"แน่ใจนะว่าพร้อมท่าทางเราดูเหมือนไม่พร้อมเลย?" นับเงินแอบกระซิบถามดาวเหนือระหว่างที่ทั้งหมดลงจากตึกอันเป็ที่ตั้งของห้องพักฟื้นด้วยลิฟต์พิเศษที่ไม่เหมือนลิฟต์บนโลกมนุษย์เพราะใช้หลักการวาร์ปแทนการเคลื่อนที่
"เอ่อ... ผม...เกร็งน่ะครับ" หนุ่มน้อยกระซิบตอบตะกุกตะกักพลางยิ้มเจื่อนๆในเมื่อนั่นไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริงในใจ
"วันนี้นายจะได้เครื่องมือสื่อสารประจำตัวยมทูตมีอะไรก็ติดต่อขอความช่วยได้" ไมเคิลพูดขึ้นเสียงเรียบ เหมือนคอยเงี่ยหูฟังอยู่แล้วว่าคนข้างตัวสองคนคุยอะไรกัน"ถ้าผมว่าง ผมจะไปช่วย"
และแม้ความหมายแฝงในคำพูดจะฟังดูอ่อนโยนแต่สีหน้าท่าทางของชายหนุ่มกลับไม่แสดงออกไปในเชิงบวกมันดูคล้ายกับว่าเขา้าจะไปจัดการอะไรสักอย่างกับเหยื่อคนแรกของดาวเหนือมากกว่า!!
"ขะ... ขะ... ขอบคุณครับ"ดาวเหนือตะกุกตะกักหนักกว่าเก่า ในสมองพยายามคิดหาเื่อื่นมาพูดเพื่อเบี่ยงเบนประเด็น
"เอ่อ... ทะ...ทำไมเราต้องลงลิฟต์กันด้วยล่ะครับ ที่จริงใช้วิธีวาร์ปก็น่าจะได้ไม่ใช่หรือครับใกล้แค่นี้เอง?" เขาตั้งคำถามระหว่างที่ชำเลืองมองไปรอบๆ ลิฟต์แก้วที่เป็เสมือนกล่องสี่เหลี่ยมใสๆสำหรับวาร์ปขึ้นลง ที่ไม่มีทั้งเครื่องยนต์และกลไกใดๆ
"เพื่อให้จุดวาร์ปเป็ที่เป็ทางไม่ไปรบกวนยมทูตที่เค้ากำลังพักฟื้นไง" นับเงินช่วยหนุ่มน้อยรุ่นน้องเฉไฉเออออห่อหมกไหลตามน้ำไป แม้จะรู้ว่าถึงยังไงไมเคิลก็ไม่มีทางเชื่อ
"มียมทูตอื่นพักฟื้นอยู่ที่นี่ด้วยเหรอครับ!?"
