ระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น

    เล่มที่ 2 บทที่ 49 ปลุกสายเลือด ทำพันธสัญญากับเทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์!

            เซี่ยวซิงอวี่มีท่าทีเด็ดเดี่ยวลั่วซานเหนียงจึงไม่กล้าพูดอะไรมาก ทำได้เพียงหันไปมองฉินเยียนหรานที่อยู่ข้างๆ

            ฉินเยียนหรานถามย้ำอีกครั้งว่า“น้องซิงอวี่ นายแน่ใจนะว่าจะซื้อสัตว์อสูรสายพันธุ์ภูตตัวนี้จริงๆ?”

            เซี่ยวซิงอวี่พยักหน้าซ้ำๆ

            ฉินเยียนหรานโน้มตัวกระซิบข้างหูเซี่ยวซิงอวี่

            “นายบอกพี่ตามตรงนะนายไม่ได้คิดจะเอาภูตตัวนี้ไปเลี้ยงเป็นสาวใช้หรือสัตว์เลี้ยงใช่ไหม?”

            “พี่เยียนหราน พี่คิดมากไปแล้วผมไม่ได้มีรสนิยมแบบนั้น ผมแค่อยากจะทำพันธสัญญาโลหิตกับเธอให้เธอเป็นสัตว์อสูรของผม”

            ฉินเยียนหรานเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะหยิบบัตรธนาคารยื่นให้ลั่วซานเหนียง

            “ซานเหนียง สัตว์อสูรสายพันธุ์ภูตตัวนี้พวกเราซื้อค่ะ”

            “คุณฉิน นี่...”

            “ไม่ต้องถามมากหรอกค่ะในเมื่อน้องชายฉันยืนกรานที่จะซื้อ ฉันผู้เป็นพี่ ก็ต้องทำตามใจเขาค่ะ”

            ลั่วซานเหนียงนำเครื่องรูดบัตร POSมาให้

            “คุณฉิน สัตว์อสูรสายพันธุ์ภูตตัวนี้ปีกข้างหลังหักไปข้างหนึ่ง แถมยังป่วยกระเสาะกระแสะอีกด้วย”

            “ราคาเดิม 3 หมื่นหยวนแต่เห็นแก่ที่เป็นลูกค้าประจำ ฉันคิดแค่ 1 หมื่นก็พอแล้วค่ะ”

            3 หมื่นหยวนไม่ใช่ราคาของสัตว์อสูรสายพันธุ์ภูตแต่เป็นราคาของร่างกายที่เย้ายวนและใบหน้าอันงดงามของเธอ

            หากภูตสาวไม่มีรูปร่างหน้าตาที่สมบูรณ์แบบเช่นนี้แม้จะขายแค่ร้อยหยวนก็คงไม่มีใครเต็มใจควักเงินซื้อให้เสียเปล่า

            หลังจากรูดบัตรชำระเงินเรียบร้อยแล้วชายที่ถูกเรียกว่าเป้าจื่อก็เปิดกรงเหล็กออก

            “คุณชายเซี่ยว เชิญตรวจสอบได้เลยครับ”

            เซี่ยวซิงอวี่เดินไปที่ข้างกรงเหล็กแล้วค่อยๆ ย่อตัวลง จนห่างจากภูตผมทองแค่เอื้อม

            ภูตผมทองใบหน้าซีดเผือดดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความหวาดกลัวและไม่สบายใจร่างกายอันบอบบางที่ผอมโซหดเกร็งเป็นก้อน

            เซี่ยวซิงอวี่เปิดเนตรปีศาจ

            [สถานะสัตว์อสูร] : อ่อนแอมาก

            [การวิเคราะห์บาดแผล]  : ปีกหัก แขนซ้ายหลุดจากข้อ หัวไหล่ขวามีบาดแผลเปิดยาว 10 เซ็นติเมตร

            [วิธีการรักษาทั่วไป] : หญ้าเงินทองน้ำยาบำรุงธาตุน้ำ ยาเม็ดบำรุงกระดูกและเลือด...

