ตัวเขามีนามว่าหวังเหว่ย เป็บุตรชายคนโตของตระกูลหลี่ มีศักดิ์เป็แม่ทัพทิศใต้และยังเป็องครักษ์ประจำตัวของรัชทายาทด้วย วันนี้เป็ฤกษ์งามยามดีที่เขาจะได้มีโอกาสกลับไปพบหน้าครอบครัว หลังจากที่ต้องเดินทางมาแก้ไขปัญหาการก่อฏของชาวเมืองต้า แคว้นจ้าวที่พยายามหนีเข้ามายังแคว้นจิ้นทางชายแดนทิศใต้ ทำให้ตัวหวังเหว่ย รัชทายาทและองค์ชายต้องมาควบคุมดูแลสถานการณ์ และกว่าจะได้ข้อมูลเพิ่มเติมของการก่อฏเวลาก็ล่วงเลยผ่านไปกว่า 5 ปี ซึ่งตลอด 5 ปี ที่เขาประจำอยู่ชายแดนก็ได้ข่าวของน้องชายคนเล็กของตนเป็ประจำ ผู้คนต่างกล่าวขานกันถึงความงดงามของเ้าตัวเล็ก ยิ่งพูดถึงก็ยิ่งอยากเจอ
"กุ้ยเจิน ข้าฝากดูแลที่เหลือด้วย" กุ้ยเจินคือรองแม่ทัพทิศใต้คนสนิท
"วางใจได้เลยท่านแม่ทัพ แล้วจะเดินทางเลยหรือ? ทำไมไม่พักผ่อนเอาแรงก่อนเล่า"
"มิเป็ไร ข้าจะรีบกลับไปรายงานเื่ฏ เ้าเองก็ไปพักเถอะ"
"ได้ ๆ เดี๋ยวถ้ามีอะไรคืบหน้าข้าจะรีบรายงานไป เดินทางปลอดภัยนะท่าน"
หลี่หวังเหว่ยพยักหน้ารับเบา ๆ ก่อนจะควบม้ามุ่งตรงไปเมืองอู๋เฉิงในทันที เขาเดินทางบนหลังม้าเป็เวลานาน มีหยุดพักบ้างแต่ไม่นาน เพราะตัวเขาไม่อยากให้เสียเวลากลัวว่าส่งสารล่าช้าจนไม่ทันการและอีกเหตุผลหนึ่งก็คือเด็กชายนามว่าหลี่หวังฟาง หวังเหว่ยอยากเจอหน้าน้องเล็กสักครั้ง
ในยามไฮ่ หลี่หวังเหว่ยได้เดินทางมาถึงจวนของตระกูลหลี่แล้ว ไม่มีใครมาต้อนรับนอกจากทหารเวรที่คอยดูแล เนื่องจากเป็ตอนดึกและเขาก็ไม่ได้แจ้งล่วงหน้าไว้ด้วย เวลานี้คงนอนกันหมด จึงไม่อยากให้แตกตื่นกัน เลยเลือกที่จะไปพักผ่อนที่เรือนนอนของตน เรือนที่ไม่ได้เข้าใช้เป็เวลากว่า 5 ปี แต่ถูกทำความสะอาดอยู่ตลอดแสดงถึงความใส่ใจจากคนของตระกูลนี้ได้เป็อย่างดี หลี่หวังเหว่ยล้มตัวลงนอน เขาหลับไปอย่างรวดเร็วด้วยความเหนื่อยล้า พรุ่งนี้จะต้องรีบเข้าเฝ้าฮ่องเต้แต่เช้าอีก
