เสี่ยวหลินนอนผึ่งพุงกลมๆ อยู่ข้างๆ บิดาของตน เมื่อกินอิ่มแล้วก็รู้สึกี้เี แต่งานมากมายยังรออยู่ ร่างน้อยจึงกลิ้งตัวไปซุกอยู่กับหน้าขาของบิดาก่อนจะเงยหน้าถาม
"ท่านพ่อจะซื้อที่เมื่อไหร่เ้าคะ เรายังต้องใส่ปุ๋ยและตากดินไว้ด้วยนะเ้าคะ" มือน้อยสะกิดเอวบิดายิกๆ ทำให้เทียนหรงก้มลงมามอง
วันก่อนหลังจากเตรียมดินที่บ้านเสร็จนางก็ให้บิดาเอาเห็ดหลินจือที่เหลือไปขายให้หมด เพราะกลัวว่าถ้ามันแห้งแล้วจะขายลำบาก ร้านยาคงต้องเอาไปฝานตากก่อนนำไปขายต่อ ซึ่งนางไม่มีความรู้ตรงส่วนนี้ กลัวว่าทำไปแล้วมันจะเสียของจึงเอาไปขายดีกว่า ได้เงินมาราวเก้าร้อยตำลึงทอง เพียงพอที่จะซื้อที่และเก็บไว้ใช้ได้ทั้งชีวิตเลยล่ะ
"จริงสิ เสี่ยวหลินอยากได้ที่ดินสักกี่หมู่ดีล่ะ หืม" มือใหญ่ลูบลงบนหัวเล็กๆ อย่างอ่อนโยน
"เอาเยอะๆ เลยเ้าค่ะ"
"อย่างนั้นหรือ เอาล่ะ พ่อจะไปบ้านหัวหน้าหมู่บ้านสักหน่อย จะได้จ้างคนมาช่วยถางหญ้าและเตรียมดินด้วยเลย" เทียนหรงขยับไปที่ปลายแคร่ครู่หนึ่งก็มีเ้าลิงน้อยตัวอวบมาเกาะหมับเข้าที่หลัง
"อาห้าวจะไปด้วยหรือไม่เล่า"
"ไปขอรับ เดี๋ยวข้าขอไปเอาเงินที่บ้านก่อน เดี๋ยวไปเจอกันที่บ้านหัวหน้าหมู่บ้านเลยนะขอรับ"
"ได้ๆ"
เมื่อหลิวห้าวเดินจากไปเทียนหรงก็อุ้มเ้าลิงน้อยเดินเข้าไปในบ้านเพื่อหยิบเงิน ทิ้งเทียนเฉินให้นอนหลับอยู่กับเสี่ยวจงที่หน้าบ้าน
เสี่ยวหลินมองไปรอบๆ หมู่บ้านอย่างสนใจ บ้านของนางกับท่านยายหลิวอยู่รอบนอกจึงไม่ค่อยมีเพื่อนบ้านมากนัก ภายในหมู่บ้านมีบ้านดินหลังน้อยอยู่เกือบสามสิบครัวเรือน แต่ละหลังแบ่งแยกกันด้วยรั้วไม้ไผ่อย่างง่ายๆ
แต่ละบ้านสร้างห่างกันพอสมควรแต่ก็ยังสามารถเดินไปมาหาสู่กันได้สบาย มีต้นไม้อยู่บ้างประปราย บางบ้านก็เลี้ยงไก่บ้านละสองถึงสามตัวเนื่องจากไม่ได้มีฐานะดีอะไร เพียงเลี้ยงไว้กินไข่และใช้เซ่นไหว้ในวันปีใหม่เท่านั้นกระมัง
เดินผ่านหมู่บ้านมาครู่หนึ่งบิดาก็พานางมาหยุดอยู่ที่บ้านหลังหนึ่งซึ่งมีขนาดใหญ่กว่าบ้านหลังอื่นๆ เด็กน้อยชะโงกหน้ามองไปรอบๆ อย่างสนใจ นอกจากจะหลังใหญ่กว่าคนอื่นแล้วยังปลูกดอกไม้ประดับหน้าบ้านอีกด้วย