ท่าทางของดาวเหนือบ่งบอกว่ากำลังตื่นเต้นทันทีที่รู้ว่า มียมทูตอื่นนอกเหนือจากตัวเองที่มาใช้บริการห้องพักฟื้นประจำยมโลกด้วย
"มีเรื่อยๆนั่นแหละ บางคนก็มาพักสมอง พักใจ ให้หายเครียด ถึงจะแค่งานรับส่งดวงิญญาแต่เจอเคสหนักๆ บ่อยๆ ก็ประสาทได้นะ"หัวหน้ายมทูตสาวพูดพลางชำเลืองมองรองหัวหน้ายมทูต ซึ่งก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเธออยากให้ไมเคิลพักบ้าง หรือเธอคิดว่าเขาเจอเคสหนักๆ มาจนเป็โรคประสาทกันแน่
"เหนื่อยเมื่อไหร่ก็แวะมานะครับ"
เสียงคุ้นหูเสียงหนึ่งดังขึ้นด้านหลังเรียกให้ยมทูตทั้งสามหันไปมอง
"คุณคือ...คนนั้น... เอ่อ... ใช่ไหมครับ?" ดาวเหนือยิ้มกว้างเมื่อได้พบเจอเ้าของเสียงอ่อนโยนที่คอยปลอบประโลมเขาใน่เวลาที่แย่ที่สุดใช่แล้ว... แม้จะมองไม่เห็นใบหน้า แต่เขาก็จดจำเสียงเสียงนี้ได้ดี
"ครับ...ดีใจที่คุณกลับมาร่าเริงแล้วนะครับ" หนุ่มแว่นยิ้มให้ดาวเหนือเขายังคงทำผมรองทรงบลอนด์ทองไฮไลท์ส้ม และอยู่ในชุดสูทสีเทาอ่อนเหมือนเดิมไม่ต่างจากรอยยิ้มและน้ำเสียงของเขาที่พร้อมส่งพลังให้กับคนรอบข้างในทุกวันที่เต็มไปด้วยความทุกข์
"ขอบคุณมากๆนะครับ ถ้าไม่ได้คุณช่วยเอาไว้ ผมคงแย่แน่ๆ" หนุ่มน้อยพูดในสิ่งที่มีเพียงเขากับหนุ่มแว่นเท่านั้นที่เข้าใจ
"อยากได้เคล็ดลับฮีลใจถามหัวหน้านับเงิน หรือแวะมาถามผมได้ตลอดเลยนะครับแต่ถ้าอยากได้เคล็ดลับรับมือเคสหนักๆ คงต้องถามรองหัวหน้าไมเคิลครับ"หนุ่มแว่นพูดพร้อมกับหันไปยิ้มให้นับเงินและไมเคิลด้วย
"ผมไม่เคยมานอนที่นี่นายรู้จักผมได้ยังไง?" ไมเคิลสวนขึ้นด้วยคำถามโดยที่สีหน้าของเขายังคงเรียบเฉย ไร้อารมณ์ความรู้สึกเช่นเดิม
"คนดังแหกกฎได้ทุกวี่ทุกวันอย่างยูต่อให้ไม่ใช่ยมทูต เค้าก็รู้จักกันทั้งนั้นแหละ!"นับเงินตอบแทนหนุ่มแว่นที่เปลี่ยนมายิ้มเจื่อนๆ ให้ทั้งคู่ไม่ต่างจากดาวเหนือที่พยายามกลั้นขำในสิ่งที่หัวหน้าสาวพูด
"ไอก็แค่ทำเื่ที่ควรทำแบบตาต่อตาฟันต่อฟัน" รองหัวหน้ายมทูตยักไหล่พูดคติประจำใจของตัวเอง
"พวกหัวหน้ามารสูทขาวถูกจับมารับโทษแล้วยูไม่จำเป็ต้องทำแบบนั้นแล้ว ถ้ายูทำ ยูจะกลายเป็คนที่ต้องรับโทษเข้าใจไหมไมเคิล?" นับเงินพยายามเปลี่ยนความคิดของชายหนุ่มแม้จะรู้ดีว่ามันไม่ได้ผลก็ตาม
"ยูไม่คิดเหรอว่าคนที่เหลืออยู่มันจะตั้งตัวเป็ใหญ่แทน?"
