" ศิษย์พี่ใหญ่ ศิษย์พี่หญิงฉางกุ้ยฉี รออยู่ที่ถ้ำ " เ้าสี่วิ่งมาเสนอหน้า
" ฉางกุ้ยฉี เป็ผู้ใด " นนท์เอ่ยถาม
" ศิษย์พี่หญิง ฉางกุ้ยฉี นางเป็ศิษย์หลักลำดับที่ยี่สิบหก เป็ยอดยุทธขั้นจักรพรรดิ์ขั้นที่สี่ ทั้งยังเป็ไข่มุกของสำนัก " นนท์พยักหน้า
" นางมีธุระอันใด " นนท์มองยังร่างบางที่นั่งรออยู่ในถ้ำ
" ท่านคงต้องถามเอาเอง " ว่าเสร็จเ้าสี่แจ้นหนีไปอย่างรวดเร็ว
" ศิษย์พี่หญิงฉาง ท่านมาหาข้ามีธุรอันใดรึ " นนท์เอ่ยถามเมื่อเข้ามาอยู่ในถ้ำ
" อาจารย์โจว " ฉางกุ้ยฉีลุกยืนยกสองมือประสาน นนท์ยกยิ้ม
" ศิษย์พี่หญิงฉาง มิต้องทำขนาดนั้น " นนท์โบกมือ
" เข้าเื่เลยดีกว่า " นนท์เร่งรัด
" ข้าได้ภารกิจ ไปสังหารแมงมุมเหมันต์ ยังเกาะเหมันต์ ข้าจึง " นนท์เลิกคิ้วข้างหนึ่ง
" ท่านจะบอกว่า ท่านจะมาชวนข้าไปกับท่าน " ฉางกู้ยฉีพยักหน้า
" ท่านจะเดินทางเมื่อใด " นนท์เอ่ย
" ราวสองวัน " นนท์ทำทีครุ่นคิด
" ศิษย์พี่หญิงฉาง ใยท่านเลือกข้า " ฉางกุ้ยฉีมองยังหน้าของนนท์
" นี่ เ้าเป็เพียงศิษย์สายนอกของสำนัก ศิษย์พี่หญิงลดตัวลงมาหาเ้า ก็นับว่าเป็บุญของเ้าแล้ว " นนท์ยกยิ้ม
" ข้าเพียงอยากรู้ว่าศิษย์พี่หญิงฉางกุ้ยฉีนั้น เลือกข้าด้วยเหตุผลใด ทั้งที่ศิษย์หลักมากฝีมือมีอยู่ทั่วสำนัก หรือท่านจะหลงไหลในใบหน้าอันหล่อเหลาของข้า หรือท่านหลงไหลในอ้อมอกของข้า " นนท์ยิ้มหวานให้กับฉางกุ้ยฉี
เมื่อนางหวนคิดคำนึงถึงคราที่นนท์ได้ช่วยเหลือนางในวันนั้น ทำเอานางนั้นหน้าแดงเป็ลูกตำลึง แม้นใบหน้าของนางจะปิดบังไว้ด้วยผ้าปิดหน้าผืนสีฟ้า แต่ก็มิอาจบดบังสีผิวที่เปลี่ยนไปได้
" ข้า " ฉางกุ้ยฉีถึงกับอ้ำอึ้ง
" เอาล่ะ ข้าล้อเล่น " นนท์ยกยิ้ม
" ศิษย์พี่หญิงฉาง ข้ามีเื่สำคัญที่จะบอกท่าน ข้านั้นมีศัตรูที่หมายเอาชีวิตอยู่สองกลุ่ม หากท่านให้ข้าเดินทางไปด้วย ข้าก็มิอาจรับปากได้ว่าท่านจะมิโดนร่างแห " นนท์ส่งเสียงเครียด
" ศิษย์พี่หญิงฉางให้ท่านไปคิดให้ดีๆ " นนท์จ้องไปยังดวงตาคู่สวยของนาง
