เพราะเสียงของเย่ซวนดังมาก เป็นเรื่องปกติที่ซูหมิงจูจะได้ยิน ดังนั้นเธอจึงรีบเข้าไปห้ามเย่ซวนซึ่งกำลังตกอยู่ในอารมณ์แปรปรวน
“ใช่ลูกของเนี่ยฝานซะที่ไหนล่ะ เนี่ยฝานไม่ได้มาที่นี่เลย เธอเข้าใจผิดแล้ว นอกจากนี้คนที่ควรจะโกรธคือฉันต่างหาก เย่ซวน เธอกล้าดียังไงมาทำลูกสาวของฉันท้อง!”
ซูหมิงจูไม่ได้พบเห็นเนี่ยฝานตั้งแต่วันนั้น แม้ว่าเธอจะยอมเสนอตัวเข้าแลก เพื่อให้เขาตามหาลูกชายก็ตาม ดังนั้นเมื่อเย่ซวนพูดถึงเนี่ยฝานอารมณ์ของเธอจึงขึ้น แต่ไม่มีใครสรที่ซูหมิงจู ตอนนี้เย่ซวนจับมือของซูหยวนด้วยความรู้สึกที่หลากหลาย
“นี่เป็นลูกของฉันจริงๆ เหรอ”
“ใช่ ครั้งนั้นที่เรามีอะไรกันล่าสุดก่อนที่นายจะหายตัวไป จำได้ไหมว่าเราไม่ได้ใส่ถุงยาง” ซูหยวนพูดมาได้หน้าไม่อาย ทั้งที่ความจริงแม่ของเธอยังยืนหัวโด่อยู่ตรงนี้
“ฮ่าฮ่า จำได้สิ ตอนนั้นฉันไม่ได้ใส่ถุง แถมยังแตกในหอยของเธอไปเต็มๆ แต่พูดแล้วก็เงี่ยน หลายเดือนที่ผ่านมาฉันไม่ได้มีเซ็กส์เลย ซูหยวนแม้ว่าตอนนี้เธอจะท้องอยู่ เราสามารถมีเซ็กส์กันได้ไหม”
เย่ซวนไม่ได้บอกว่าเพิ่งถูกอมโดยเฉาจื่อ สำหรับเขาผู้หญิงคนนั้นขี้เหร่ ไม่คุ้มค่าที่จะเสียเวลาด้วย
“ฉันเองก็ไม่รู้เรื่องนี้ แต่น่าจะไม่มีปัญหา หากเราทำมันเบาๆ” ซูหยวนตอบด้วยความรักใคร่ ตอนนี้เธอรู้สึกมีความสุขมาก จนไม่สนใจเสียงของแม่ที่กำลังดุด่าอยู่ข้างหู
“งั้นเราขึ้นไปบนห้องกันเถอะ” เย่ซวนอุ้มเธอ ก่อนจะหันไปพูดกับซูหมิงจู “ขอโทษนะป้า ขอตัวไปอึ้บลูกสาวป้าก่อนแล้วกัน อีกอย่างหนึ่งท้องโตขนาดนี้แล้ว ถุงยางคงไม่จำเป็นต้องใส่”
“ไอ้เด็กบ้า ทำอย่างกับว่าลูกของฉันเป็นอีตัวซะงั้น นอกจากนั้นซูหยวนยังยอมมันอีก เห้อ...นี่ฉันจะต้องเลี้ยงหลานราคาถูกจริงเหรอ?”
โดยปรกติซูหมิงจูจะต้องสงสารเย่ซวน แต่เมื่อเห็นพฤติกรรมของเขาว่าเป็นอย่างไร เธอจึงยิ่งโกรธและสาปแช่ง
........
