วัณพิทักษ์มนต์ตรา ตอน 3
บรรยากาศในบ้านป้าช้อนเต็มไปด้วยความตื่นตะลึง หลังจากกองสิ่งอัปมงคลถูกอาเจียนออกมา น้ำมนต์ รีบจัดการเช็ดตัวให้ลุงหมายที่เริ่มมีสีหน้าดีขึ้นอย่างปาฏิหาริย์ ก่อนจะหันมามอง ยม สัตย์ตรง ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยคำถาม
ขณะที่เดินออกมาส่งยมนอกบ้าน น้ำมนต์อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากถาม "คุณยมคะ... สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อกี้ มันไม่ใช่การปฐมพยาบาลทั่วไปแน่ๆ คุณยมมีวิชาอาคมเหมือนปู่บรรพตของฉันใช่ไหมคะ?"
ยมชะงักไปเล็กน้อย เขาคลี่ยิ้มบางๆ ที่ดูเดาใจยาก "ผมก็แค่จำต่อๆ กันมาน่ะครับคุณน้ำมนต์ เห็นผู้ใหญ่เคยทำตอนผมเด็กๆ เลยลองเสี่ยงดู ไม่นึกว่าจะได้ผลจริงๆ"
"แต่มันดูเชี่ยวชาญมากเลยนะคะ" น้ำมนต์ขมวดคิ้ว "แผ่นหนังควายกับเศษผมนั่น... ถ้าไม่มีของดีคุ้มตัว คนช่วยอาจจะโดนของเข้าตัวได้เลยนะ"
รบกวนเวลาครึ่งวัน
ยมรีบเปลี่ยนเื่ทันทีเพื่อไม่ให้บทสนทนาถลำลึกไปกว่านี้ เขาแสร้งทำเป็ยกข้อมือดูนาฬิกา (ที่จริงๆ แล้วเขาไม่ได้ใส่มันมาด้วยซ้ำ) "ตายจริง! นี่ผมรบกวนเวลาพักผ่อนของคุณน้ำมนต์มาครึ่งวันแล้วนะครับเนี่ย จากเวรดึกมาป่านนี้คุณยังไม่ได้นอนเลย"
"จริงด้วยค่ะ... มัวแต่วุ่นวายเื่ลุงหมายจนลืมเวลาไปเลย" น้ำมนต์หัวเราะเบาๆ ความเหนื่อยล้าเริ่มปรากฏบนใบหน้าสวย
"ถ้าอย่างนั้น ผมขอตัวกลับไปจัดการเื่ธุระก่อนดีกว่าครับ ไม่อยากให้คุณน้ำมนต์ต้องลำบากเพราะผมไปมากกว่านี้"
ในขณะที่ยมกำลังจะก้าวเดินออกไป น้ำมนต์กวาดสายตามองชายหนุ่มตรงหน้าอีกครั้ง ก่อนจะหลุดขำออกมาเล็กน้อย "จะว่าไป... คุณยมใส่ชุดสูทสีดำตัวนี้ั้แ่เมื่อคืนตอนเจอที่จุดเกิดเหตุ จนถึงตอนนี้เลยนะคะ ไม่ร้อนเหรอคะ? หรือว่าคุณยมมีชุดสไตล์นี้หลายตัวใส่ซ้ำกัน?"
ยมชะงักกึก เหงื่อซึมที่ขมับเล็กน้อย (ทั้งที่เป็ยมทูต) เขาพึ่งนึกได้ว่าตนเองมี 'ชุดประจำตำแหน่ง' เพียงชุดเดียวที่เนรมิตขึ้นมา
"เอ้อ... คือ... จริงๆ ผมมีสูทแบบเดียวกันเป๊ะๆ อยู่เจ็ดชุดน่ะครับคุณน้ำมนต์" ยมเริ่มแถน้ำขุ่นๆ พลางหัวเราะแห้ง "ผมเป็คนชอบแต่งตัวสไตล์เดิมๆ จะได้ไม่ต้องคิดมากเวลาเลือกเสื้อผ้า เ้านายผมเขาก็เป็เหมือนกันครับ ชอบอะไรที่มัน... คลาสสิก"
น้ำมนต์เลิกคิ้วมองอย่างไม่ค่อยเชื่อนัก "อ๋อ... สไตล์มินิมอลแบบคนดังใช่ไหมคะ?"
