วันเวลาผ่านพ้นเข้าสู่วันใหม่ ร่างบางที่แทบจะนอนไม่หลับรีบลุกขึ้นมาอาบน้ำแต่งหน้าแต่งตัว เพื่อเผชิญกับทุกสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น แล้วบอกตัวเองต่อหน้ารูปหม่อมแม่ว่าหญิงคนนี้จะเข้มแข็ง จะเอาของที่เป็ของหญิงและท่านพ่อของหญิงกลับมาให้ได้ หญิงสัญญา
“ท่านหญิงมาพอดีเลย น้ากำลังจะให้เด็กไปเรียกมาทานอาหารเช้าพอดีเลยค่ะ”
“แล้วนี่จะแต่งตัวไปไหน”
“ท่านพ่อสนใจหญิงด้วยหรือคะ”
“อย่ายอกย้อนนะหญิงฟ้า”
“ท่านพ่อขา อย่ากริ้วเลยค่ะ ความดันท่านพ่อจะขึ้นนะคะ น้องพิมพ์เป็ห่วง”
“ขอบใจมากนะหนูพิมพ์”
“ลูกพิมพ์คะ สวัสดีพี่หญิงฟ้าสิค่ะลูก พี่หญิงฟ้าเป็พี่ของหนูอีกคนหนูต้องเป็เด็กดีกับพี่เขานะคะลูก”
“ค่ะ คุณแม่ ………..น้องพิมพ์กราบคะพี่หญิงฟ้า”
“ลุกนี่ที่ฉัน”
ท่านหญิงฟ้าไม่รับไหว้ไม่พอ ยังเดินไปยืนอยู่ข้างๆเก้าอี้ที่พิมพ์วดีนั่งอยู่แล้วยังบอกให้ลุกออกจากที่ประจำของตนด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“แต่น้องพิมพ์นั่งตรงนี้มาตลอดนะคะ”
“นั้นมันตอนที่ฉันไม่อยู่ แต่ตอนนี้ ฉันธิดาตัวจริงของที่นี้กลับมาแล้ว เธอควรจะสำนึกได้นะว่าลูกเลี้ยงอย่างเธอควรจะอยู่จุดไหน”
“คุณแม่ขา”
หม่อมสุพรรณีทำหน้ากลืนไม่เข้าคลายไม่ออกหันไปหาท่านชายท่านก็มัวอ่อนหนังสือพิมพ์ทำเป็ไม่ได้ยินอะไร จึงจำใจบอกให้ลูกมานั่งข้างตน พร้อมกับด่าทอในใจ ฝากไว้ก่อนเถอะนางตัวดี ท่านชายไม่อยู่แล้วจะเล่นงานให้หนักเลย
เมื่อรับประทานอาหารเช้าที่แสนอร่อยด้วยสูตรอาหารชาววังที่ทานมาั้แ่เด็ก ก็ลดความหม่องใจที่ต้องทนนั่งรับอาหารร่วมกับสองแม่ลูก ต้องทนเห็นความรักใคร่ความเอาใจที่พะเน้าพะนอ เกินงามจนแทบจะป้อนเข้าปาก ช่างไม่สมกับตำแหน่งหม่อมที่ท่านพ่อทรงยกให้นัก
หลังจากที่ทนมาเกือบ20นาที ก็ได้เวลาแยกย้าย ยายลูกพิมพ์อะไรนั้นไปทำรายงานที่บ้านเพื่อน ส่วนท่านพ่อออกไปธุระเื่ธุระกิจกับคนต่างชาติที่บริษัทแห่งหนึ่ง หลงเหลือแค่ตัวเองกับแม่เลี้ยงที่เป็นายของวังที่ยังอยู่
RRRRRRRRrrrrr (เรนนี่)
หญิงฟ้า : โหล เรนนี่แกมาแล้วหรอ
เรนนี่ : ยะแม่นางฟ้า ฉันอยู่หน้าวังแกเนี้ย
หญิงฟ้า : รอแปปนะแก
หญิงฟ้ารีบออกจากเรือนรับรองไปยังหน้าวังทันที ไม่สนแม้กระทั่งยายแม่เลี้ยงที่มองจิกมาเวลาเดินผ่าน ตอนนี้ใจของท่านหญิงจดจ่อที่เพื่อนสาว ที่ใจเป็หญิงแต่กายเป็ชายคนเดียว
“คิดถึงจังเลย”
“แกกอดเบาๆ ฉันจักจี้”
“ฉันเปิดฉากสะซึ้ง แกไม่ตื้นตันเลยหรอ”
