ถึงจะพูดกันไม่ค่อยรู้เื่แต่ไอ้หนุ่มพม่าคนนั้นก็เดินตรงไปตามผู้จัดการมาให้ผมอย่างเร็วไวซึ่งผมก็ยืนรออยู่แถวนั้นด้วยใจจดจ่อ
และเพียงไม่นานจากนั้นผมก็เห็นไอ้หนุ่มนั่นเดินออกมาพร้อมกับผู้ชายอ้วนลงพุงวัยน่าจะใกล้สี่สิบที่เดิมตามมาข้างหลัง
แต่ยังไม่ทันที่พวกเค้าทั้งสองจะเดินตรงมาถึงผมผู้จัดการคนนั้นก็วิ่งตรงไปที่กำแพงก่อนจะปีนป่ายหนีออกไปจากโรงแรมนั้นอย่างรวดเร็ว
ด้วยความงุนงงปนใผมจึงรีบวิ่งไปที่กำแพงนั่นก่อนจะพยายามชะโงกตัวขึ้นไปมองแต่มันก็วิ่งหายไปไหนแล้วก็ไม่รู้
“เฮ้ย! มึงปล่อยให้มันหนีไปได้ไงวะ” ผมหันไปตะคอกใส่ไอ้หนุ่มพม่านั่น
“ผะ....โผมะลู้คะ โผขอโท่”ไอ้หนุ่มนั่นตอบกลับมาพร้อมแสดงสีหน้าใกลัว
ซึ่งก็จริงของมัน ผมจะไปโกรธอะไรมันได้ทั้งๆที่ผมที่เป็ตำรวจแต่ดันเสือกปล่อยให้มันหนีไปได้นี่แหล่ะที่น่าด่ากว่าซะอีก
และพอผมใจเย็นลงมาบ้างแล้วผมก็เลยลองหยิบมือถือขึ้นมาโชว์รูปของสวยที่อยู่ในนั้นให้มันดูพร้อมถามไป“น้องเคยเห็นหน้าผู้หญิงคนนี้บ้างไหม”
ไอ้หนุ่มนั่นทำหน้าคิดนิดนึงก่อนจะตอบมา “อ่ะ เหคะ เห”
ใจผมนี่หล่นวูบไปที่ตาตุ่มเลยหล่ะครับสวยเมียผมนี่นะจะเข้าม่านรูด แล้วมากับใครวะในหัวผมตอนนี้เต็มไปด้วยคำถามและความสับสน
“เห็นตอนไหน” ผมถามไป
“เห...เหเม่อสาชาโมก่อคะ” มันตอบ
“เห็นเมื่อสามชั่วโมงก่อนหรอ” ผมถามไป ซึ่งมันก็พยักหน้ารับ
“แล้วเค้าขับรถมาด้วยใช่ไหม” ผมถามพร้อมกับทำท่าขับรถให้มันดู
และพอมันพยักหน้ารับผมก็ถามคำถามที่ผมกลัวที่จะถามที่สุดออกไป“แล้วมึงเห็นใครอยู่บนรถกับผู้หญิงคนนี้บ้างไหม”
คราวนี้มันส่ายหน้า ผมจึงถามต่อ “แล้วมึงเห็นใครเข้าไปในห้องกับผู้หญิงคนนี้บ้างไหม”
แล้วมันก็ส่ายหน้าแทนคำตอบอีกครั้งซึ่งผมก็เข้าใจมันดีพนักงานที่มีหน้าที่แค่รูดม่านและเก็บเงินจะไปรู้อะไรขนาดนั้นได้ไงแค่มันพอจะจำหน้าสวยได้ผมก็ขอบคุณมันมากแล้ว ผมจึงถามมันต่อ “มึงชื่ออะไร”
“โซคะ” มันตอบ
“โซหรอ” ผมทวนชื่อมันพร้อมกับนึกถึงอะไรบางอย่างขึ้นมาได้“เอ่อ...โซมึงช่วยพากูไปที่ห้องของไอ้ผู้จัดการนั่นหน่อยซิ”
“ด้าคะ” โซตอบก่อนจะเดินนำผมไป
ผมก็ไม่รู้หรอกนะว่าไอ้ผู้จัดการหมูตอนที่ปีนกำแพงหนีไปมันจะเกี่ยวข้องกับเื่ที่สวยมาที่นี่หรือเปล่าแต่ผมก็ต้องขอลืมเื่ที่สวยมาที่โรงแรมม่านรูดแห่งนี้ไปก่อนแล้วกลับมาทำหน้าที่ผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ก่อนจะดีกว่า
เพราะเท่าที่ผมดูแล้วการที่ไอ้หมูตอนนั่นมันหนีไปหลังจากที่มีตำรวจมาขอพบเท่านี้ก็เป็เครื่องยืนยันได้แล้วว่ามันจะต้องทำความผิดอะไรซักอย่างแน่นอน....ผมขอเอาชื่อปู่เป็เดิมพันเลยครับ