คราวนี้คำพูดของไมเคิลทำเอานับเงินถึงกับพูดไม่ออกในเมื่อนั่นคือสัจธรรมที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปของโลกใบนี้ ไม่ว่าวันเวลาจะผ่านไปกี่ยุคกี่สมัยก็ตาม
"ไอจะเลิกแหกกฎก็ต่อเมื่อพวกมารสูทขาวมันสูญพันธุ์แล้วเท่านั้น"
คำประกาศของไมเคิลทำให้หัวหน้าอย่างนับเงินกุมขมับหนักกว่าเดิม
"พวกมันจะสูญพันธุ์ก่อนหรือยูจะถูกลงโทษให้ไปเกิดก่อน ยูคิดให้ดีๆ นะ ถ้าไม่มียู ใครจะคอยปรามพวกิญญาตัวปัญหา"หญิงสาวพยายามเกลี้ยกล่อมให้ชายหนุ่มมองเห็นถึงปัญหาของเหล่ายมทูตตาดำๆในวันที่เขาไม่อยู่
"ยูไม่ต้องห่วงหรอกถึงวันนั้น ไอจะหาตัวตายตัวแทนเอาไว้ทำหน้าที่แทนไอแต่ถ้าจะให้ไอเลิกจองล้างจองผลาญพวกมารสูทขาว เอาไอไปฆ่าทิ้งไม่ให้ได้ไปผุดไปเกิดอีกเลย คงง่ายกว่า" ไมเคิลเดินออกไปทันทีที่พูดจบทิ้งเพียงความเงียบไว้ให้บังเกิดกับคนทั้งสาม ซึ่งยังคงยืนนิ่งอึ้งกับคำพูดนั้น
"เราไม่สามารถเปลี่ยนคนอื่นได้หรอกนะครับถ้าเขาไม่ได้อยากเปลี่ยน เราเปลี่ยนได้แค่ตัวเราเองครับ"หนุ่มแว่นพูดทำลายความเงียบขึ้น เหมือน้าเตือนสตินับเงินซึ่งกำลังใช้ความพยายามอย่างหนัก เพื่อเปลี่ยนความคิดของไมเคิลแม้ว่ามันจะล้มเหลวซ้ำแล้วซ้ำเล่าก็ตาม
"นั่นสินะ...ฉันคงต้องยอมรับความจริง เื่เหตุผลที่หมอนั่นอยากเป็ยมทูต"หญิงสาวพยักหน้าพลางยิ้มเศร้าๆ
...อีกเื่ที่เธอต้องยอมรับนั่นก็คือการที่เธอพยายามเคี่ยวเข็ญให้ไมเคิลอยู่ในกฎระเบียบส่วนหนึ่งก็เพราะไม่อยากสูญเสียลูกน้องที่เป็เสมือนผู้นำทัพคนนี้ไปเธอยังคงอยากเป็เพียงหัวหน้าแต่ในนามเช่นนี้และรู้ดีว่าต่อให้เธอทำหน้าที่ยมทูตไปอีก 100 ปี หรือ 1,000 ปี เธอก็ไม่สามารถพัฒนาฝีมือของตัวเองให้ขึ้นมาเทียบเท่ากับไมเคิลในตอนนี้ได้ควรเป็เธอมากกว่าที่พ้นจากตำแหน่งและไปเกิดยังที่ไหนสักแห่งบนโลกอันแสนวุ่นวายใบนั้น
"หัวหน้านับเงินเป็เหมือนศูนย์รวมใจของยมทูตโซนประเทศไทยทุกคนนะครับถ้าไม่มีความอ่อนโยนของคุณ หัวใจของพวกเขาคงแตกสลายกันจนหน่วยของผมต้องรับคนเพิ่มแน่ๆ"
น้ำเสียงอ่อนโยนของหนุ่มแว่นปลุกนับเงินให้ตื่นจากภวังค์ความคิดพร้อมกับที่ช่วยฉุดเธอขึ้นจากวังวนแห่งความเศร้าในเวลาเดียวกัน
