ตอนที่ 30เต้นรอบกองไฟ
เพียรคลี่ยิ้มสดใสเมื่อเห็นผู้คนเต้นรำอย่างมีความสุขเขาหันไปกระซิบกับทองทับว่า “นี่ตาเฒ่ามีเื่สนุก ๆ ให้ทำสนใจไหม?”
เมื่อพูดนำมาเสียขนาดนี้มีหรือเขาจะพลาดทองทับตอบตกลงในทันที
“เดี๋ยวตอนผมออกไปเต้นรำลุงก็เดินตามผมไปหน่อยก็แล้วกัน…” เพียรเอ่ยปากบอกแผนการของตนให้ฟังอย่างคร่าว ๆ
“เออได้ ๆพูดนิดเดียวข้าก็รู้เื่แล้วน่า!” ทองทับบ่นใส่นิดหน่อยในคณะแพทย์เขาจ้องมองไปยังสาวคนหนึ่ง ซึ่งเขาเล็งมานานแล้วั้แ่เมื่อแรกพบแน่นอนว่านั่นไม่ใช่เพลงขวัญ…
พอเพลงขวัญกับปิ่นแก้วลุกขึ้นไปล้อมวงเต้นรำเพียรก็ลุกขึ้นด้วยทันทีเขาเต้นรำร่วมกันกับชนเผ่าอาข่า แต่ก็ค่อย ๆแอบขยับเข้าใกล้เพลงขวัญ
เพียรไม่ใช่แค่คนเดียวที่เข้าประชิดเพลงขวัญยังมีผู้กองหนุ่มหล่ออย่าง ‘เ้าขุน’ ที่เข้าไปตีเนียนด้วยคน
แน่นอนว่าเพลงขวัญเองก็ไม่ใส่ใจแต่อย่างใดเธอตั้งหน้าตั้งตาเต้นรำให้ความร่วมมือกับคนในชนเผ่าอย่างเต็มที่
ทางด้านเพียรที่เดินมาด้านข้างก็เอ่ยปากชวนคุยนิดๆ หน่อย ๆ จุดประสงค์หลักของเขาก็คือเชือกรัดข้อมือพวกนั้นที่เห็นได้ชัดว่ามีคนเล่นตุกติกดังนั้นเขาจึงจะย้อนของคืนเสียหน่อย!
เพียรฉวยโอกาสจับที่ข้อมือของเพลงขวัญจากนั้นเขาก็รีบปล่อยมือ เพราะว่าเ้าหล่อนหันมาถลึงตาใส่แล้ว เขาได้แต่ยิ้มแห้ง ๆจากนั้นสายตาของเขาก็มองไปที่เ้าขุนซึ่งกำลังเลิกคิ้วใส่แววตาจ้องมองมาที่ตนอย่างไม่สบอารมณ์
ชายหนุ่มแสร้งทำเป็ยิ้มแห้งๆ ก่อนที่จะถอนตัวออกไปอย่างแเี แต่ว่ามันก็ไม่อาจจะหลุดรอดสายตาของผู้กองเ้าขุนไปได้เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายทำท่าทางขี้ขลาดถอยออกไปอย่างรู้งาน เขาก็ยิ้มเย้ยหยัน
ทางด้านทองทับก็เข้าไปเต้นอยู่ข้างคุณหมอปิ่นแก้วเขาเริ่มแนะนำตัวเองก่อนจะชวนอีกฝ่ายพูดคุยด้วยมาดของ ‘เสือเฒ่า’ผู้เปี่ยมล้นไปด้วยประสบการณ์
“คุณปิ่นครับ…ถ้าไม่ว่าอะไรผมขอเบอร์โทรศัพท์ติดต่อคุณจะได้ไหมครับ?”น้ำเสียงหวาน ๆ ฟังดูนุ่มนวลที่ทองทับพูดขึ้น ทำเอาสาวสวยเมื่อได้ยินแล้วก็รู้สึกเอียงอาย