            [วิธีการรักษาพิเศษ] :กระตุ้นสายเลือดที่ซ่อนเร้น

            เซี่ยวซิงอวี่พึมพำกับตัวเอง

            “นั่นหมายความว่าเพียงแค่กระตุ้นสายเลือดที่ซ่อนเร้นของภูตน้อยตัวนี้ก็สามารถรักษาอาการบาดเจ็บทั้งหมดได้”

            เซี่ยวซิงอวี่ใช้จิตสั่งการเปิดร้านค้าในระบบ

            ตอนนี้ยอดคงเหลือในบัญชีของเซี่ยวซิงอวี่อยู่ที่2050แต้ม

            เดิมทีเซี่ยวซิงอวี่ตั้งใจจะเก็บเงินก้อนนี้ไว้รอให้มีจำนวนมากขึ้น

            แต่แผนการก็ต้องเปลี่ยนไปเซี่ยวซิงอวี่จำเป็นต้องใช้ [ผลึกปลุกสายเลือด] หนึ่งชิ้นซึ่งสามารถกระตุ้นสายเลือดที่ซ่อนเร้นได้

            “ผลึกปลุกสายเลือดหนึ่งเม็ด ราคา 1800แต้ม”

            “ลดราคาไม่ได้เหรอ?”

            “เฮ้อ! เพื่อภูตน้อยตัวนี้ต้องเจ็บตัวครั้งใหญ่แล้ว!”

            เซี่ยวซิงอวี่ไม่ลังเลเลย ตัดสินใจซื้อทันที

            “ติ๊ง~”

            “ใช้ 1800 แต้มซื้อผลึกปลุกสายเลือดสำเร็จแล้ว”

            “ยอดคงเหลือในบัญชี : 250 แต้ม”

            เซี่ยวซิงอวี่ปิดร้านค้าในระบบสายตากลับมาจับจ้องที่ภูตผมทองอีกครั้ง

            ภูตผมทองก้มหน้าลง ไม่กล้าสบตาเซี่ยวซิงอวี่ร่างกายบอบบางสั่นเทิ้มด้วยความกลัว

            เซี่ยวซิงอวี่ยกมือขึ้นสัมผัสศีรษะของภูตผมทองเบาๆ

            “ไม่ต้องกลัว ฉันไม่ทำร้ายเธอหรอก”

            “น้องซิงอวี่ นายพูดอะไรน่ะพี่ฟังไม่เข้าใจเลย”

            เซี่ยวซิงอวี่ใช้ภาษาเฉพาะของเผ่าพันธุ์ภูต

            ภูตผมทองเงยหน้าขึ้นในที่สุดดวงตาที่มองเซี่ยวซิงอวี่เต็มไปด้วยความประหลาดใจและความสับสน

            “ตอนนี้ฉันคือเจ้านายของเธอเธอวางใจได้เลย ให้ฉันช่วยปลดโซ่ตรวนให้เธอ”

            ทั้งลำคอและเท้าของภูตผมทองถูกพันธนาการด้วยโซ่ตรวนอันหนักอึ้ง

            เพราะเซี่ยวซิงอวี่ใช้ภาษาของเผ่าพันธุ์ภูตทำให้ภูตผมทองลดการระแวงลง ความตื่นตระหนกบนใบหน้าก็ลดลงไปหลายส่วน

            ลั่วซานเหนียงตาเป็นประกายชมเชยว่า“หนุ่มหล่อ นายเก่งจริงๆ นะ รู้ภาษาเผ่าพันธุ์ภูตด้วย!”

            เนตรปีศาจมอบความเข้าใจระดับสูงสุดและความสามารถในการเรียนรู้ที่ยอดเยี่ยมให้กับเซี่ยวซิงอวี่

            ภาษาของทุกเผ่าพันธุ์บนโลกเซี่ยวซิงอวี่สามารถเรียนรู้ได้อย่างง่ายดาย

            “เฮยเฟิง!”

            เซี่ยวซิงอวี่เปิดตราผนึกอสูรอัญเชิญหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกออกมา

            กึกๆ~

            กึกๆ~

            เขี้ยวหมาป่าอันแหลมคมกัดโซ่ตรวนที่พันรอบตัวภูตผมทองขาดในทันที

            เซี่ยวซิงอวี่อุ้มภูตผมทองที่บาดเจ็บในท่าเจ้าสาว

            ภูตผมทองสัมผัสได้ว่าชายหนุ่มผู้นี้ไม่มีเจตนาที่จะทำร้ายเธอเลย

            “น้องซิงอวี่ ภูตผมทองตัวนี้พึมพำอะไรน่ะ?”

