เมื่อเวลาใกล้จะหมดลงตบะฉินหยางเพิ่มขึ้นเล็กน้อย แต่ก็ยังไม่มีเคล็ดวิชาออกมา เมื่อฉินหยางกำลังจะถอดใจก็ได้มีแสงส่องออกมา แสงสีทองเต็มไปด้วยออร่าโบราณ เมื่อฉินหยางมองไปก็ได้มีคำภีร์ลอยมาที่เค้า ฉินหยางมองไปที่คำภีร์อย่างตกตะลึง ก่อนจะหัวเราะออกมา
"ฮ่าๆ.เข้ารู้อยู่ว่าข้าต้องมีโชค"
"เ้าคิดไรอยู่นั้นคือสิ่งที่ข้าเรียกออกมาให้เ้า"
ก่อนที่ฉินหยางจะคิดไปไกล ก็ได้มีน้ำเสียงอันเ็าดังออกมา เมื่อเค้าได้ยินก็ชะงัก
"เ้าเห็นว่าเ้าพยายามแต่ก็ไม่มีเคล็ดวิชาออกมา ข้าเลยใช้เคล็ดลับน้อยๆเพื่อให้เ้าได้รับ"
เสียงเ็าพูดออกมาอย่างราบเรียบ ฉินหยางถึงกับพูดไม่ออกเค้ามองไปที่คำภีร์ นี้คือวิชาหมัดเด็ดดาราเป็วิชาสำหรับหมัด เมื่อเค้าได้เห็นตาก็เป็ประกาย ถึงดาบจะดูเท่แต่เค้าก็ชอบหมัดมากกว่า เค้าใช้เวลาที่เหลือเพื่อเข้าใจวิชา เมื่อหมดเวลาฉินหยางได้เดินออกมาจากแดนลับ เมื่อเค้าออกมาก็ได้เจอเ้าสำนักรออยู่ เมื่อฉินหยางมองเห็นเ้าสำนักก็ได้โค้งคำนับ
"ท่านเ้าสำนักเหตุใดท่านถึงมาหาข้า"
ฉินหยางถามอย่างสุภาพ เ้าสำนักมองเค้าก่อนจะพยักหน้าอย่างพอใจ
"ข้ามาที่นี่เพื่อพาเ้าไปแนวหน้าเ้าสองคนนั้นได้ไปก่อนแล้ว"
เ้าสำนักตอบอย่างสงบ ฉินหยางได้ฟังดังนั้นก็เข้าใจ
"ข้าจะส่งเ้าไปโดยตรง จำไว้ว่าเมื่อเ้าอยู่ในมิติอย่าได้ขยับไม่งั้นร่างกายเ้าจะโดนฉีดเป็ชิ้น"
เ้าสำนักพูดจบก็ได้เปิดมิติออกมา
"เอาหละเ้าไปได้แล้ว"
"ขอบคุณท่านเ้าสำนัก"
เมื่อฉินหยางพูดจบก็ได้เดินเข้าไปในมิติ เ้าสำนักมองฉินหยางเดินเข้าไปจนมิติปิดลง เค้าก็ถอนหายใจออกมา
"ข้าหวังว่าเ้าจะกลับมาได้"
เมื่อเค้ากำลังพึมพำออกมา ก็ได้มีเสียงหนึ่งดังออกมา
"ดูเหมือนเ้าจะคาดหวังกับพวกเค้ามากสิน่ะ"
เ้าสำนักได้ยินก็ไม่แปลกใจก่อนจะกล่าว
"แน่นอนข้าหวังว่าพวกเค้าจะกล่าวหน้าไปได้ไกลกว่าพวกเรา"
เสียงนั้นเงียบไปสักพักก่อนจะส่งเสียงออกมา
"เ้าไม่กลัวน่าเค้าจะพ่ายแพ้งั้นหรอ"
"ถ้าเราไม่เสี่ยงเราจะไม่สามารถเดินหน้าออกไปได้"
เมื่อเสียงนั้นได้ยินก็เงียบไป เมื่อเ้าสำนักเห็นเค้าไม่ตอบก็ได้กล่าว
"ถ้าท่านออกไปจากที่นี่เค้าจะรู้ว่าท่านจะแข็งแกร่งแค่ไหน เมื่อแต่ตอนนี้ข้าก็ไม่รู้ว่าท่านแข็งแกร่งแค่ไหน"
เ้าสำนักพูดอย่างเสียดาย
"ข้าเกิดที่นี่ถ้าข้าไม่ปกป้องแล้วใครจะปกป้อง แล้วเ้าก็เช่นกันไม่ใช้หรอเ้าฝึกฝนวิภีธรรมชาติแม้แต้ข้าก็ไม่สามารถมองทะลุเ้าได้ แล้วเ้าก็สามารถไปจากที่นี่ได้เหตุใดไม่ไป"
"ข้าก็เป็เหมือนท่าน ถ้าไม่ปกป้องก็ถูกทำลาย"
เ้าสำนักมองขึ้นไปบนฟ้าอย่างเงียบงัน เสียงนั้นก็เงียบไปสักพักก่อนจะกล่าว
"ถ้าเ้าเด็กนั้นกลับมาข้าจะรับเป็ศิษย์"
เมื่อพูดจบเสียงนั้นก็เงียบไป เมื่อเ้าสำนักได้ยินก็ได้ยิ้มออกมา ฉินหยางได้อยู่ในมิติมานานแค่ไหนก็ไม่รู้ เค้าได้เห็นแสงสว่างปลายทางแล้วก็ได้พุ่งออกไป เค้าตกออกมาก่อนจะลงเค้าพลิกตัวแล้วลง เค้ามองไปรอบๆเห็นมีป่าอยู่ฉินหยางได้รับรู้ถึงเมืองใกล้ๆก่อนจะวิ่งไป เมืองนั้นมีชื่อว่าเมืองเซียว ในเมืองเต็มไปด้วยความตึงเครียดภายในเมืองห้องของเ้าเมือง มีคนมารวมกันมากสองในนั้นเป็คนรู้จักนั้นคือจ้าวเฟิงล่ะกู่เฉิน