"ขอบคุณนะที่เขาลือกันว่าแค่ฟังนายพูดก็เหมือนได้ไปเกิดบน์ ดูเหมือนจะเป็เื่จริง"
คำชมของนับเงินทำเอาอีกฝ่ายเขินจนต้องถอดแว่นออกมาเช็ดอยู่หลายรอบเพราะไม่รู้จะเอามือไปวางตรงไหนดี
"ขอบคุณครับแต่ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ" เขาคนนั้นสวมแว่นแล้วกล่าวถ่อมตัวและแม้คำพูดของนับเงินจะทำให้ชายหนุ่มเสียอาการอย่างรุนแรง หากแต่น้ำเสียงของเขาก็ยังคงอ่อนโยนราวกับจะพาคนฟังให้ขึ้นสู่สรวง์ทุกครั้งที่ได้ยิน จริงสมคำร่ำลือดาวเหนือเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน
"เป็แบบนั้นนั่นแหละไม่งั้นนายคงไม่ได้เป็หัวหน้าหน่วยพยาบาลหรอก จริงไหมเข็มทิศ?" นับเงินเรียกชื่ออีกฝ่าย ทำเอาดาวเหนือถึงกับหูผึ่ง และรีบบันทึกชื่อนั้นลงรอยหยักสมองทันที
"ขอบคุณที่มั่นใจในตัวผมนะครับ"เข็มทิศยิ้มรับคำพูดนั้น ก่อนจะยืนมองนับเงินและดาวเหนือที่ค่อยๆ เดินห่างออกไป
"ตาบ้าไมเคิลนี่ไวจริงๆป่านนี้ไปรอตรงหน้าบัลลังก์แล้วมั้ง" หัวหน้ายมทูตสาวบ่นกระปอดกระแปดระหว่างที่พายมทูตฝึกหัดในความดูแลเดินจากตึกพักฟื้นไปยังบัลลังก์พิจารณาโทษอันเป็สถานที่ประทับของท่านยมในเวลานี้
เอ่อ...หรือจะบอกว่าท่านทรงประทับอยู่ที่นั่นแทบจะตลอดเวลาก็คงไม่ผิดนักที่เป็แบบนั้นก็เพื่อพิจารณาโทษของเหล่าสัตว์โลกที่เข้าแถวเรียงรายกันทั้งวันทั้งคืนคิวยาวยิ่งกว่าเว็บไซต์จองวัคซีนบางเว็บในประเทศไทยที่ล่มทุกครั้งเวลาเปิดจองเสียอีก
"รุ่นพี่คงรีบไปรับหน้าแทนเรามั้งครับ"ดาวเหนือแก้ตัวให้ไมเคิล ทั้งที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะทำแบบนั้นหรือเปล่า
"รีบไปให้ท่านยมดุน่ะสิไม่ว่าเฮ้อ... ทำแต่ละเื่" นับเงินส่ายหน้า เหมือนอิดหนาระอาใจเต็มทีกับลูกน้องในบังคับบัญชาที่ไม่เหมือนลูกน้องในบังคับบัญชา
"ตอนผมหลับไปรุ่นพี่เขาทำอะไรอีกหรือครับ?" หนุ่มน้อยยิ้มเจื่อนๆให้กับความเป็ไมเคิล แม้ยังไม่รู้ว่าอีกฝ่ายไปทำอะไรไว้บ้างก็ตาม
"ว่างไม่ได้แค่นาทีเดียวก็ขอให้ได้ไปตามกวาดพวกมารสูทขาวมาลงนรก มาทั้งตัวทั้งหัวบ้างมาแต่ตัวบ้าง... เฮ้อออออ!"