" หากท่านมีศัตรู ใยท่านมิแจ้งสำนัก ทางสำนักนั้นจะช่วยหาหนทางแก้ไขให้ " นนท์เพียงยกยิ้ม
" ข้าชอบแก้ปัญหาด้วยตัวข้าเอง " ฉางกุ้ยฉีพยักหน้า หญิงรับใช้ของฉางกุ้ยฉีอดรนทนมิไหว
" ศิษย์พี่หญิงไปกันเถอะ ท่านอย่าได้ใส่ใจศิษย์ที่กลัวตายเช่นนี้ ไว้ข้าจะไปลองพูดคุยกับศิษย์พี่ใหญ่ให้ " ฉางกุ้ยฉีพยักหน้า
" ศิษย์พี่โจว ข้าขอลา " นนท์พยักหน้า
" ศิษย์พี่ใหญ่ ใยท่านมิไปกับนาง " นนท์ส่ายหน้า
" ข้าเกรงว่าข้าจะนำหายนะมาสู่นาง " ลูกสมุนทั้งหกพยักหน้า
" อาจารย์โจว เกิดเื่แล้ว " ศิษย์จากตำหนักหลอมสร้างเร่งเข้ามา
" เกิดเื่ใดขึ้น " นนท์เอ่ยถาม
" เกล็ดัของท่าน มิยอมถูกหลอมเป็อาวุธ " นนท์พยักหน้าเร่งไปยังตำหนักหลอมสร้างอาวุธ
" อาจารย์โจว ช่วยด้วย " เสียงร่ำร้องของทั้งเหล่าศิษย์และผู้าุโดังระงมทั่วตำหนัก
" ครืน " แรงกดดันขั้นราชันย์จักรพรรดิ์สูงสุด แผ่กดดันโดยรอบชนิดมิปราณีผู้ใด ทั้งร่างเงาัทองยังกวาดตามองทั่วตำหนัก
ผู้าุโและเหล่าศษย์ต่างกระอักเืออกมามากมาย ทั้งร่างของคนเ่าั้ยังแหลกเหลวอยู่บนพื้น
นนท์เดินเข้าหาเกล็ดัสีทองของดวงจิตเทวะัทองของตน ยื่นมือออกไปยังเกล็ดัสีทอง แผ่พลังของดวงจิตเทวะัทองหวังสยบเกล็ดัสีทอง
" ฟึ้บ " นนท์พยักหน้า
" แรงกดดันหายไปแล้ว "
นนท์วาดมือปลดปล่อยปรานชีวิตของต้นไม้แห่งชีวิตไปยังเหล่าผู้าุโและศิษย์
" อา นี่มันปรานชีวิตของต้นไม้แห่งชีวิตนี่ "
เหล่าผู้าุโและศิษย์ต่างฟื้นฟูร่างกายอย่างรวดเร็ว จนกลับมาเป็ปกติ
" อาจารย์โจว ท่านทำได้เช่นไร " นนท์ยกยิ้ม
" ผู้าุโ เพียงท่านไปดูดซับปรานชีวิตจากต้นไม้แห่งชีวิต ยังป่าลึกลับท่านก็ทำได้แล้ว " เหล่าผู้าุโพยักหน้า
" ผู้าุโ ท่านก็รู้ว่าต้องทำเช่นไรหากสิ่งที่ท่าน้าหลอมมีพลังมากกว่าท่าน " เหล่าผู้าุโพากันหน้าซีด
" เป็ที่ข้าผิดเอง ข้าคิดไปว่า หากทำการหลอมโดยที่มิได้ลดพลังของเกล็ดั อาวุธที่ได้จะทรงพลังมากกว่าและมิต้องเพิ่มพลังให้กับอาวุธที่หลอมได้ " นนท์พยักหน้า
" ครานี้ท่านท่านรู้รึยังว่ามันมิได้ผล " เหล่าผู้าุโต่างพยักหน้า
