รุ่งอรุณมาถึงแล้วแต่ทว่าเวลานี้ช่างพิเศษนัก ข้าเท้าศีรษะมองใบหน้าด้านข้างแสนหล่อเหลาของไฉต๋าตงลมหายใจเขาเข้าออกเป็จังหวะอย่างสม่ำเสมอ อีกทั้งแพขนตายาวของอีกฝ่าย เมื่อได้เห็นใกล้ ๆกลับยิ่งน่ามอง
“เช้าแล้วไฉต๋าตง”ข้ากระซิบกับอีกฝ่าย แต่เขากลับทำเพียงขมวดคิ้วแล้วหลับอีกครั้ง “เช้าแล้ว ข้าหิว”ข้าเอ่ยอีกครั้ง พร้อมทั้งจิ้มแก้มเกลี้ยงเกลานั่น
“ถ้าเช่นนั้นก็กินเสียสิ”เขาพึมพำเสียงแ่ ข้าหัวเราะพลางลากนิ้วมือไปยังแผ่นอกกว้าง
“ท่านแน่ใจหรือ”ข้าเอ่ยเสียงหวาน แต่อีกฝ่ายกลับไม่คิดโต้ตอบ
ฉะนั้นแล้วคงหาว่าข้ารังแกเขามิได้นะข้าดึงผ้าห่มออกไปจึงทำให้เผยร่างเปลือยเปล่าของสองเราแม้แก่นเนื้อเขายังคงหลับใหล แต่มีหรือที่เขาจะทนได้ ข้าขึ้นคร่อมท่อนล่างอีกฝ่ายแนบกลีบดอกไม้ให้จับกุมเขาแทนฝ่ามือข้า
“ข้าจะกินแล้วนะ”ข้าเอ่ยขึ้นอีกครั้ง พลางขยับกลีบบุปผาให้รูดแก่นกายพร้อมใช้ริมฝีปากนี้ขบยังยอดอกเขา จนไฉต๋าตงตัวกระตุกหน่อย ๆ
พอข้าขยับได้ชั่วครู่น้ำหวานจากร่างชโลมจนเต็มแก่นกาย และเมื่อข้ายกบั้นท้ายขึ้น เพื่อจะจับเขากินจริงๆ ไฉต๋าตงก็ห้ามข้าไม่ทันเสียแล้ว
“อ๊า!~” ข้าเผลอร้องเสียงหลง เมื่อมันเข้าไปภายจนมิดในคราเดียว
“อึก! เหม่ยหลิน…เ้าซุกซนเกินไปแล้ว” เขาเอ่ยเสียงแ่มองข้าที่ทำเพียงบดเบียดสะโพกจนภายในกายตอดรัดแน่น
“ก็ท่านเป็คนพูดเองว่าให้ข้ากิน”ข้าเอ่ยพลางหัวเราะ ก่อนจุมพิตอีกฝ่าย “เช่นนี้แหละ ข้าถึงได้กำลังกินท่าน”
“เ้า…” เขาพึมพำพลางฉวยโอกาสคว้าบั้นท้ายข้าไว้ แล้วออกแรงขยับร่างข้าให้ขึ้นลง
“อ๊ะ!มันลึกเกินไปแล้ว” ข้าร้อง พลางใช้ฝ่ามือดันหน้าท้องอันแข็งแกร่งของเขา “ท่านรุนแรงเกินไปแล้ว”
“แล้วใครบอกให้เ้ากินข้าก่อนกันตอนนี้ข้าถึงกำลังช่วยให้เ้าได้กินอย่างถนัดไง”
“อ๊ะ! อ๊า~” ข้าร้องพร้อมปล่อยกายให้ไฉต๋าตงได้ควบคุมถึงอย่างงั้นข้าเองก็ออกแรงขยับสะโพกด้วย จนเมื่อเขาเริ่มขยับเร็วขึ้นน้ำกามถูกปลดปล่อยจนแน่นคับภายในโพรงหวาน
ข้าใช้สองมือยืนกายไม่ให้ล้มลงแนบอกแต่ไฉต๋าตงหาได้หยุดไม่ เขาดันร่างข้าให้หลุดออกจากแก่นกายแล้วดันต้นขาทั้งสองข้างยกขึ้น ขาข้าพาดอยู่บนบ่าเขา และเพราะเป็เช่นนั้นไฉต๋าตงถึงได้ดันแก่นกายเข้ามาในร่างข้าได้อีกหน
