ภารกิจเดินแก้บนของคนตัวเล็ก
พาร์ทของไอแลนด์
“ไอ้แลนด์ ! มึงรอกูหน่อยดิวะ”
เสียงเพื่อนสนิทของผมร้องตามหลังหลังมาพร้อมกับอาการตาปรืออ้าปากกว้างแล้วหาวเสียงดังอย่างไม่สนใจสิ่งแวดล้อมรอบข้าง แสดงถึงอาการของคนพักผ่อนไม่เพียงพอเป็อย่างมากแสดงว่าเมื่อคืนมันคงออกไปท่องราตรีอีกตามเคย
“อากาศตอนเช้าริมหาดแบบนี้ดีต่อสุภาพนะมึง”
ผมพูดโดยไม่ยอมหันไปมองเพราะกลัวเพื่อนจะจับพิรุธได้แต่ไอ้หัวฟูก็คงไม่มีทางรู้หรอกว่าการที่ออกมาเดินั้แ่ฟ้ายังไม่สางแบบนี้ไม่ใช่เพื่อออกกำลังกายอย่างที่มันเข้าใจแต่เป็การเดินแก้บนที่นักศึกษาอย่างผมสามารถสอบอยู่ในอันดับทอปทรีของคลาสได้สำเร็จอีกครั้งจริง ๆ ก็ได้ลำดับที่สองรองจากเพื่อนสนิทเพียงคนเดียวเท่านั้นเอง
ไอ้แลนด์น้ำตาแทบไหลพรากเมื่อได้เห็นคะแนนที่ติดประกาศไว้บอร์ดหลังห้องมันช่างคุ้มค่ากับความพยายามอย่างไม่หยุดหย่อนจริง ๆไหนจะอดตาหลับขับตานอนนั่งหลังขดหลังแข็งอ่านหนังสือข้ามวันไหนจะนั่งติวไปหลับไปที่ห้องสมุดแม้จะมั่นใจในความรู้ความสามารถของตัวเองซักก็ตามแค่ไหนแต่ที่พึ่งทางใจก็จำเป็สำหรับผมไม่แพ้กัน วิทยาศาสตร์ต้องควบคู่กับไสยศาสตร์
ไม่มีนักปราชญ์คนไหนกล่าวเอาไว้หรอกครับกูเองนี่แหละ!
“มึงก็พูดได้สิเล่นนอนั้แ่หัวค่ำกูเพิ่งได้นอนไม่กี่ชั่วโมงเอง”
เพื่อนสนิทเดินงัวเงียไปบ่นไปแล้วใครใช้ให้มึงกินเหล้าจนดึกดื่นกันล่ะ แต่ถึงจะบ่นยังไงผมก็ยังแบกสังขารลุกขึ้นมาเปิดประตูบ้านให้มันอยู่ดีจำได้ว่าราว ๆ ตีสองมั้ง
“เพื่อนปื๊ดครับไม่รักเพื่อนแลนด์แล้วหรอ ? ”
ร่างเล็กหยุดเดินแล้วหันหน้าไปสบตามันลืมตาโตแทบเบรกไม่ทันจนหน้าเกือบชนกันอยู่รอมร่อผมจ้องมองด้วยใบหน้ายิ้มอย่างน่าหมั่นไส้แต่อีกฝ่ายกลับหน้าแดงไม่รู้ว่าเมาหรือว่าอายแต่คิดว่าอาจจะอย่างหลังมากกว่า