นั่นคงจะเป็เพราะบุคลิกท่าทางมาดที่ดูสุขุมพึ่งพาได้ของเ้าตัวมันสามารถมัดใจสาวสวยได้อย่างเต็ม ๆ เปา อีกทั้ง ‘กลิ่นตัว’ที่หอมชวนกอดของชายหนุ่ม เ้าหล่อนก็ไม่รู้ว่าเขาฉีดน้ำหอมยี่ห้ออะไรถึงทำให้รู้สึกผ่อนคลายได้มากขนาดนี้
เพียงแค่การเต้นรำและพูดคุยกันในเพลงเดียวทั้งสองคนก็เกิดความรู้สึกชอบพอกันแล้วซึ่งปิ่นแก้วเองก็ยังไว้ตัวอยู่ไม่ได้ใจง่ายเธอเพียงแค่ให้เบอร์โทรศัพท์กับอีกฝ่ายไป…
บุญกองเองที่นั่งอยู่ด้านนอกเขาได้เห็นเหตุการณ์ทั้งหมด จึงอดไม่ได้ที่จะจุปากชมเชยลูกพี่ของตนยามเมื่อทองทับกลับมานั่งที่ บุญกองก็ไปพูดประจบเอาใจ “นี่ลูกพี่จ้ะมีของดีอะไรเอามาแบ่งผมบ้างสิ?” เขาทำท่าทางบุ้ยปากไปทางหมอปิ่นแก้ว
“เฮ้อ…ไอ้ไก่อ่อนเอ๊ย!เื่แบบนี้มันจะต้อง ‘ใช้ของดี’ อะไรด้วยเหรอวะ?” ทองทับมองหน้าไอ้หนูนี่อย่างหน่ายใจ“จะทำให้คนชอบมันก็ต้องใช้ฝีมือตัวเองโว้ย!”
เพียรก็ได้แต่หัวเราะในลีลาและมาดเสือเฒ่าเขาถึงว่าเกิดเป็เสือถึงอย่างไรก็ไม่สิ้นลาย หลังจากนั้นก็ใช้ ‘เชือกไร้รูป’ที่กำอยู่ในมือตบลงบนข้อมือของทองทับไปทีหนึ่ง จนกลายมาเป็เชือกสีรุ้งเส้นหนึ่ง
ทองทับมองไปบนข้อมือพร้อมพูดขึ้นว่า“น่าสนุกดีนี่หว่า” เขาหัวเราะชอบใจ พลางโบกไม้โบกมือ ส่งยิ้มสดใสให้กับปิ่นแก้วเธอเองก็ได้แต่ยิ้มหวานส่งคืน
เพลงขวัญเห็นดังนั้นจึงเอ่ยปากถาม“นี่ไปถูกใจกันตอนไหนเนี่ยพี่?”
ปิ่นแก้วก็ตอบไปว่า“เอ่อ…ก็ตอนที่เต้นรำอยู่น่ะ” เธอยิ้มเอียงอาย จากนั้นเธอก็เอ่ยปากบอกไปว่า“นี่ยัยเพลงแกไปสืบประวัติให้หน่อยสิ…ว่าเขาเป็ใคร?” เธอใช้ศอกกระทุ้งเพื่อนสาวให้ทำหน้าที่แม่สื่อให้
เพราะทางด้านโน้นชายหนุ่มนั่งอยู่กับเพียรดูท่าทางแล้วสนิทสนมกันไม่น้อยจึงไม่ต้องกลัวเลยว่าจะไม่รู้หัวนอนปลายเท้าของอีกฝ่ายขอเพียงแค่เพลงขวัญเอ่ยปากถาม มีหรือที่เพียรจะไม่กล้าบอก?
“อื้อ ๆเดี๋ยวฉันไปถามให้…ว่าแต่พี่นี่ก็เร็วเกินไปนะ!” เธอพูดหยิกแกมหยอก
ปิ่นแก้วคลี่ยิ้มหวานตอบกลับ“ใครมันจะไปช้าเหมือนแกล่ะ…ฮึ!”