“อย่ามาสตอจ๊ะยายนางฟ้า ฉันกับแกพึ่งห่างกันเมื่ออาทิตย์ก่อนนี่เอง”
“จ้าาาา วัตสัน ”
“ตบปากตัวเองเดี๋ยวนี้นะยะ กรุณาเรียกฉันว่าเรนนี่จ๊ะ ฉันกราบละ”
ฮ่าฮ่า เสียงฮาดังขึ้นกับคนทั้งสองที่พูดคุยกันจนเกือบลืม ว่ายังมีคนนับ10ที่ยืนรอพวกเธอสั่งงานอยู่ แต่ก็ไม่มีใครกล้าขัดการสนทนาของคนทั้งสองได้ เนื่องจากชายที่พาพวกตนมานั้นเป็ถึงลูกนายกรัฐมนตรี และหญิงที่เป็แฟนของลูกนายกก็เป็ถึงธิดาของเ้าของวังเทพชัยกุลแห่งนี้
สองคนที่พูดคุยสนิทสนมกันอยู่นั้นก็ไม่รู้เลยว่า คนงานและคนอื่นๆของวังต่างพากันมองพวกตนว่าเป็คนรักกันแทบทุกคน ยกเว้นนมแจ่มเท่านั้นที่รู้ความจริง ว่าชายคนที่เป็จุดสนใจตอนนี้ไม่ใช่เป็ชายแท้
“แก แกให้ฉันเอาคนงานพวกนี้มาทำไมอะ”
“ฉันจะให้คนของแกช่วยเอาน้ำพุตรงนี้ออกไป”
“ฉันก็ลืมสังเกตุไป ว่าสวนดอกไม้หม่อมแม่แกหาย แกไม่พูดฉันก็พอจะมองออกแหละว่าใครเป็คนทำ”
เรนนี้ สั่งลูกน้องทันทีด้วยความที่มีอารมณ์นิดๆ เขาก็ไม่พอใจเหมือนกันที่อยู่ดีๆก็มีน้ำพุมาแทนสวนดอกไม้ที่เขาเห็นมาั้แ่เด็ก และจากที่เพื่อนเขาเล่าให้ฟังเมื่อคืน แม่ลูกคู่นี้ก็ร้ายใช่ย่อย ยังไม่พอแค่นั้นเมื่อคืนตนต้องเจอท่านหญิงบ่นเป็ชุดใหญ่อีกว่าตนอยู่ประเทศไทยแท้ๆทำไมไม่บอกว่าท่านพ่อแต่งงานใหม่ แล้วเขาจะบอกยังไงในเมื่อเขาก็ไม่รู้จริงๆ อีกอย่าง่นั้นเขาก็สนใจแต่เื่ร้านที่เป็แบนร์ดของตัวเองและมีหญิงฟ้าที่สร้างมันขึ้นมาด้วยกัน
ใช้เวลาไปเกือบ2ชั่วโมงจากที่ตรงนี้มีน้ำพุตั้งอยู่ก็โล่งเปล่า แล้วเริ่มมีดอกไม้ของหม่อมแม่ที่ครั้งหนึ่งมีนางแม่มดเอาไปปลูกไว้หลังวังเข้ามาปลูกไว้ข้างหน้าเหมือนเดิมแทนน้ำพุที่ออกไป ด้วยคนของวังเทพชัยกุลเองและคนของเรนนี่ที่พร้อมใจทำกันด้วยความเต็มใจ คนละไม้คนละมือจนเสร็จสิ้น สวยงามดั่งเดิม
“ในเมื่อเสร็จแล้วฉันกลับก่อนนะหญิง นัดผู้ไว้”
“ขอบใจมากนะ”
“หญิงขอบคุณทุกคนมากนะคะที่มาช่วยในวันนี้ ”
ท่านหญิงขอบคุณคนของตนที่พร้อมใจกันมายืนอยู่จุดนี้ที่เลือกไม่เกรงกลัวนายหญิงคนใหม่ แต่เลือกรักและเคารพนายหญิงคนเก่าอย่างหม่อมนิดแม่ของท่านหญิง
“ท่านหญิงขา ท่านหญิง คุณสุตื่นแล้วคะ กำลังลงมา”
“ขอบใจมากนะก้อย”
เด็กรับใช้ในบ้านวิ่งมาบอกอย่างเร่งรีบ จนหอบหายใจลำบากเหงื่อไหลท่วมตัว จนเธอบอกให้ไปพักผ่อนพร้อมกับบอกทุกคนที่เข้าช่วยด้วย ไม่ว่าจะเป็คนขับรถ คนสวน คนครัว และคนรับใช้อื่นๆอีกมากมาย
หึ…ตื่นไวดีนิรู้อย่างนี้ ใส่ยานอนหลับมากกว่านี้ก็ดี เผื่อจะได้ไม่ต้องตื่นมาให้กวนใจอีก
กริ๊สสสส!!!!!!!!!!!