รุ่งขึ้นใกล้ยามเหม่า ไม่นานจะได้เวลาทานอาหารเช้าแล้ว เขาเลยรีบอาบน้ำแต่งตัว ไปนั่งรอทุกคนที่ห้องอาหาร รอได้สักพักหลี่หวังหย่งน้องชายคนรองที่ไม่เจอกันห้าปี ตอนนี้โตขึ้นฉายแววหล่อเหลาตามบิดามาติด ๆ หลี่หวังหย่งเดินเข้ามาพร้อมบิดามารดา ก่อนจะนิ่งค้างมองพี่ใหญ่อย่างตื่นเต้นดีใจ
"อาเหว่ย ลูกแม่!" ผู้เป็มารดาเห็นเขาก็รีบเดินเข้ามากอดอย่างรวดเร็ว
"ท่านพี่ ท่านกลับมาตอนไหนขอรับ" หวังหย่งถามพร้อมรีบมานั่งข้าง ๆ เมื่อก่อนที่หลี่หวังฟางยังไม่เกิดและหลี่หวังเหว่ยยังไม่ต้องไปทำภารกิจแบบนี้นาน ๆ ทั้งสองคนถือว่าสนิทกันมาก หลี่หวังหย่งยอมรับเลยว่าเป็คนติดพี่ชายคนหนึ่ง และตอนนี้ก็ติดน้องชายด้วยอีกคนซึ่งไม่ต่างกับหลี่หวังเหว่ยมากนัก
"พี่กลับมาเมื่อกลางดึกนะ"
"แล้วทำไมไม่บอกแม่ แม่จะได้ออกมารับ" ท่านแม่พูดน้ำเสียงติดงอน
"ข้าไม่อยากรบกวนเวลานอนขอรับ"
"อืม แล้วนี่จะไปเข้าพบฮ่องเต้ตอนไหน?" ท่านพ่อที่เงียบมานานเอ่ยถามขึ้นบ้าง
"ข้าว่าจะไปยามซื่อขอรับ" ท่านพ่อพยักหน้ารับ และทุกคนก็แยกย้ายไปนั่งที่ของตนเอง
"เอ่อ.. แล้ว น้องเล็กละขอรับ?" คนเป็พี่ใหญ่ถามขึ้นอย่างสงสัย เพราะยังไม่เห็นน้องเล็กเข้ามาสักที ใจอยากเจอจะแย่แล้ว
"เดี๋ยวน้องเล็กก็มาขอรับพี่ใหญ่"
"ใช่จ้ะ อาเหว่ยคงอยากเจอน้องสินะ"
"ใช่ขอรับท่านแม่ ตอนที่ข้าอยู่ชายแดนข้าก็ได้ยินข่าวเื่น้องเล็กของเราบ่อยๆ"
"ข่าวหรือ?"
"ใช่ขอรับท่านพ่อ ข่าวเกี่ยวกับน้องส่วนใหญ่จะพูดถึงความงดงามนะขอรับ"
"อ่ะ ก็งดงามจริงๆนั่นแหละ งามเหมือนท่านแม่ ถ้าท่านพี่เห็นท่านพี่ต้องตะลึงเป็แน่" หลี่หวังหย่งพูดขึ้นด้วยความร่าเริง
"ฮุ่ฮุ่ นั้นสินะจ๊ะ" ผ่านไปสักพักประตูก็ถูกเปิดออกโดยเด็กผู้มีหน้าตางดงามดั่งสตรี ผมดำตาดำดูมีเสน่ห์ ใครที่ได้พบเจอจักต้องหลงใหลเป็แน่ อายุเท่านี้แต่เสน่ห์เริ่มเปล่งประกายออกมา หากโตไปคงมีคนมาเกี้ยวมากเป็แน่ ไม่ได้การ เขาต้องปกป้องน้องน้อยที่น่ารักจากพวกมนุษย์เพศผู้ทั้งหลาย!
