บทที่ 1 ฝึกฝนย้อนเวลา
Trigger Warning : ความรุนแรง, ฆ่าตัวตาย
ฤดูหนาวอันหนาวเหน็บ หิมะตกหนักทั่วฟ้า ลมหนาวเย็นะเืจนทะลุกระดูก
ในห้องเช่าที่เรียบง่าย ‘หลิงอี้’ ที่หนวดเคราเฟิ้มค่อย ๆ ลืมตาขึ้น เขาเริ่มต้นด้วยการสำรวจรอบ ๆ ด้วยสีหน้าระแวดระวัง หลังจากแน่ใจว่าสถานที่ถูกต้อง สายตาของเขาจึงอ่อนโยนลง
"ลูกสาว หลังจากหนึ่งแสนปีเต็ม ในที่สุดพ่อก็ย้อนเวลากลับมาได้แล้ว!"
หนึ่งแสนปีก่อน ลูกสาวของเขาถูกวินิจฉัยว่าเป็โรคร้ายแรงที่ไม่มียาใดรักษาได้
เพื่อยืดชีวิตให้ลูกสาว เขาใช้เงินทองจนหมดตัวและยังเป็หนี้เงินกู้ดอกเบี้ยสูงอีกมากมาย
ลูกสาวของเขาไม่มีอาการดีขึ้นเลย แต่ตัวเขาเองกลับเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
เขาดื่มสุราและเล่นการพนันอย่างหนัก อารมณ์ฉุนเฉียวและโมโหง่าย เป็หนี้นอกระบบมากขึ้นเรื่อย ๆ ชอบทุบตีภรรยาและลูกสาวบ่อย ๆ ทั้งยังด่าลูกสาวว่าเป็ตัวถ่วงอีกด้วย
จนกระทั่งก่อนที่ลูกสาวจะเสียชีวิต บนร่างกายของเธอยังมีรอยฟกช้ำอยู่เจ็ดแปดแห่ง
ส่วนภรรยาของเขา…
หลังจากที่ลูกสาวสิ้นใจ เธอก็ะโลงมาจากดาดฟ้าของโรงพยาบาล พร้อมทิ้งคำพูดไว้ให้กับหลิงอี้ว่า "ก่อนตาย เสี่ยวเสี่ยวยังคิดว่าเป็เพราะเธอไม่ดี คุณถึงได้ตีและด่าเธอ เธอบอกว่าความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตนี้คือการได้ยินคุณให้อภัยเธอ หลิงอี้ คุณไม่สมควรเป็พ่อของเสี่ยวเสี่ยว!"
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หลิงอี้รู้สึกว่าการมีชีวิตอยู่ยังแย่กว่าความตาย เขาจึงะโลงมาจากดาดฟ้าเช่นกัน
แต่เขาไม่ตาย กลับถูกพาไปยังดาวอีกแห่งโดยเซียนชุดเขียวที่ท่องเที่ยวมาถึงที่นี่
แต่ในตอนนั้นหลิงอี้ไม่มีอะไรให้ห่วงใยอีกแล้ว เขาตั้งใจจะฆ่าตัวตาย จนกระทั่งเซียนชุดเขียวบอกเขาว่า หากสามารถบรรลุถึงขั้นจักรพรรดิเซียน ก็จะสามารถย้อนเวลากลับไปช่วยภรรยาและลูกสาวได้ เขาจึงเริ่มฝึกฝนอย่างจดจ่อโดยไม่สนใจสิ่งอื่นใด
อาจเป็เพราะความรู้สึกผิด ทำให้เขาฝึกฝนอย่างบ้าคลั่งยิ่งกว่าใคร ความทุกข์ทรมานที่คนอื่นทนไม่ได้ เขากลับทนได้ เขตหวงห้ามที่คนอื่นไม่กล้าเข้า เขาก็กล้าเข้าไป… ดังนั้นเขาจึงใช้เวลาเพียงหนึ่งแสนปีเท่านั้นก็สามารถบำเพ็ญเพียรจนถึงระดับจักรพรรดิเซียน ซึ่งคนอื่น ๆ ต้องใช้เวลาหลายล้านปีก็ยังไม่สามารถบรรลุถึงได้
