โลแกน คริส คือชื่อของชายหนุ่มรูปงาม วัยสามสิบปี เป็ทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลโลแกน ตระกูลมหาเศรษฐี เ้าของโรงแรมขนามใหญ่ มีหลายสาขาทั้งในและต่างประเทศ ในอีกด้านมีธุรกิจสีเทาคือปล่อยเงินกู้นอกระบบ และที่สำคัญคือเขาเป็เ้าหนี้รายใหญ่ของพ่ออันนา
อันนายกมือสั่นๆ ขึ้นมาลูบใบหน้าขณะที่หัวใจเต้นแรง เธอกลืนนํ้าลายลงคอพยายามตั้งสติด้วยการสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พยายามคิดทบทวนเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน เวลานี้ร่างกายเธอไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว เธอได้เสียความบริสุทธิ์ให้แก่ชายเมื่อคืนไปแล้ว
อันนาก้มลงเก็บเสื้อผ้าที่เกลื่อนอยู่บนพื้นข้างเตียง ขึ้นมาสวมใส่ หลังจากแต่งตัวเสร็จเธอก็รีบออกจากห้อง โดยไม่สนใจคนที่หลับอยู่บนเตียงแม้แต่นิดเดียว เมื่อกลับมาถึงห้อง เธอก็รีบอาบนํ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าด้วยความรวดเร็ว เมื่อคิดว่าวันนี้คงไปทำงานไม่ไหวแน่ๆ จึงโทรไปลางานหนึ่งวันพอลางานเรียบร้อยแล้วก็หยิบยาลดไข้ขึ้นมากินก่อนจะทิ้งตัวลงนอนแล้วหลับไป
อันนาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า หลังจากล้างหน้าล้างตาเสร็จก็ออกจากห้องมาทำอาหารเช้าในครัว เช้านี้ต้องทำเพิ่มสองที่เพราะเมื่อวานหลังจาก เธอออกจากบ้านไปเพื่อไปหาพ่อ ก็แอบเห็นว่า จันทราเมียใหม่ของพ่อกับลูกติดกลับมาจากการไปเที่ยว แทนที่จะเอาเงินมาช่วยใช้หนี้ แต่กลับทำเป็ไม่สนใจ ปล่อยให้เธอรับภาระอยู่คนเดียว
"อย่าคิดมากเลยค่ะ พวกเขาจะทำอะไรก็ทำไป แต่อย่าก่อหนี้เพิ่มก็พอแล้วค่ะ" ป้าพร แม่บ้านคนสนิทของคุณแม่ ั้แ่ที่คุณแม่ยังมีชีวิตอยู่ ได้แต่พูดปลอบใจคุณหนูของตน
"คุณหนูไม่น่าจะต้องมาแบกภาระคนเดียวเลยค่ะ"
อันนาถอนหายใจอย่างปลงๆ เข้าใจความรู้สึกของป้าพร รับรู้ว่าป้าพรเป็ห่วง และเจ็บแค้นแทนเธอที่ต้องมารับผิดชอบหนี้ที่เธอไม่ได้เป็คนก่อ แต่จะทำอย่างไรได้ล่ะ ในเมื่อคนที่ไปยืมมาคือพ่อของเธอเอง
อาหารมื้อเช้าตั้งโต๊ะในเวลาเจ็นนาฬิกา แม่เลี้ยงกับไลลายังไม่มีใครออกมาจากห้องนอน สองแม่ลูกที่นอนตื่นสายจนติดเป็นิสัย ที่โต๊ะอาหารจึงมีเพียงเธอกับพ่อ ไม่มีบทสนทนาอะไรบนโต๊ะ ทำให้เธอรู้สึกอึดอัด แต่ผู้เป็พ่อกลับทำเหมือนกับว่าเมื่อวานไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็เธอเองที่ทนไม่ไหว เริ่มพูดคุยเกี่ยวกับเื่ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน เธอให้อภัยพ่อที่ทำแบบนั้น และได้ทำการตกลงจะช่วยใช้หนี้ แต่มีข้อแม้ว่าอย่าสร้างหนี้เพิ่มอีก ผู้เป็พ่อเมื่อได้ยินลูกสาวพูดแบบนั้นก็ตอบตกลงไปในทันที แต่หารู้ไม่ว่ายังมีหนี้ก้อนใหญ่อีกที่ผู้เป็พ่อยังไม่ได้บอกเธอ
อันนามาถึงบริษัท แกรนด์ โฮป เป็สถานที่ทำงาน ที่แรกของเธอั้แ่เรียนจบมา เมื่อมาถึงโต๊ะทำงาน เก็บกระเป๋าไว้ในลิ้นชักก็เริ่มทำงานทันที
ติ้ด…ติ้ด…ติ้น…
เสียงโทรสัพท์ที่วางอยู่บนโต๊ะดังขึ้น เธอหยิบขึ้นมาดูหน้าจอ เมื่อเห็ว่าเป็เพื่อนสนิทก็ยิ้มออกมาก่อนจะกดรับสาย
"ว่าไงจ๊ะ คุณต้นหอม” เสียงใสทักทายเพื่อน
"แกรู้ยัง ว่าภัทรกลับมาจากต่างประเทศแล้ว"
ชื่อที่เพื่อนเอ่ยถึงทำให้รอยยิ้มของอันนาค่อยๆจางลง เธอตกอยู่ในอาการชะงักค้าง ภัทรคือแฟนคนแรกและคนเดียวของเธอ นับั้แ่ที่ภัทรบอกว่าจะต้องไปเรียนที่ต่างประเทศ จนถึงตอนนี้ก็เป็เวลาเกือบสิบปีแล้วที่ขาดการติดต่อกับเขา
"ทำไมเงียบไปล่ะ เป็อะไรหรือเปล่า"
"เปล่า ไม่ได้เป็อะไร แล้วแกรู้ได้ไงว่าภัทรกลับมาจากต่างประเทศ"
"ภัทรมาซื้อกาแฟที่ร้านฉัน พอรู้ว่าฉันเป็เ้าของร้าน ก็ถามหาแกใหญ่เลย แต่ฉันไม่ได้บอกอะไรไปหรอกนะ"
"….."