หลังจากที่พวกเราทำความรู้จักร่วมรับประทานอาหารเช้ากันเรียบร้อย ในตอนนั้นหลี่หวังเหว่ยก็ได้รู้ว่าน้องเล็กของตนนั้น...กลัวงู อ่า ช่างน่ารักจริง ๆ แต่ดูเหมือนตอนนี้น้องจะไม่ได้กลัวแค่งูอย่างเดียวแล้ว เหมือนน้องจะกลัวเขาไปด้วยแล้วนะสิ ถ้าเป็แบบนี้ต่อไปคงปกป้องน้องไม่ได้เพราะน้องต้องตีตัวออกห่างเขาแน่ ๆ ยิ่งคิดยิ่งจิตตก หลี่หวังเหว่ยกลัวว่าจะเป็แบบที่เขาคิดจริง ๆ เขาเลยรีบไปรายงานเื่ฏแก่ฮ่องเต้ เสร็จแล้วก็รีบเร่งกลับมาหาน้องเล็กเพื่อหวังจะพาไปเที่ยว เพื่อทำให้น้องเล็กสนิทกับตนมากขึ้นและดีที่กลับมาทันก่อนมื้อเที่ยงพอดี
หลังตกลงกันเรียบร้อยทั้งสามพี่น้องก็เดินทางมาถึงตลาด ดูเหมือนหลี่หวังฟางจะตื่นเต้นกับการมาตลาดครั้งแรกมาก แต่เมื่อเขาลงจากรถม้าก็เจอกับสายตาของผู้คนเ่าั้ที่มองมาทางน้องเล็กอย่างเปิดเผย มีทั้งสายตาชื่นชม ตะลึง และคิดร้าย ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก เขาเลยเลือกที่จะอุ้มหลี่หวังฟางแทนที่จะให้คนตัวเล็กกว่าเดินเอง
"อ่ะ! ท่านพี่ข้าเดินเองได้" น้องเล็กร้องบอกด้วยความใ ขนาดใก็ยังน่ารัก
"ให้พี่ใหญ่อุ้มแหละดีแล้วน้องเล็ก เดียวหลงทางขึ้นมาจะวุ่นวาย อีกอย่างแถวนี้หมาจรจัดมันเยอะพี่เกรงว่ามันจะทำร้ายน้องเอาได้" ดูเหมือนหลี่หวังหย่งก็รู้สึกถึงสายตาที่พวกมันมองมายังน้องเล็กเหมือนกัน แต่ดูเหมือนน้องเล็กเหมือนว่าจะไม่สนใจอะไรเลยนอกจากของกิน โตไปหวังว่าคงจะไม่อ้วนเป็หมูหรอกนะ แต่ถึงอ้วนก็ไม่เป็ไรพี่ใหญ่จะดูแลน้องเอง
หลังที่เดินซื้อของกินของหลี่หวังฟางจนเวลาล่วงเลยไปหลายชั่วยาม จึงตัดสินใจว่าจะกลับกัน ก่อนที่ฟ้ามืด
แต่ทว่า...ตอนที่พวกเรากำลังรอคนมารับอยู่นั้น ตัวหลี่หวังเหว่ยก็นึกขึ้นได้ว่าลืมซื้อของที่มารดาฝาก เขาเลยทิ้งน้องเล็กและน้องรองให้ยืนรอกันสองคน เขาไม่คิดว่าพอเขากลับมาจะมีคนวิ่งมาชนน้องรองอย่างแรง ถ้าชนตัวเขาเองจะไม่ถือสาโกรธเคืองอะไรเลยแต่มันดันไปชนผู้เป็น้องของเขาแล้วไม่ขอโทษ มาทำน้องเขาเจ็บเขาไม่ยอมให้หนีไปหรอก
หลี่หวังเหว่ยวิ่งไปจับตัวคนนั้นไว้ ด้วยความประมาทเลยไม่คาดคิดว่าเป็กลอุบายของคนกลุ่มหนึ่ง ทำให้หลี่หวังฟางถูกพวกมันจับตัวไปกว่าจะรู้ตัวก็สายไปแล้ว ขณะที่กำลังตามไปมันกลับใช้บางอย่างในการลบร่องรอยออกไป ทำให้เขาไม่สามารถตามต่อไปได้
ถ้าจะถามว่าแล้วทำไมหลี่หวังหย่งถึงไม่ไปช่วยทั้ง ๆ ที่อยู่ใกล้ ๆ หลี่หวังฟางมากกว่า หลี่หวังเหว่ยก็ตอบได้เลยว่านั้นไม่ใช่ความผิดของน้องรองหรอก หลี่หวังหย่งถูกพิษั้แ่เด็กทำให้ไม่สามารถฝึกลมปราณหรือวรยุทธ์ได้ ผู้เป็น้องจึงหันมาเอาดีทางด้านบุ๋นแทน ถึงอยากจะช่วยหลี่หวังหย่งแค่ไหน ถึงจะโทษตัวเองแค่ไหน ก็ทำอะไรไม่ได้อยู่ดี เื่นี้...หลี่หวังหย่งรู้อยู่แก่ใจ
ถ้าจะผิดก็คงเป็ตัวเขาที่ประมาทเอง เป็ถึงแม่ทัพแต่กับไม่สามารถปกป้องคนคนเดียวได้ ช่างน่าละอายใจยิ่งนัก ไม่คิดว่าพวกมันจะใช้แผนนี้ และดูมีฝีมืออยู่ไม่น้อยที่สลัดเขาคนนี้ที่กำลังไล่ตามออกไปได้ ใครบังอาจมาแตะต้องน้องเล็ก หากน้องเล็กเป็อะไรไป มันจะต้องเจอดี!!!