ไฉต๋าตงออกแรงขยับอีกครั้งหนึ่งและเพราะก่อนหน้ามีน้ำกามที่ยังหลงเหลือ ในเวลานี้จึงเกิดเสียแปลกกว่าที่เคยข้าขยำท่อนแขนแกร่งอีกฝ่าย แอ่นเนินสาวรับแก่นกายของเขาอย่างอ่อนระทวยถึงเป็เช่นนั้นอีกฝ่ายยังคงขยับกระแทกเสียลึก
เสียงร้องของข้าอาจดังเล็ดลอดออกจากห้องนอนเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายถูกนินทา ข้าจึงดึงใบหน้าอีกฝ่ายมาจุมพิตเราสลับสับเปลี่ยนแลกจูบร้อนรุ่ม ไฉต๋าตงใช้ฝ่ามือข้างหนึ่งขยุ้มทรวงอกข้าพลันผละใบหน้าออกแล้วดูดดึงยังยอดอกที่แข็งคัด
“นุ่มมาก”เขาพึมพำพลางลากใบลิ้นร้อนวนเวียนยังยอดปทุมถัน
“อื้อ!~” ข้ากลั้นเสียง ขยับขากวัดเกี่ยวเอวสอบอีกฝ่ายให้เข้าใกล้มากกว่าเดิม
“ข้าจะเสร็จแล้วเฟยเอ๋อร์ข้าจะเสร็จแล้ว” เขาคำรามเสียงแ่ ยิ่งขยับสะโพกเร็วขึ้น
“อ๊า! อ๊า!”ร่างกายข้าแทบแหลกละเอียด แต่ท้ายสุดเมื่อเขาส่งแก่นกายมารอบสุดท้ายน้ำรักพวยพุ่งออกมาผสมกับของเดิม
ลำตัวข้าแทบสิ้นแรงแต่อย่างน้อยสามารถแอ่นรับััสุดท้ายจากอีกฝ่ายได้เราทั้งคู่เลยได้ถึงฝั่งฝันในห้วงเวลาใกล้เคียงกันไฉต๋าตงจูบซับเม็ดเหงื่อที่ผุดขึ้นข้างไรผมก่อนที่เราจะจูบกันเพื่อรับแสงแรกวันใหม่ในชีวิตของข้า
“ข้ารักเ้า”เขาบอกรักอีกครา ก่อนอุ้มข้าขึ้นสู่อ้อมแขน “ข้าจะแต่งตัวให้เ้าเอง”
หลังจากผ่าน่หยอกเย้าระหว่างแต่งกายทั้งข้าและไฉต๋าตงได้นั่งรับประทานอาหาร แม้เวลาใกล้เข้าสู่ยามซื่อแล้วก็ตามข้ากวาดสายตาทั่วบริเวณ เจอร่างเล็กอันคุ้นเคยที่ยืนตัวลีบอยู่ไม่ไกลข้าส่ายหน้าเบา ๆพลางหันไปสบตาขออนุญาตจากไฉต๋าตง เขาเองย่อมรับรู้ถึงความ้าของข้าเขาพยักหน้าเบา ๆเป็เชิงอนุญาตในสิ่งที่ข้ากำลังจะทำ
“อาหลัน”ข้าส่งเสียงเรียกเบา ๆ เหล่าบ่าวใช้รีบเบี่ยงตัวหลบให้ข้าเห็นนางได้ถนัดตา“มาตรงนี้”
นางเงยหน้าสบตากับข้าพลางเดินมายังข้าอย่างอ้อยอิ่ง นางคำนับลงช้า ๆแล้วพยายามซ่อนแววตาตนเอง
“ เหตุใดเ้าไม่มานั่งกินข้าวกับข้า”ข้าเอ่ยพลางเลิกคิ้ว “โดนแกล้งอย่างงั้นหรือ?”