"ท่านพ่อบ้านใหญ่จัง"
"บ้านหลังนี้อยู่กันหลายคนอย่างไรเล่า"
เสี่ยวหลินพยักหน้าหงึกหงักอย่างเข้าใจ บิดาะโเรียกคนในบ้านรออยู่ไม่นานก็มีสตรีร่างผอมบางหน้าตาจิ้มลิ้มออกมาเปิดประตูให้อย่างอ้อยอิ่ง ไม่ลืมช้อนสายตามองบิดาของนางก่อนจะหลุบลงพร้อมกับรอยยิ้มบาง
เสี่ยวหลินหรี่ตามองสตรีตรงหน้า แต่ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา ทำเพียงจับตามองอยู่เงียบๆ ท่าทางช้อนตามองอักทั้งยังบิดตัวไปมาเบาๆ มือไม้อยู่ไม่สุขนั่นช่างขัดตาจริงๆ เลยเชียว
"อ้าว ลั่วเหมยหรือ ท่านปู่เ้าอยู่บ้านหรือไม่" เทียนหรงเอ่ยทักอย่างเป็กันเอง ไม่ได้รับรู้ถึงสายตาที่ส่งมาเลยแม้แต่น้อย
"อยู่ด้านในเ้าค่ะ ท่านพี่เทียนหรงเชิญเข้ามาด้านในก่อนเถิด" หญิงสาวผายมือเชื้อเชิญชายหนุ่มเข้าไปภายในบ้าน
ในขณะที่เดินนำอยู่นั้นนางก็หันกลับมามองคนด้านหลังอยู่บ่อยครั้ง ใบหน้าจิ้มลิ้มขึ้นสีระเรื่อ เสี่ยวหลินเห็นอย่างนั้นก็หน้าตึง นางขยับหน้าออกมาจากด้านหลังของบิดา แล้วเกยคางไว้บนบ่าแข็งแรงทำหน้าถมึงทึง แต่กระนั้นก็ดูเหมือนว่าสาวเ้าจะไม่ได้ใส่ใจเด็กน้อยอย่างนางเท่าไหร่
"ท่านพี่เทียนหรงนั่งรอตรงนี้ก่อนนะเ้าคะ ข้าจะไปตามท่านปู่มาให้ ยามนี้ท่านปู่กำลังถอนหญ้าอยู่ที่แปลงผักเ้าค่ะ" ลั่วเหมยท่าทางเอียงอาย นางยืนมองชายหนุ่มในดวงใจอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดใจเดินผ่านแปลงผักหลังบ้านไปเพื่อตามปู่ของตน
เสี่ยวหลินถูกวางลงบนแคร่หลังบ้าน นางยืนกอดอกทำหน้ายู่จนปากแทบชิดจมูก เทียนหรงเห็นท่าทางน่าเอ็นดูของบุตรสาวก็หลุดหัวเราะเล็กน้อย
'นางมีสิทธิ์อะไรมาเรียกบิดาของข้าว่าท่านพี่!'
เสี่ยวหลินเหลือกตาจนแทบจะถลน มองตามร่างผอมบางที่เดินห่างออกไปไกลอย่างไม่พอใจ นางทำท่าทางฮึดฮัดจนเทียนหรงต้องเอ่ยถาม
"เสี่ยวหลินของพ่อหงุดหงิดอะไร หืม" มือหนาแปะลงบนหัวเล็กๆ แล้วโยกเบาๆ
เสี่ยวหลินช้อนตามองบิดาแล้วเบะปาก นางมุดหน้าเข้ากับอกบิดาอย่างออดอ้อน นางจะไม่แบ่งบิดาให้สตรีหน้าไหนทั้งนั้นนอกจากท่านแม่!
