ในยุคาก่อนกำเนิดจักรวาล มันมีโลกเพียงใบเดียว
ผู้คนต่างบ่งบอกเรียกขานมันว่า 'โลกต้นกำเนิด'
ขนาดของมันกว้างใหญ่มหาศาลราวกับไร้จุดสิ้นสุด
หากให้เข้าใจง่ายๆขนาดของมันก็คือจักรวาลในปัจจุบัน
เทพแห่งกาลเวลา และ เทพเ้าแห่งห้วงมิติ
สิ่งมีชีวิตสองตนแรกได้ถือกำเนิดขึ้นบนโลก
พวกเขาถูกเรียกขานว่า '2สองกฏเกฎฑ์'
หลังการถือกำเนิดของสิ่งมีชีวิตคู่แรก
โลกก็ได้ให้กำเนิด เทพีแห่งชีวิต และ เทพเ้าแห่งความตาย
ทั้งสองถูกขับขานว่า '2วัฏจักร'
เมื่อผ่าน 'กฏเกฏฑ์' และ 'วัฏจักร' อันยาวนาน
โลกได้ให้กำเนิดสิ่งมีชีวิตออกมาอีก 6 ตน
นั้นคือ เทพธิดาแห่งแสง เทพธิดาวารี เทพธิดาแห่งปฐี
และ เทพแห่งความมืด เทพแห่งไฟ เทพแห่งสายลม
พวกเขาถูกกล่าวขานว่า 6 ธาตุองค์ประกอบ
ชนรุ่นหลังต่างสรรเสริญพวกเขาทั้ง 10 ที่โลกให้กำเนิดออกมาว่า
10ต้นกำเนิด
หลักจาก 10ต้นกำเนิดก่อกำเนิดขึ้น ด้วยพลังของพวกเขาที่ท้วมท้นไปทั่วทุกที่
หลังได้ดูดซับพลังเ่าั้
เทพเ้ามากมายได้ถือกำเนิดขึ้นโดยแต่ละคนนั้นต่างถือครองพลังอันเป็เอกเทศต่างๆ
มากมายตามพลังที่พวกเขาได้หลอมรวมและดูดซับ ส่วนเศษเสี้ยวพลังที่เหลือนับไม่ถ้วนได้กระจัด
กระจายกลายเป็สิ่งมีชีวิตเผ่าพันธุ์ต่างๆ แม้จะไม่ใช่เทพที่ถือครอพลังอันเป็เอกเทศ
แต่เพียงแค่เศษเสี้ยวพวกเขานั้นก็ยังทรงพลังอย่างถึงที่สุด
เผ่าพันธุ์ต่างๆ ต่างก็เฝ้ารับใช้ทวยเทพที่ตรงกับกับพลังของตนเอง ก่อสร้างสิ่งต่างๆและวัฒนธรรมมากมาย
แต่่เวลาดีๆนั้นอยู่ได้ไม่นาน เผ่าพันธุ์ต่างๆเมื่อเพิ่มจำนวนมากขึ้น
การทะเลาะเบาะแว้งกับเหล่าเผ่าพันธุ์ต่างๆที่เป็ขั่วตรงข้ามก็เริ่มเกิดขึ้น
การถกเถียงเริ่มเปลี่ยนเป็การทะเลาะวิวาท และค่อยๆพัฒนาเป็าเผ่าพันธุ์
เมื่อเื่เริ่มบานปลาย เหล่าทวยเทพที่ถูกสรรเสริญโดยเผ่าต่างๆก็ได้ลงมาเข้าร่วมา
การต่อสู้ได้ลุกลามถึงเหล่าทวยเทพ เพียงไม่นานผู้คนก็ไม่สนใจถึงต้นสายปลายเหตุอีกต่อไป
การแก้ไขปัญหาล้วนจบลงด้วยการต่อสู้เท่านั้น ดำเนินาต่อไปอย่างยาวนาน
ทวยเทพนับไม่ถ้วนล้วนดับสูญ เผ่าพันธุ์มากมายหายไปในหน้าประวัติศาสตร์
แม้แต่โลกยังถึงคราวแตกดับล่มสลาย 10ต้นกำเนิดก็แตกดับไปพร้อมกับโลกต้นกำเนิดเช่นกัน
โลกต้นกำเนิดแตกกระจัดกระจายไปตามสถานที่อันว่างเปล่า ก่อกำเนิดขึ้นเป็จักรวาล
ชิ้นส่วนที่กระจัดกระจายไปได้แปรเปลี่ยนตัวเองเป็ดวงดาว เศษซากใดที่ไม่อาจเปลี่ยนเป็ดวงดาว
จะติดอยู่ในห้วงมิติที่ว่างเปล่า พวกมันจึงยึดโยงตัวเองเข้ากับดวงดาวก่อกำเนิดเป็ ดันเจี้ยน ในยุคปัจจุบัน
.