" ข้ารู้แล้ว " เหล่าผู้าุโต่างถอนใจ
" พวกเราจะลดพลังของมัน " นนท์พยักหน้า แล้วพูดคุยกับเหล่าผู้าุโอยู่พักใหญ่ นนท์ประสานสองมือคารวะแล้วจากไป
" ศิษย์พี่ไหญ่ ศูนย์ภารกิจแจ้งว่า ท่านมิได้ปฏิบัติภารกิจของสำนักเป็เวลาสิบปีแล้ว ให้ท่านเข้ารับภาระกิจเดี๋ยวนี้ " นนท์พยักหน้าแล้วเร่งไปยังศูนย์ภารกิจ
" ถึงแม้นเ้าจะเป็ศิษย์พิเศษ แต่เ้าก็ยังเป็ศิษย์ นี่ภารกิจของเ้า " เฒ่ากงโยนป้ายไม้ให้กับนนท์
" นี่คือภารกิจของข้ารึ " นนท์อ่านป้ายไม้
" ให้ข้าไปปราบอสูรเพลิงขั้นราชันย์จักรพรรดิ์ขั้นต้นยังหุบเขาเพลิงมรณะ " นนท์ถึงกับหน้านิ่ว
" เฒ่ากง นี่มิใช่เ้าคิดส่งข้าไปตายหรอกรึ " นนท์โยนป้ายไม้เล่น
" หึ มิว่าเ้าจะพูดเช่นไร เ้าก็ต้องไป " นนท์ยกยิ้ม
" ได้ ข้าจะนำหัวของมันมา " นนท์ผินกายกลับ
" อ้อ ข้าจะได้กี่คะแนน " นนท์หันกลับมายั่วเฒ่ากง
" หากเ้านำหัวของอสูรเพลิงกลับมาได้ เ้าจะได้ห้าหมื่นคะแนน " นนท์พยัหน้า
" หวังว่าเ้าจะเตรียมคะแนนไว้ " นนท์ยกยิ้มแล้วเดินออกมาจากศูนย์ภารกิจ
" ศิษย์พี่ใหญ่ พวกข้าขอไปด้วย " นนท์ส่ายหน้า
" พวกเ้าอยู่เฝ้าเขาไว้ " เหล่าลูกสมุนต่างหน้าสลด
" ข้าจะเร่งไปเร่งกลับ " นนท์เร่งทะยานร่างไปยังหุบเขาเพลิงมรณะอย่างรวดเร็ว
นนท์เร่งทะยานร่างไม่หยุดพักเป็เวลาถึงสองวัน
นนท์กวาดตามองรอบหุบเข้าเพลิงมรณะ
เปลวเพลิงร้อนแรงปานเพลิงผลาญนรกกินบริเวณกว้างถึงร้อยล้านลี้ ครอบคลุมขุนเขาน้อยใหญ่มากมายหลายหมื่นลูก ความร้อนแรงของเปลวเพลิงแผดเผาทุกสิ่งจนมอดไหม้ นนท์ถึงเหงื่อตก
" นี่แค่เขตรอบนอกยังร้อนแรงขนาดนี้ ต้องเป็พวกธาตุไฟหรือฝึกเกี่ยวกับไฟจึงเข้าไปได้ " นนท์สูดหายใจเข้าลึก
" ไป " นนท์ก้าวเดินเข้าไปเขตรอบนอกของหุบเข้าเพลิงมรณะ
" ครืน " เปลวเพลิงสีขุ่นมัวพวยพุ่งเข้าหานนท์อย่างรวดเร็ว
" ฮ่า ฮ่า ฮ่า ไอ้สาระเลวโจวนนท์ ครานี้ต่อให้เ้ามีร้อยชีวิตก็มิอาจรอดได้ " เสียงของกงจ้านลอยเข้ามา
" เสี่ยวจ้านเ้าอยากเข้ามารึไม่ " นนท์ผินกายกลับมามองยังกงจ้าน