.
.
น้องเล็กรอพี่ก่อนนะ เดียวพี่จะรีบไปช่วย!
หลังจากที่โดนจับตัวมาตอนนี้ก็ผ่านไปจนถึงยามไฮ่ หลี่หวังฟางนั้นก็ยังอยู่บนรถม้า ท้องที่ปวดน้อย ๆ เพราะยังหิวอยู่ ถึงจะได้ขนมปังและน้ำมากินอย่างละหนึ่งแต่ก็ไม่อิ่มอยู่ดี อยากกลับบ้านจัง
คร่ำครวญไปก็ไม่ได้อะไร เขาจึงจำใจนั่งกินขนมปังประทังชีวิตไปก่อน ไม่รู้ว่าตอนนี้ตัวเองอยู่ที่ไหน เพราะยังไม่มีโอกาสออกไปข้างนอกรถเลยสักครั้ง คาดว่าตอนนี้น่าจะออกมาจากเมืองอู๋เฉิงเป็ที่เรียบร้อย ดูจากระยะเวลาของการเดินทาง
"เห้ย พักก่อนเว้ย มืดแล้วเดินทางไม่สะดวกเลย!" หญิงสาวชุดดำพูดขึ้นหลังจากมองไม่เห็นเส้นทางข้างหน้า
"เออ ดีเหมือนกัน ข้าก็อยากพักแล้ว"คนขับรถม้าพูดสนับสนุน
"เอา ลงมาเร็ว ๆ !" หลังจากรถม้าหยุดลง หลี่หวังฟางรวมทั้งพวกเด็กคนอื่น ๆ ถูกพวกมันลากลงมา รอบข้างเห็นแต่ต้นไม้ล้อมรอบ ถ้าให้เดาตอนนี้พวกเราคงอยู่ในป่าที่ไหนสักแห่งในแคว้นจิ้นนี้
พวกหลี่หวังฟางถูกจับมัดไว้กับต้นไม้ต้นละสองคน หลี่หวังฟางถูกจับมัดไว้กับจินไห่ พอพวกเด็ก ๆ ถูกจับมัดเรียบร้อยพวกมันก็ไปนั่งคุยกันอย่างสนุกสนาน
"นี้ๆ เ้าง่วงหรือไม่?" จินไห่ที่อยู่ข้าง ๆ กระซิบถาม
"อือ นิดหน่อยขอรับ" จริง ๆ ง่วงมาก แต่คงหลับไม่ลงถ้ายังถูกมัดอยู่แบบนี้
"งั้นเราไปเที่ยวกันดีหรือไม่?"
"ห๊ะ? เที่ยว ? เที่ยวอันใดของท่าน ตอนนี้โดนจับตัวอยู่ไม่เห็นหรือ ?" หรือจินไห่จะเลอะเลือน
"ข้ารู้ แต่ข้ามีแผน" จินไห่พูดพร้อมรอยยิ้มเ้าเล่ห์
"จริงหรอ!" ตากลมโตขึ้นอย่างตื่นเต้น ก่อนจะเปลี่ยนเป็ลังเล ใจหนึ่งก็อยากอยู่รอจนกว่าพี่ชายจะมารับ แต่อีกใจหนึ่งก็อยากไปเที่ยว หาของกิน นอนหลับในห้องดี ๆ คนตัวเล็กเม้มปากอย่างใช้ความคิดจนสุดท้ายก็เลือกปากท้องและความสนุกก่อน ไหน ๆ ถ้าพี่ชายจะมารับอยู่แล้วอยู่ไกลนิดไกลหน่อยคงไม่เป็ไรหรอกมั่ง
"แล้วแผนอะไรหรือ?"