ในฐานะผู้เป็จักรพรรดิเซียนหมื่นปี เขาไม่ได้หลงใหลในชีวิตะ แต่กลับใช้พลังทั้งหมดที่บำเพ็ญมาเป็ต้นทุน บังคับฝ่าฟ้าแยกดิน พลิกกลับกาลเวลา ใช้ิญญาเดิมย้อนกลับไปยังดาวสีฟ้าเมื่อหนึ่งแสนปีก่อน จึงเกิดเป็ฉากแรกดังที่กล่าวมา
"เสี่ยวเสี่ยว...!" หลิงอี้ะโเรียก แล้วรีบเดินออกจากห้องนอน
เป็เวลาถึงหนึ่งแสนปีเต็ม ๆ แล้ว เขารู้สึกใจร้อนรนอยากจะกอดลูกสาวเหลือเกิน
อย่างไรก็ตามภรรยาและลูกสาวไม่ได้อยู่บ้าน มีเพียงเฟอร์นิเจอร์เรียบง่ายไม่กี่ชิ้นปรากฏแก่สายตา
มองดูห้องนั่งเล่นที่เรียบง่ายแต่สะอาดเรียบร้อย ภาพของภรรยา ‘ฉีซืออวิ๋น’ ก็ผุดขึ้นมาในความคิดทันที
เมื่อนึกถึงว่าตัวเองเคยทุบตีและด่าทอเธอเมื่อมีเื่ไม่สบอารมณ์เพียงเล็กน้อย หลิงอี้ก็ยกมือตบหน้าตัวเองทันที "ช่างเลวร้ายยิ่งกว่าสัตว์เดรัจฉาน!"
"เธอวางใจได้ ั้แ่นี้ฉันจะไม่ยอมให้เธอาเ็อีกเด็ดขาด!"
"และเสี่ยวเสี่ยว ถึงแม้ยมทูตจะ้าพรากชีวิตลูกตอนสามยาม พ่อก็จะรักษาลูกไว้เอง!" เขาไม่มีข้อมูลติดต่อของภรรยา เพราะถูกเธอบล็อกไปนานแล้ว จึงได้แต่รออยู่ที่บ้าน
แต่เขาไม่ได้เสียเวลาไปเปล่า เขากลับเข้าไปในห้องนอน นั่งขัดสมาธิบนเตียง และเริ่มฝึกฝน ‘บันทึกกลืนฟ้า’ อย่างจริงจัง
บันทึกกลืนฟ้าเป็ตำราที่เขาคัดเลือกมาอย่างพิถีพิถันจากตำราวิชาและคัมภีร์ลับนับร้อยล้านเล่มเมื่อสองหมื่นปีก่อน เป็ตำราที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการฝึกฝนในสถานที่ที่พลังิญญาเหือดแห้งอย่างดาวสีฟ้านี้และเมื่อฝึกฝนจนถึงขีดสุด มันยังทรงพลังกว่าวิชาที่เขาฝึกในชาติก่อนถึงร้อยเท่า
เพียงไม่กี่นาที ร่างกายของหลิงอี้ก็เกิดการเปลี่ยนแปลง ความอ่อนเพลียที่เกิดจากการดื่มสุราหนักหายไปแล้วแทนที่ด้วยความกระปรี้กระเปร่า
แม้ว่าลมหนาวจะพัดกระโชกอยู่นอกหน้าต่าง และในห้องก็ไม่มีเครื่องปรับอากาศ แต่หลิงอี้กลับรู้สึกเืลมเดือดพล่าน เต็มไปด้วยความคาดหวัง
...ยามพลบค่ำ หิมะที่ทับถมกันสูงถึงระดับหัวเข่าแล้ว
ท่ามกลางลมหนาวที่พัดกระโชก บนถนนแทบไม่เห็นแม้แต่เงาผี
แต่ที่หน้าประตูหมู่บ้าน กลับมีคุณแม่วัยสาวสวมเสื้อผ้าบาง ๆ กำลังพาลูกสาววัยสามขวบล้างหัวไชเท้าอยู่ หัวไชเท้าเหล่านี้เป็สิ่งที่ฉีซืออวิ๋นปลูกไว้ในแปลง เธอเพิ่งถอนขึ้นมาจากดิน ยังไม่ทันได้ล้างทำความสะอาด
เธอจำเป็ต้องรีบตั้งแผงขายให้ทันก่อนอาหารเย็น มิฉะนั้นหากพลาด่เวลามื้ออาหาร หัวไชเท้าเหล่านี้ก็จะขายไม่ออกแล้ว
หิมะตกลงมาอีกครั้ง ฉีซืออวิ๋นรีบถอดเสื้อคลุมนอกออกมาบังศีรษะลูกสาว "เสี่ยวเสี่ยว หนาวเกินไปแล้ว ลูกกลับไปก่อนดีไหม?"
