แอ๊ด...
เสียงประตูเปิดออกอย่างแ่เบา ผิดวิสัยของหลี่หยางที่มักจะกระแทกประตูเข้ามาด้วยโทสะ ร่างสูงใหญ่ก้าวเข้ามาในชุดคลุมสีเข้ม ใบหน้าหล่อเหลาที่เคยบึ้งตึง วันนี้กลับประดับด้วยรอยยิ้มบางๆ ที่ดูอ่อนโยนจนน่าประหลาด
"ท่านอ๋อง?"
นางรีบวางเข็มและด้ายลงบนตักอย่างลนลาน บนตักของนางมีเสื้อคลุมตัวนอกสีดำปักลายพยัคฆ์ของเขา เสื้อตัวที่เขาเคยกระชากจนขาดวิ่นเมื่อหลายวันก่อน บัดนี้รอยขาดนั้นกำลังถูกเย็บซ่อมแซมอย่างประณีตด้วยฝีเข็มที่ละเอียดลออ แม้นิ้วมือของนางจะยังพันผ้าพันแผลอยู่ก็ตาม
สายตาของหลี่หยางเลื่อนจากเสื้อคลุมไปหยุดอยู่ที่โต๊ะหัวเตียง มีถ้วยกระเบื้องว่างเปล่าวางอยู่ กลิ่นสมุนไพรเข้มข้นยังลอยอบอวล
มันคือยาบำรุงจิตประสานกายสูตรพิเศษที่ท่านหมอกูเคี่ยวกรำให้นางดื่มทุกวัน ยานี้มีฤทธิ์แรงในการกระตุ้นชีพจรและระงับความเ็ป หากปราศจากยานี้ ร่างกายที่บอบช้ำและอ่อนแอของนางคงแหลกสลายคามือเขาไปั้แ่คืนที่สองแล้ว
"ยังไม่นอนอีกหรือ ฮูหยินของข้า"
หลี่หยางเดินเข้ามานั่งลงข้างกาย โอบไหล่นางไว้อย่างถือวิสาสะ ฝ่ามือหนาลูบศีรษะนางแ่เบาราวกับกำลังปลอบประโลมเด็กน้อย ั์ตาคมกวาดมองถ้วยยาและเสื้อคลุมอีกครั้งก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เคลือบยาพิษ
"ขยันถึงเพียงนี้เชียวรึ... ทั้งเย็บเสื้อให้ข้า ทั้งดื่มยาบำรุงเพื่อเตรียมรับศึกหนัก" เขายิ้มเย็น "ข้าขอโทษที่มาช้า... พอดีมัวแต่ไปเตรียมของขวัญมาตอบแทนความรักและความพยายามของเ้า"
"คะ... ความรัก?" นางเงยหน้ามองเขาด้วยดวงตาเบิกกว้าง
"ใช่... ความรักที่เ้ามีให้ข้าไง"
หลี่หยางก้มลงกระซิบข้างหู น้ำเสียงทุ้มพร่าชวนขนลุก
"ข้าเพิ่งรู้จากปากสาวใช้ของเ้า... ว่าที่เ้าต้องลำบากไปเสาะหายาดีมาผสมในธูปหอมให้ข้า ก็เพราะเ้ารักข้ามาก... อยากให้ข้าหันมาสนใจเ้า อยากให้ข้าร้อนรุ่มเพราะเ้าจนทนไม่ไหวสินะ"
"ไม่ใช่นะเ้าคะ! ข้าไม่เคย—"
"ชู่ว..."
นิ้วชี้แข็งแกร่งแตะลงบนริมฝีปากนาง ปิดกั้นคำแก้ตัว
"ไม่ต้องเขินอายไปหรอก ข้าเข้าใจ สตรีเช่นเ้า หากไม่ใช้มารยาเล่ห์กล ก็คงกลัวว่าจะมัดใจสามีไม่ได้ ในเมื่อเ้าลงทุนลงแรงถึงเพียงนี้ ข้าเองก็ซาบซึ้งใจยิ่งนัก"
เขายิ้มหวาน แต่แววตากลับว่างเปล่าและเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
"คืนนี้... ข้าจึงเตรียมเหล้ามงคลมาดื่มฉลองให้กับความพยายามของเ้า"
หลี่หยางหยิบจอกเหล้าใบเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะหัวเตียงขึ้นมา กลิ่นสุราหอมฉุนลอยคลุ้ง แต่ที่แปลกคือมันเจือด้วยกลิ่นสมุนไพรบางอย่างที่ไป๋ลั่วคุ้นเคย... กลิ่นของผงรากโลหิต!