"คือว่า......." จินไห่ทำการกระซิบบอกแผนกับเขาทันที พอได้ยินแผนทั้งหมดก็ทำตาโตและถามกลับด้วยน้ำเสียงที่ไม่มั่นใจเท่าไร
"พี่ไห่คิดว่ามันจะได้ผลหรือ?" ไม่ผิดแผนพวกเราโดนฆ่าแน่ ๆ เขายังไม่อยากกลับไปพบท่านยมบาลนะ
"หึ ไม่ลองก็ไม่รู้"
"แต่..ถ้าพลาดขึ้นมาจะทำอย่างไรเล่า เราจะไม่โดนพวกนั้นทำร้ายเอาหรือ"
"ไม่หรอก เ้าอย่ากลัวไปเลย เดี๋ยวข้าจะเป็คนปกป้องเ้าเอง" จินไห่ยิ้มรับอย่างมั่นใจ แต่ทำไมเขารู้สึกว่ามีบางอย่างแปลก ๆ แต่ช่างเถอะ
"แผลพี่ยังไม่หายเลย จะเอาอะไรมาปกป้องข้ากัน" แอบแหย่ไปนิดหน่อยให้กับความมั่นอกมั่นใจในฝีมือของจินไห่
"เถอะน่าา รอสักเดี๋ยวค่อยเริ่มแผน"
"อือ.."
"ไม่ต้องกลัวนะ ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นข้าจะรีบไปช่วย"
ไม่กลัวหรอก! แค่นี้เอง..แต่..
"อือ..ขอบคุณนะ"
เวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม ชายชุดดำและผู้หญิงชุดดำก็แยกย้ายกันไปนอน เหลือไว้เพียงชายขับรถม้าที่ทำการนั่งเฝ้าพวกเด็ก ๆ ไว้
"อ..เอ่อ...ท่านลุง ขอรับ ข้าปวดท้อง!.." หลี่หวังฟางพูดขึ้นทำลายความเงียบ ชายคนขับรถม้าที่ได้ยินหันมาตามเสียงเรียกอย่างที่คาดการณ์เอาไว้ มันลุกขึ้นและเดินตรงมาหาเขา
"เ้าหนู เ้าว่าอะไรนะ?"มันถาม
"ข้า..ปวดท้องขอรับ"
"แล้ว?"
"ข้า อ่า ้าปลดทุกข์ขอรับ" ว่าพลางส่งสายตาหงอย ๆ ไปให้ ขณะที่หลี่หวังฟางทำตามแผนที่วางไว้ก็แอบเห็นจากหางตาว่าตัวจินไห่ที่แกล้งหลับอยู่สั่นเบาๆ ขำเขาหรือ!?
"... ก็ได้เดียวข้าพาไป" ชายคนนั้นหันไปมองรอบ ๆ เมื่อพบว่าเด็กคนอื่น ๆ หลับอยู่ เลยคิดว่าคงไม่มีใครคิดหนี จึงเลือกที่จะพาคนตัวเล็กไปปลดทุกข์ ชายชุดดำทำการแก้เชือกที่มัดเขากับจินไห่ติดกับต้นไม้ออก ไม่ได้มัดจินไห่กลับไปมันคงี้เีมัดและคงคิดว่าจินไห่หลับไปแล้วจริง ๆ เขาไม่ได้สนใจมากนัก เลยลืมเื่ที่หญิงสาวบอกไว้เสียสนิท
หลังจากที่หลี่หวังฟางถูกพาเดินออกไป จินไห่ที่แกล้งหลับอยู่ก็ตื่นขึ้น เนื่องจากมันไม่ได้มัดเชือกระหว่างจินไห่กับต้นไม้เอาไว้ จึงทำให้จินไห่ทำอะไรได้มากสะดวกขึ้น ต้องขอบคุณชายคนขับรถม้าที่สะเพร่าทำให้เขาไม่ต้องมาเสียเวลาแก้เชือกเอง
เด็กชายเ้าของเรือนผมสีแดงเดินไปตรงกระบอกน้ำที่ชายคนนั้นใช้ดื่ม เขาหยิบยานอนหลับที่แอบพบติดตัวไว้ หยดผสมกับน้ำเปล่าจากนั้นก็กลับมาล้มตัวนอนแกล้งหลับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
หลังจากนั้นหลี่หวังฟางกับคนขับรถก็กลับมา มันมัดพวกเข้าไว้กับต้นไม้อีกครั้ง ก่อนจะกลับไปนั่งเฝ้าที่เดิม หลี่หวังฟางที่เห็นจินไห่ไม่ได้ขยับหรือส่งสัญญาณอะไรจึงหลับตาลงแกล้งหลับจนเวลาผ่านไปเกือบสองเค่อ ในที่สุดสิ่งที่พวกเขารอคอยก็มาถึง เมื่อคนขับรถม้าดื่มน้ำที่ผสมยาก็ฟุบตัวลงหลับใหลไปอย่างสงบ ตัวหลี่หวังฟางเองก็แทบหลับไปเหมือนกัน แต่ถูกสะกิดจากจินไห่เสียก่อน