" ไอ้สาระเลว " กงจ้านทะยานร่างจากไปอย่างรวดเร็ว เพราะเกรงว่านนท์จะจับตัวของตนเข้าไปด้วย
" หึ " นนท์แค่นเสียงใส่แล้วผินกายเดินต่อไป
" นี่มันเพลิงปฐีนี่ " นนท์ยกยิ้มแล้วกวาดตามองหายังแก่นของเพลิงปฐี
" เจอแล้ว " นนท์เร่งทะยานร่างไปอย่างรวดเร็ว ราวสิบชั่วยามจึงมาถึงยังหุบเขาลูกหนึ่ง
แก่นเพลิงปฐีมิได้ใหญ่โตอย่างที่นนท์คิด แต่ความร้อนแรงของแก่นเพลิงปฐีนั้น ทำเอานนท์ถึงกับเหงื่อกาฬหลั่งไหล
" สวยงามยิ่งนัก มิแน่ว่าพี่ชายศพอาจมาที่นี่ " นนท์วาดมือเรียกเพลิงปฐีออกมา
" ทำไมจึงเป็ของเหลว ที่ข้าหลอมตอนนั้นเป็ลูกไฟขนาดเล็ก " นนท์พึมพำ มองยังของเหลว
" นี่มันธาราเพลิงปฐี " นนท์มองขึ้นไปยังผนังถ้ำ้า นนท์ถึงกับตาค้าง แก่นเพลิงปฐีลอยตัวอยู่ติดกับหนังถ้ำ้า
แก่นเพลิงปฐีแผดเผาตนเองส่งเปลวเพลิงพวยพุ่งออก้าของถ้ำ แล้วกระจายตัวปกคลุมทั่วเขตรอบนอก
" ธาราเพลิงปฐีเกิดจากการกลั่นตัวของแก่นเพลิงปฐี " นนท์ยกยิ้มวาดมือเก็บธาราเพลิงปฐีจนสิ้น นนท์คาดเดาว่าธาราเพลิงปฐีนี้น่าจะได้ราวแสนหยด
" ต้องนานขนาดไหนถึงจะกลั่นออกมาได้หนึ่งหยด " นนท์พึมพำ
นนท์เรียกธาราเพลิงปฐีขึ้นมาหนึ่งหยด จ้องมองเข้าไปภายในธาราเพลิงปฐี ภาพที่เห็นนั้นทำเอานนท์ถึงกับสะท้าน อักขระกฎเกณฑ์ปฐีล่องลอยอยู่ทั่ว ทั้งปรานปฐีแผ่กระจายทั่วธาราเพลิงปฐีอย่างบ้าคลั่ง
เพียงจ้องมองยังทำเอานนท์ใจสั่น หายใจติดขัด ร่างทั้งร่างพลันสะท้าน
" เพียงหยดเดียวอาจทะลวงพลังขั้นย่อยได้เลย " นนท์พึมพำ
" ล้ำค่ายิ่งนัก " นนท์เก็บธาราเพลิงปฐีแล้วจ้องยังแก่นเพลิงปฐี
นนท์ลอยตัวเข้าหาแก่นเพลิงปฐี วาดมือเก็บลูกไฟเพลิงปฐีร้อยลูกไว้ในกล่องหยก แล้วออกจากถ้ำเข้าไปยังเขตต่อไป
" ข้างหน้าน่าจะเป็เพลิงนภา " นนท์พึมพำ
" กรร " นนท์สะดุ้ง หันกายกลับมามอง
" วานรเพลิง " นนท์พึมพำ มองยังวานรเพลิงที่เปลวเพลิงพุ่งพล่านออกมาทั่ว
" จักรพรรดิ์ขั้นที่เก้ารึ " นนท์ผสานกฎเกณฑ์แห่งพลังทันที ฟาดฝ่ามือส่งปรานเหมันต์เข้าหาอย่างรวดเร็ว