"เสี่ยวหลินเป็อะไรหรือพี่หรง" หลิวห้าวที่ตามมาทีหลังเอ่ยถามเมื่อเห็นร่างน้อยๆ มุดอยู่กับอกของหนุ่มรุ่นพี่
"อาจจะง่วงนอนเลยหงุดหงิด นี่ก็เลยเวลานอนกลางวันของนางมานานแล้ว"
เสี่ยวหลินเอ่ยเถียงอยู่ในใจ นางหงุดหงิดสตรีนางนั้นต่างหาก! กล้าดีอย่างไรมาส่งสายตาให้บิดาของข้า ฮึ!
ยังไม่ทันที่สองหนุ่มจะสนทนากันต่อ ร่างของชายวัยชราก็เดินเข้ามา ทั้งสามเอ่ยทักทายกันเล็กน้อยก่อนจะมานั่งพูดคุยกันต่อภายในบ้าน
"พวกเ้าอยากซื้อที่ตรงไหนเล่า" ลั่วหานเอ่ยถามขึ้นมา ไม่บ่อยนักที่คนในหมู่บ้านจะมาเจรจาซื้อที่ดิน เพราะลำพังการหาเงินมาจับจ่ายใช้สอยในชีวิตประจำวันก็ใช่ว่าจะพอค่าใช้จ่าย
"ข้าอยากได้ที่ดินติดกับที่ดินเดิมไปจนถึงลำธารรวมถึงด้านข้างด้วยขอรับท่านปู่ลั่ว" เทียนหรงเอ่ยตอบไปโดยมีพรายกระซิบตัวน้อยเอ่ยบอกอยู่บนตัก
"ส่วนข้าก็อยากได้ที่ดินรอบบริเวณบ้านขอรับ สักสิบหมู่ก็พอ" หลิวห้าวเอ่ยขึ้นมาบ้าง
"อืม ที่ดินหมู่บ้านเราไม่ถือว่าแพงมากนักถ้าเทียบกับที่อื่น เพียงหมู่ละสิบตำลึงเงินเท่านั้น มีค่าดำเนินการครั้งละ 50 อีแปะ ส่วนที่ดินที่เ้า้ามีอยู่ถ้าเอาแค่หลังบ้านก็มี 2 หมู่ ส่วนด้านข้างเ้าก็ลองดูว่าอยากได้ถึงตรงไหน" ชายชรากางแผนที่ให้เทียนหรงดู
เสี่ยวหลินลุกขึ้นมาดูแผนที่อย่างสนใจ ชายชราเอ่ยบอกว่าแผนที่ที่ถูกเขียนทับด้วยสีแดงเป็ส่วนที่มีเ้าของแล้ว และด้านข้างบ้านของนางก็ว่างอยู่ทั้งหมด นางกระซิบบอกบิดาว่าเอาด้านละสิบหมู่ไปก่อน ในอนาคตค่อยว่ากันอีกที
ลั่วหานมองดูเด็กตัวน้อยกระซิบกระซาบกับบิดาอย่างเอ็นดู บ้านของเขามีแต่เด็กชาย พอโตรู้ความขึ้นมาหน่อยก็ไม่ออดอ้อนเหมือนตอนเด็กแล้ว เขาเองก็อยากมีหลานสาวตัวน้อยมาคอยออดอ้อนเช่นกัน
"ตกลงข้าเอาที่ดินด้านหลังและด้านข้างสองฝั่ง ฝั่งละสิบหมู่ขอรับ"
"ได้ ของเ้า 22 หมู่ บวกกับค่าดำเนินการ เป็เงินรวมทั้งสิ้น 2 ตำลึงทอง 20 ตำลึงเงิน กับอีก 50 อีแปะ ส่วนของอาห้าว 1 ตำลึงทอง 50 อีแปะ"