"ไปกันเถอะ" หันไปข้าง ๆ ก็เห็นว่าจินไห่ยืนอยู่ มือเล็กพอดีตัวถือมีดสั้นไว้ที่มือขวา จะเห็นว่าเชือกถูกตัดออกแล้ว เขาจึงลุกขึ้นตาม
"รีบไปปลุกคนอื่น ๆ เถอะ เดี๋ยวเ้าโจรสองคนที่เหลือจะตื่นขึ้นมาเสียก่อน" คนตัวเล็กกว่าพยักหน้ารับ เดินไปปลุกคนอื่นเงียบ ๆ พอแก้เชือกให้ทุกคนเสร็จ พวกเราจึงเดินออกจากป่าเงียบ ๆ โดยมีจินไห่เป็ผู้นำทาง พอเห็นว่าไกลจากจุดเดิมมาพอสมควรจินไห่จึงหยุดพัก เขาหันมาถามคนอื่นๆ
"พวกเ้ามีเงินติดตัวมาหรือไม่" มีสองคนส่ายหน้า
"ข้ามี 2 เหรียญทองแดง" ซิ่นซิน เด็กชายที่โดนจับมาด้วยกันเอ่ยขึ้น
ซิ่นซินอายุเท่ากับจินไห่ ครอบครัวของซิ่นซินเปิดกิจการหอนางโลมในเมืองอู๋เฉิง และซิ่นซินก็ถูกจับมาขณะไปเดินซื้อของที่ตลาด
"ข้ามีอยู่แค่ 1 เหรียญทองแดงกับอีก 80 อีแปะขอรับ" ซ่านฉิง เด็กชายอีกคนที่ถูกจับมา ซ่านฉิงอายุ 6 ปี ครอบครัวเปิดกิจการร้านทอผ้าถูกจับมาตอนที่ไปเดินตลาด
"อืม.. แล้วเ้าละฟางเอ๋อร์?" จินไห่หันมาถามคนตัวเล็กที่สุดของกลุ่ม
"ข้ามีติดตัวแค่ 3เหรียญเงินเท่านั้นเอง"
"เท่านั้นก็เยอะพอแล้วละฟางเอ๋อร์" จินไห่พูดพลางส่ายหน้าไปมา
"เอาละเราต้องรีบเดินทาง ก่อนที่พวกนั้นจะรู้ตัวแล้วตามมาทัน ถ้าถึงตอนนั้นข้าเกรงว่าเราจะไม่รอดเอา" จินไห่หันมาพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง ซึ่งหลี่หวังฟางพยักหน้าเห็นด้วย เพราะเขาง่วงแล้ว ง่วงมากจนอยากล้มตัวลงนอนตอนนี้เลย ร่างกายเด็กมันเหนื่อยง่ายดีแท้
"ข้าได้ยินพวกชายชุดดำพูดว่าจะเดินทางไปเมืองมี่อี้ ด้วยเ้าค่ะ" หนิงอ้าย เด็กผู้หญิงอายุเท่ากับซ่านฉิง เป็ลูกของแม่ค้าธรรมดา แต่เพราะหน้าตาดีเลยโดนจับมาขณะไปเดินตลาด
"อืม.." จินไห่ทำท่าคิดอะไรสักอย่าง ก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้งสร้างความสงสัยให้แก่ทุกคนที่ได้ยิน
"งั้นเราไปเมืองมี่อี้กัน ดูจากเวลาที่เราเดินทางมากับพวกนั้น คาดว่าอีกประมาณสองถึงสามลี้ ถ้าเดินเท้าคงใช้เวลาไม่นานมากก็น่าจะถึง ฟางเอ๋อร์ข้าขอยืมเงินเ้าหน่อยนะ"
"อือ..ได้สิ" ตอบพร้อมยื่นเงินไปให้
"แต่ถ้าเราไปเมืองมี่อี้แล้วเกิดไปเจอเ้าโจรพวกนั้นอีกละ ข้าว่าเดินย้อนกลับไปเมืองอู๋เฉิงไม่ดีกว่าเหรอ?" ซิ่นซินเอ่ยค้านอย่างไม่เห็นด้วย
"ไม่ๆ คิดดูดีๆ สิ โจรจับพวกเรามาจากไหน? ถ้าเกิดอยู่ ๆ เราหนีไป แล้วเ้าเป็โจรจะคิดว่าคนที่เราจับมาหนีไปที่ใดกัน" จินไห่ส่ายหน้าถามกลับ
ทุกคนเลยคิดตาม โจรจับเรามาจากเมืองอู๋เฉิง ถ้าอยู่ ๆ เราหายไปได้ ถ้าเราเป็โจรแล้วคนที่หนีไป ก็ต้อง...