สกุลกู่ ณ คฤหาสน์เก่าแก่อายุร้อยปี ภายในคฤหาสน์ถูกตกแต่งอย่างกับบ้านผีสิง นอกจากนั้นบรรยากาศยังวังเวง ถูกปกคลุมด้วยหมอกทึบ ยากที่แสงอาทิตย์หรือดวงจันทร์จะส่องเข้ามาได้
ห้องหลังหนึ่งซึ่งตั้งอยู่บนหอคอยสูงของคฤหาสน์ มันเป็นพื้นที่ส่วนตัวของกู่หวังชิง ผู้นำสกุลกู่ซึ่งซ่อนตัวอยู่ในความมืด เขามองดูรายงานที่กลุ่มนินจาเสวียนอู่นำกลับมา ก่อนจะขมวดคิ้วเมื่อเห็นผลลัพธ์
“เกิดอะไรขึ้น ทำไมพวกที่กลับมาถึงมีร่างกายไม่สมประกอบ” นั่นเป็นคำถามของกู่หวังชิง และเมื่อกู่เจี้ยนผิงกลับมาถึง เธอก็ถูกเรียกตัวเข้าไปพบกู่หวังชิงโดยยังไม่ได้พักหายใจ
“ทำไมทุกอย่างถึงเป็นแบบนี้ ฉันหวังว่าเธอจะเตรียมคำตอบไว้นะ”
กู่เจี้ยนผิงรู้สึกร่างกายร้อนผ่าว นี่คือการโจมตีจากแมลงภายในร่างกาย มันถูกกระตุ้นโดยกู่หวังชิง ผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งกู่
“เพราะคนขุดสุสานของหัวหน้าหม่า เขาบังเอิญได้ผสานกับอาวุธแห่งกฎเข้า และเหมือนว่าจะไม่สามารถควบคุมพลังได้ จึงฆ่าทุกคนที่นั่นค่ะ”
“อาวุธแห่งกฎอย่างนั้นเหรอ มันคืออะไร!” กู่หวังชิงสนใจอาวุธแห่งกฎมาโดยตลอด มิฉะนั้นเขาจะสั่งให้คนไปโจมตีภูเขาห้านิ้วเพื่อขโมย ‘โซ่เบี่ยงวิถี’ ไปทำไม
“ลมหายใจแห่งน้ำแข็ง เป็นอาวุธธาตุ หลอมรวมกับร่างกายมนุษย์ค่ะ”
“อาวุธแห่งกฎธาตุน้ำแข็งงั้นเหรอ แถมยังหลอมรวมกันร่างกาย ฮ่าฮ่า ไม่คิดเลยว่าจะพบของชิ้นนี้เพราะการขุดสุสาน เอาล่ะกู่เจี้ยนผิงครั้งนี้เธอทำดีมาก”
กู่เจี้ยนผิงตะลึง ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงดีใจ ตามปรกติเธอต้องถูกลงโทษเพราะทำงานล้มเหลว
คล้ายกู่หวังชิงรู้ว่าเธอกำลังคิดอะไรอยู่ เขาจึงกล่าวขึ้นว่า “แน่นอนว่าเธอจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น แต่เพราะข่าวเรื่องอาวุธแห่งกฎฉันเลยพยายามที่จะมองข้ามไป อีกอย่างหนึ่งเรื่องของนายน้อยเนี่ยเป็นยังไงบ้าง เธอได้เข้าหาเขาหรือเปล่า”
ความจริงกู่หวังชิงสามารถเรียกดูความทรงจำของเธอได้ผ่านกู่ แต่การทำแบบนั้นจะต้องเอาแมลงที่ถูกฝังไว้ในสมองออกมา ซึ่งอาจทำให้สมองเสียหาย โดยปกติจะไม่ใช้วิธีนี้ยกเว้นว่าจำเป็นจริงๆ
“เขามีความสนใจในตัวของฉันค่ะ นอกจากนั้นเพราะความใกล้ชิดนี้ฉันจึงใช้กู่เข้าควบคุมเขา และบอกให้เขาเล่าถึงเรื่องในอดีตบนภูเขาห้านิ้ว” กู่เจี้ยนผิงเว้นช่วงหนึ่ง ก่อนจะกล่าวเสริม “ดูเหมือนว่านายน้อยเนี่ยจะไม่รู้เรื่องเกี่ยวกับ ‘โซ่เบี่ยงวิถี’ บอดีการ์ดแค่ปกป้องเขาและแฟน จากนั้นพาหลบหนีจากภูเขาห้านิ้วค่ะ”
