ตอนที่ 16: รถม้าเอียงซ้าย กับความหนักใจของคุณหนูมู่
รุ่งอรุณที่สดใสสาดส่องลงมายังเส้นทางสายเก่าที่คดเคี้ยวไปตามไหล่เขา ทิ้ง เงา ของแนวป่าที่ดูสลับซับซ้อนไว้เื้ั ขบวนรถม้าของตระกูลมู่กำลังมุ่งหน้าเข้าสู่เขตอิทธิพลของหุบเขาสิบหมื่นดาราอย่างเงียบเชียบ ทว่าสิ่งที่ดูไม่เงียบคือเสียง 'เอี๊ยด...อาว...' ของเพลาล้อรถม้าที่สั่นระริกราวกับจะพังแหล่มิพังแหล่
มู่รุ่ยเสวี่ยนั่งขมวดคิ้วอยู่ฝั่งตรงข้ามของจ้าวหาน นางมองดูรถม้าหรูหราของนางที่เอียงวูบไปทางฝั่งที่ชายหนุ่มนั่งอยู่อย่างเห็นได้ชัด จนแจกันหยกบนโต๊ะแทบจะไหลตกลงมา
"คุณชายจ้าว... ข้าไม่ได้ตั้งใจจะเสียมารยาทนะคะ" นางเอ่ยพลางพยายามทรงตัว "แต่ท่าน... รู้สึกว่าร่างกายตัวเอง 'หนัก' ขึ้นบ้างหรือไม่?"
จ้าวหานที่กำลังนั่งแทะน่องไก่อสูรน้ำค้างอยู่ชะงักไปเล็กน้อย เขาปาดน้ำมันที่มุมปากพลางขยับตัวเบาๆ แต่เพียงแค่เขาขยับ กายาเหล็กไหลที่อัดแน่นไปด้วยมวลสารระดับอะตอมก็ส่งแรงกดมหาศาลลงสู่พื้นรถม้าจนไม้กระดานส่งเสียงดัง 'เปรี๊ยะ!'
"เอ่อ... ก็อาจจะนิดหน่อยนะแม่นางมู่ พอดี่นี้ข้า 'อิ่ม' ไปหน่อย มวลสารมันเลยหนาแน่นน่ะ" จ้าวหานตอบหน้าตาย
[ นิดหน่อยบ้านเ้านายสิครับ! ] เสียงของศูนย์ (Zero) แขวะขึ้นมาทันทีในหัว [ ตอนนี้ความหนาแน่นของคุณมันน้องๆ ก้อนตะกั่วแล้วนะ รถม้าคันนี้รับน้ำหนักคุณได้มาถึงตรงนี้ก็ถือเป็ปาฏิหาริย์ของวิศวกรรมไม้แล้ว ถ้าคุณจามแรงๆ อีกที ผมเกรงว่าล้อรถม้าจะะเิเป็ฝุ่นผงแน่ๆ ]
'เงียบไปเลยศูนย์ ข้าพยายามทำตัวให้ดูพริ้วไหวอยู่นะ' จ้าวหานเถียงกลับในใจ
"ข้าต้องขออภัยจริงๆ ค่ะคุณชาย" มู่รุ่ยเสวี่ยกล่าวพลางเรียกคนขับรถม้าให้หยุด "ข้าว่าเราคงต้องเปลี่ยนไปใช้รถม้าเสริมเหล็กกล้าที่เตรียมไว้สำหรับขนส่งแร่ปราณแทนแล้วล่ะค่ะ ข้าเกรงว่าถ้าเดินทางต่อด้วยคันนี้ ท่านอาจจะได้เดินเท้าเข้าหุบเขาแทน"
จ้าวหานเกาหัวด้วยความขัดเขิน เขาไม่คิดเลยว่าการเป็ "กายาเหล็กไหล" จะทำให้เขามีปัญหากับระบบขนส่งสาธารณะขนาดนี้
ระหว่างที่กำลังย้ายข้าวของ มู่รุ่ยเสวี่ยก็หยิบผ้าเช็ดหน้าสีขาวสะอาดตาออกมา นางขยับเข้าไปใกล้จ้าวหานเพื่อจะเช็ดคราบน้ำมันที่เปรอะอยู่บนใบหน้าของเขาให้เหมือนนางเอกในนิยายรักทั่วไป
"มานี่ค่ะคุณชาย เลอะเทอะหมดแล้ว..." นางยิ้มหวาน แววตาซึ้งกินใจ
บรรยากาศเริ่มจะเข้าสู่โหมดโรแมนติก ท่ามกลาง เงา ของต้นไม้ใหญ่ที่ให้ความร่มรื่น สายลมพัดผ่านเบาๆ จ้าวหานมองสบนตานาง หัวใจเต้นแรงขึ้นเล็กน้อย
แต่ทว่า...
[ ตรวจพบสสารแปลกปลอมใกล้ใบหน้า! ] ศูนย์เตือนลั่น [ เ้านาย! อย่าให้ผ้าผืนนั้นโดนแก้มนะ! ตอนนี้อุณหภูมิิัคุณยังสูงอยู่จากกระบวนการระบายความร้อนของเตาปฏิกรณ์ ถ้าผ้าไหมนั่นััผิวคุณ มันจะเกิดปฏิกิริยา 'ละลายตัว' ในทันที! คุณอยากให้นางเอกของคุณใจนช็อกที่เห็นผ้าเช็ดหน้ากลายเป็เถ้าถ่านต่อหน้าต่อตาไหมล่ะ? ]
จ้าวหานชะงักกึก เขารีบเบี่ยงหน้าหลบและคว้าข้อมือของมู่รุ่ยเสวี่ยไว้ทันทีด้วยความเร็วแสง
"อย่า! แม่นางมู่... คือ... ข้าเช็ดเองได้!"