"ไม่ค่ะ ถ้าบังเอิญทำให้พ่อตื่น พ่อต้องตีหนูแน่!" เด็กหญิงตัวน้อยตัวสั่น ใบหน้าแสดงความหวาดกลัวอย่างที่สุด
ฉีซืออวิ๋นชะงัก ดวงตาเต็มไปด้วยความสงสาร
อีกฝ่ายควรจะมีวัยเด็กที่มีความสุข แต่ตอนนี้กลับต้องมาล้างหัวไชเท้ากับเธอในอากาศหนาวเหน็บ
เมื่อมองเห็นมือน้อย ๆ นุ่มนิ่มที่เย็นจนเป็สีม่วง หัวใจของฉีซืออวิ๋นก็เ็ปราวกับถูกมีดแทง น้ำตาใส ๆ ไหลลงมาอย่างห้ามไม่อยู่
"แม่อย่าร้องไห้นะคะ เสี่ยวเสี่ยวไม่หนาวหรอก" ลูกสาวเช็ดมือน้อย ๆ บนเสื้อผ้า แล้วประคองใบหน้าของผู้เป็แม่ ค่อย ๆ เช็ดน้ำตาให้อย่างอ่อนโยน
"แม่ไม่ได้ร้องไห้จ้ะ แค่ลมแรงเกินไป" ฉีซืออวิ๋นกอดลูกสาวเข้าสู่อ้อมกอด หันกลับไปมองทาง 'บ้าน' อีกครั้ง สายตาของเธอค่อย ๆ เปลี่ยนเป็แน่วแน่
ต้องหย่าให้ได้!
เมื่อความมืดกำลังจะมาเยือน กลุ่มคนกลุ่มหนึ่งก็ล้อมรอบแม่ลูกคู่นี้อย่างกะทันหัน
เมื่อเด็กน้อยเห็นว่าคนที่มาเป็ใคร ก็ใรีบกอดขาแม่ไว้แน่น ร่างกายสั่นเทาไม่หยุด
"คุณฉี เตรียมเงินมาพร้อมหรือยัง?" จางข่ายเคาะพื้นด้วยท่อนเหล็ก ท่าทางดุดันน่ากลัว
"เงินอะไร?" ฉีซืออวิ๋นกอดลูกสาวไว้ ขมวดคิ้วพูดว่า "เงินที่หลิงอี้ยืมพวกคุณ เมื่อวานฉันชำระคืนหมดแล้ว นี่คือสิ่งที่คุณพูดด้วยปากของคุณเอง"
"เมื่อวานฉันจำผิด ห้าหมื่นที่คุณคืนเป็แค่ดอกเบี้ย ยังเหลือเงินต้นอีกหนึ่งหมื่นที่ยังไม่ได้คืน รวมดอกเบี้ยวันนี้ พวกคุณยังเป็หนี้ฉันหนึ่งหมื่นห้าพัน"
"นี่มันปล้นกันชัด ๆ!" ฉีซืออวิ๋นเข้าใจแล้ว
"ถูกต้อง นี่แหละคือการปล้น จะจ่ายเงินตอนนี้หรือจะไปกับผม?" จางข่ายมองสำรวจฉีซืออวิ๋น แอบคิดว่าผู้หญิงคนนี้ช่างเป็สาวงามจริง ๆ ไม่แปลกที่คุณชายฉินจะระบุชื่อให้เธอมาปรนนิบัติในอากาศหนาวเย็นเช่นนี้ การมีสาวงามอยู่ข้างกายด้วย แค่คิดก็รู้สึกอบอุ่นไปทั้งตัวแล้ว!
