“ไม่ผิดตัวแน่ หรือจะลองถามมันดูอีกครั้ง”
หลิวหย่วนเก็บไฟฉายของตัวเองเข้าช่องมิติ พยักเพยอให้พี่สาวลดไฟฉายลง ก่อนจะส่องจนเ้าผอมหวาดกลัวเป็ลมหมดสติไปซะก่อน
“ช่างเถอะๆ เื่ฉันค่อยว่ากันทีหลัง ให้มันกลับไปจัดการสะใภ้ใหญ่บ้านตงก่อน”
หล่อนอาจจำตัวเองไม่ได้ แต่ไม่มีผลต่อการทวงแค้นกับคนที่เจตนาขายข่าวของร่างเดิมกับลูกๆ ให้พวกโจรมาลักตัว
“มันาเ็ขนาดนั้น จะเอาเรี่ยวแรงที่ไหนไปจัดการสะใภ้ใหญ่บ้านตง ฆ่ามันทิ้งซะตรงนี้ แล้วกลับไปจัดการหล่อนกันเองยังเร็วซะกว่า”
หลิวหย่วนตัดสินความเป็ตายของคนคนหนึ่งด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง หน้าไม่เปลี่ยนสี ลมหายใจไม่สับสน คล้ายกำลังเอ่ยถึงเื่ดินฟ้าอากาศไร้ซึ่งความสลักสำคัญ
ท่าทีนี้ของเขา กล่าวได้ว่าเป็ผลมาจากการขัดเกลาหลังวันสิ้นโลกที่ต้องดิ้นรนเอาตัวรอด ผ่านความเป็ตายมานับครั้งไม่ถ้วนก็ว่าได้
“ฉันจำอะไรไม่ได้สักอย่าง ไม่อยากเสียเวลาตามหาสะใภ้ใหญ่บ้านตงมาชำระความ
อีกอย่างฆ่าหล่อนให้ตายในคราวเดียวจะสบายจนเกินไป มอบหล่อนให้เ้าผอมทรมานเล่น ให้อยู่ไม่สู้ตายอย่างที่หล่อนคิดจะทำกับเ้าของร่างเดิมยังสาแก่ใจกว่า”
ชาติก่อนซอมบี้และคนที่เฉียวซีสังหารมากกว่าน้องชายด้วยซ้ำ
หล่อนไม่มีทางปล่อยคนที่คิดร้ายกับเ้าของร่างเดิมให้ตายสบายเป็อันขาด อย่างน้อยก็ต้องได้รับความทุกข์ทรมานพอๆ กัน ถึงจะได้รับอนุญาตให้ตายได้
“ยังเป็พี่ใหญ่ที่คิดอ่านรอบคอบ ดี…ผมจะกล่อมไอ้ลูกหมานี่เอง”
“ต้องเสียเวลากล่อมมันทำไม แค่พวกเราใช้…”
เฉียวซีลดเสียงให้เบาลง ซุบซิบไม่กี่คำหลิวหย่วนก็ตาเป็ประกาย ยิ้มกว้างตอบรับ
ฟังแผนการจบ เขาก็ถูไม้ถูมือ หรี่ตาจ้องมองเ้าผอมราวกับมันเป็แพะอวบอ้วนรอพาไปเชือดทิ้ง
“ปะ...ปล่อยผมไปเถอะ”
สายตาที่ทั้งสองมองมันคล้ายกำลังมองคนตาย เ้าผอมหายใจหายคอไม่ทั่วท้อง มันกัดฟันข่มความเจ็บหมอบคลานร้องขอชีวิตตัวสั่นงันงก
“ให้ปล่อยแกไป...ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้ ไหนแกลองว่ามาซิ ชีวิตแกมีค่าพอจะแลกกับอะไรได้บ้าง”
ปี 40 ยังเป็สังคมศักดินา เชื่อเื่ภูตผีเทพเซียนไม่เหมือนอีกหลายปีต่อจากนี้
เฉียวซีกล่าวจบก็เจตนาอวดอ้างตนเป็ปรมาจารย์หญิงหลอกคนให้กลัว ด้วยการดีดนิ้วให้ลูกดอกที่ปักคาอยู่บนหัวไหล่มันสลายไป
