ภัตตาคารหย่งเล่อสาขาชิงเหอ
กล่องลูกพลับแห้งถูกขนลงจากรถม้าเข้ามาวางขายบริเวณที่ดึงดูดสายตาผู้คน จ้าวลู่ชิงนำลูกพลับแห้งจำนวนสิบกล่องขึ้นรถม้าแล้วตรงไปยังโรงหมอหยางเป็นที่แรก
“กูเหนียงท่านมาแล้ว หมอหยางบ่นถึงท่านอยู่บ่อยครั้ง” ผู้ดูแลโรงหมอหยางรีบเข้ามาต้อนรับจ้าวลู่ชิง
“หม่าหลงจู๊สบายดีหรือไม่”
“สบายดีขอรับ”
“ข้ามีของมาฝากท่าน” หยิบกล่องลูกพลับแห้งจำนวนหนึ่งกล่องส่งให้กับผู้อาวุโสตรงหน้า
“ขอบคุณขอรับ”
“ทานให้อร่อยนะเจ้าคะ แล้วท่านหมอหยางว่างหรือไม่เจ้าคะ” มองหาผู้อาวุโสอีกคน
“ข้าอยู่นี่”
หมอหยางได้ยินเสียงจึงเดินออกมาส่อง เป็นดรุณีน้อยที่ตนบ่นถึงจริง ๆ
“เจ้านำยาสมุนไพรมาส่งข้ารึ”
“ท่านคาดเดาผิดแล้วเจ้าค่ะ ข้าเพียงนำของมาฝากท่าน” วางกล่องไม้จำนวนสี่กล่องลงบนโต๊ะ
“ข้างในคืออันใด” หมอหยางเปิดกล่องของฝาก สิ่งที่เห็นคือลูกพลับแห้งขนาดใหญ่ดูน่ารับประทาน
“นี่คือลูกพลับแห้งเจ้าค่ะ ท่านลองชิมดูจะได้รู้ว่ารสชาติของมันยอดเยี่ยมเพียงใด
หมอหยางหยิบลูกพลับแห้งขึ้นชิม รสชาติที่ได้ช่างหวานละมุนทานง่ายกว่าผลสดเสียอีก เหมาะสำหรับคนแก่ฟันไม่ค่อยดีเป็นอย่างยิ่ง
“ท่านปู่!” หยางหนิงจินกระโดดเข้ามาทางหน้าต่างเพื่อหยอกล้อท่านปู่ของตน กลับต้องนอนนิ่งอยู่บนพื้นเมื่อเห็นแขกนั่งจ้องตาไม่กระพริบ
“สหาย เจ้าอยู่ที่นี่ด้วยรึ” รีบลุกขึ้นปัดฝุ่นออกจากมือทั้งสองข้าง ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ เห็นสิ่งที่อยู่ในกล่องจึงหยิบเข้าปาก
“อื้ม หวานมาก นี่คืออันใด” ยัดลูกพลับเข้าปากจนหมดแล้วหยิบชิ้นต่อไป
“ลูกพลับแห้ง”
“อร่อยกว่าผลสดอีก ข้าเพิ่งกลับมาจากตัวจังหวัดเลยไม่ได้ไปเก็บพวกมันช่วยเจ้า”
“คุณชายหยางท่านยังเป็นบัณฑิตอยู่อีกหรือ ข้าเห็นท่านอยู่ที่อื่นมากกว่าจะอยู่ในสำนักศึกษา”
“ข้าเบื่อสำนักศึกษา วันนี้ข้าเพิ่งไปลาออกมา”
“ลาออกก็ดีแล้วสำนักศึกษาเขาจะได้ไม่มีรอยด่างพร้อย” หมอหยางกล่าวกับหลานชาย จากนั้นก็ทานลูกพลับแห้งต่อ
จ้าวลู่ชิงเหมือนโดนทุบศีรษะจนมึนงง คนตรงหน้านางพูดเรื่องลาออกจากสำนักศึกษาได้อย่างหน้าตาเฉย และผู้อาวุโสที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ยังไม่ต่อว่าสักคำ
“เป็นท่านปู่ที่รู้ใจข้าที่สุด” ขยิบตาส่งให้ผู้อาวุโสที่รักและตามใจตน “ของอร่อยเพียงนี้เจ้ายังมีอีกหรือไม่”