ลั่วหานไม่ได้เอ่ยถามว่าคนหนุ่มทั้งสองไปได้เงินมาซื้อที่จากไหนมากมาย ทำเพียงเขียนเอกสารส่งให้ทั้งสองคนตามหน้าที่ เขารู้จักเ้าหนุ่มทั้งสองมาั้แ่เด็กรู้ดีว่าไม่ใช่คนที่จะยุ่งเกี่ยวกับสิ่งผิดกฎหมายแน่นอน
สองหนุ่มจัดการนับเงินส่งให้ชายชราและรอคอยเอกสารอยู่ครู่หนึ่ง ไม่ลืมส่งค่าน้ำชาให้ชายชราอีกหนึ่งร้อยอีแปะ ก่อนที่จะพากันกลับไปยังบ้านหลังน้อยของเสี่ยวหลิน เพื่อรอคอยเอกสารยืนยันจากทางการในอีกสามวัน
ลั่วเหมยมองตามร่างสูงแข็งแรงของเทียนหรงตาละห้อย โดยไม่ได้เหลือบเห็นสายตาลุกเป็ไฟของลิงน้อยที่เกาะอยู่บนหลังบิดาเลยแม้แต่น้อย
เมื่อกลับมาถึงบ้านเสี่ยวหลินก็ถูกจับนอนบนผ้าปูที่นอนกลางวันกลิ่นหอมอ่อนๆ อยู่ที่แคร่หน้าบ้าน ส่วนคนหนุ่มทั้งสามไปรวมตัวกันอยู่หลังบ้านเพื่อชำแหละเ้าหมูตัวอ้วน เสี่ยวจงเองก็มานอนกลางวันที่กระบะฟางของมันเช่นกัน
ผ่านไปหนึ่งชั่วยามเสี่ยวหลินก็ถูกปลุกขึ้นมา นางยืนสลึมลือให้มารดาจับล้างหน้า พอตาสว่างก็รีบวิ่งไปยังหลังบ้าน มองดูสามหนุ่มแล่เนื้อหมูพร้อมกับพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน
"ท่านพ่อ อย่าทิ้งตับหมู ปอด แล้วก็ไส้นะเ้าคะ" ร่างน้อยๆ วิ่งมาหยุดอยู่ห่างจากบิดาไม่ไกลนัก
"มันกินได้หรือลูก" เทียนหรงหันมองร่างน้อยพยักหน้าหงึกหงักจนแก้มกระเพื่อม
"แล้วอย่างอื่นกินไม่ได้หรือเสี่ยวหลินน้อย" เทียนเฉินเอ่ยถามอย่างตื่นเต้น อาหารแปลกๆ ที่หลานสาวทำให้กินทำให้เขาถูกใจเป็อย่างมาก จึงรู้สึกคาดหวังไม่น้อยว่าอาจจะได้กินอาหารจานใหม่ๆ
"กินได้เ้าค่ะ แต่เสี่ยวหลินทำไม่เป็"
"ไม่เป็ไร เอาแค่นี้ก็ได้" เทียนเฉินหยิบตับหมูที่หนักอึ้งใส่ลงในถังไม้รวมถึงปอดและไส้ด้วย เขามองดูอย่างไม่ชอบใจนัก แต่ถ้าหลานตัวน้อยบอกว่ามันกินได้เขาก็เชื่อและรออย่างใจจดใจจ่อ
หลังจากทำการล้างเครื่องในหมูอยู่หลายรอบ เสี่ยวหลินก็สั่งการให้มารดาผัดตับหมูกับต้นหอมป่าที่เก็บได้หลังบ้าน ส่วนปอดหมูนั้นจะต้มกับตะไคร้เพื่อดับกลิ่นคาวกินคู่กับน้ำจิ้มแจ่ว ยังมีไส้หมูหมักน้ำปลาย่างกลิ่นหอมๆ อีกด้วย ที่ขาดไม่ได้คือคอหมูย่าง