“ผะ...ผี ไม่ๆ นายหญิง ผมมีแค่นี้ บนตัวพี่ใหญ่น่าจะยังมีอีกหลายหยวน ผะ...ผมจะลองไปค้นตัวเขาดู”
อยู่ๆ ลูกดอกไม้ก็หายไปต่อหน้าต่อตา บนหัวไหล่หลงเหลือเพียงแผลลึกเืไหลอาบ เ้าผอมตื่นตะลึงหน้าเผือดซีด ถูกหลอกให้เชื่อว่ามันเผลอล่วงเกินคนที่ไม่ควรล่วงเกินเข้าแล้วจริงๆ
เ้าผอมหยิบกระเป๋าใส่เงิน 5 หยวนที่พี่ใหญ่แบ่งให้ติดตัว ประคองส่งให้ด้วยมือสั่นเทา
“5 หยวนซื้อหมูชั่งหนึ่งยังไม่ได้ด้วยซ้ำ พี่ใหญ่ ผมว่าพวกเราอย่าเสียเวลาคุยกับมันเลย ฆ่ามันทิ้งแล้วเก็บเนื้อมันกับเ้าอ้วนนั่นไว้ทำเนื้อตากแห้งกินแทนหมูกันดีกว่า”
หลิวหย่วนหยิบมีดยาวเปื้อนเืที่เคยใช้สังหารซอมบี้ออกจากช่องมิติ เบี่ยงคมให้สะท้อนแสงไฟฉายในมือเฉียวซีสาดใส่ตาเ้าผอม
เงินห้าหยวนของมัน อาจมีค่ามากก่อนจะเกิดาและภัยแล้ง
แต่ปีนี้ต่อให้มีเงินก็ใช่จะซื้อข้าวซื้อเสบียงได้
ต้องรู้ว่าั้แ่ต้นปี 1940 มณฑลซวางซีแถบภาคกลางค่อนไปทางตะวันออกของประเทศฮั่วเซีย ไม่เพียงประสบภัยแล้ง ยังเผชิญกับภัยา ตกเป็เป้าหมายที่ประเทศเกาะซึ่งทำากับประเทศฮั่วเซียมาหลายปี้าจะพิชิต
เพื่อสะสมเสบียงส่งไปสนับสนุนทหารในแนวหน้า ทางการบีบบังคับให้ชาวบ้านจ่ายภาษีเป็ข้าวสาลีจำนวนมาก
ชาวบ้านที่ไม่มีข้าวจ่ายภาษีก็จะถูกบังคับให้ขายสัตว์เลี้ยง หรือที่ดินเพื่อหาเงินมาซื้อข้าวสาลีจ่ายภาษี
ราคาข้าวและของกินจึงพุ่งขึ้นสูงเป็หลายเท่าตัว
เทียบให้เห็นชัด คือก่อนเกิดา คนงานในเมืองที่ได้ค่าแรงเฉลี่ย 10 หยวนต่อเดือน ยังสามารถซื้อเนื้อหมูที่ขายในราคาชั่งละ 2 หยวนกินได้พออิ่ม
แต่หลังเกิดาก็เข้าสู่ยุคข้าวยากหมากแพง
ไม่ใช่แค่เนื้อหมูที่ราคาพุ่งสูงขึ้น
ข้าว แป้งและเสบียงอื่นๆ ราคาก็เพิ่มตาม ถึงต่อให้มีเงินก็หาซื้อเนื้อหมูมากินไม่ได้
เวลานี้ถึงกับมีข่าวลือน่าหวาดกลัวที่ว่าตามหมู่บ้านบนเขาที่อดยาก นอกจากชาวบ้านจะกินใบไม้ เปลือก รากและดิน บางบ้านก็เริ่มแลกลูกกินประทังหิวกันแล้ว
ถ้าอ้างอิงจากข่าวลือ การปล้น ฆ่า ลักพาตัวหรือกินเนื้อคนในปีอดยาก สำหรับชาวบ้านที่เข้าตาจนก็ไม่ถือว่าเป็เื่ผิดแปลกอะไร
“นายน้อยนายหญิงทั้งสอง โปรดละเว้นผมเถอะ…ได้โปรด ฮือ”
คนถูกขู่ขวัญหวาดกลัวจนอุจจาระแทบเล็ด โขกศีรษะร้องขอชีวิตไม่หยุด
“เงินไม่พอไม่ใช่ปัญหา แค่ทำงานอย่างหนึ่งให้ฉัน แล้วฉันจะปล่อยแกไป”
เฉียวซียื่นมือไปหยุดมีดยาวของหลิวหย่วน ดึงมันกลับเข้าไปในช่องมิติของตน