" ครืน " ปรานเหมันต์พุ่งเข้าใส่วานรเพลิงอย่างรวดเร็ว
" ตูม " วานรเพลิงยืนกอดอกมองยังนนท์แล้วโบกมือใส่
แม้นปรานเหมันต์จะแข็งแกร่งแต่ สภาพแวดล้อมนั้นมิเป็ใจ ปรานเหมันต์ที่นนท์ส่งออกไปจึงอ่อนพลังลงมาก
" ชิ " นนท์แค่นเสียงก่อนจะฟาดฝ่ามืออัคคีเข้าใส่
" เปรี้ยง " ฝ่ามืออัคคีพวยพุ่งเข้าหาวานรเพลิงอย่างรวดเร็ว เปลวเพลิงปฐีแผ่กระจายแผดเผาทุกสิ่ง วานรเพลิงเห็นท่ามิดี เหวี่ยงหมัดส่งลูกไฟเข้าปะทะ
" ตูม " ร่างของนนท์เหยียดถอยหลัง
" แข็งแกร่งจริงๆ " นนท์พึมพำ เหวี่ยงหมัดภูผาผสนาเพลิงปฐีเข้าใส่วานรเพลิง
" ครืน " เปลวเพลิงปฐีรูปรอยหมัดพุ่งเข้าหาวานรเพลิงอย่างรวอเร็ว
" เจี๊ยก " มันร้องลั่น พลางะโหนีไปอย่างรวดเร็ว นนท์ถึงกับหัวคิ้วชนกัน
" ไปก็ดี " นนท์พึมพำ ผินกายเข้าไปยังเขตหุบเขาเพลิงมรณะต่อไป
" นี่น่าจะเป็เขตของเพลิงมภา " นนท์พึมพำ กวาดตามองผ่านเนตรั
" เจอแล้ว " นนท์ทะยานร่างไปยังขุนเขาลูกหนึ่งในทันที
" ที่นี่รึ " นนท์เดินเข้าไปในถ้ำ กวาดตามองทั่ว ทั่วโถงถ้ำนั้นกลับกลายเป็สีฟ้าระยิบระยับ
" แก่นเพลิงนภาสวยงามยิ่งนัก " แก่นเพลิงนภาสีฟ้าสุกใสส่องประกายวิบวับมองแล้วเพลินตายิ่งนัก
เปลวเพลิงร้อนแรงแผ่ออกมาจากแก่นเพลิงนภาอย่างบ้าคลั่ง พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องนภาแล้วม้วนตัวลงปกคลุมทั้งเขตกลางของหุบเขาเพลิงทมิฬ
นนท์ครุ่นคิดถึงเพลิงนภาของตน แม้นเพลิงโอสถของตนจะยกระดับแล้วแต่ก็มิได้ยกระดับจากแก่นเพลิงนภา
" คงต้องหลอมเพลิงนภาอีกครั้ง " นนท์วาดมือเรียกน้ำปรานสรรพสิ่งออกมาเตรียมพร้อม
" เริ่ม " นนท์วาดมือไปยังแก่นเพลิงนภา ลูกไฟสีฟ้าลอยเข้ามานนท์เริ่มทำการดูดซับเปลวเพลิงนภา
" อ้าก " เปลวเพลิงนภาแผดเผาจากภายใน ทั้งกระดูก เส้นเอ็น เส้นเื กล้ามเนื้อล้วนถูกแผดเผาจนมอดไหม้
เพลิงนถาทะลวงออกมาจากรอยปริแตกของิัแผดเผาิัจนมอดไหม้ นนท์สะบัดมือเรียกน้ำปรานสรรพสิ่งแล้วรีบกลืนเข้าไปทันที
" อือ " เสียงครางทุ้มต่ำดังลอดไรฟัน นนท์กัดฟันอดทนต่อเพลิงนภาแผดเผาอยู่ราวสี่ชั่วยาม จนเปลวเพลิงมอดดับ