"พวกเ้าคิดว่าควรทำอย่างไรต่อ"
ชายที่นั่งอยู่ตรงอื่นกล่าวออกมาเสียงเรียบ พวกคนที่นั่งอยู่เงียบไปสักพัก ก่อนจะมีคนตอบ
"ข้าว่าเราควรจะถอยทัพก่อนแล้วรอกำลังสนับสนุนแล้วค่อยตีคือ"
"ไม่.! นี้คือเมืองเราจะปล่อยให้พวกสาระเลวนั้นมายึดหรอ"
เมื่อคนนั้นพูดจบก็มีคนพูดออกมาอย่างโกรธเคือง ชายคนนั้นคือคนสนิทของเ้าเมือง นามเฟืองิเค้าพูดด้วยความโกรธ
"แล้วเ้าจะทำอย่างไร.!นั้นมันหุบเขามารมาพร้อมกองทัพราชวงศ์เทียนซาน เ้าจะปล่อยให้พลเมืองตายไปกับเ้างั้นหรอ"
ชายคนที่พูดคนแรกพูดด้วยความโกรธ
"ใครจะไปก็ไปข้าจะยืนอยู่ที่นี้ ข้าขอตายดีกว่าถอย"
"เ้าบ้ารึไงเราไปสามารถเสียขั้นก่อกำเนิดขั้นปลายไปมากกว่านี้แล้ว"
"ใช้ถ้าเราเสียไปอีกคนเราจะเสียเปรียบไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว"
เมื่อเฟื่องิได้ยินเค้าก็เงียบไป ก่อนจะกำหมัดแน่น จ้าวเฟิงแล้วกู่เฉินมองภาพนี้แล้วกำลังจะพูด แต่ก็ได้มีเสียงหนึ่งดังอย่างรีบร้อน
"แย่แล้ว.! ท่านเ้าเมืองพวกหุบเขามารแล้วกองทัพราชวงศ์เทียนซานมาแล้ว"
ชายคนนั้นเข้ามาก่อนจะพูดเสียงดัง เมื่อคนในห้องได้เสียงสีหน้าก็เปลี่ยนไป
"ข้าว่านำคนไปอพยพแล้วส่งคนไปขวางไว้เพื่อยื้อเวลาให้คนอพยพ แล้วค่อยถอน"
กู่เฉินกล่าว เมื่อคนอื่นได้ยินก็ได้มองไปที่กู่เฉิน แล้วเงียบไปพวกเค้าได้เห็นฝีมือของพวกเค้าทั้งสองแล้ว อีกคนถึงหน้าจะซื่อๆแต่ก็โเี้เป็อย่างมาก ส่วนอีกคนก็แข็งแกร่งมากแม้แต่เ้าเมืองก็ไม่สามารถชนะได้ง่ายๆ เ้าเมืองเป็ถึงนักบุญขั้นต้น พวกเค้าเงียบไปก่อนจะพยักหน้า แล้วออกไป จ้าวเฟิงเดินตามกู่เฉินไป
"ท่านพี่กู่ท่านว่าพี่ฉินจะมาถึงตอนไหน"
จ้าวเฟิงถาม
"อีกไม่นานก็คงได้เจอแล้ว"
กู่เฉินตอบอย่างมั่นใจ พวกเค้าเดินออกมายืนอยู่บนกำแพงเมือง พวกเค้ามองไปที่กองทัพมากมาย มีขั้นนักบุญสองคน ขั้นก่อกำเนิดขั้นปลายสามคน ขั้นกลางอีกห้าคน ล่ะขั้นสร้างรากฐานแล้วกำเนิดพลังอีก เมื่อพวกเค้าเห็นสีหน้าก็ตึงเครียดไป นักบุญทั้งสองเดินออกมาก่อนจะกล่าว
"เ้าเมืองเซียว ข้าว่าท่านยอมเถอะเ้าไม่สามารถหยุดพวกเราได้"
ชายคนที่มีสีหน้ามืดมนพูดออกมาอย่างเ็า
"ฮ่าๆ.ท่านาุโหลัวข้าว่าไม่ต้องพูดไรมากหรอ เข้าไปโดยตรงเลยไม่ดีกว่าหรอ"
ชายอีกคนก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม
"เฒ่าชิง เมื่อก่อนเ้าโดนข้าทุบตีไปเ้ายังไม่จำหรอ"
เ้าเมืองตอบอย่างเรียบเฉย เมื่อเฒ่าชิงได้ยินก็โกรธเป็อย่างมาก
"ดีๆ ข้าจะฆ่าคนทั่งเมืองเ้า "
เมื่อเค้าพูดจบก็ได้พุ่งไปมาเ้าเมือง เ้าเมืองก่อนได้พุ่งไปหาเค้าเช่นกัน การต่อสู้ได้เริ่มขึ้น าุโหลัวไม่ได้เข้าไปเค้าได้จองมองไปที่กู่เฉินล่ะจ้าวเฟิง
"พวกสำนักเมฆครามงั้นหรอ พวกเ้าได้ส่งพวกมันมาหาข้าเองงั้นข้าจะฆ่าเ้าก่อน"
เค้าพูดด้วยน้ำเสียงเ็า