มู่รุ่ยเสวี่ยหน้าเสียไปเล็กน้อย "ข้า... ข้าขอโทษค่ะ ข้าแค่หวังดี..."
"ไม่ใช่แบบนั้น!" จ้าวหานรีบแก้ตัวพลางเหงื่อตก (ซึ่งเหงื่อที่ไหลออกมาก็ร้อนจนส่งไอจางๆ) "ผิวของข้า... มันค่อนข้าง 'ร้อนแรง' น่ะ่นี้ ถ้าท่านโดนเข้าอาจจะาเ็ได้"
มู่รุ่ยเสวี่ยหน้าแดงระเรื่อ นางเข้าใจไปคนละทิศคนละทางทันที "เขากลัวข้าาเ็... เขาช่างใส่ใจข้าจริงๆ"
[ แหวะ! ] ศูนย์ส่งเสียงอาเจียนในระบบประสาท [ ความร้อนแรงของคุณมันคือรังสีอินฟราเรดครับเ้านาย ไม่ใช่ความรัก! เลิกมโนแล้วรีบกินยาคูลท์... เอ้ย โอสถปรับสมดุลมวลสารนั่นซะ ก่อนที่คุณจะเผลอเผารถม้าคันใหม่ทิ้ง ]
จ้าวหานพ่นลมหายใจร้อนๆ ออกมา เขาเดินนำขึ้นไปนั่งบนรถม้าเสริมเหล็กที่ใช้ขนแร่ ซึ่งคราวนี้มันดูแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักมวลสารระดับนิวเคลียร์ของเขาได้ มู่รุ่ยเสวี่ยเดินตามขึ้นมานั่งข้างๆ อย่างเอียงอาย
ในระหว่างทาง จ้าวหานพยายามจะชวนคุยเพื่อแก้เขิน "แม่นางมู่ ท่านบอกว่าหุบเขาสิบหมื่นดารามีสมุนไพรเยอะใช่ไหม? มีอันไหนที่รสชาติดีๆ บ้างไหม แบบที่ไม่ขมเหมือนยาแก้ปวดหัวน่ะ"
มู่รุ่ยเสวี่ยหัวเราะเบาๆ "คุณชายจ้าว ท่านนี่แปลกจริงๆ คนอื่นถามหาแต่สรรพคุณที่ช่วยทะลวงระดับ แต่ท่านถามหารสชาติ... ข้าจำได้ว่ามี 'ผลดาราร่วง' ที่รสชาติหวานฉ่ำเหมือนน้ำผึ้งนะคะ แต่มันมักจะเติบโตในเขตของสัตว์อสูรระดับสูง"
"หวานเหมือนน้ำผึ้งรึ?" จ้าวหานตาโต "ศูนย์ จดไว้เลยนะ เป้าหมายต่อไปของเราคือผลไม้รสหวาน!"
[ เ้านาย... เราเป็อาวุธมหาประลัยนะ ไม่ใช่เครื่องคั้นน้ำผลไม้เคลื่อนที่ ] ศูนย์ประชด [ แต่เอาเถอะ ถ้ามันมีมวลสารน้ำตาลเข้มข้น ผมจะช่วยสแกนให้ก็ได้ ถือว่าเป็รางวัลที่เมื่อเช้าคุณยิงปืนได้สวยงาม (แม้จะทำเมืองพังไปครึ่งแถบก็เถอะ) ]
ตลอดการเดินทาง จ้าวหานสลับระหว่างการกินอาหารที่มู่รุ่ยเสวี่ยประเคนมาให้ กับการเถียงกับศูนย์ในหัวอย่างสนุกสนาน บางครั้งเขาก็เผลอหัวเราะออกมาคนเดียวจนมู่รุ่ยเสวี่ยต้องมองด้วยสายตาเป็ห่วงว่าเขาสมองกระทบกระเทือนจากการสู้รบหรือไม่
"มองอะไรหรือแม่นางมู่?" จ้าวหานถามเมื่อเห็นนางจ้องเขาไม่วางตา
"เปล่าค่ะ... ข้าแค่คิดว่า..." นางก้มหน้าลงซ่อนรอยยิ้ม "ตอนที่ท่านไม่ได้ถืออาวุธประหลาดนั่น ท่านดูเหมือน... เด็กหนุ่มที่น่าเอ็นดูคนหนึ่งเลยค่ะ"
จ้าวหานหน้าค้างไปสามวินาที กายาเหล็กไหลของเขาเกือบจะพังทลายเพราะความเขิน
[ ความดันโลหิตพุ่งสูง! เตาปฏิกรณ์ทำงานผิดจังหวะ! ] ศูนย์แผดเสียงหัวเราะเยาะเย้ย [ ระวังนะเ้านาย ถ้าเขินกว่านี้ บาเรีย Blue Ripple จะะเิออกมาโดยอัตโนมัติคุมตัวคุณนางเอกไว้นะครับ! ฮ่าๆๆๆ! ]
'เงียบไปเลยไอ้ปืนผี!'
ท่ามกลาง เงา ของป่าลึกที่ขบวนรถม้าเคลื่อนผ่านไปอย่างช้าๆ ความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่ก็เริ่มถักทอไปพร้อมกับความฮาหน้าตายของจ้าวหานที่พยายามจะเป็ผู้ฝึกกายาที่ดูดี แต่กลับโดนระบบและกระเพาะอาหารของตัวเองคอยกลั่นแกล้งอยู่เสมอ