“เป็นอย่างนั้นเองเหรอ งั้นก็แสดงว่าพวกลามะมันโกหกฉันสินะ ไอ้พวกสารเลว!” กู่หวังชิงแสดงรอยยิ้มเย็นเยือก ลามะที่เขากล่าวถึงคือกลุ่มคนหัวโล้นบนภูเขา กู่หวังชิงได้ส่งนินจาไประลอกที่สองเพื่อติดตามข่าว แต่ลามะนั้นปากแข็งไม่ยอมพูดอะไร ข้อมูลที่ได้รับคือนายน้อยเนี่ยอยู่ที่นั่น กู่หวังชิงจึงคิดไปเองว่าเนี่ยฝานอาจได้โซ่ไป
กู่หวังชิงไม่ได้สงสัยกู่เจี้ยนผิง ผู้หญิงคนนี้ไม่มีเหตุผลต้องโกหก
“แล้วเราจะทำยังไงต่อไปดีคะ หรือว่าจะส่งนินจาไปที่ภูเขาห้านิ้ว?” กู่เจี้ยนผิงถาม
“ยังก่อน เรื่องอาวุธแห่งกฎชิ้นนั้นไม่สำคัญเท่ากับข่าวล่าสุด” กู่หวังชิงเผยรอยยิ้ม จะอย่างไรเสียอาวุธที่มีรูปร่างเป็นวัตถุนั้นมีข้อจำกัดมากมาย แถมยังต้องมีข้อแลกเปลี่ยนในการใช้งานแต่ละครั้ง ผิดกันอาวุธแห่งกฎที่เป็นธาตุ สามารถหลอมรวมร่างกาย และไม่จำเป็นต้องจ่ายค่าตอบแทน แม้ว่าสิ่งนี้จะผิดจากที่คาดการณ์ไว้ตอนแรก แต่ก็ถือเป็นอาวุธที่สำคัญ
“ฉันอยากได้ข้อมูลของคนที่เธอบอก ยิ่งเร็วเท่าไหร่ยิ่งดี”
“เข้าใจแล้วค่ะ ฉันจะรีบสอบถามหัวหน้าหม่าทันที ด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเขาคงไม่กล้าปิดบังข้อมูลใดๆ”
กู่หวังชิงพยักหน้าและไล่เธอออกไปจากห้อง
เมื่อเดินอยู่บนโถงคนเดียว กู่เจี้ยนผิงได้โทรหาหัวหน้าหม่า ดูเหมือนว่าคนพวกนั้นจะกลับลงไปที่สุสาน เมื่อได้ยินว่าเย่ซวนไม่อยู่แล้ว ซึ่งก็ไม่ใจใช่เรื่องแปลกของคนขุดสุสาน
“หัวหน้าหม่าฉันไม่สนใจสมบัติที่นั่น คุณอยากจะเอาก็เอาไปได้เลย”
“คุณกู่พูดจริงเหรอครับ” หัวหน้าหม่าถาม หลังจากเคลียร์สถานที่แล้ว เขาจึงพบของมีค่าจำนวนมากในสุสานเก่า ไม่มีกับดัก เหมือนว่ากับดักเพียงอย่างเดียวจะเป็นอาวุธแห่งกฎชิ้นนั้น
“จริงสิคะฉันไม่เคยโกหก” กู่เจี้ยนผิงเน้นเสียง “หัวหน้าหม่า ฉันต้องการข้อมูลเกี่ยวกับเย่ซวน คุณคงไม่ปฏิเสธหรอกใช่ไหมคะ”
“แน่นอนว่าไม่ปฏิเสธ เหมือนว่าเขาจะเรียนที่มหาลัยหยูโจวนะ นอกจากนี้ผมก็ไม่รู้อะไรอีกแล้ว”
หัวหน้าหม่าอยากให้เย่ซวนตาย ผู้ชายคนนี้อันตรายมาก กล้าฆ่าเฉาจื่อของเขา นอกจากนั้นยังคิดจะฆ่าเขาอีก
“แค่นี้ก็เพียงพอแล้วค่ะ”
กู่เจี้ยนผิงวางสายแล้วนำข้อมูลไปบอกกับกู่หวังชิง หลังจากนั้นเธอจึงขอตัวไปพักผ่อน
“มหาลัยหยูโจว เรื่องนี้ไม่ยาก แค่ให้นินจาสืบหาข้อมูลที่อยู่กับฐานข้อมูลในมหาลัยก็พอแล้ว” กู่หวังชิงยกไวน์ขึ้นมาดื่ม ไม่สิหากมองให้ละเอียด มันเหมือนกับเลือดมากกว่า
.......