"หาทางกลับไปที่เดิม" เลี่ยงหลิง เด็กผู้หญิงร่างเล็กอายุเท่ากับหนิงอ้ายเอ่ยขึ้น เลี่ยงหลิงเป็ลูกของขุนนางชั้นล่าง ถูกจับมาตอนเดินเล่นตลาด
"ใช่ อีกอย่างถ้าจะเดินกลับไปเมืองอู๋เฉิงเขาต้องใช้เวลาเดินเท้ามากกว่านั่งรถมาหลายเท่าตัว พวกมันคงเจอเราก่อนที่เราจะถึงที่หมายเป็แน่"
ทุกคนได้ยินดังนั้นก็เข้าใจในทันที พอตกลงกันเรียบร้อยพวกเราเลยรีบออกเดินทางกันโดยไม่หยุดพักอีก จนเวลาผ่านไปประมาณครึ่งชั่วยาม เนื่องจากที่ตัวหลี่หวังฟางนั้นเด็กกว่าทุกคนในที่นี้ ร่างกายที่ยังเด็กและไม่เคยนอนดึกจึงทนต่อความง่วงไม่ไหวอีกต่อไป คนตัวเล็กตัดสินใจเอื้อมมือไปดึงชายเสื้อของจินไห่ที่เดินอยู่ข้างหน้า
จึก ๆ
"หือ?" จินไห่หันกลับมามองและยกคิ้วเชิงถาม
"พี่ไห่ ข้าง่วง" ว่าพลางยกมืออีกข้างขยี้ตา
"ชู่ อย่าขยี้ตา ไหวหรือไม่อีกนิดเดียว" จินไห่ยื่นมือมาจับมือเล็กออก
"ม่ายหวายย" คนตัวเล็กกว่าส่ายหน้าดุ๊กดิ๊ก
"งั้นขี่หลังข้าดีหรือไม่" จินไห่หันหลังและย่อตัวลง
"อือ" ด้วยความง่วงเลยขึ้นไปขี่หลังจินไห่อย่างว่าง่าย เมื่อได้พื้นที่ที่อบอุ่นก็หลับไปในทันที
"แล้วพวกเ้าไหวหรือไม่?" จินไห่เมื่อเห็นว่าเ้าตัวเล็กหลับไปแล้ว จึงหันไปถามคนที่เหลือ
"พวกเรายังไหว รีบเดินทางต่อกันเถอะ"
โชคดีที่มีคนขับรถม้ารับจ้างผ่านมาพอดีพวกเด็ก ๆ เลยไม่ต้องเดินต่อ หลังจากนั้นทุกคนก็เดินทางต่อจนถึงเมืองมี่อี้ พวกเขาใช้เงินติดตัวทำการเข้าพักในโรงเตี้ยม โดยแบ่งออกเป็สามห้อง เลี่ยงหลิงนอนกับหนิงอ้าย ซ่านฉิงนอนกับซิ่นซิน และจินไห่นอนกับหวังฟาง พอแยกห้องกันเสร็จก็แยกย้ายกันไปนอนพักผ่อนเพื่อหาทางกลับกันในวันพรุ่งนี้