แม้ว่าผมจะเป็ผู้ชายแต่ใบหน้าเสือกละม้ายคล้ายผู้หญิงซึ่งไม่ใช่สิ่งที่น่าภาคภูมิใจสักเท่าไหร่แถมพัฒนาการทางด้านความสูงเหมือนมันจะหยุดการเจริญเติบโตั้แ่ตอนมัธยมจนทำให้ส่วนสูงเกือบจะต่ำเกณฑ์มาตรฐานความสูงของชายไทยไหนจะน้ำหนักที่พยายามยัดทุกอย่างเข้าไปแล้วแต่ตัวเลขบนหน้าปัดเครื่องชั่งน้ำหนักมันก็ไม่ยอมกระดิกขึ้นมาสักทีไอ้สามข้อนี้มันเลยทำให้ใครหลายคนเข้าใจผิดว่าผู้ชายทั้งแท่งแบบผมเป็ผู้หญิงตัวสูงซะงั้นแรก ๆ ก็คิดว่าไม่เป็ไรเพราะมีเพียงไม่กี่คนที่คิดแบบนั้นแต่พักหลังนี่ชักจะมีหลายคนนี่สิพวกมึงจะตอกย้ำอะไรกันนักกันหนารู้งี้แดกนมั้แ่จำความได้ก็ดีไปกินตอนนี้มันคงไม่ขยายออกแนวตั้งแล้วมันจะขยายออกทางแนวนอนซะมากกว่า
“เออก็ห่วงไงถึงมาด้วย” ปื๊ดพูดพร้อมกับหลบตาแกล้งมองไปทางทะเล แสดงว่ามันเขินจริง ๆแฮะ
“งั้นเราเดินไปด้วยกันนะ...ไอ้เพื่อนรัก” ผมกางแขนโอบไหล่มันรีบปรับสีหน้าให้เป็ปกติก่อนจะเดินไปพร้อมกัน
“มึงนี่นะกับสาวๆทั้งตื๊อทั้งหน้าด้านสารพัดกับกูเนี่ยทำเป็อาย กูก็ผู้ชายมีทุกอย่างเหมือนมึงไหม?”
ผมหยิบไอติมมาเลียอย่างสบายอารมณ์ของโปรดรสชอคโกแลตอันนี้เอาอะไรมาแลกก็ไม่ยอม
“วิ่งน่ะกูไม่อะไรหรอกแต่แดกไอติมแต่เช้านี่ยังไงวะ ?”
การแหกขี้ตามาสูดอากาศตอนเช้านี่มันก็เื่ปกติของคนรักสุขภาพแล้วกินไอติมไปเดินไปนี่มันแปลกด้วยเหรอ แต่การคะยั้นคะยอให้มันกินเป็เพื่อนยอมรับว่าไม่รู้จะอธิบายหรือชักชวนยังไงแต่จะบอกว่ามันดีต่อใจของผมมากและไอ้หัวฟูจำเป็ต้องทำตามโดยไร้ทางขัดขืนแต่ต่อให้เรียกว่าเพี้ยนหรือบ้าเชื่อเถอะเมื่อเพื่อนรักร้องขอซะอย่างยังไงก็ต้องยอมเพี้ยนไปด้วยกัน
“แป๊บนะช่วยถือไอติมให้หน่อย”
“อะไรของมึงอีกล่ะเนี่ย?”
“เถอะน่าอย่าแอบเลียนะเว๊ย !”
ผมจ้องมันตาเขม็งก่อนจะก้มลงถอดรองเท้าแตะขึ้นมาถือเอาไว้แต่ก็ต้องจ้องมันตาแทบถลนเมื่อรู้ว่าเพื่อนแอบเลียไอติมที่หวงแหน
“แอบกินทำไมของมึงก็มี”
“กูแค่อยากรู้ว่าของมึงมันอร่อยมากกว่าของกูรึไงถึงได้ตั้งใจแดกเอาเป็เอาตายแบบนั้นมันก็รสชาติไม่ได้ต่างกันนี่หว่า”
“เอาคืนมาเลยนะ”มือเล็กรีบคว้าของโปรดกลับมาก่อนที่จะโดนแดกไปจนหมด
“ของแค่นี้ก็หวงโดว่ เออ กูถามอะไรมึงอย่างดิว่าจะถามตั้งนานแล้วลืมตลอด”
“อะไรเหรอ?”
“กูเห็นมึงชอบถอดรองเท้าเดินหาดตลอดเลยเพราะอะไรวะ ?”