เช้าอีกวัน เย่ซวนตื่นขึ้นมาโดยมีแฟนสาวนอนอยู่ข้างๆ แม้ว่าท้องของเธอจะโตและทำให้เขามีเซ็กส์ไม่สะดวก แต่ถึงอย่างนั้นก็ดีกว่าชักว่าวสนองความใคร่ด้วยตัวเอง
ซูหยวนรู้สึกว่าเตียงขยับจึงลืมตาตื่น เมื่อเห็นเย่ซวนจึงกอดเขาแน่น
ชายหนุ่มลูบศีรษะของเธอ ผ่านไปเวลาหนึ่งเป็นฝ่ายซูหยวนถามว่า
“เกิดอะไรขึ้นเย่ซวน นายหายหน้าไปตั้งหลายเดือน ทำไมถึงไม่กลับมาหาฉัน หรือว่านายมีแฟนใหม่แล้ว”
“ฉันไม่เคยมีใครนอกจากเธอ แต่ที่ไม่ได้มาหาเพราะเสียความทรงจำ”
“เสียความทรงจำ...? มันเกิดอะไรขึ้น เย่ซวนนายไม่จำเป็นต้องปิดบังฉัน”
“เอาล่ะฉันจะเล่าย้อนกลับไปเรื่องเมื่อหลายเดือนก่อน เนี่ยฝานขโมยหินของฉัน และฉันทำให้เขาขายหน้าดังนั้นจึงสั่งให้คนมาเก็บฉัน เธอเองก็น่าจะเห็นแล้วไม่ใช่เหรอว่าธาตุแท้ของเนี่ยฝานเป็นยังไง ผู้ชายคนนี้กำลังหลอกทุกคน เขาไม่ได้โง่หรือสมองกลวง แต่เป็นคนฉลาดที่วางแผนทุกอย่างอยู่เบื้องหลัง!”
เย่ซวนไม่ได้บอกว่าเพราะอะไรถึงถูกไล่ฆ่า เขาเก็บเรื่องนั้นเป็นความลับ และผลักใสทุกอย่างให้เนี่ยฝาน
“มิน่าล่ะช่วงหลังเขาจึงดูแปลก นอกจากนั้นเขายังมีผู้หญิงไปเรียนด้วย เป็นสาวชาวต่างชาติมาจากเกาหลี เห็นแล้วขัดหูขัดตาชะมัด!”
“เกาหลีเหรอ...” เย่ซวนตกตะลึง
จากที่เขาเห็นเมื่อวานไม่ใช่สาวเกาหลีแต่เป็นชาวตะวันตก ดังนั้นเนี่ยฝานจึงไม่ได้มีแค่ผู้หญิงแค่คนเดียว แต่กลับมีมากกว่านั้น
ในฐานะพระเอกที่แสวงหาฮาเร็ม เป็นเรื่องปกติที่เย่ซวนจะอิจฉา
“ไม่ได้การ เขาสั่งคนมาไล่ฆ่านาย นี่เป็นการฆาตกรรมปิดปากชัดๆ เย่ซวนเราจะต้องแจ้งความ” ซูหยวนเปลี่ยนเรื่อง เหมือนว่าจะเพิ่งนึกเรื่องนี้ได้จึงยกขึ้นมาพูด
“ไม่ได้หรอก สกุลเนี่ยมีอิทธิพลยิ่งใหญ่ ตำรวจทั้งหมดคงเป็นคนของพวกเขา”
“แล้วเราจะทำยังไง หรือว่าจะลอบฆ่าเขาดี”