“มีวางขายอยู่ที่ภัตตาคารหย่งเล่อ”
“เจ้าขายอยู่ที่กล่องละเท่าไหร่” หยางหนิงจินสำรวจกล่องไม้ที่ถูกขัดเงาอย่างสวยงาม
“กล่องละยี่สิบก้วน”
“ห๊ะ! ยี่สิบก้วน” หมอหยางเกือบสำลักกับราคาที่ได้ยิน
“ใช่เจ้าค่ะ”
“ยี่สิบก้วนเองหรือ” หยางหนิงจินครุ่นคิดอยู่สักพัก “เจ้าผลิตขึ้นมากี่กล่อง”
“ผลิตขึ้นมาทั้งหมดสามพันกล่อง ตอนนี้ข้ากระจายออกไปขายจนเกือบหมดแล้ว เหลืออยู่ที่บ้านเพียงสี่ร้อยกว่ากล่อง”
“ข้าขอซื้อทั้งหมด”
“เจ้าจะเอาไปทำอันใด” หมอหยางเกือบสำลักเป็นครั้งที่สอง หลานชายตนบ้าไปแล้วหรืออย่างไรถึงจะซื้อลูกพลับแห้งจำนวนสี่ร้อยกล่อง
“เจ้าขายให้ข้าได้หรือไม่”
“หากท่านต้องการข้าก็ไม่ปฏิเสธ”
“ตกลงข้าขอซื้อทั้งหมด ตอนนี้ที่ภัตตาคารเจ้าเหลือกี่กล่อง ไม่ได้การแล้วข้าต้องไปดูสักหน่อย” หยางหนิงจินกระโดดออกจากทางหน้าต่าง รีบวิ่งไปยังภัตตาคารหย่งเล่อ
“ถอยไปให้หมด” หยางหนิงจินแหวกฝูงชนที่ยืนมุงแต่ยังมิกล้าซื้อลูกพลับแห้งกล่องละยี่สิบก้วน
“ข้าเหมาทั้งหมด ปิดการขาย”
ลูกค้าที่กำลังยืนลังเลต่างแตกตื่นเมื่อของถูกเหมาหมด
“ท่านจะเหมาหมดได้อย่างไร ข้ากำลังจะซื้อ” ชายคนหนึ่งกำลังชั่งใจว่าจะซื้อกี่กล่องโวยวายขึ้นทันใดเมื่อของถูกซื้อตัดหน้าไปทั้งหมด
“แล้วเจ้าซื้อหรือยัง”
“ยัง”
“แต่ข้าซื้อแล้ว ลูกพลับแห้งพวกนี้เป็นของข้าทั้งหมด”
ผู้ดูแลฝูปวดหัวกับบุตรชายนายอำเภอ ปากกำลังจะอ้ากล่าวอะไรบางอย่างจำต้องหุบลง
“ข้าซื้อหมดแล้ว พวกเจ้าห้ามขายให้ใครอีก”
“บุตรชายคนเล็กของท่านนายอำเภอช่างเป็นคนใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย”
เสียงชาวเมืองนินทาดังเล็ดลอดมาเข้าหูหยางหนิงจิน ถามว่าสนใจเสียงพวกนั้นหรือไม่ ตอบได้เลยว่าข้าหยางหนิงจินหาได้สนใจไม่
“ถอยไป! ของขายหมดแล้ว”
คนของภัตตาคารหย่งเล่อยังมึนงงไม่หาย บุตรชายนายอำเภอจัดการทุกอย่างเอง หยิบผ้าผืนใหญ่มาคลุมบริเวณกล่องลูกพลับ ไล่ลูกค้าให้ออกไปจากพื้นที่บริเวณนี้
“ข้าซื้อหมดแล้ว รอสักพักจะมีคนนำเงินมาจ่าย แล้วพวกเจ้าขนขึ้นรถม้าให้ข้าด้วย”
หยางหนิงจินจ้างให้คนไปเรียกบ่าวข้างกายนำรถม้ามารับตนที่ภัตตาคารหย่งเล่อ
จ้าวลู่ชิงเดินทางมาที่สกุลเหิง ขณะที่กำลังลงจากรถม้าก็มีรถม้าอีกคันวิ่งมาจอดข้าง ๆ
“จ้าวกูเหนียง” เหิงเฟยอวี่ก้าวเข้ามาทักทายสตรีที่สวมหมวกปิดบังใบหน้า แต่เขากลับจำนางได้เป็นอย่างดี