"ดะ... ดื่มไม่ได้นะเ้าคะ!" ไป๋ลั่วรีบปัดจอกเหล้านั้นทิ้งด้วยความตื่นตระหนก "ในนั้นมียาพิษ!"
เพล้ง!
จอกเหล้าแตกกระจายเกลื่อนพื้น ของเหลวสีอำพันไหลนอง หลี่หยางมองผลงานตรงหน้าด้วยรอยยิ้มที่ค่อยๆ เลือนหายไป เหลือไว้เพียงใบหน้าที่บิดเบี้ยวด้วยความรังเกียจ
"...รู้ดีเสียจริงนะ"
เขาเปลี่ยนน้ำเสียงเป็แข็งกร้าวทันที มือที่เคยโอบกอดแปรเปลี่ยนเป็บีบคางนางแน่นจนเจ็บร้าว
"ก็แน่ล่ะสิ... ในเมื่อเ้าเป็คนปรุงมันขึ้นมากับมือ!"
"ข้าเปล่า..."
"ยังจะมาตีหน้าซื่ออีก!" เขาตะคอกใส่หน้า กระชากขวดสุราขึ้นมากระดกเข้าปากตัวเองคำใหญ่ แล้วดึงท้ายทอยนางเข้ามาประกบจูบอย่างรุนแรง
"อื้อ!!!"
ไป๋ลั่วดิ้นรนทุบตีอกแกร่ง แต่ไม่อาจสู้แรงมหาศาลได้ ริมฝีปากร้อนผ่าวบดเบียดบังคับให้นางเปิดปากรับของเหลวรสขมปร่าที่เขาป้อนเข้ามา ลิ้นหนารุกล้ำกวาดต้อนให้ทุกหยาดหยดไหลลงสู่ลำคอของนางจนหมดสิ้น
"แค่กๆๆ!"
ทันทีที่เขาถอนริมฝีปากออก ไป๋ลั่วก็สำลักหน้าแดงก่ำ น้ำตาไหลพรากด้วยความทรมานและความกลัว รสชาติของสมุนไพรนั้นทำให้นางรู้ทันทีว่านี่คือตัวกระตุ้นพิษ
"รสชาติเป็อย่างไร?"
หลี่หยางถามเสียงเยาะหยัน ยกนิ้วโป้งปาดคราบเหล้าที่มุมปากตัวเอง
"เหมือนกับที่เ้าตั้งใจจะให้ข้ากินหรือไม่?"
"ทำไม ทำไมท่านถึงทำเช่นนี้..." นางน้ำตาคลอมองเขาด้วยสายตาตัดพ้อ
"ข้าก็แค่สนองเจตนารมณ์ของเ้า"
หลี่หยางลุกขึ้นยืน ปลดสายคาดเอวออกด้วยแววตาอำมหิต
"เ้าอยากให้ข้ากินยาเพื่อจะได้เกิดอารมณ์ร่วมรักกับเ้ามิใช่หรือ? ตอนนี้ยาอยู่ในตัวเ้าแล้ว และมันก็กำลังแล่นพล่านอยู่ในตัวข้าเช่นกัน"
เขาก้าวขึ้นมาบนเตียง คร่อมทับร่างที่สั่นเทาของนางไว้ราวกับราชสีห์ตะครุบเหยื่อ
"เตรียมตัวรับผลของการกระทำซะไป๋ลั่ว... คืนนี้ข้าจะช่วยถอนพิษให้เ้าเอง ข้าจะทำให้เ้ารู้ซึ้งว่า... เวลาที่ต้องดิ้นทุรนทุรายเพราะไฟราคะที่ตัวเองไม่ได้ก่อ มันทรมานเจียนตายเพียงใด!"
สิ้นคำประกาศิต เขาก็กระชากอาภรณ์ของนางจนขาดวิ่น บทลงทัณฑ์ในค่ำคืนที่ห้าเริ่มต้นขึ้นด้วยความเมามายจากฤทธิ์ยาและแรงแค้นที่ถูกจุดชนวน