โจวซือหม่าถอนหายใจออกมาอย่างไม่ถือสา เขาเดินกลับไปนั่งยังเก้าอี้ตัวเดิม
“เช่นนั้นข้าก็ขอตัวลาก่อนนะพี่ใหญ่”
โจวจื่อโม่คำนับลา พี่ใหญ่อย่างโจวซือหม่าด้วยรอยยิ้มบาง ๆ
“ข้าขอตัวนะพี่สะใภ้ใหญ่”
“ให้หลงเปาไปส่งเถิดน้องรอง”
โจวซือหม่าพยักหน้าให้ หลงเปา เดินไปเป็เพื่อนน้องชายด้วยความเป็ห่วง
“...”
โจวจื่อโม่เพียงยิ้มออกมาอีกครั้ง ก่อนที่เขาจะเดินออกมาเงียบๆ
โจวซือหม่าทำได้เพียงทอดสายตามองแผ่นหลังของน้องชายที่ค่อย ๆ ลับหายไปตามทางเดินยาว แววตาของเขาฉายความรู้สึกหลากหลาย และความจริงบางอย่าง ล้วนถูกเขาเก็บงำไว้ลึกในใจ โดยที่ไม่มีใครสังเกตเห็น
ทันทีที่แผ่นหลังของโจวจื่อโม่ พ้นสายตาไป ฮูหยินใหญ่โยวหลานก็ถอนหายใจแ่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่กลั้นอารมณ์ไว้ไม่มิด
“ท่านพี่…ท่านจะปล่อยให้เด็กคนนั้นทำตัวตามอำเภอใจไปอีกนานเพียงใด ข้ารู้สึกหนักใจนัก ทุกครั้งที่นึกถึงนาง”
นางขมวดคิ้วเล็กน้อย แววตาฉายความไม่พอใจอย่างชัดเจน
“ในฐานะสตรี นางกลับไม่รู้จักสำรวมกิริยา ไม่ยึดถือจารีตธรรมเนียมของหญิงชนชั้นสูง เอาแต่กระทำกิริยาตามอำเภอใจ โดยไม่คำนึงถึงสายตาผู้อื่นหรือชื่อเสียงของตระกูล หากปล่อยไว้นานวัน เกรงว่าจะก่อเื่เดือดร้อนขึ้นมาในภายหลังได้นะเ้าคะ”
ถ้อยคำของฮูหยินใหญ่เต็มไปด้วยความกังวลและความไม่สบายใจ นางมิได้เพียงตำหนิ หากแต่หวั่นเกรงว่าการกระทำของหลานสาวผู้นั้น ผู้ซึ่งมีชาติกำเนิดต่ำกว่าในสายตานาง จะกลายเป็รอยด่างพร้อยที่บั่นทอนเกียรติของตระกูลโจวโดยไม่อาจหลีกเลี่ยง
“...โจวจื่อโม่ ไม่มีทางปล่อยให้บุตรสาวเพียงคนเดียวของเขา ทำกิริยาให้ สายเืตระกูลโจวเสื่อมเสียแน่”
โจวซือหม่าพูดด้วยใบหน้าเรียบเฉย แต่สายตากับเด็ดขาด
“ท่านพ่อ…”
อวี้เหยากล่าวเสียงแข็ง แววตาเต็มไปด้วยความไม่พอใจและดูแคลนอย่างไม่ปิดบัง
“นางผู้นั้น…มิสมควรแม้แต่จะอ้างตนว่าเป็สายเืของตระกูลโจวด้วยซ้ำ”
อวี้เหยากัดริมฝีปากแน่น ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงเ็า
“ชาติกำเนิดและการอบรมของนาง ล้วนสะท้อนชัดว่าเป็เช่นไร ไม่ต่างจากมารดาของนางเลยสักนิด!”
ถ้อยคำของอวี้เหยาคมกริบ เต็มไปด้วยอคติและความรังเกียจที่ฝังลึก นางมิได้ปิดบังความไม่ชอบใจแม้แต่น้อย ราวกับการมีอยู่ของลูกพี่ลูกน้องผู้นั้น เป็สิ่งที่นางไม่อาจยอมรับได้ั้แ่ต้น
“หุบปาก!”
โจวซือหม่าไม่อาจทนฟังถ้อยคำอันร้ายกาจที่หลุดออกจากปากบุตรสาวได้อีกต่อไป เขาจ้องเขม็งไปที่อวี้เหยาด้วยสายตาแข็งกร้าว เต็มไปด้วยความตำหนิและความผิดหวังไม่ปิดบัง
อวี้เหยาสะดุ้งสุดตัว ใบหน้าซีดเผือดในฉับพลัน ริมฝีปากสั่นไหวราวกับไม่คาดคิดว่าจะถูกตำหนิอย่างรุนแรงเช่นนี้
“ทะ…ท่านพี่ ลูกหญิงก็แค่”
ฮูหยินโยวหลานรีบเอ่ยแทรก เสียงแ่ลงอย่างชัดเจน ใบหน้าของนางเองก็เคร่งเครียดไม่แพ้กัน
“พอเถอะ!”
โจวซือหม่าเอ่ยตัดบททันที น้ำเสียงเข้มต่ำแต่กดดันจนบรรยากาศโดยรอบเย็นะเื
“ก่อนจะเอาปากไปว่าผู้อื่น เ้าไม่คิดจะย้อนมองกิริยาของตนเองบ้างหรือ?”
สายตาของโจวซือหม่าคมกริบราวคมดาบ
“ความเย่อหยิ่ง อวดดี ไม่รู้จักเคารพผู้าุโเช่นนี้ เ้ามีสิทธิ์อันใดไปตำหนิคนอื่น!”
เขาหัวเราะหยันสั้น ๆ อย่างอดกลั้นความรำคาญ
“กิริยาของเ้าในวันนี้ ต่ำช้ายิ่งกว่าบ่าวในเรือนเสียอีก อย่างน้อยพวกเขายังรู้จักสำรวมและรู้ที่ต่ำที่สูง!”