" ฟู่ว " นนท์ถึงกับเป่าปากออกมา สำรวจร่างของตนพลางกลืนน้ำปรานสรรพสิ่งเพื่อฟื้นฟูร่างกาย สะบัดมือเรียกชุดออกมาสวมใส่
นนท์สะบัดมือเรียกเพลิงนภาออกมา " ร้อนแรงกว่าเมื่อก่อนและยังบริสุทธิ์กว่าเดิม "
" ทีนี้ก็ ธาราเพลิงนภา " นนท์วาดมือเก็บธาราเพลิงนภาจนหมด
" ราวๆแสนหยดได้ " นนท์พึมพำ
นนท์เรียกธาราเพลิงนภาออกมา จองมองเข้าไปในธาราเพลิงนภา
เมฆหมอกปรานนภาสีฟ้ามากมายล่องลอยอยู่ภายใน ทั้งวายุปรานอัสนีนภาฟาดผ่าทั่วทั้งธาราเพลิงนภา อักขระกฎเกณฑ์แห่งนถาล่อยลอยกลับกลายแปรเปลี่ยนเป็รูปร่างต่างๆ
นนท์ครุ่นคิด หากทำการกลืนธาราทั้งสองนี่ จะเป็เช่นไร
" หรือจะลองดู " ว่าแล้วนนท์นั่งขัดสมาธิกลืนธาราเพลิงปฐีเข้าไป
" ครืน " ร่างทั้งร่างพลันสั่นไหว ปรานปฐีบ้าคลั่งถาโถมเข้าสู่ตันเถียนอย่างรวดเร็ว
" วิ้ง " นนท์หยั่งรู้กฎเกณฑ์ปฐีอีกสองขั้นที่เหลือในทันใด
ธาราเพลิงปฐีเพียงหยดเดียว ทำเอานนท์ถึงกับรับรู้การมีอยู่ของปรานปฐีที่รายล้อมตน
นนท์วาดมือผืนดินพลันยกลอยขึ้น นนท์ก่อรูปร่างของผืนดินได้ตามใจปรารถนา
" ดี " นนท์พยักหน้า
" ธาราเพลิงนภา " นนท์กลืนธาราเพลิงนภาเข้าไปหนึ่งหยด
" ครืน " เสมือนร่างล่องลอยอยู่กลางท้องนภา
ปรานนภาทะลวงเข้าสู่ตันเถียนอย่างบ้าคลั่ง แล้วกระจายเข้าไปยังส่วนต่างๆของร่างกายมิว่าจะเป็ ไขกระดูก เส้นเอ็น เส้นเื กล้ามเนื้อ และกระดูก ทุกส่วนของกายแกร่งนั้นพลันยกระดับขึ้นในทันที
" ตูม " เสียงะเิดังขึ้นที่ตันเถียน
" จักรพรรดิ์ขั้นที่สองรึ " นนท์พึมพำ
" หากให้ธาราเพลิงทั้งสองกับหมาป่า ไอ้หมาบ้านั่นคงทะลวงพลังได้ถึงสองขั้นย่อยแน่ " นนท์ครุ่นคิดถึงภรรยาและเหล่าสหาย แล้วสะลัดความคิดทิ้งไป
นนท์รีบกางค่ายกลเร่งเวลาแล้วเร่งปรับสมดุลในร่างกายทันที
วันเวลาไหลผ่านไปราวหนึ่งปี
" กฎเกณฑ์อัสนีหยั่งรู้ได้สามขั้น กฎเกณฑ์นภา กฎเกณฑ์ปฐี หยั่งรู้ได้ทั้งสามขั้นแล้วสมบูรณ์ ต้องขอบคุณไอ้แก่กง " นนท์ยกยิ้มแล้วเก็บค่ายกลก่อนเดินจากไป