และพอโซพาผมเดินมาจนถึงในห้องทำงานเล็กๆของไอ้ผู้จัดการนั่นแล้วผมก็บอกให้โซรออยู่ข้างนอก ส่วนผมก็เข้าไปตรวจดูว่าในห้องรกๆของมันมีสิ่งผิดกฎหมายอะไรซุกซ่อนอยู่บ้างไหม
‘โอ้โหว เหี้ยอะไรวะเนี่ยกระดาษทิชชู่เต็มพื้นไปหมดเลย’ ผมคิดในใจในขณะที่ก้มมองกองกระดาษทิชชู่ที่ถูกขยุ้มเป็ก้อนๆ
‘มึงใช้กระดาษเยอะขนาดนี้มึงต้องชักว่าววันละกี่ครั้งวะเนี่ยไอ้หมูตอนหื่นเอ๋ย’
แล้วผมก็เดินผ่านกองกระดาษทิชชู่นั้นเข้าไปจนไปเจอเข้ากับคอมพิวเตอร์ตั้งโต๊ะของมันเข้าและด้วยความอยากรู้ผมก็เลยลองเปิดมันดู
พอคอมติดแล้วผมก็เลยลองคลิกเข้าไปดูตามโฟลเดอร์ต่างๆที่อยู่ในนั้นก่อนจะไปสะดุดใจเข้ากับโฟลเดอร์ที่ตั้งชื่อว่า ‘หอม’ เข้าและด้วยความที่ไม่ว่ายังไงผมก็ต้องตรวจสอบคอมของมันอยู่แล้วผมจึงคลิกเข้าไปดูแล้ว
แล้วผมก็ได้เห็นไฟล์วีดิโออยู่เยอะแยะมากมายในนั้นผมจึงลองเปิดไฟล์วีดิโอนึงขึ้นมาดู แล้วผมก็ต้องใกับภาพที่ฉายขึ้นมามันเป็วีดิโอที่แอบถ่ายเหล่าลูกค้าที่มาเข้าใช้ซึ่งหากดูจากมุมแล้วผมคิดว่ามันก็คงจะต้องถูกตั้งถ่ายไว้ ณ.ที่หนึ่งที่ใดในห้องซึ่งผมเดาว่าน่าจะเป็บนโต๊ะหรือตู้อะไรซักอย่าง แต่ผมก็ยังไม่รู้ว่ามันใช้กล้องชนิดใดในการแอบถ่าย
แล้วในขณะที่วีดิโอของการร่วมรักของลูกค้าคู่นึงที่เข้ามาใช้บริการกำลังฉายบนหน้าจอคอมอย่างดุเดือดผมก็เหลือบไปเห็นกล่องทิชชู่ที่วางอยู่ใกล้ๆเข้า และพอผมลองชะโงกมองเข้าไปในนั้นก็ไม่พบเห็นกระดาษทิชชู่ข้างในเหลืออยู่เลยซักแผ่น
‘หึ.....ไอ้หมูตอนเอ๋ยใช้กระดาษจนหมดเลยหรอวะ’ ผมคิดอยู่ในใจในขณะที่ก้มมองกล่องทิชชู่ที่ว่างเปล่าโดยที่ข้างๆมีสาย Usb กับแบตสำรองวางอยู่แล้วทันใดนั้นผมก็ฉุกคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จึงหยิบกล่องนั้นขึ้นมาดู
และพอผมลองพลิกลองเปิดมันออกดูข้างในก็เป็จริงอย่างที่สารวัตรแผนกสืบสวนอย่างผมคิดไว้ไม่มีผิด มันเป็กล้องแอบถ่ายที่แฝงตัวเป็กล่องกระดาษทิชชู่นั่นเอง
และในขณะที่ผมกำลังภูมิใจในความฉลาดของตัวเองและกำลังคิดจะโทรตามลูกน้องที่ไม่ได้เื่ของผมให้ตามมาจัดการกับคดีแอบถ่ายในโรงแรมม่านรูดแห่งนี้อยู่นั่นเองผมก็เหลือบไปเห็นว่าข้างในนั้นยังมี Sd-Card เสียบคาไว้อยู่และด้วยความอยากรู้ผมจึงดึงมันออกจากช่อง แล้วเอามันไปเสียบใส่คอมแล้วเปิดมันดูทันทีแล้วผมก็เห็นไฟล์วิดีโออยู่ในนั้นหนึ่งไฟล์ ผมจึงลองคลิกเข้าไปดู
แต่ก็อาจจะด้วยความที่ว่าในปัจจุบันคนนั้นมาเข้าใช้โรงแรมม่านรูดกันน้อยลงจึงทำให้่แรกของไฟล์นั้นปรากฏเป็ภาพของห้องเปล่าๆผมจึงลองกดเร่งความเร็วไปเรื่อยๆจนในที่สุดผมก็ได้เห็นคนเดินเข้ามาในวิถีกล้องแล้วผมก็ต้องใ…………..