คำบรรยายของนับเงินช่วยให้ดาวเหนือสามารถจินตนาการภาพวีรกรรมของไมเคิลได้อย่างแม่นยำ แจ่มชัด แม้ไม่ได้เห็นกับตาตัวเอง
"ไม่ใช่ว่าตอนนี้รุ่นพี่เขาไปตามกวาดพวกมารสูทขาวอยู่หรือครับ?"ยมทูตฝึกหัดหนุ่มน้อยยิ้มเจื่อนๆ ให้กับสิ่งที่ผุดขึ้นมาในหัว
"นั่นสินะ...อาจจะเป็แบบนั้นก็ได้" นับเงินเองก็ยิ้มเจื่อนๆให้กับสิ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวไม่ต่างกัน
เวลานี้ทั้งคู่ได้แต่ภาวนาว่า...ขอให้พวกตนเจอไมเคิลอยู่ตรงหน้าบัลลังก์ท่านยม... ด้วยเทอญ
และแล้วเมื่อทั้งคู่ไปถึงตรงหน้าบัลลังก์พิพากษาโทษที่ซึ่งสัตว์นรกทั้งหลายต่างยืนเรียงรายรอการขานชื่อ
"รุ่นพี่ไมเคิลอยู่นั่นครับ"ดาวเหนือกระซิบบอกนับเงิน ทันทีที่เห็นไมเคิลยืนเก๊กหน้าขรึมและยืนนิ่งเหมือนหุ่นอยู่ตรงด้านข้างบัลลังก์ท่านยม
"เดี๋ยวต้องบ่นเราแน่ๆคอยดูนะ" นับเงินกระซิบตอบ พลางชำเลืองมองไปที่ไมเคิลเหมือนอยากให้เขาคนนั้นรู้ว่ากำลังถูกนินทา
"นับเงิน...เ้าเองก็รู้ว่าถ้ารองหัวหน้าของพวกเ้าโมโหแล้วจะเป็เช่นไร" ท่านยมตรัสขึ้นพร้อมกับส่ายพระพักตร์ด้วยความอ่อนอุระอ่อนพระทัยในความขี้เล่นและขี้โมโหของผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งสอง
"กระหม่อมมิเป็ไรขอรับ"ไมเคิลทูลท่านยมสั้นๆ แบบไม่ได้ใจความด้วยใบหน้าที่ยังคงเรียบเฉยและไม่แสดงอารมณ์ใดๆ
"เ้าน่ะไม่เป็ไรแต่พวกมารสูทขาวนั่นสิเป็แน่"
พระดำรัสของท่านยมทำเอาดาวเหนือยิ้มเจื่อนๆขณะที่ไมเคิลยังคงยืนนิ่ง ไม่แสดงอารมณ์ความรู้สึกใดๆ ออกมาเช่นเดิม เสมือนเป็การยอมรับกลายๆว่า ใช่แล้ว... อีกไม่นานเ้าพวกสูทขาวจะได้ถึงฆาตอีกแน่!!
"ข้าจะย้ำอีกครั้งถึงกฎที่ยมทูตทุกคนต้องปฏิบัติหน้าที่ของพวกเ้าคือการนำดวงิญญาที่หมดอายุขัยทุกดวงบนโลก ลงมารับโทษในนรกแม้เป็เหล่าผู้หลงผิดที่เล็ดรอดจากการจับกุมไปได้ ก็ให้ถือกฎเดียวกัน"
น้ำเสียงอันกังวานและเต็มไปด้วยพลังอำนาจนั้น ดูคล้ายจะเป็การประกาศให้ยมทูตทั้งหมดรับรู้ถึงกฎ...ข้อที่ไม่ควรมีใครทำลายความเป็กฎของมันอีก ทว่า...