            “เธอขอบคุณผมครับ ขอบคุณที่ผมช่วยเธอไว้”

            ภูตผมทองไม่ใช่คนโง่เธอรู้ว่าเซี่ยวซิงอวี่คือผู้มีพระคุณของเธอ

            หากไม่มีเซี่ยวซิงอวี่เธอจะต้องถูกขายให้กับบุคคลสำคัญที่มีอำนาจ

            จากนั้นก็จะกลายเป็นของเล่นและทาสของคนเหล่านั้นต้องทนทุกข์ทรมานทั้งร่างกายและจิตใจ

            ในคืนที่ฝนตกหนักผ่านไปเขาหยินหนานถูกปกคลุมไปด้วยหมอกหนา ราวกับดินแดนแห่งเทพนิยาย

            บนก้อนเมฆเผยให้เห็นดวงดาวไม่กี่ดวงแสงดาวที่ริบหรี่ส่องสว่างบนยอดเขาที่เงียบเหงา

            ข้างบ่อน้ำแห่งหนึ่ง

            เซี่ยวซิงอวี่ฉีกเสื้อผ้านำผ้าไปจุ่มในน้ำใสสะอาด แล้วนำมาเช็ดสิ่งสกปรกและคราบเลือดออกจากตัวภูตผมทอง

            เมื่อมือของเซี่ยวซิงอวี่เผลอไปสัมผัสบาดแผลของภูตผมทองก็จะได้ยินเสียงร้องครวญครางเบาๆ

            “ทำเจ็บใช่ไหม ขอโทษนะ~”

            ภูตผมทองส่ายหน้า แสดงว่าไม่เป็นไร

            ในยามดึกดื่นบนเขาหยินหนานไม่มีผู้คนอยู่เลย มีเพียงสัตว์อสูรระดับเริ่มต้นที่ยังเคลื่อนไหวอยู่บ้าง

            โชคดีที่มีหมาป่าเงามรณะเพลิงนรกอยู่ด้วยสัตว์อสูรเหล่านี้จึงไม่กล้าเข้าใกล้เลย

            สาเหตุที่เซี่ยวซิงอวี่พาภูตผมทองมาบนเขาก็เพื่อความสงบเงียบ และสะดวกในการกระตุ้นสายเลือดที่ซ่อนเร้นของภูตผมทอง

            เปิดคลังระบบ แล้วนำผลึกปลุกสายเลือดออกมา

            ก่อนที่จะกระตุ้นสายเลือดที่ซ่อนเร้นของภูตผมทองมีขั้นตอนสำคัญอีกอย่าง นั่นคือการทำพันธสัญญาโลหิต

            ภายใต้แสงจันทร์ใบหน้าด้านข้างของภูตผมทองงดงามราวกับภาพวาด งามจนไม่น่าเป็นจริง

            เซี่ยวซิงอวี่ถามอย่างจริงจังว่า“เธอเต็มใจที่จะทำพันธสัญญาโลหิตกับฉัน และมาเป็นสัตว์อสูรของฉันไหม?”

            ภูตผมทองพยักหน้าทันที ในใจของเธอเซี่ยวซิงอวี่คือเจ้านายของเธอ และก็คือผู้มีพระคุณของเธอด้วย

            เซี่ยวซิงอวี่ยิ้มอย่างพึงพอใจกัดปลายนิ้วแล้วนำเลือดหนึ่งหยดป้ายลงบนหน้าผากของภูตผมทอง

            ดาวห้าแฉกสีแดงค่อยๆ ก่อตัวขึ้นซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการทำพันธสัญญาโลหิตสำเร็จ

            หากจะพูดให้ถูกภูตผมทองตัวนี้คือสัตว์อสูรตัวที่สามของเซี่ยวซิงอวี่

            แต่เนื่องจากสถานะพิเศษของจิ้งจอกเก้าหางไต้ลู่ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยต่อสาธารณะได้

            ดังนั้นจากสายตาคนภายนอกภูตผมทองตัวนี้จึงเป็นสัตว์อสูรตัวที่สองของเซี่ยวซิงอวี่

            หลังจากทำพันธสัญญาโลหิตแล้วความสัมพันธ์ระหว่างภูตผมทองกับเซี่ยวซิงอวี่ก็สนิทสนมกันมากยิ่งขึ้น

            เซี่ยวซิงอวี่นำผลึกปลุกสายเลือดออกมาแล้วยื่นไปที่ริมฝีปากของภูตผมทอง

            “กินมันซะ”