“คุณชายเหิง” ผงกศีรษะทักทายตามมารยาท
“กูเหนียงมีนัดกับท่านปู่หรือ”
“ข้าเพียงนำลูกพลับแห้งมาฝากเหล่าเหิง ข้าขอฝากคุณชายไปเลยก็แล้วกัน”
“กูเหนียงเข้าไปนั่งด้านในก่อนเถิด”
“ข้าไม่ขอรบกวน เพราะยังมีเรื่องที่ต้องทำต่อ นี่คือลูกพลับแห้ง” ยื่นกล่องที่อยู่ในห่อผ้าให้ “คุณชายแบ่งไปลองชิมสักกล่องเถิด แล้วให้เหล่าเหิงสี่กล่อง”
เหิงเฟยอวี่รับห่อผ้าที่มีกล่องไม้ห้าชั้นด้านใน มองตามแผ่นหลังตั้งตรงก้าวขึ้นรถม้าจนรถม้าวิ่งลับตาก็ยังไม่ละสายตา
“คุณชายขอรับ” บ่าวรับใช้เห็นคุณชายยืนนิ่งอยู่กับที่จึงส่งเสียงเรียก ยื่นมือออกไปเพื่อรับห่อผ้าที่คาดว่าจะหนักอึ้ง
“ไม่ต้อง” ถือห่อผ้ามุ่งตรงไปยังเรือนหัวหน้าตระกูลด้วยตนเอง
บ่าวรับใช้ยืนเกาศีรษะกับท่าทีที่แปลกไปของคุณชาย อย่าบอกนะว่าคุณชายชื่นชอบจ้าวกูเหนียง
“หากคุณชายจะชื่นชอบจ้าวกูเหนียงก็มิใช่เรื่องแปลก”
สตรีที่ตนเคยพบเจอเมื่อตอนที่บังคับรถม้าพาคุณชายกับคุณหนูไปเยือนหมู่บ้านซานเป่ยนั้นงดงามจนหาที่เปรียบได้ยาก ไม่น่าเชื่อว่าหมู่บ้านกลางหุบเขาจะมีสตรีงดงามเช่นนั้นเร้นกายอยู่
บริเวณหน้าหมู่บ้านรถม้าสี่คันวิ่งสวนทางกับรถม้าที่จ้าวลู่ชิงนั่ง พอถึงหน้าบ้านนางเจอเข้ากับคุณชายหยางยืนร่ำลามารดานางอยู่
“ท่านแม่”
“เจ้ากลับมาได้ทันเวลา คุณชายหยางมาเหมาลูกพลับจนหมด” จ้าวฮูหยินปรีดาจนหุบยิ้มไม่ได้กับจำนวนเงินที่ได้รับในวันนี้
“พรุ่งนี้พี่ชายเจ้าบอกว่าจะเก็บเกี่ยวลี่จือ ข้าตกลงราคาซื้อขายกับพี่ชายเจ้าเรียบร้อยแล้ว รถม้าของข้าจะมารอรับลี่จือจากสวนของพวกเจ้าตั้งแต่ต้นยามซื่อ (09.00 – 10.59 น.) ”
หยางหนิงจินโบกพัดในมือคลายความร้อน
“ท่านทำการค้ารึ” นางเห็นการกว้านซื้อของคุณชายหยางแล้วช่างน่ากลัวยิ่งนัก คิดจะผูกขาดสินค้าหรืออย่างไร
“ข้าเพียงหาเงินมาใช้จ่ายเล่น ๆ”
“หึ! ช่างเถิด ผลผลิตข้าขายออกก็เพียงพอแล้ว” เรื่องอื่นนางจะไม่ใส่ใจ นางคงต้องมองคุณชายผู้นี้ใหม่เสียแล้ว
“ข้ากลับก่อนล่ะ พวกเราคงจะไม่เจอกันอีกสักพัก”
“คุณชายจะเดินทางไปที่ใดอีกล่ะ”
“ข้าเป็นคนชอบอิสระ ไปที่ใดก็ได้ทั้งนั้นยกเว้นสำนักศึกษา”
“ท่านไม่อยากเป็นขุนนางหรอกหรือ” บุรุษทั่วไปต่างแย่งกันเข้าเรียนในสำนักศึกษาที่มีชื่อเสียงในแต่ละพื้นที่ เพื่อเป็นการปูทางสู่การก้าวขึ้นไปเป็นขุนนาง ทว่าคุณชายผู้นี้กลับไม่สนใจมันทั้งที่ครอบครัวพร้อมสนับสนุน