“เอ่อมึงจะหาว่ากูบ้าก็ได้นะ” ผมจ้องมองรองเท้าหูหนีบขาวหูฟ้าคู่โปรดในมือ
“ไม่มีอะไรบ้าไปกว่าการแหกขี้ตามาแดกไอติมแต่เช้าแล้ว”
“เื่ของกูน่า”
“จะบอกได้ยัง?”
“มึงนี่สมาธิสั้นป่ะเนี่ยโอเค ๆ บอกก็ได้ คืองี้นะกูรู้สึกว่าเวลาที่ตีนทั้งสองข้างแตะพื้นดินอ่ะมันทำให้รู้สึกดีไม่ใช่แค่ทรายตามหาดนะบางทีพื้นดินหรือพื้นหญ้าที่สนามกูก็รู้สึกแบบนั้นยิ่งตอนเวลาเหนื่อยๆ หรือท้อแท้นะมันทำให้ดีขึ้นมากเลยล่ะ”
“อย่างคุณไอแลนด์มีเื่ท้อแท้ด้วยเหรอครับ?”
ปื๊ดยื่นหน้าทะเล้นมาใกล้ก่อนจะค่อยๆ หดคอกลับไปที่เดิมเมื่อเจอกับแววตาจริงจังของผม
“คนเรามันก็ต้องมีเื่ไม่สบายใจหรือท้อบ้างแหละอยู่ที่ว่าเราจะจัดการกับมันยังไงและแสดงออกมาแบบไหน จริงไหม ?”
“ดึงดราม่าไปอี๊กเอ้า กูแบ่งให้เลียทีนึงจะได้อารมณ์ดี”
มันยื่นไอติมที่เริ่มจะละลายมาต่อหน้ามีเหรอที่ผมจะยอมเสียเปรียบระดับไอ้แลนด์ไม่เลียครับงับมันซะครึ่งโคนเลย สมน้ำหน้าอยากแย่งกินดีนัก
ขอแนะนำตัวคร่าวๆ นะครับ ผมชื่อไอแลนด์ อายุ 19 ปีบริบูรณ์เป็นักศึกษาพยาบาลศาตร์ชั้นปีที่3 ของมหาลัยแห่งหนึ่งในภาคตะวันออกคุณพ่อชื่อสุทธิคุณแม่ชื่อลักษณ์มีพี่สาวคนโตชื่อวารินทร์หรือเจ๊สายธารและมีพี่ชายคนรองชื่อคีรินทร์หรือพี่ขุนเขา อย่าเพิ่งแปลกใจที่ด่วนมาแนะนำวงศาคณาญาติกันนะเพราะทุกอย่างมันเกี่ยวกับชื่อผมตั้งใจฟังกันดี ๆ ล่ะ
แปลกใจใช่ไหมล่ะทำไมไอ้แลนด์ถึงได้ชื่อแตกต่างจากพี่ๆที่เป็ชื่อไทยความหมายดีแถมพ้องกันทั้งชื่อจริงชื่อเล่นในขณะที่ชื่อไอ้คนน้องสุดท้องมันฝรั่งจ๋าแถมหน้าตาผงผิวก็ไม่เหมือนใครอย่างกะลูกเก็บมาเลี้ยงคุณพ่อคุณแม่ถึงกับเปิดประเด็นถกเถียงกันยกใหญ่เื่ชื่อของลูกชายคนเล็กั้แ่มันยังไม่ลืมตาดูโลกด้วยซ้ำ
วารินทร์แปลว่าน้ำก็เลยมีชื่อเล่นว่าสายธารส่วนคีรินทร์แปลว่าูเาก็เลยเรียกว่าพี่ขุนเขากลายเป็ปัญหาให้ขบคิดกันว่าไอ้คนสุดท้องที่เกิดมาผิวขาวโอโม่เกินหน้าเกินตาพี่ ๆเขาเนี่ยควรจะชื่ออะไรดี คีย์เวิร์ดมีอยู่ว่าจะต้องยิ่งใหญ่เกรียงไกรสะท้านหูทุกผู้ทุกนามที่ได้สดับรับฟังและมีความหมายพ้องต้องกันทั้งชื่อจริงชื่อเล่นพอๆกับพี่ทั้งสองคนซึ่งผมคิดว่ามันไม่จำเป็ต้องเว่อวังหรือเข้ากันขนาดนั้นหรอก