"เ้าเข้าใจหรือไม่ดาวเหนือในฐานะที่วันนี้เ้าคือยมทูตเต็มตัวเฉกเช่นรุ่นพี่ทุกคนแล้ว?" ท่านยมปิดท้ายด้วยการหันพระพักตร์มาตรัสถามอดีตยมทูตฝึกหัดเสมือนพระดำรัสก่อนหน้านั้นเป็การสื่อถึงหนุ่มน้อยร่างเล็กเพียงคนเดียว
...แน่ล่ะ!เพราะนอกเหนือจากจอมแหกกฎอย่างไมเคิลแล้วก็คงไม่มีใครที่พยายามปิดหูปิดตาไม่รับรู้ถึงการมีอยู่ของกฎข้อนี้
"ขะ... เข้าใจขอรับ"ดาวเหนือละล่ำละลัก เพราะไม่ทันตั้งตัวกับคำถามที่ต้องตอบ
"ภารกิจของเ้าในวันนี้จะมีเพียงเคสเดียวและจะค่อยๆ เพิ่มขึ้นทุกวัน เ้าพร้อมหรือไม่?" ท่านยมทรงตรัสถามอีกครั้งและแม้จะคาดเดาไว้แล้วว่าตนต้องเจอคำถามนี้หากแต่ดาวเหนือก็ยังต้องสูดลมหายใจเข้าปอดเพื่อเรียกขวัญกำลังใจให้กับตัวเอง
"พร้อมขอรับ"หนุ่มน้อยพยายามปรับน้ำเสียงให้ดูเป็ปกติที่สุดเพื่อไม่ให้เป็ที่ครหาหรือติฉินนินทาของเหล่าสัตว์นรกซึ่งกำลังรอการพิพากษาโทษเป็แถวยาวเหยียดอยู่ตรงนั้น
"ดีมาก! นับเงิน...ข้าฝากด้วย"
สิ่งที่ได้ยินทำให้ดาวเหนือโล่งใจไปได้เปลาะหนึ่งเื่ที่ท่านยมไม่ฝากเขาไว้ในเงื้อมมือของไมเคิลหนุ่มน้อยยังหวาดระแวงไม่หายกับพฤติกรรมอธิบายไม่ได้ที่อีกฝ่ายเคยก่อรวมทั้งหวั่นใจว่ามันจะเกิดขึ้นซ้ำรอย หากว่าเขาจำเป็ต้องพูดถึงเหยื่อคนนั้น
"หนังสือรวมกฎยมทูตอ่านจบแล้วใช่ไหม?"
เสียงตั้งคำถามของนับเงินปลุกดาวเหนือให้ตื่นจากภวังค์ความคิด
"ครับั้แ่ก่อนจะตามรุ่นพี่ไปฝึกงานแล้วครับ" เขาพยักหน้ารับ
"งั้นเราจะไปสุ่มกาชาปองงูกัน"
ท่าทางร่าเริงของนับเงินบวกกับคำพูดของเธอ ทำเอาดาวเหนือนึกสยองขวัญแปลกๆที่จริงหัวหน้าสาวเคยพูดเื่นี้แล้วครั้งหนึ่ง ตอนที่เขาตามเธอไปฝึกงานใหม่ๆทว่าหนุ่มน้อยก็ไม่ได้คาดคิดว่ามันจะกลายเป็เื่จริงในวันที่เขาต้องรับบทบาทยมทูตเต็มตัว
เอ่อ...หวังว่าคงไม่ใช่การล้วงลงไปในไหงูเพื่อเลือกคู่หูหรอกนะ!
"พี่รออยู่ตรงนี้นะ สู้ๆ ล่ะได้คู่หูแล้วก็รีบออกมา" นับเงินพาดาวเหนือมายืนอยู่เบื้องหน้าป่าใหญ่เขียวขจีสุดลูกหูลูกตาซึ่งมีต้นไม้ใบหนาเรียงรายเป็ทิวแถว จนไม่น่าเชื่อว่าที่นี่คือส่วนหนึ่งของนรก
"ผม... ตะ... ตะ...ต้องเข้าไปจับงูในนี้ ระ... ระ... หรือครับรุ่นพี่!?" ดาวเหนือค่อยๆหันหน้าไปถามนับเงินช้าๆ ด้วยสภาพเหมือนผู้ป่วยคอเคล็ดยิ่งไปกว่านั้นยังหน้าตาซีดเผือดไร้เืฝาดลักษณะคล้ายกำลังจะสิ้นลมในไม่ช้าอีกด้วย
"เข้าไปเดี๋ยวก็รู้เองแหละน่าสแกนนิ้วกับม่านตาตรงนั้นนะ"หัวหน้าสาวรุนหลังยมทูตหนุ่มน้อยให้เดินเข้าไปตรงช่องว่างเล็กๆกลางป่าทึบที่มีเครื่องสำหรับยืนยันตัวตนรูปร่างเหมือนตู้เอทีเอ็มตั้งอยู่และแม้ดาวเหนือจะพยายามขืนตัวไว้สักแค่ไหนแต่สุดท้ายเท้าข้างหนึ่งของเขาก็ล่วงล้ำเข้ามาในอาณาเขตของมันจนได้
"ยืนยันตัวตนสำเร็จระบบกำลังทำการค้นหา"
เสียงนั้นดังขึ้นหลังจากดาวเหนือยืนยันตัวตนด้วยรอยนิ้วมือและม่านตาแล้วมันทำให้หัวใจของหนุ่มน้อยเต้นรัวราวกับกำลังฟังเสียงะเิเวลาที่เริ่มนับถอยหลังช้าๆ ช้าๆก่อนที่ไม่กี่วินาทีต่อมา...
