“สวัสดีค่ะ ฉันมาขอพบคุณโทมัสค่ะ” กุสุมา ขึ้นมายังชั้นที่ โทมัส นั่งทำงานอยู่ เดินมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าโต๊ะทำงานของ โอเบีย เลขานุการของ โทมัส พร้อมกับกล่าวทักทายและแจ้งความประสงค์ให้ชายหนุ่มที่นั่งทำงานอยู่นั้นได้รับทราบ
“สวัสดีครับคุณกุสุมา เชิญเข้าไปได้เลยครับ คุณโทมัสกำลังรอคุณอยู่เลย” โอเบีย กล่าวทักทายยิ้มๆ และเชื้อเชิญให้หญิงสาวตรงหน้าเข้าไปในห้องทำงานของ โทมัส ได้เลย
“โอเคค่ะ ขอบคุณค่ะ” กุสุมา กล่าวขอบคุณ โอเบีย ก่อนจะเดินตรงไปยังห้องทำงานของ โทมัส พร้อมกับขมวดคิ้วเข้าหากัน อย่างครุ่นคิด
‘นี้ก็แสดงว่า เขาต้องคาดเดาได้ว่าเธอจะต้องขึ้นมาถามซักไซร้ไล่เลียงแน่ๆ ถึงได้สั่งเลขาไว้แล้ว ร้ายจริงๆ เลยนะเนี้ย!’
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก”
หญิงสาวยกมือเรียวเล็กขึ้นเคาะส่งสัญญาณ ขออนุญาตเข้าห้อง แล้วเปิดประตูห้องเดินเข้าไป
“มาแล้วเหรอ ที่รัก!”
โทมัส ส่งเสียงร้องทักทายคนตัวเล็ก ั้แ่ที่หญิงสาวทำการเปิดประตูห้องเข้าไปเลย พร้อมทั้งลุกขึ้นจากโต๊ะทำงานเดินเข้ามาหาอย่างเร็วไว คนตัวโตใช้แขนแกร่งโอบกอดร่างบางไว้ ด้วยสีหน้าระรื่นไม่ทุกข์ไม่ร้อนอะไรเลย ซึ่งผิดกับสีหน้าของ กุสุมา ที่มองหน้าคนตัวโตด้วยอาการบึ้งตึงอย่างเห็นได้ชัด
“ทำไมถึงมีคำสั่งโอนย้ายให้สุ ขึ้นมาทำงานเป็ผู้ช่วยเลขาของคุณด้วยล่ะคะ?” กุสุมา มองหน้าคนตัวโตด้วยสีหน้าเง้างอน บึ้งตึง ถามถึงเหตุผล ที่คนตัวโตมีคำสั่งโอนย้ายเธอขึ้นทันทีอย่างอยากรู้
“ก็ผมคิดถึง เป็ห่วง อยากอยู่ใกล้ๆ คุณนี่ และอีกอย่างไม่อยากให้คุณต้องคิดมากกับเื่ที่มีคนมาคอยเขม่นนั้นด้วย จึงคิดว่าให้คุณมาทำงานอยู่ใกล้ๆ ผมน่ะดีที่สุดแล้ว” โทมัส กล่าวพร้อมกับพาคนตัวเล็กเดินไปนั่งลงที่โซฟารับแขก โดยให้หญิงสาวนั่งซ้อนอยู่บนตักแกร่ง
“ยิ่งทำอย่างนี้สิคะ คนอื่นเขายิ่งจะเขม่น และหาว่าสุเป็คนโปรดของคุณ นี้ก็มีคนคิดแล้วด้วย และเผลอๆ อาจจะคิดไปว่าสุเอาเต้าไต่ เพื่อหวังตำแหน่งลาภยศเงินทอง และหวังจะจับคุณนะสิคะ” กุสุมา บอกกล่าวให้คนตัวโตได้รับฟังอย่างเง้างอน ไม่พอใจอยู่ในที ที่ถูกคิดไปเป็เช่นนั้น
