ตอนที่27ห่วงแต่แสดงออกไม่ได้
อาทิตย์เมื่อได้ข่าวของลูกชายจากภรรยา เขาก็รีบบบึ่งหน้ามาโรงพักทันที ตัวเขาเองก็ไม่ได้ทราบมาก่อนหน้านี้ว่าคู่กรณีเป็ใคร นิภาก็ไม่ได้ทราบมาก่อนเช่นกัน แต่เมื่อเธอได้มาปะทะกับคู่กรณีของลูกชายก็กลับลืมไปทันที ว่าตัวเองได้โทรบอกอาทิตย์ไว้ก่อนหน้าก่อนที่จะทราบคู่กรณีด้วยซ้ำ ชายผู้เป็พ่อเลยรีบบึ่งรถมาโรงพักด้วยจิตใจที่เป็ห่วงลูกชาย
เมื่ออาทิตย์โผล่เข้ามายังด้านใน ที่ที่ภูษิตากับนิภาโต้เถียงกันอยู่ท่ามกลางความวุ่นวายนั้น เขาชะงักทันทีเมื่อเห็นว่าคู่กรณีของสุริยะคือจ้ะจ๋า ลูกสาวของภูษิตา
“อ้าว! คุณอาทิตย์ มาทำอะไรครับนี่?” ตำรวจเ้าของคดีถามขึ้นเมื่อเห็นอาทิตย์เร่งฝีเท้ามาด้วยท่าทางหอบเหนื่อย
ทันใดนั้นเอง ทุกคนต่างก็มองไปทางเขาเป็สายตาเดียวกัน นิภาส่งสัญญาณให้ผู้เป็สามีผ่านทางสายตาว่าให้ออกไปก่อน ...แต่เขากลับยืนตะลึงอยู่อย่างนั้น ภูษิตาและบัวเองก็มองเขาด้วยความงุนงง อยากรู้ว่าเขามาทำอะไรที่นี่ตอนนี้
ในขณะเดียวกันสุริยะที่นั่งเซ็งอยู่นั้นเมื่อเขาเห็นหน้าพ่อจึงลุกขึ้นด้วยความดีใจและมีทีท่าว่าจะทักทาย
“พะ..พ่…”
“อ้อ!! คือผม!” อาทิตย์เห็นว่าลูกชายกำลังจะเรียกตน เขาจึงแทรกไว้เสียก่อน เพราะหากความแตกตอนนี้ว่าเขากับนิภาเป็คนรักกัน ทุกอย่างที่กำลังทำอยู่ก็พังหมด
“มีคนเห็นว่าจ้ะจ๋าโดนรถเฉี่ยวน่ะครับแล้วโทรบอก ผมเลยรีบมาดู” เขาหาข้อแก้ตัวได้ทันทำเอาสุริยะยืนขมวดคิ้วด้วยความงุนงง “ไหนดูซิเจ็บตรงไหนบ้างครับจ้ะจ๋า” อาทิตย์เดินเข้าไปหาจ้ะจ๋าโดยผ่านหน้าสุริยะไป
ทันใดนั้นเอง บัวที่ยืนอยู่ข้าง ๆ จ้ะจ๋าและภูษิตา เธอมองอาทิตย์และสุริยะสลับกันไปมาด้วยความสงสัย เพราะสังเกตเห็นแววตาของสุริยะว่าเมื่อเขาเห็นอาทิตย์เดินเข้ามา เขาก็มีท่าทีเหมือนดีใจแปลก ๆ อีกทั้งยังเหมือนจะทักอาทิตย์ขึ้นว่า ‘พ่อ’ แต่ดูท่าทางทุกคนที่อยู่ตรงนี้จะไม่มีใครสงสัยอะไรนอกจากนิภาที่ดูรุกรี้รุกรนอยู่ตรงที่เดิม
“มะ..ไม่เจ็บค่ะ” จ้ะจ๋าตอบเสียงเศร้าพลางดึงมือไปปาดน้ำตาที่เพิ่งไหลอาบแก้มไป ในขณะเดียวกันสุริยะที่ยืนอยู่ไม่ไกลก็ได้แสดงท่าทีไม่พอใจอย่างมาก
“ฮะ ๆ ๆ ๆ ฮ่า ๆ ๆ” เขาหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งด้วยความตลกที่พ่อของตนไม่สนใจลูกตัวเอง แต่กลับไปสนใจลูกของคนอื่น
ทุกคนมองมายังสุริยะด้วยความงุนงง เมื่อนิภาเห็นดังนั้นเธอก็เริ่มตั้งสติได้ก่อนจะเดินเข้าไปหาลูกชายทันที