“ใคร ใครมันมาเอาน้ำพุฉันออกไป กริ๊สส!!”
เสียงกริ๊สดังสนั่น ยังกับแม่ค้ากลางตลาด คราบผู้ดีไม่มีสักนิด ไม่รู้ท่านพ่อตาต่ำไปคว้ามาได้อย่างไร ร้องวิ๊ดว๊าดโวยวายแทบจะกลิ้งลงนอน
“นังอ้อย!! นังก้อย!! อยู่ไหนออกมานี่เดี๋ยวนี้!!! ”
ทั้งสองคนที่เจอเรียกชื่อถูกสอบถามว่าใครทำ ด้วยความโมโหโกธาของหม่อมสุ ทั้งก้อย และอ้อยพี่น้องฝาแฝดก็บอกความจริงว่าท่านหญิงเป็คนทำ ตามที่ท่านหญิงทรงให้พูด เวลาเขาถามจะได้ไม่ต้องเดือดร้อน
หลังจากที่รู้ตัวคนทำ หม่อมสุนายหญิงของวังเทพชัยกุลคนใหม่ก็เดินปึงปังออกไปอย่างโมโห และที่สำคัญทิศทางที่เดินไปนั้นเป็ทางเดียวกับเรือนรับรองที่ท่านหญิงทรงอยู่
“หญิงฟ้า! เปิดประตูเดี๋ยวนี้”
ท่านหญิงที่ไม่เคยเกรงกลัวใครอยู่แล้วก็เปิดประตูอย่างแรง บงบอกให้อีกฝ่ายที่เสียมารยาทมาเคาะประตูเสียงดังรู้ตัวว่าฉันไม่พอใจ แต่ทางด้านหม่อมสุก็หาได้สนใจไม่ ไม่สนใครแล้วพระอินทร์พระพรหมหน้าไหนเมื่อความโมโหทำสิติขาดลอย
“ใครบอกแกเอาน้ำพุฉันออกไป แกรู้มั้ยว่าน้ำพุนั้นมันราคากี่ล้าน”
“ทำไมฉันต้องสน ในเมื่อวังนี้เป็วังของท่านพ่อฉัน เป็วังของท่านปู่ที่ประทานให้ท่านพ่อและหม่อมแม่ ไม่ใช่แก”
“กริ้ส!! ฉันจะฟ้องท่านชาย”
หม่อมสุทำได้แค่นั้นก็หันหลังเดินออกไป ใจนั้นอยากจะตบสักทีสองที แต่ตนนั้นฉลาดพอเลือกที่จะไม่ทำ เพราะถ้าตนตี ฝ่ายที่เสียเปรียบก็จะเป็เธอ สู้เก็บความแค้นไว้แล้วใช้จริตให้คุณชายสงสารดีกว่า
ตกเย็นวันนั้นเมื่อท่านชายของวังชัยกุลมาถึง ก็ต้องปวดหัวอย่างหนักที่มีเื่ราวเหล่านี้เกิดขึ้น ครั้นมองหน้าภรรยาที่หลับนอนด้วยกันมาก็สงสาร ครั้นมองหน้าลูกสาวก็ดุด่าว่ากล่าวไม่ลง เนื่องด้วยดอกไม้พวกนั้นก็เป็ของหม่อมแม่หญิงฟ้าที่ปลูกขึ้นมา
“หญิงทำแบบนี้ ทำไมไม่ขอหม่อมสุก่อนละลูก ”
“ทำไมต้องขอด้วยละคะท่านพ่อ ในเมื่อที่ตรงนั้นมันเป็ของหม่อมแม่ของหญิงมาก่อน”
“อยู่กับปัจจุบันดีกว่ามั้ยคะท่านหญิง อย่าทรงจมปรักอยู่กับคนที่สิ้นไปแล้วเลยค่ะ”
“ถ้าไม่อยากให้หญิงตบปากก็อย่าพูดแบบนี้ นายหญิงที่แท้จริงของวังเทพชัยกุลมีเพียงหนึ่งเดียวคือหม่อมแม่ของหญิง คนอื่นอย่าหวังเลยว่าหญิงจะลดตัวลงไปเคารพ”
พูดเท่านั้นก็เดินออกมาด้วยความโมโห แทบไม่ได้ยินและจับใจความไม่ได้เลยกับเสียงที่ท่านพ่อทรงพูดตอนเดินออกมา ใจนั้นนึกเกลียดนึกขยะแขยงเพิ่มขึ้นจากทุนเดิม อยากออกไปให้พ้นจากที่นี่แต่ติดที่วังแห่งนี้คือความทรงจำของหม่อมแม่ ตนเลยเลือกที่จะอยู่ปกป้องในทุกๆทาง