เสี่ยวหลินยืนมองไส้ย่างกับคอหมูย่างที่กำลังส่งกลิ่นหอม น้ำมันหมูหยดลงใส่ถ่านสีแดงจนส่งเสียงดัง ฟู่! ไม่หยุด เด็กน้อยกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ ไม่ต่างจากท่านอาหนุ่มน้อยแสนตะกละของนาง
"แล้วเนื้อหมูจะเอาไปทำอะไรดีล่ะลูก หืม มากขนาดนี้เราคงกินกันไม่หมดแน่ๆ" ฮุ่ยหนิงอุ้มบุตรสาวจนตัวลอย นางเอ่ยถามเ้าตัวเล็กที่มักจะมีความคิดแปลกๆ อยู่ตลอด
"หั่นแล้วตากเ้าค่ะ หั่นเส้นประมาณนิ้วมือทั้งความหนาและความยาว เสร็จแล้วก็หมักด้วยเกลือ พริกไทย กระเทียมสับ ตากแดดไว้หนึ่งวันแล้วเก็บลงไหเ้าค่ะท่านแม่" เสี่ยวหลินซุกอกนุ่มๆ ของมารดาอย่างออดอ้อน
"แบบนั้นหมูจะไม่เน่าหรือเสี่ยวหลินน้อย" หลิวห้าวเอ่ยถามขึ้นมา ชายหนุ่มคอยใช้ก้านหญ้าตีมือของเทียนเฉินที่คอยแอบฉกหมูย่างไปกินไม่หยุด
"ไม่เ้าค่ะ หมู่บ้านเราอากาศเย็นตลอดทั้งปี เพราะฉะนั้นอาหารสดจึงเก็บได้ระยะหนึ่ง เนื้อหมักตากหนึ่งวันของเสี่ยวหลินอาจจะเก็บได้ถึงหนึ่งเดือนเลยนะเ้าคะ แต่เสี่ยวหลินคิดว่าคงไม่ถึงหรอกแต่น่าจะหมดก่อนหนึ่งเดือน เพราะอร่อยมาก คิกคิก"
เหล่าผู้ใหญ่ได้ยินดังนั้นก็หัวเราะอย่างเอ็นดู ฮุ่ยหลินกับยายเฒ่าหลิวจึงพากันเข้าครัวไปหั่นเนื้อหมูใส่กะละมังไว้ ส่วนหนึ่งยังให้เทียนเฉินเอาไปฝากหัวหน้าหมู่บ้านกับบ้านเดิมของฮุ่ยหนิงด้วย ซึ่งมีแค่ตาเฒ่าฮุ่ยกับภรรยาอยู่กันเพียงสองคนเท่านั้น
เดิมทีเทียนหรงเคยเอ่ยชวนสองเฒ่ามาอาศัยอยู่ด้วยกัน เพียงแต่ทั้งสองเกรงใจด้วยเทียนหรงยังมีน้องชายอีกหนึ่งคน กลัวว่าตนจะเป็ภาระเสียเปล่าจึงยังอาศัยอยู่ที่บ้านเดิม แต่ลูกเขยที่แสนดีก็มักจะแบ่งอาหารเล็กๆ น้อยๆ ไปให้เป็ประจำ
"ชวนสองเฒ่ามากินข้าวเย็นที่บ้านเราด้วยนะเสี่ยวเฉิน แต่ถ้าหากไม่มาก็ไม่เป็ไร" ฮุ่ยหนิงไม่ลืมเอ่ยบอกน้องสามี
"ขอรับพี่สะใภ้"
เทียนเฉินหันมองตามกลิ่นหมูย่างตาละห้อยก่อนจะรีบสาวเท้าวิ่งออกไปจะได้กลับมากินหมูย่างเร็วๆ
"ท่านอาห้าวหมูย่างสุกหรือยังเ้าคะ" เด็กน้อยเดินเข้าไปยืนอยู่ด้านข้างท่านอาตัวโต ตาของนางจ้องมองอยู่ที่หมูย่างฉ่ำๆ หลิวห้าวหัวเราะน้อยๆ ก่อนจะหยิบหมูชิ้นเล็กใส่ปากเด็กน้อย