"อย่าฝันเลย!"
"อย่าฝันงั้นเหรอ? ฮึ!" จางข่ายส่งสายตาสั่งการ ทันใดนั้นลูกน้องหลายคนก็พุ่งเข้าไป แยกแม่ลูกสองคนออกจากกันอย่างรุนแรง
เด็กน้อยร้องไห้โฮด้วยความใ ร่างกายสั่นเทา ไม่ว่าฉีซืออวิ๋นจะปลอบอย่างไรก็ไม่เป็ผล
"จางข่าย ถ้ามีอะไรก็มาลงที่ฉันสิ ปล่อยลูกสาวฉันไป!" ฉีซืออวิ๋นเห็นสภาพแบบนั้นก็ร้องไห้น้ำตาไหลพรากราวกับสายฝน หัวใจเ็ปราวกับถูกมีดกรีด
"อย่าบอกว่าฉันไม่ให้โอกาสเธอนะ แค่คืนนี้เธอทำให้คุณชายฉินพอใจ บัญชีระหว่างฉันกับสามีไร้ค่าของเธอก็จบกัน ไม่งั้นฉันจะหักขาลูกสาวเธอเดี๋ยวนี้เลย!"
"ปล่อยลูกสาวของฉันก่อน!" ฉีซืออวิ๋นะโสุดเสียง วิงวอนอย่างสิ้นหวัง
"ดูเหมือนเธอจะไม่ยอมดื่มสุราฉลอง คงต้องดื่มสุราลงโทษแทนสินะ" จางข่ายพูดพลางยกท่อนเหล็กขึ้น แล้วฟาดลงบนหัวเข่าเล็ก ๆ ของเด็กน้อยอย่างรุนแรง
เสียงกระดูกดังขึ้น ขาซ้ายของเด็กน้อยบิดเบี้ยวทันที คนที่จับตัวเธอปล่อยมือ ร่างของเด็กน้อยล้มลงบนพื้น ความเ็ปรุนแรงทำให้เธออ้าปากค้าง แต่ไม่สามารถส่งเสียงใด ๆ ออกมา ได้แต่ชักกระตุกไม่หยุดอยู่บนพื้นหิมะ
ฉีซืออวิ๋นกรีดร้องด้วยความเ็ป สลัดหลุดจากพันธนาการและคลานไปที่หน้าเด็กน้อย อยากจะยื่นมือไปอุ้มเธอขึ้นมา แต่ก็ไม่กล้าแตะต้องตัว มือทั้งสองข้างลอยอยู่กลางอากาศสั่นระริก เธอร้องไห้จนพูดไม่ออก น้ำตาหยดลงบนใบหน้าเล็ก ๆ ของเด็กน้อย
เด็กน้อยกัดฟันลืมตาขึ้น ยื่นมือไปเช็ดน้ำตาให้แม่ แล้วพูดเสียงเบาว่า "แม่จ๋า… อย่าร้องไห้… หนูไม่เจ็บ..."
ฉีซืออวิ๋นได้ยินดังนั้น รู้สึกราวกับอกจะแตกออกเป็เสี่ยง ๆ เธออยากโทรเรียกรถพยาบาล แต่โทรศัพท์กลับถูกจางข่ายฉวยเอาไปในทันที
"คุณชายฉินไม่ชอบลูกอกตัญญูคนนี้ ปล่อยให้เธอหนาวตายที่นี่แล้วกัน" จางข่ายพูดจบ ก็ส่งสัญญาณ ทันใดนั้นก็มีคนพุ่งเข้ามาจับตัวฉีซืออวิ๋นที่กำลังร้องะโสุดเสียง แล้วหายไปในความมืดของราตรี
"แม่จ๋า แม่จ๋า เสี่ยวเสี่ยวหนาวจัง"
ในความมืดของราตรี เสียงเล็กค่อย ๆ เบาลงเรื่อย ๆ...