"ใช่ครับ! มินิมอลมากเลยล่ะครับ" ยมรีบรับคำ "งั้นผมขอตัวไปเตรียมเอกสารทำสัญญาเช่าบ้านก่อนนะครับ เดี๋ยวเ้านายผมจะคอยนาน ไว้เจอกันนะครับคุณน้ำมนต์!"
พูดจบ ยมก็รีบสาวเท้าก้าวเดินจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้น้ำมนต์ยืนมองตามด้วยความสงสัยที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
คนอะไร... ใส่สูทดำเต็มยศเดินกลางแดดเมืองไทยได้โดยไม่มีเหงื่อสักหยด แถมยังช่วยคนโดนคุณไสยได้หน้าตาเฉยอีก... คุณเป็ใครกันแน่คะคุณยม?
หลังจากที่ ยม สัตย์ตรง รีบขอตัวกลับไปพร้อมคำแก้ตัวเื่ชุดสูทมินิมอล น้ำมนต์ ยืนมองตามแผ่นหลังกว้างนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเธอยังไม่ได้ขอเบอร์ติดต่อหรือช่องทางออนไลน์ไว้เลย เผื่อว่านิติบุคคลจะถามถึงเอกสารการเช่าบ้าน
"เอ้อ... คุณยมคะ! ลืมขอเบอร์ไว้เลย..."
น้ำมนต์ะโเรียกพร้อมก้าวตามไปเพียงไม่กี่ก้าว แต่ทว่า... พริบตาเดียวที่รถยนต์คันหนึ่งขับสวนผ่านกั้นกลางระหว่างเธอและเขา พอรถผ่านไป ร่างสูงสง่าของนายยมที่ควรจะยืนอยู่บนฟุตบาทกลับ อันตรธานหายไปอย่างไร้ร่องรอย น้ำมนต์ขยี้ตาตัวเองแรงๆ พลางมองซ้ายมองขวาด้วยความฉงน "อ้าว... เดินเร็วขนาดนั้นเลยเหรอ? หรือว่าเราตาฝาดเพราะอดนอนกันแน่เนี่ย?"
เธอเกาหัวด้วยความงุนงง ก่อนจะเดินเข้าบ้านไปอาบน้ำ แล้วทิ้งตัวลงนอนด้วยความเพลีย โดยที่ในหัวยังมีใบหน้าหล่อเหลาของเพื่อนบ้านใหม่วนเวียนอยู่
ในขณะเดียวกัน ณ ดินแดนทิพย์อันสวยงามที่ปกคลุมด้วยไอหมอกมงคล นายวัณ ราชิกา ยืนทอดถอนใจมองดูภาพเหตุการณ์บนโลกมนุษย์ผ่านนิมิต นายยม กลับมาปรากฏตัวข้างกายพร้อมรายงานเื่บ้านเช่า
"จัดการเรียบร้อยครับท่านวัณ บ้านหลังนั้นผีเยอะหน่อย แต่ผมจะกำราบไห้ครับ ส่วนนางพยาบาลคนนั้น... เธอดูฉลาดกว่าที่คิดนะครับ เริ่มสงสัยผมเื่วิชาอาคมแล้วด้วย" ยมรายงานพลางขยับสูทตัวเดิม
วัณหันมาสบตากับยมด้วยสายตาที่ลุ่มลึก "ยม... ข้าขอเตือนเ้าไว้อย่างหนึ่ง ในขณะที่เราอยู่ที่นั่น อย่าได้ทำให้มนต์ตราต้องหลงรักเ้า และตัวเ้าเองก็อย่าได้สร้างความผูกพันเกินจำเป็"
ยมทำหน้าฉงนสงสัย "ทำไมล่ะครับท่าน? ผมก็แค่ทำหน้าที่ผู้ติดตาม และช่วยเหลือตามสถานการณ์ อีกอย่าง... นางมนุษย์จะมาหลงรักยมทูตอย่างผมได้ยังไงกัน"
วัณไม่ได้ตอบ แต่ในใจของเขานั้นรู้ซึ้งถึง 'บุพเพสันนิวาส' ที่ผูกพันกันมาหลายภพชาติ ระหว่างยมทูตหนุ่มกับพยาบาลสาวคู่นี้ ในอดีตชาติทั้งสองเคยมีวาสนาต่อกันแต่ต้องพรากจากเพราะหน้าที่และกฎเหล็กของนรก การกลับมาเจอกันครั้งนี้เปรียบเสมือนบททดสอบครั้งใหญ่ที่วัณต้องคอยระวังไม่ให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอย
่ใกล้ค่ำ แสงตะวันเริ่มลาลับขอบฟ้า เพื่อนซี้สี่สหายทีมกู้ภัย บอย, เก่ง, ฝน และจอย ก็พากันหิ้วของกิน ทั้งส้มตำ ไก่ย่าง และขนมถุงใหญ่มาบุกบ้านน้ำมนต์ตามนัด
"น้ำมนต์! ตื่นหรือยังจ๊ะ พวกเราเอาเสบียงมาส่งแล้ว!" เสียงของจอยดังนำมาก่อนเพื่อน
กลุ่มเพื่อนรังสรรค์มื้อค่ำกันอย่างสนุกสนานภายในบ้านที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายพุทธคุณ พลางกางปฏิทินเช็กวันหยุด "นี่พวกเธอ เดือนหน้าเรามีวันหยุดยาวติดกันนะ นัดแนะกันหรือยังว่าจะไปเที่ยวบ้านพ่อแม่น้ำมนต์ที่ต่างจังหวัดกันวันไหน?" บอยเอ่ยขึ้นขณะคีบไก่ย่าง
"ไปสิ! ฉันอยากไปสูดอากาศในสวนพ่อวิษณุจะแย่แล้ว" ฝนเสริม
น้ำมนต์หัวเราะอย่างมีความสุข ก่อนจะเริ่มระบายเื่ราวประหลาดที่เธอเจอมาตลอดทั้งวันให้เพื่อนฟัง "พวกเธอเชื่อมั้ย... วันนี้ฉันเจอเื่เหลือเชื่อยิ่งกว่าเคสกู้ภัยที่เคยทำมาเสียอีก"
เธอเริ่มเล่าั้แ่เื่ที่นายยมมาหาบ้านเช่าฝั่งตรงข้าม จนถึงเหตุการณ์สยองที่บ้านป้าช้อนที่ลุงหมายอาเจียนออกมาเป็เศษผมและหนังควายต่อหน้าต่อตา
"เฮ้ย! จริงดิ!" เก่งวางแก้วน้ำทันที "หนังควายเนี่ยนะ? สมัยนี้ยังมีคนทำของใสกันอยู่อีกเหรอ แล้วคุณยมคนนั้นเค้าเป็ใครกันแน่ ทำไมถึงรู้วิธีแก้ของพวกนี้?"
"นั่นแหละที่ฉันสงสัย..." น้ำมนต์ตอบพลางมองออกไปทางหน้าต่าง ไปยังบ้านเช่าหลังตรงข้ามที่ยังคงมืดสนิท "เขาบอกว่าเป็นายหน้าค้าของเก่า แต่ท่าทางเขา... ดูไม่เหมือนคนธรรมดาเลยสักนิด"
ห่างออกไปจากหมู่บ้าน ที่เงียบสงบ ณ บ้านทรงไทยไม้สักหลังใหญ่ที่ล้อมรอบด้วยต้นไม้ครึ้มจนแสงแดดแทบส่องไม่ถึง กลิ่นอายของน้ำมันพรายและควันธูปอบอวลไปทั่วโถงกลางบ้าน ที่นั่นคือสำนักของ อาจารย์กายเพชร หรือที่ชาวบ้านขนานนามด้วยความยำเกรงว่า ครูเพชร
ชายสูงวัยรูปร่างสูงใหญ่ ผิวเข้มกร้านแดด ผมสี
ดอกเลาตัดกับหนวดเคราที่ดูแลอย่างดี นั่งขัดสมาธิอยู่หน้าหิ้งบูชาที่เต็มไปด้วยหัวกะโหลกและหุ่นพยนต์ สายตาของเขาดุดันและลุ่มลึกจนยากจะหยั่งถึง
"พ่อครู! ไหนว่าผีพรายที่ส่งไปไม่เคยพลาดไง!" เสียงตวาดดังขึ้นจาก ทรงพล นักธุรกิจหนุ่มใหญ่ในชุดสูทภูมิฐานแต่เื้ัทำธุรกิจสีเทาผิดกฎหมาย เขาก้าวเข้ามาในโถงด้วยท่าทางหัวเสีย "ไอ้เหน่งมันยังไม่ตาย! ลูกน้องผมรายงานว่ามันอยู่โรงพยาบาล ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้วด้วย!"