“สุครับ! สุรู้ผมรู้ว่าอะไรเป็ยังไง และหากว่าคุณ้าจะจับผมจริงๆ ผมก็ยอมที่จะให้จับ จะถอดเสื้อผ้าให้จับเลยเอ้า!” โทมัส มองหน้าสวยหวานซึ้งของคนตัวเล็กที่นั่งอยู่บนตักแกร่ง ยกมือเรียวเล็กขึ้นมาจุมพิตลงที่หลังมืออย่างแ่เบา ก่อนจะกล่าวอย่างทะเล้นทีเล่นทีจริงออกไป
“บ้า! ชอบพูดสองแง่สองง่ามอยู่เรื่อยเลยคุณเนี้ย!” กุสุมา หน้าแดงระเรื่อขึ้นมาทันที ส่งค้อนวงใหญ่ให้หนึ่งวง พร้อมกับต่อว่าคนตัวโตออกไปอย่างไม่จริงจังนัก
“คนอื่นจะพูดอะไรยังไงก็ปล่อยเขาไป เราไปห้ามเขาไม่ให้พูดไม่ให้คิดไม่ได้หรอกนะ แต่คุณเป็เมียผม ผมไม่อยากให้ใครมาใช้เมียผมให้ทำโน้นทำนั้น และผมก็อยากให้เมียผมมาอยู่ใกล้ๆ และไม่อยากให้คุณต้องเสียสุขภาพจิต เพราะพะวงกับคำพูดของคนอื่นจนต้องเก็บเอามาคิดมาก ผมแคร์ทุกเื่ที่เกี่ยวกับคุณ เพราะคุณคือคนสำคัญสำหรับผม”
โทมัส กลับเข้าโหมดจริงจัง จนทำให้ กุสุมา ปรับตัวตั้งรับแทบไม่ทันเลย
แต่เมื่อปรับจูนอารมณ์ความคิดได้แล้ว กุสุมา ก็ต้องเป็ปลื้ม ปิติยินดี จนหัวใจพองโตคับแน่นอกเป็ยิ่งนัก จนไม่อาจจะกล่าวคัดค้านคำพูดใดๆ ของคนตัวโตได้เลย เพราะชายหนุ่มได้ข้ามขั้นการเป็แฟน และแถมยังเรียกตัวเธอว่าเป็เมียของเขาได้อย่างเต็มปากเต็มคำซะขนาดนั้น
“งั้นเอาตามที่คุณสั่งการไปนั้นก็ได้ค่ะ” กุสุมา มองหน้าครามครันของคุณตัวโต ด้วยสายตาหวานเยิ้ม และยินยอมทำตามคำสั่งของคนตัวโตแต่โดยดี
โทมัส เมื่อได้ยินคำพูดนั้น ก็คลี่ยิ้มออกอย่างดีใจเป็ที่สุด
“อย่างงี้ต้องให้รางวัลกันสักหน่อยแล้วล่ะ ทูนหัว!”
ว่าแล้ว โทมัส ก็เลื่อนมือใหญ่ไปจับที่ท้ายทอยของคนตัวเล็ก เพื่อยึดไว้ไม่ให้ขยับไปไหน ก่อนจะก้มลงประกบปากเข้ากับปากบางจิ้มลิ้มนั้น อย่างโหยหา ดูดดื่มอยู่เป็นาน จนคนตัวเล็กสั่นสะท้านแล้วสะท้านอีก และพอถอนจูบออก ปากบางจิ้มลิ้มก็แดงระเรื่อขึ้นมา อย่างไม่ต้องทาลิปสติกเลยแม้แต่น้อย
“เดี๋ยวผมให้คนไปเก็บของของคุณขึ้นมาให้เลยนะ” โทมัส กระซิบบอกคนตัวเล็ก
“แล้วสุจะต้องนั่งทำงานอยู่ตรงไหนล่ะคะ?” กุสุมา พยักหน้าตอบรับ ก่อนจะนึกขึ้นมาได้ และเอ่ยถามออกไปอย่างสังสัย
“ก็ในห้องนี้ไง ตรงโน้นไงที่รัก ผมให้คนเอาโต๊ะมาตั้งไว้รอคุณแล้วทูนหัว” โทมัส ตอบคำถามพร้อมกับหันมองไปยังโต๊ะทำงานใหม่ของ กุสุมา ซึ่งเป็ฝั่งตรงข้ามกับโต๊ะทำงานของโทมัส
๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐๑๐