"เหวอออออ!!"ดาวเหนือร้องลั่น ระหว่างที่วิ่งหน้าตั้งออกมาจากหน้าเครื่องสแกนเพราะมีอะไรบางอย่างตกลงมาพาดบ่าของเขา
...ให้ตายเถอะ! มันค้นเอาตัวอะไรมาให้เขาฟะอ๊ากกกกก!!
"หยุด! หยูดดดดด! ใทำไมยะนั่นมันคู่หูของเรานะ" นับเงินเข้ามายืนเท้าเอวขวางหน้าหนุ่มน้อยไว้หญิงสาวปั้นหน้าเข้มด้วยทั้งที่ความจริงกำลังพยายามกลั้นขำอาการสติแตกของดาวเหนือเต็มที่
"ขะ... ขะ... คู่หูของผมเหรออะ... อะ... ไอตัวนี้เนี่ยเหรอครับ!?" ดาวเหนือค่อยๆหันไปมองตัวอะไรสักอย่างบนบ่าของเขาซึ่งฝ่ายนั้นก็กำลังชูคอแลบลิ้นเหมือนอยากโชว์ตัวอวดโฉมอยู่แล้ว
"ฟ่อออออ..."
ภาพงูน้อยจมูกงอนสีน้ำตาลอมแดงลายสามเหลี่ยม ลำตัวยาวสักสามไม้บรรทัดที่กำลังแลบลิ้นใส่ดาวเหนืออยู่ในเวลานี้ ทำเอาหนุ่มน้อยแทบลมจับทั้งยืน
"เอ้าๆตั้งชื่อให้คู่หูซะสิ" นับเงินเอ่ยเตือนถึงสิ่งที่ดาวเหนือควรทำในเวลานี้
"ชะ... ชื่ออะไรดีล่ะครับ!?" ยมทูตหนุ่มน้อยถามกลับตะกุกตะกักเวลานี้สมองของเขาตีบตันจนคิดอะไรไม่ออกแม้แต่ชื่อสัตว์เลี้ยงที่เคยตั้งไว้มากมายตอนพ่อซื้อหมาให้ก็ไม่มีหลงเหลืออยู่ในความทรงจำเลยสักนิด
"คู่หูเรา เราก็ต้องตั้งเองสิมาถามพี่ได้ไงล่ะ" นับเงินส่ายหน้าให้กับอาการสติเลอะเลือนของยมทูตหน้าใหม่
"งะ...งั้นชื่อก้อนดินแล้วกันครับ" ดาวเหนือยิ้มเจื่อนๆระหว่างที่พูดชื่อเดียวซึ่งหลงเหลืออยู่ในหัวสมองตอนนี้
"ฟ่อออออ..."