"ทำไมเงียบไปอีกแล้วล่ะ แกยังรักภัทรหรอ"
"เื่ของฉันกับภัทรมันผ่านไปนานแล้ว เราจบกันแล้ว"
"ได้ยินแก่พูดแบบนี่ค่อยโล่งอกไปหน่อย งั้นแค่นี้ก่อนนะแล้วค่อยคุยกันใหม่”
"จ๊ะ…" พอเพื่อนวางสายไป เธอก็อดที่จะคิดถึงเื่ของเขาไม่ได้เลย พยายามสลัดความคิดแล้วเริ่มทำงานต่อ
จนถึงเวลาเลิกงาน เธอก็เตรียมตัวกลับบ้าน แต่ก่อนที่จะถึงที่รถก็ได้เห็นว่ามีใครบางคนกำลังยืนอยู่ข้างๆรถเธอ
"ภัทร…”
อันนาเรียกชื่อชายหนุ่มเบาๆ พร้อมกับทำหน้าอึ้งไม่คิดว่าคนที่เธออยากจะเจอมาตลอดได้มายืนอยู่ตรงหน้าเธอ แต่พอได้เห็นหน้าเขาจริงๆกลับมีความรู้สึกไม่อยากจะคุยด้วยเลยสักนิด
“ภัทรขอคุยกับอันหน่อยได้ไหม"
"ฉันไม่สะดวกคุยตอนนี้ค่ะ” เธอพูดด้วยความห่างเหินแล้วทำท่าจะขึ้นรถ แต่ก็ไม่ทันภัทรที่คว้ามือของเธอไว้ทัน
“ภัทรขอเถอะนะ เราไปหาที่นั่งคุยกันได้ไหม”
“ก็ได้ค่ะ แต่ให้เวลาแค่สิบนาทีนะคะ
“แค่นั้นก็มากพอแล้วสำหรับภัทร”
เขาเลือกพาอันนามานั่งในร้านกาแฟไกล้ๆกับที่ทำงานของอันนา เมื่อเข้ามานั่งในร้านเสร็จ ภัทรก็จ้องมองใบหน้าของเธออย่างคิดถึง อันนาเห็นเขาจ้องหน้าเธอนานเกินไป จึงเป็ฝ่ายพูดขึ้นก่อน เพื่อทำลายความเงียบ
“คุณมีเื่อะไรจะคุยกับฉันคะ”
“อัน…ตอนนี้ภัทรเป็อิสระแล้วนะ ภัทรอยากกลับมาดูแลอันเหมือนเมื่อก่อน ให้โอกาศภัทรได้ไหม"
“…"
“นะอัน…เรากลับมาเป็เหมือนเดิม ภัทรสัญญาว่าจะไม่ทิ้งอันไปไหนอีก" คำพูดของภัทรทำให้อันนาเงียบไปอีกครั้ง พูดอะไรไม่ออก ทำไมเขาถึงได้เห็นแก่ตัวแบบนี้
ภัทรเมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าเงียบไป ก็ไม่กล้าที่จะพูดอะไรต่อ เมื่อเวลาสิบนาทีหมดลง อันนาจึงขอตัวกลับก่อน ภัทรได้แต่มองเธอเดินห่างออกไป ได้แต่ปลอบใจตัวเองว่า ถึงเธอจะยังไม่ให้คำตอบ แต่เธอก็ไม่ได้ปฎิเสธเช่นกัน