เหน่ง คือชายหนุ่มที่ประสบอุบัติเหตุรถคว่ำ ซึ่งแท้จริงแล้วไม่ใช่เื่บังเอิญ แต่เป็เพราะทรงพลสั่งเก็บเนื่องจากเหน่งบังอาจมาตอแยผู้หญิงในฮาเร็มของเขา
ครูเพชรลืมตาขึ้นช้าๆ แววตานั้นวาวโรจน์ด้วยความประหลาดใจ "เป็ไปไม่ได้... ผีตายโหงตนนั้นข้าเลี้ยงมันด้วยเืสดๆ สั่งให้มันเอาชีวิตใคร มันไม่เคยปล่อยให้รอดเกินคืนเดียว"
"แต่มันรอด! พ่อครูทำยังไงก็ได้ ให้มันตายก่อนที่มันจะฟื้นมาพูดอะไรได้มากกว่านี้!" ทรงพลทุบโต๊ะเสียงดัง
ครูเพชรนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มหยิบสายสิญจน์สีดำขึ้นมาบริกรรมคาถาเพื่อเรียกิญญาพรายกลับมาสอบถาม แต่ไม่ว่าจะร่ายมนต์บทไหน บรรยากาศรอบตัวกลับเงียบสนิท ไม่มีแม้แต่เงาสลัวหรือเสียงกระซิบที่เคยคุ้นเคย
"น่าแปลก..." ครูเพชรพึมพำ เสียงของเขาเริ่มสั่นด้วยความโกรธปนสงสัย "ผีพรายของข้าหายไป... ข้าเรียกเท่าไหร่ก็ไม่มีการตอบรับ เหมือนดวงิญญาของมันถูกทำให้ดับสลายไปจากโลกิญญา หรือไม่ก็ถูกกักขังในที่ที่อาคมของข้าเอื้อมไม่ถึง"
"ดับสลาย? ใครจะทำแบบนั้นได้!" ทรงพลถามอย่างใ
"ในเมืองนี้... ไม่น่าจะมีใครมีตบะแกร่งกล้าพอจะทำลายิญญาที่ข้าลงอาคมไว้ได้ภายในพริบตา" ครูเพชรลุกขึ้นยืน รัศมีมนต์ดำแผ่ซ่านออกมาจนลูกสมุนที่หมอบอยู่อ้อมนอกถึงกับขนลุกซู่ "แสดงว่าต้องมี 'ใครบางคน' เข้ามาขวางทางเรา... ใครบางคนที่ข้าไม่รู้จัก"
ในขณะที่ครูเพชรกำลังแค้นเคืองกับการสูญเสียผีพรายคู่ใจ ที่บ้านของน้ำมนต์ เพื่อนๆ กู้ภัยยังคงสรวลเสรีเฮฮา โดยไม่รู้เลยว่าพวกเขากำลังจะเจอจอมขมังเวทย์สายดำ ในอีกไม่ช้า
"น้ำมนต์... ฉันว่าเื่ลุงหมายกับ เแปลกๆ นะ" บอย เอ่ยขึ้นหลังจากฟังเื่เล่า "ถ้ามีคนทำของใส่กันจริงๆ คนที่ช่วยลุงหมายได้เนี่ย... ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ"
"นั่นสิ... ฉันว่าวันหยุดนี้ที่เราจะไปบ้านเธอที่ต่างจังหวัด เราลองไปปรึกษาปู่เธอดีไหม?" จอย เสนอ
น้ำมนต์พยักหน้าเห็นด้วย พลางหันไปมองบ้านเช่าฝั่งตรงข้ามอีกครั้ง ความมืดปกคลุมบ้านหลังนั้นไว้ แต่ในใจของเธอััได้ว่า... การปรากฏตัวของ นายยม และเ้านายที่ชื่อ นายวัณ จะนำพาความเปลี่ยนแปลงขนานใหญ่มาสู่ชีวิตของเธอและครอบครัวพิทักษ์กองทรัพย์อย่างแน่นอน