แต่เชื่อไหมว่าคุณพ่อคุณแม่กลับไม่ได้คิดแบบนั้นจะยอมได้ไงล่ะก็คุณนายลักษณ์เป็ถึงคุณครูภาษาไทยระดับเชี่ยวชาญจะมาพ่ายแพ้กับเื่แบบนี้ได้ไงจริงไหมถ้าเป็ผมตอนนั้นคงตั้งชื่อลูกว่าเด็กชายชายหาด เม็ดทราย ก้อนกรวด แผ่นดินแต่จนแล้วจนเล่าบุพการีทั้งสองก็หาชื่อที่เหมาะสมกับไอ้ลูกคนเล็กไม่ได้จนจะเลยกำหนดเวลาในการแจ้งเกิดกับฝ่ายทะเบียนราษฏร์ของที่ว่าการอำเภอคุณสุทธิเลยแอบย่องไปแจ้งเกิดอย่างเงียบเชียบคนเดียวพร้อมกับยื่นเอกสารให้ภรรยาหลังดำเนินการเป็ที่เรียบร้อยคิดว่าแม่จะอาละวาดบ้านแตกที่ทำอะไรไม่ปรึกษากันใช่ไหมล่ะครับเปล่าเลยคุณครูภาษาไทยกลับดีอกดีใจกับชื่อที่คุณสามีตั้งให้ลูกชายคนเล็ก
เพราะอะไรน่ะเหรอ ก็เพราะว่าผมมีชื่อเล่นว่าไอแลนด์อันมีส่วนประกอบของน้ำกับดิน (ูเา)และมีชื่อจริงว่า เด็กชายสุทธิลักษณ์ ซึ่งมาจากชื่อจริงของคนที่รักที่สุดถึงสองคนเป็ไงล่ะเก๋ใช่มั๊ยล้าาาาา ต้องยกความดีความชอบให้คุณครูสุทธิเขาล่ะ
เราเดินไปเรื่อยๆคุยไปกินไปรู้ตัวอีกทีก็น่าจะครบระยะตามที่ได้บนบานศาลกล่าวต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์เอาไว้มันก็ไม่ได้เหนื่อยอย่างที่คิดสักเท่าไหร่
<เ้าพระคู๊ณ ขอให้สิ่งดี ๆ เข้ามาในชีวิตลูกช้างในสามวันเจ็ดวันทีเถอะถ้าได้ดังที่ขอลูกช้างจะเดินแก้บนเป็ระยะทางหนึ่งกิโลเมตรถ้วน>
พอนึกถึงการเอื้อนเอ่ยเมื่อวันก่อนณ ริมหาดแห่งนี้ก็อดขำตัวเองที่บนบานไปด้วยข้อความกำกวมไม่ได้ระบุชัดเจนว่า้าให้สอบติดทอปทรีแล้วแม่งก็จิตตกถึงขั้นกินไม่ได้นอนไม่หลับเพราะกลัวว่าสิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านจะไม่เข้าใจไอ้ครั้นจะตีรถมาขอใหม่อีกรอบก็กลัวท่านจะคิดว่าผมเป็คนละโมบไม่รู้จักพอจนอาจทำให้ไม่ติดทอปทรีเผลอๆ สอบตกไปเลยก็ได้ ยอมรับว่าเครียดเื่นี้มากกว่าเื่สอบเลยด้วยซ้ำ เป็เอามากจริงๆ โอ๊ย !ไอ้แลนด์ มึงจะให้ท่านตีความคำพูดเองไม่ได้
สิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้จบเอกภาษาไทยมาเหมือนแม่มึงนะโว๊ย!