            ภูตผมทองอ้าปากเล็กๆกลืนผลึกปลุกสายเลือดลงไป เกือบจะสำลัก

            ครู่ต่อมา ร่างกายของภูตผมทองก็ร้อนผ่าวใบหน้าบิดเบี้ยว เหงื่อเย็นไหลซึมออกมาจากหน้าผาก

            นี่คือความเจ็บปวดที่ต้องเผชิญในการกระตุ้นสายเลือดที่ซ่อนเร้น

            การเผชิญความเจ็บปวดหมายถึงการต้อนรับการเปลี่ยนแปลง

            ในป่าลึกที่เงียบสงบแสงศักดิ์สิทธิ์สายหนึ่งพุ่งทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า แหวกก้อนเมฆเชื่อมต่อกับดวงดาว!

            หลังจากเวลาผ่านไประยะหนึ่งแสงศักดิ์สิทธิ์ก็ค่อยๆ จางหายไป

            ในเวลานี้เบื้องหน้าของเซี่ยวซิงอวี่มีหญิงสาวสวยสวมชุดเกราะสีเงินลอยอยู่กลางอากาศ

            หญิงสาวมีผมสีทองยาวสลวยหน้าผากมีที่คาดสีทอง และด้านหลังมีปีกแสงอันเจิดจ้าสองข้าง

            มือซ้ายและขวาของเธอถือดาบแสงยาวหนึ่งเมตรตามลำดับ

            ริมฝีปากของเซี่ยวซิงอวี่โค้งขึ้นอย่างบ้าคลั่งดวงตาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้น

            “สายเลือดที่ซ่อนเร้น กระตุ้นแล้ว!”

            เนตรปีศาจเปิดใช้งานแผงข้อมูลใหม่ปรากฏขึ้นต่อหน้าต่อตา

            [ชื่อ] : เทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์

            [ระดับ] : เริ่มต้น (ขั้นหนึ่ง)

            [สายเลือด] : สายเลือดเทวทูต(คุณภาพเทพเจ้า)

            [พรสวรรค์] : ผู้พิทักษ์แสงศักดิ์สิทธิ์(สามารถขจัดผลกระทบเชิงลบจากศัตรูและมอบเกราะป้องกันแสงศักดิ์สิทธิ์ให้กับเพื่อนร่วมทีม)

            [คุณสมบัติ] : เทวทูต บินได้แสงศักดิ์สิทธิ์

            [ความภักดี] : 100

            [ทักษะ] :

            ดาบแสงสังหารไขว้ :เหวี่ยงดาบสองเล่มพร้อมกัน ฟันเป็นรูปกากบาทสร้างความเสียหายคริติคอลสามเท่าแก่ศัตรูและเพิ่มจำนวนชั้นของเกราะป้องกันแสงศักดิ์สิทธิ์ของตนเองและเพื่อนร่วมทีม

            กระบวนดาบแสงร่ายรำ : ขยับปีกแสงสองข้างปล่อยกระบวนท่าดาบศักดิ์สิทธิ์รูปขนนก จำนวน 188 เล่มสร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

            [เส้นทางการวิวัฒนาการ] :เทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์ → เทวทูตศักดิ์สิทธิ์สี่ปีก→มหาเทวทูตหกปีก → เทวนารีศักดิ์สิทธิ์ (แปดปีก)→ราชินีทูตศักดิ์สิทธิ์ (สิบปีก) → เทวทูตเพลิงสิบสองปีก

            [นิสัยและความชอบ] : ดูดซับแสงจันทร์อยู่ข้างผู้ควบคุมสัตว์อสูร

            ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์ที่ลอยอยู่กลางอากาศในตอนนี้ก็คือภูตผมทองที่บาดเจ็บสาหัสเมื่อครู่นี้

            หลังจากกระตุ้นสายเลือดที่ซ่อนเร้นแล้วภูตผมทองก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง ไม่เพียงแต่บาดแผลจะหายเป็นปลิดทิ้งแต่ยังกลายเป็นสัตว์อสูรสายพันธุ์เทวทูตที่ไม่ค่อยพบเห็นในโลกอีกด้วย

            ต้องรู้ว่าสายเลือดเทวทูตนั้นเป็นสายเลือดคุณภาพระดับเทพเจ้าเทียบเท่ากับสายเลือดของจิ้งจอกเก้าหางเลยทีเดียว