หลังจากเต้นรำเสร็จทางด้านเ้าขุนก็คลี่ยิ้มไม่หุบนั่นเป็เพราะว่าบรรดาสาว ๆ ในเผ่าหมู่บ้านต่างก็ชม้อยชม้ายชายตาให้กับตน ซึ่งหลายๆ คนในนั้นต่างก็ยังเป็สาวแรกรุ่น ผิวขาวเนียน อีกทั้งร่างกายก็เย้ายวนยิ่งนักปลุกอารมณ์ความเป็ชายในตัวของเขาขึ้นมา
เ้าขุนคิดว่าส่วนหนึ่งก็เพราะเมื่อนำเอาเขาไปเทียบกับบรรดาคนที่นั่งอยู่ด้านข้างเขาก็แลดูโดดเด่นขึ้นมาทันที อีกทั้งพวกบรรดาหญิงสาวน้อยใหญ่พอรู้ว่าตนมียศเป็ถึงผู้กอง ต่างก็เริ่มให้ความสนอกสนใจในตน
เขาััได้ั้แ่ครั้งแรกที่แนะนำตัวเองนั่นจึงทำเอาชายหนุ่มได้แต่เอามือลูบหัวด้วยความเก้อเขินเมื่อถูกสายตาหลายคู่จับจ้อง หากแต่ภายในใจแล้วกำลังครุ่นคิดอะไรไปเรื่อย…
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับชายหนุ่มอีกหลายๆ คน พวกเขาต่างเริ่มถูกใจสาวสวยในหมู่บ้านนี้แล้ว
คนอื่นจะเป็อย่างไรไม่รู้แต่หากสาวสวยคนไหนที่ส่งยิ้มหวาน ส่งสายตาให้กับบุญกองเขาจะสะบัดหน้าหลบหลีกสายตาเ่าั้ทันทีทำเอาทองทับที่นั่งอยู่ด้านข้างอดรนทนไม่ไหว ด่าเ้าตัวไปทีหนึ่ง
“เอ็งจะลุกลี้ลุกลนทำไมวะ?มันเสียบุคลิกข้าหมดไอ้เด็กเวร” เขาเอามือกดไหล่ชายหนุ่ม“ถ้าไม่ชอบหรือไม่มั่นใจในตัวเอง ก็ก้มหน้าหาอะไรเขี่ยบนพื้นดินสิวะเอ็งจะสะบัดหน้าหนีไปมาทำไมฮะ!”
บุญกองได้ยินดังนั้นก็ได้แต่ก้มหน้าก้มตาลง
ทองทับพูดขึ้น“ข้าถามจริง ๆ นี่เองไม่สนใจ ‘หมี่ดะ’ พวกนั้นจริง ๆ เหรอวะ? สาวสวยทั้งนั้นเลยนะโว้ย!”
“หมี่ดะ…หมายถึงอะไรเหรอจ๊ะลูกพี่?”บุญกองถามอย่างสนอกสนใจ
พอเป็เื่แบบนี้แล้วเพียรก็กลัวว่าผีเฒ่าจะป้อนข้อมูลผิดๆ ให้ จึงเอ่ยปากบอกเล่าเื่ราวไปแทน “หมี่ดะหรือว่ามิดะถ้าหากเอ็งอายุเยอะกว่านี้สักหน่อย ก็อาจจะเคยได้ยินได้ฟังเพลงนี้ซึ่งแต่ก่อนมันดังมาก ร้องโดยจรัล มโนเพ็ชร”
บุญกองพอได้ยินพี่เพียรจะเล่าเื่ก็ดวงตาเปล่งประกาย
“จรัล มโนเพ็ชร?”บุญกองพยายามนึกหน้า
“คนที่ร้องเพลงปี้สาวครับ สวัสดีครับปี้ครับ…” เพียรฮัมเพลงให้ชายหนุ่มข้างกายฟังทันใดนั้นบุญกองก็ถึงบางอ้อในทันที
เพียงแต่เขานึกใบหน้าไม่ออกก็เท่านั้นจึงได้หยิบมือถือขึ้นมากดค้นหาดู ที่นี่สัญญาณอินเตอร์เน็ตไม่ค่อยแรงมากนัก มักจะติดๆ ดับ ๆ กดค้นหาทีหนึ่งก็หมุนเป็นาที