เสี่ยวหลินเคี้ยวหยั่บๆ อย่างเอร็ดอร่อย นางนั่งจุมปุ้กเฝ้าดูหมูย่างอยู่นาน จนเทียนเฉินกลับมาพร้อมสองเฒ่าบ้านฮุ่ย อาหารทั้งหมดก็สุกพร้อมกิน
"ท่านตาท่านยาย!" ร่างเล็กๆ วิ่งดุ้กดิ้กเข้าไปหาสองเฒ่าแสนใจดี ั้แ่ล้มป่วยจนมีิญญาสาวขึ้นคานมาสิงสู่นางก็ยังไม่เคยไปเยี่ยมสองตายายเลย แต่ในความทรงจำนั้นสองตายายใจดีมาก
"เสี่ยวหลินน้อยหลานตาตัวกลมขึ้นหรือเปล่าเนี่ย หืม" ฮุ่ยสงชายวัยห้าสิบกว่าปีก้มลงอุ้มเด็กน้อยตัวกลมขึ้นมาหอมอย่างชื่นใจ ด้วยทำงานหนักมาั้แ่เด็กจึงดูแก่กว่าวัย
"ท่านป้าหลิวก็อยู่ด้วยหรือเ้าคะ" จางรั่วเอ่ยทักหญิงชราที่นั่งรออยู่บนแคร่
"มาๆ อารั่ว อาสง ไม่เจอกันนานเลยนะอยู่หมู่บ้านเดียวกันแท้ๆ" นางหลิวกวักมือเรียกทั้งสองคน
"ข้ากับเมียก็อยู่ปลูกผักที่บ้านนั่นแหละขอรับ ไม่ค่อยได้ออกไปไหน" ฮุ่ยสงอุ้มหลานสาวมาวางบนแคร่ มองดูอาหารแปลกตาหลายจานที่ส่งกลิ่นหอมจนทำให้ท้องร้อง
"แล้วนี่ไปยังไงมายังไงถึงล่าหมูป่าได้ล่ะ หือ" จางรั่วหันไปถามลูกเขย
"พอดีข้ากับน้องๆ เข้าไปหาของป่ากันน่ะขอรับ ่นี้หาปลาไม่ค่อยได้จึงหยุดออกเรือ"
"ดีแล้วล่ะ ลมทะเลคาดเดาไม่ได้ หยุดพักบ้างก็ดี"
"แต่เสี่ยวหลินอยากกินปลาหมึกอีกเ้าค่ะท่านพ่อ" มือน้อยๆ เกาะชายเสื้อบิดา กระพริบตาปริบๆ
"ข้าด้วยขอรับพี่ใหญ่"
"เ้าเป็เด็กรึ ร้องหาแต่ของกิน" เทียนหรงเคาะหัวน้องชายไม่แรงนัก
"เอาล่ะ ทานข้าวกันก่อนนะเ้าคะ ค่อยคุยกัน" ฮุ่ยหนิงเอ่ยขึ้นยิ้มๆ นางตักข้าวใส่ชามส่งให้ทุกคนแบบไม่อั้น
เสี่ยวหลินกินหมูย่างอย่างเอร็ดอร่อย นี่เป็ครั้งแรกที่นางได้กินเนื้อ ั้แ่มาอยู่ที่นี่นางกินแต่ปลาจนแทบจะหายใจในน้ำได้อยู่แล้วเชียว
ทุกคนชอบตับผัดต้นหอมป่ามาก โดยเฉพาะคนแก่ทั้งสามที่ฟันเริ่มไม่ดีแล้ว ส่วนคนหนุ่มก็คีบไส้ย่างไม่หยุด เพราะความกรุบกรอบของไส้จิ้มกับน้ำจิ้มแจ่ว น่าจะแกล้มเหล้าได้ดี