            หลังจากเซี่ยวซิงอวี่ตรวจสอบแผงข้อมูลแล้วเขาก็มีความคิดเพิ่มเติมเกี่ยวกับอนาคต

            “เมื่อฉันกลายเป็นผู้ควบคุมสัตว์อสูรระดับเก้าดาวเธอคงจะวิวัฒนาการเป็นเทวทูตเพลิงสิบสองปีกแล้วสินะ”

            “จริงสิ ควรตั้งชื่อให้เธอได้แล้ว”

            เซี่ยวซิงอวี่กุมคางครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาเป็นประกาย

            “ก่อนที่จะกระตุ้นสายเลือดที่ซ่อนเร้นเธอคือภูตน้อยธาตุน้ำ”

            “ถ้าอย่างนั้นก็เรียกเธอว่าเฟรยา!”

            ในตำนานเทพเจ้ากรีกเฟรยาก็หมายถึงภูตน้อยธาตุน้ำ

            “เฟรยา!”

            เซี่ยวซิงอวี่เรียกอีกครั้ง

            เทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์ขยับปีกแสง ค่อยๆร่อนลงมายืนอยู่เบื้องหน้าเซี่ยวซิงอวี่

            เมื่อเทียบกับภูตผมทองตัวเดิมรูปโฉมและรูปร่างของเธอนั้นสมบูรณ์แบบยิ่งกว่าราวกับงานศิลปะที่พระเจ้าสร้างสรรค์อย่างตั้งใจ ไม่มีข้อบกพร่องแม้แต่น้อย

            เยือกเย็น บริสุทธิ์ เคร่งขรึม สูงส่ง...

            นี่คือคุณสมบัติและบุคลิกเฉพาะตัวของสัตว์อสูรสายพันธุ์เทวทูต

            แม้สัตว์อสูรสายพันธุ์เทวทูตจะสูงส่งเพียงใดแต่เทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์ก็ไม่แสดงท่าทีหยิ่งยโสต่อหน้าเซี่ยวซิงอวี่เลยแม้แต่น้อย

            เธอคุกเข่าลงข้างหนึ่งเก็บดาบแสงทั้งสองเล่ม มือซ้ายกำหมัดวางบนหน้าอก

            นี่คือมารยาทสูงสุดของเผ่าพันธุ์เทวทูต

            “เฟรยาจากนี้ไปเราจะต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กันแล้วนะ”

            เซี่ยวซิงอวี่ยกมือขึ้นบีบแก้มของเทพธิดาแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์

            เทพธิดาแห่งแสงศักดิ์สิทธิ์ไม่ได้แสดงท่าทีรังเกียจปล่อยให้เซี่ยวซิงอวี่บีบแก้มลูบหัวได้อย่างสบายๆแม้ท่าทางจะดูสง่างามและเคร่งขรึมแต่แววตากลับเต็มไปด้วยความอ่อนโยนอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

            หลังจากกระตุ้นสายเลือดที่ซ่อนเร้นแล้วเทวทูตนั้นสูงส่งต่อหน้าผู้คนแต่เธอก็ยังคงจดจำเสมอว่าตัวเองคือภูตน้อยธาตุน้ำที่เซี่ยวซิงอวี่ช่วยชีวิตไว้

            บางครั้งความผูกพันทางอารมณ์ระหว่างสัตว์อสูรกับผู้ควบคุมสัตว์อสูรนั้นมีค่ามากกว่าพันธสัญญาโลหิตอันเย็นชา

            โฮกกก~

            หมาป่าเงามรณะเพลิงนรกเงยหน้าคำรามก้องไปทั่วปิวและพลังปีศาจก็ปะทุขึ้นในป่า

            บนร่างของเทพธิดาแสงศักดิ์สิทธิ์มีแสงศักดิ์สิทธิ์บริสุทธิ์เปล่งประกายออกมา

            ข้างกายเซี่ยวซิงอวี่ ซ้ายคือเทวทูตขวาคือปีศาจ!

            ในขณะนี้เซี่ยวซิงอวี่ยังไม่รู้ตัวเลยว่าวงล้อแห่งโชคชะตาได้เริ่มหมุนไปอย่างเงียบๆ แล้ว

            บัลลังก์ของจอมมารกำลังกวักมือเรียกเขาอยู่

             

    คล้ายกับเรื่องระบบผู้ควบคุมสัตว์อสูร : มีเพียงข้าเท่านั้นที่มองเห็นเส้นทางวิวัฒนาการที่ถูกซ่อนเร้น ที่คุณอ่าน