“สุริยะ..” นิภาเดินเข้ามาโอบไหล่ลูกชายเอาไว้ เขาก้มหน้าลงเพราะกำลังร้องไห้ “เอ่อ..คุณตำรวจคะ ฉันไม่เอาเื่แล้วค่ะ ลูกฉันเขาน่าจะเจ็บมาก เดี๋ยว...ฉันพาลูกไปโรงพยาบาลก่อนดีกว่า”
เมื่ออาทิตย์เห็นลูกชายร้องไห้ เขาเ็ปในใจมากแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ได้แต่มองและยืนกำมือแน่น แต่ทว่า…มีคนสังเกตเห็นพฤติกรรมนั้นของเขาก็คือบัว
“อ่า เอางั้นเหรอครับ...ทางด้านคุณภูษิตาว่าไงครับ” ตำรวจหันไปถามภูษิตา
“คนที่ควรพูดคำนั้นน่าจะเป็ฝ่ายฉันมากกว่านะคะคุณนิภา” ภูษิตาตอบกลับเสียงเรียบนิ่ง แววตาว่างเปล่านั้นที่ยังคงหลงเหลือเพลิงไฟแห่งความเกรี้ยวกราดอยู่เล็กน้อย
“ผมว่าจบแค่นี้ดีกว่านะครับ ให้เด็ก ๆ เค้าไปพักผ่อนกันดีกว่า จ้ะจ๋าเองก็น่าจะเจ็บมาก” อาทิตย์พูดขึ้นในขณะที่เขาแตะไหล่ภูษิตาเบา ๆ
“ส่วนเธอเองก็ควรขอโทษน้องนะ” อาทิตย์พูดกับสุริยะในขณะที่เขายังคงมีน้ำตาไหลรินอยู่บนใบหน้า
สุริยะได้ยินเช่นนั้น เขาก็มองหน้าพ่อตัวเองด้วยความเจ็บใจ ในดวงตาของชายผู้เป็พ่อเต็มไปด้วยความจริงจังที่จะให้สุริยะเอ่ยคำขอโทษออกมา
“ขอโทษ” สุริยะตัดสินใจพูดออกมาเพียงสั้น ๆ ก่อนจะหันไปทางจ้ะจ๋าที่กำลังยืนเกาะหลังแม่และบัวอยู่
ภูษิตาได้ยินดังนั้นเธอยังไม่ทันได้มีคำตอบใด ๆ ออกมา ทันใดนั้นเองสุริยะก็ผลักเก้าอี้จนล้มและเดินออกไปจากตรงนั้นด้วยความโมโหอย่างหนัก ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความน้อยใจ
“สุริยะ! ไปไหนน่ะ!” นิภาหันมองลูกชายที่เดินลับไปด้วยความเป็ห่วง
ภูษิตาเห็นเช่นนั้น เธอถอนหายใจเฮือกหนึ่งเพราะเหนื่อยใจกับการเลี้ยงลูกของนิภา เธอคิดแค่ว่าในเมื่อเด็กคนนั้นยอมขอโทษแล้ว ก็ปล่อยให้เื่มันจบ ๆ ไป
“ก็ได้ค่ะ ในเมื่อ...เด็กคนนั้นขอโทษแล้ว ฉันเองก็ไม่ติดใจอะไร”ภูษิตาตอบไปทางนิภา
“แค่นี้ใช่มั้ยคะคุณตำรวจ มีอะไรอีกมั้ย ฉันจะไปตามลูก” นิภาถามตำรวจเ้าของคดีด้วยน้ำเสียงหงุดหงิด
“มะ…ไม่มีแล้วครับเชิญทั้งสองกลับได้ครับ”
เมื่อตำรวจเ้าของคดีพูดดังนั้น นิภามองหน้าภูษิตาด้วยแววตาอาฆาตแค้นก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้นในเวลาต่อมา
“งั้นเราก็ไปกันเถอะครับ” อาทิตย์พูดขึ้นเมื่อเห็นนิภาเดินออกไปเขาเดินนำทั้งสามออกไปยังโรงพักด้วยท่าทางที่เหนื่อยล้า
https://www.mebmarket.com/?store=publisher&action=home_page&publisher_id=4379373&publisher_name=%E0%B8%9B%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%97%E0%B8%AD%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87