.
.
"ทั้งหมดนั้นก็คือ ตำนานวันกำเนิดจักรวาล อืม!ที่ข้าพูดมาเ้าเข้าใจหรือไม่??"
"หาา!!!...ตาแก่นี้ท่านได้ดูสถานการณ์รอบตัวบ้างรึป่าว มันใช่เวลามาเล่านิทานให้ข้าฟังงั้นเรอะ!!!"
ชายหนุ่มพูดพร้อมสะบัดเคียว ในมือขวาออกไปอย่างรวดเร็ว
"ไอ้หนูที่ข้าต้องเล่าให้เ้าฟังก็เพราะเื่นี้มันเกี่ยวกับเ้าโดยตรง แค่นี้ก็ไม่เข้าใจ...ไอ้หนูเ้ามันโง่!!!"
เขาทิ้งเคียวในมือขวาแล้วยื่นมือไปจับง้าวในมือซ้าย พร้อมฟาดมันออกไปอย่างรุนแรง
"สถานการณ์ตอนนี้มันตรงกับนิทานตรงไหนของท่านหะ!! ตาแก่ ถ้าเราไม่รีบหนีตอนนี้ละก็แย่แน่ๆ"
ชายหนุ่มยังคงวิ่งไปพร้อมกับวาดง้าวในมืออย่างไม่หยุดหย่อน
"เศษซากที่กลายเป็โลกไม่ได้จะยึดตัวเองไว้เข้ากับดวงดาวใช่ไหม? เ้าคิดว่ามันทำไปทำไม"
"ข้าไม่รู้!!!รีบบอกมาเร็วเข้า!!!"
ง้าวในมือยังคงถูก กวัดแกว่งอย่างบ้าคลั่งพร้อมส่งลำแสงนับร้อยพุ่งกระจายไปทุกทิศทาง
"ก็เพราะเมื่อถึงเวลาที่พวกมันเติบโตโดยสมบูรณ์พวกมันจะกลืนกินโลกและเปลี่ยน
ตัวเองเป็ดวงดาวแทนยังไงละถ้าเ้าไม่หยุดมันตอนนี้ หายนะแน่นะขอบอก!! นั้นเหละที่ข้าอยากจะพูด"
".......ตาแก่เื่แบบนี้ทำไมพึ่งมาบอกข้าาาา....เฮ้อออไม่ทันแล้ว"
ท่ามกลาง กองทัพซากศพสัตว์ประหลาดมากมายนับไม่ถ้วน
ชายหนุ่มผู้เป็ต้นเหตุกับไม่แม้จะสนใจพวกมัน
ทางทิศที่เขาวิ่งหนีมา ปรากฏเสียงที่ดังกระหึ่มราวการของรัวกลองศึก
พื้นดินที่สั่นะเืจากการย่ำเท้าที่ทรงพลัง
กองทัพสัตว์ประหลาดรูปร่าพิศดาร นับแสนกำลังเคลื่อนทัพเข้าหา
ท่ามกลางฝุ่นควันที่ลอบฝุ่งอยู่ด้านหลัง
ตะขาบยักยาวสิบกิโลเมตร นับสิบๆตัวพุ่งทยานขึ้นจากพื้นดินเป็ฉากหลังให้กับกองทัพ
ลำตัวที่หนาราวตึกขนาดใหญ่ส่ายไหวไปมาพร้อมขานับพัน ลวดลายสีแดงที่สลักอยู่ตามร่างกาย
กำลังเรืองแสงภายใต้ฝุ่นควัน
ราวกับภาพการเปิดตัวของสัตว์ประหลาดแห่งขุมนรกก็ไม่ปาน
ชายหนุ่มมองฉากที่ปรากฏขึ้น ด้วยสายตาที่ส่องประกายด้วยความกระหาย
และปรากฏรอยยยิ้มที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น ยินดี
"นี้ปู่ ข้าไม่สนว่าโลกมันจะเป็ยังไง แต่ไอ้ดันเจี้ยนที่่ว่าก็เหมือนกับโลกใบเล็กๆใบหนึ่งใช่ไหม
.....ถ้าข้าล่าไอ้เ้านี้ได้มันก็หมายความว่า ข้าสามารถพิชิตโลกได้ใช่รึเปล่า ในฐานะของนักล่าคงไม่มี
เหยื่อตัวไหนที่น่าอร่อยไปกว่านี้อีกแล้วละ ..ชีวิตของโลกใบนี้ข้าจะขอรับมันไว้เอง!!!"
ดวงตาของเขาทอประกายแดงก่ำ ดังเช่น ค่ำคืนที่อาบย้อมทัศน์วิสัยของเขาจนเป็สีแดงฉาน