“มะ ไม่เ้าค่ะ”นางส่ายหน้ารัวเร็ว ท้ายที่สุดเขยิบเข้ามาใกล้ข้าอีกครั้ง แล้วเอ่ยเสียงแ่“ข้าเป็เพียงหญิงรับใช้ของท่าน ข้าไม่อาจร่วมรับประทาน...”
“บอกแล้วอย่างไรว่าเ้าคือน้องสาวข้า”ข้าโพล่งขึ้นขัดนาง พลางหันไปยังบ่าวสาวที่ยืนอยู่ไม่ไกล“เ้าช่วยนำชุดจานชามมาให้น้องข้าหน่อยได้หรือไม่”
“เ้าค่ะ”บ่าวสาวคำนับรับคำสั่ง ก่อนที่จะเดินออกไปจัดการให้
“แม่นางเฟยอย่าทำเช่นนี้เลย” นางพึมพำด้วยแววตาหม่นหมอง
“เรียกข้าว่าเจี่ยเจีย”ข้าหรี่ตามองนาง อีกฝ่ายทำได้เพียงเม้มปากบางเบานางหลุบตามองต่ำพลางใบหูขึ้นสีแดงระรื่น
“เจี่ยเจีย”ในที่สุดนางยอมเอ่ยเรียก ก่อนที่จะนั่งข้างข้า แต่ยังคงไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา
“เหตุใดเ้าไม่ยอมสบตาผู้ใดเลย”ไฉต๋าตงเอ่ยถาม ยิ่งทำให้ใบหน้าอาหลันขึ้นสี
ในครานี้ข้าพอเข้าใจสถานการณ์แล้วถึงแม่ว่าอาหลันคือสาวรับใช้ในหอนางโลม แต่ข้าดูแลนางประดุจไข่ในหินยามใดที่ข้าหมายมั่นจะสำเร็จศึกไฉต๋าตง ข้ามักให้นางไปอยู่อาศัยในครัวแต่เมื่อคืน... เมื่อคืนห้องรับรองนางอยู่ไม่ไกลจากเรือนพวกข้าสิ่งที่ข้าปกป้องไม่ให้นางได้รับรู้ นางคงได้ล่วงรู้เสียแล้วกระมัง
“ปล่อยนางไปเถิดนางกำลังเติบใหญ่เป็สาว” ข้ากล่าวพลางหัวเราะเสียงใส
เป็อาหลันที่เขย่าแขนข้าด้วยใบหูที่แดงจนใกล้เคียงสีดอกไม้ราวกับไฉต๋าตงเข้าใจในสิ่งที่ข้ากำลังสื่อแม้แต่ตัวเขาเองใบหน้าก็ขึ้นสีแดงระรื่นเช่นเดียวกัน
“พวกเ้านี่อย่างไรมันเป็เื่ธรรมชาติ จะมาอายได้อย่างไร” ข้ากล่าวพลางหัวเราะเสียงหวานยิ่งทำให้คนทั้งคู่แทบก้มหน้าหลบเลี่ยงสายตาจากบ่าวไพร่
กว่าเราทั้งสามจะทานอาหารกันเสร็จเสียงหัวเราะของข้า และคำกล่าวกลั่นแกล้งคนทั้งสองก็สร้างให้จวนที่ดูเงียบเหงานี้มีชีวิตขึ้นมาได้บ้างช่างเป็่เวลาที่สงบสุขจริง ๆ