“ไม่อยาก ตระกูลข้ามีพี่ชายมุ่งมั่นเป็นขุนนางคนเดียวก็เพียงพอแล้ว ส่วนข้าก็ใช้ชีวิตเรื่อยเปื่อย” ขยิบตาส่งให้ “ข้าไปก่อนล่ะ” ก้าวขึ้นรถม้าอย่างสง่างาม
“ชิงเอ๋อร์ เจ้าพึงพอใจคุณชายหยางหรือไม่” จับแขนบุตรสาวลากเข้ามาในบ้าน
“ท่านแม่อย่าได้กล่าวเหลวไหล”
“แม่ไม่ได้กล่าวเหลวไหล ดูแล้วคุณชายผู้นี้น่าสนใจมิน้อย”
“ท่านแม่มิกลัวจะถูกท่านพ่อดุอีกหรือเจ้าคะ”
มารดาชอบจับคู่ให้นางกับบุรุษที่เข้ามาใกล้ชิดโดยไม่สนใจว่านางมีคู่หมายอยู่แล้ว ถูกท่านพ่อต่อว่าทุกครั้งที่กล่าวถึงเรื่องนี้ท่านแม่ก็หาได้สนใจ
“พ่อเจ้ามีสิทธิ์ตัดสินใจเรื่องแต่งงานเจ้าเพียงคนเดียวหรืออย่างไร ข้าเป็นคนที่เบ่งเจ้าออกมาย่อมมีสิทธิ์มากว่าเขาเสียอีก” กางพัดในมือออกก่อนจะพัดไล่ความร้อน
“ท่านแม่อย่าได้คิดมากเรื่องแต่งงานของข้าเลยนะเจ้าคะ วันนี้บ้านเรารับทรัพย์ไปเท่าไหร่เจ้าคะ”
เพียงได้ยินเรื่องเงินจ้าวฮูหยินก็เบิกบานขึ้นมาทันใด นางจูงแขนบุตรสาวไปดูกล่องเงินที่ได้รับ
ความร่ำรวยมาเยือนบ้านจ้าวอีกครั้ง ผลไม้ในสวนชนิดต่อมาที่ได้ขายคือลี่จือที่หาได้ยากทางภาคเหนือ ชาวบ้านที่ถูกจ้างให้มาช่วยเก็บเกี่ยวผลผลิตต่างเร่งมือกันใหญ่
ผลไม้ที่หายากเพียงนี้ทว่ามีปลูกเพียงร้อยกว่าต้น จ้าวลู่ชิงจึงขายให้คุณชายหยางเพียงครึ่งเดียว ส่วนอีกครึ่งนางกระจายไปตามภัตตาคารในสาขาใกล้เคียง
จ้าวฮูหยินกับแม่สามีเห็นเงินที่เพิ่มเข้ามาเรื่อย ๆ ยามกลางวันก็ชักชวนกันนั่งเฝ้านอนเฝ้าเรือนไม่ยอมไปที่ใดเพราะกลัวขโมยขึ้นบ้าน จนหลงลืมไปว่าขโมยหน้าไหนจะเล็ดลอดเข้ามาได้
“ท่านแม่เป็นอันใดไปเจ้าคะ เหตุใดวันนี้ถึงดูเงียบผิดปกติ” จ้าวฮูหยินถามแม่สามีด้วยความเป็นห่วง
“เมื่อคืนข้าฝันถึงอิงเอ๋อร์” บุตรสาวคนเล็กของนางแต่งงานเข้าตระกูลโหลว ไม่รู้เพราะเหตุใดเมื่อคืนนางถึงได้ฝันว่าบุตรสาวร้องไห้มาหา
“ท่านแม่อย่าได้คิดมากไปเลยนะเจ้าคะ น้องสาวอยู่เพียงตัวจังหวัด หากพวกเราว่างค่อยไปเยี่ยมนางก็ได้”
น้องสาวคนเล็กของสามีแต่งงานเข้าตระกูลเก่าแก่แห่งจี้โจว หลายวันมานี้นางก็รู้สึกไม่ดีเช่นเดียวกัน ชอบฝันแปลก ๆ แต่ไม่อยากเล่าให้แม่สามีฟัง กลัวว่าจะเครียดกว่าเดิม
หญิงชราเผยรอยยิ้มทั้งที่ในใจยังคงกังวลเกี่ยวกับเรื่องราวที่ฝัน คืนนี้นางคงต้องระบายความทุกข์ให้สามีฟัง