สองย่าหลานบ้านหลิวจากไปแล้ว พร้อมกับบอกว่าพรุ่งนี้จะมาช่วยหั่นหมูและเข้าไปขุดมันเทศในป่าด้วย เหลือเพียงสองเฒ่าบ้านฮุ่ยที่ยังรั้งรออยู่
เทียนเหรงออกมาพร้อมกับถุงเงินหนึ่งใบ ในนั้นบรรจุเงินอยู่สิบตำลึงทอง เขาส่งให้กับพ่อภรรยาแต่ฮุ่ยสงไม่ได้รับไป
"นี่คืออะไร"
"ก่อนหน้านี้ข้าเข้าป่าไปขุดมันเทศแล้วเจอเห็ดหลินจือเข้าขอรับ มันเป็สมุนไพรหายากและราคาแพง เงินนี่ท่านพ่อเก็บไว้เถิดหน้าหนาวนี้จะได้ไม่ลำบาก"
"นี่พวกเ้าเห็นข้าสองผัวเมียดูแลกันไม่ได้รึ"
"ท่านพ่อเ้าคะ เอาอย่างนี้ดีหรือไม่ หากท่านไม่อยากรับเงิน เร็วๆ นี้พวกเราจะสร้างบ้านใหม่ ท่านพ่อกับท่านแม่ย้ายมาอยู่กับพวกเรานะเ้าคะ" ฮุ่ยหนิงจับมือบิดามารดา นางรู้ว่าสองเฒ่าดื้อดึงไม่ยอมรับความช่วยเหลือ เพราะเมื่อก่อนบ้านนางก็ไม่พอมีพอกินเหมือนกัน
"นั่น.. จะได้อย่างไร อาเฉินยังต้องแต่งเมีย แล้ว.."
"ท่านลุงฮุ่ย ข้ากับพี่ใหญ่ก็ไม่มีผู้ใหญ่ในบ้าน บางเื่พวกเราก็ไม่อาจตัดสินใจกันได้ มันจะไม่ดีกว่าหรือถ้าหากจะรับพวกท่านมาอยู่ด้วย หากข้าแต่งเมียก็เพียงสร้างเรือนเล็กๆ อยู่กับเมียก็ได้นี่ขอรับ" เทียนเฉินช่วยพูดอีกแรง
"ท่านพี่.." จางรั่วพยักหน้าให้สามี นางเองก็อยากมาอยู่เลี้ยงหลานในยามแก่เฒ่าเช่นกัน
"เอาเถอะ แล้วแต่พวกเ้า แต่ไม่ต้องทำบ้านหลังใหญ่นักล่ะ มิใช่ขายสมุนไพรได้เงินมามากแล้วจะใช้ฟุ่มเฟือยอย่างไรก็ได้"ฮุ่ยสงถอนหายใจออกมา เขาแอบดีใจที่ลูกหลานไม่ลืมคนแก่ แต่อีกใจหนึ่งก็ไม่อยากรบกวน จึงรั้งอยู่นานไม่ยอมย้ายมาเสียที
"ข้ากะว่าจะสร้างห้าห้องขอรับ เผื่อเสี่ยวหลินมีน้อง ส่วนอาเฉินเอาไว้แต่งเมียเมื่อไหร่ข้าจะสร้างเรือนแยกให้อีกหลัง"
ก่อนกลับสองหนุ่มยังขนข้าวสารหนึ่งกระสอบกับมันเทศสองกระสอบใส่ลงบนรถเข็นแล้วพาไปส่งยังบ้านฮุ่ย สองเฒ่าเห็นอย่างนั้นก็ถอนหายใจทั้งรอยยิ้ม
เมื่อสองหนุ่มกลับไปนางจางรั่วก็ไปเปิดเจอถุงเงินใบเดิมในกระสอบข้าวสาร ในนั้นมีตำลึงทองอยู่สิบก้อน ทำเอาสองเฒ่าแทบหัวใจวาย รีบปิดประตูบ้านให้แ่าเพราะกลัวจะมีใครเห็นเข้า
##########################################