เ้างูน้อยบนบ่าดาวเหนือแลบลิ้นส่งเสียงเป็เชิงตอบรับชื่อใหม่ของตัวเองก่อนจะหดตัวลงนอนหมอบไปกับบ่าของเขาเหมือนจะรู้ว่าหากมันยังคงชูคออวดโฉมอยู่อย่างนี้คู่หูของมันจะเกิดอาการแข้งขาอ่อนแรงจนเดินไปไหนไม่ได้
"ทีนี้ก็ไปตึกอำนวยการกัน"นับเงินรุนหลังดาวเหนือที่ทำท่าจะหมดแรงเดิน ไม่ใช่เพราะน้ำหนักของงูบนบ่าแต่เพราะยังไม่เคยชินกับคู่หูที่ได้ชื่อว่าเป็อสรพิษและเลี้ยงไม่เชื่อง
"ไม่ต้องคิดมากหรอกน่า!งูพวกนี้ไม่เหมือนงูบนโลก มันจะเชื่องมากเฉพาะกับคู่หูแล้วก็ไม่มีวันทำร้ายคู่หูของมันเด็ดขาด พวกมันถูกฝึกหนักมาเยอะก่อนจะได้เป็คู่หูยมทูตนะถ้ามันทำผิดกฎก็ต้องถูกลงโทษไม่ต่างกัน"หญิงสาวพยายามพูดให้หนุ่มน้อยคลายกังวล
"ถ้ารุ่นพี่ยืนยันขนาดนั้นผมก็จะได้สบายใจครับ" ดาวเหนือยิ้มเจื่อนๆ ให้หัวหน้าสาวหากแต่ตาชำเลืองมองงูคู่หูที่เวลานี้กำลังนอนหมอบอยู่บนบ่าของเขา
"ถ้าสบายใจขึ้นก็ไปตึกอำนวยการกันได้แล้ว เดี๋ยวก็ไม่ทันเวลาไปรับดวงิญญาหรอก"
เสียงเตือนของนับเงินเร่งให้ดาวเหนือจำเป็ต้องแสดงความกระตือรือร้นออกมาให้อีกฝ่ายเห็นทว่านั่นก็หมายถึงการเร่งเวลาในการขึ้นไปรับดวงิญญาของก้อนดินให้เร็วขึ้นด้วยเช่นกัน...การพบกันครั้งสุดท้ายใกล้จะมาถึงแล้วสินะ
"อันนี้เป็เครื่องมือสื่อสารนะคะติดไว้ตรงปกเสื้อแบบนี้ ปกติหน่วยบัญชีรายชื่อผู้ถึงฆาตหรือไม่ก็หน่วยสื่อสารจะติดต่อไปแต่ถ้ามีปัญหา ้าความช่วยเหลือก็ติดต่อมาได้นะคะแค่กดปุ่มนี้แล้วก็แจ้งเื่ได้เลย ง่ายๆ ไม่ซับซ้อน"สาวน้อยผมหางม้าประจำกองอำนวยการ ซึ่งอยู่ในชุดสูทสีน้ำเงินกรมท่าอธิบายวิธีใช้งานเครื่องมือสื่อสารรูปกระดุมให้ดาวเหนือฟังแบบละเอียดถึงละเอียดมากเพื่อไม่ให้เ้าหนูจำไมซักถามอะไรต่อมิอะไรอีก
"ขอบคุณครับ"หนุ่มน้อยยิ้มเจื่อนๆ เมื่อตระหนักได้ว่ากิตติศัพท์เื่ช่างซักช่างถามของเขาคงลือกระฉ่อนไปทั่วยมโลกแล้ว
"แล้วนี่ก็เคียวของเราพกไว้เป็พิธี ยังไงพวกมารสูทขาวก็หมายตาแค่เหยื่อของพี่กับไมเคิลอยู่แล้ว"นับเงินส่งเคียวประจำตัวของดาวเหนือคืนให้กับเขา ซึ่งหนุ่มน้อยก็รับมันมาก่อนจะเปลี่ยนให้เคียวกลับไปอยู่ในรูปร่างปากกาและเก็บมันไว้ในกระเป๋าด้านในเสื้อสูท
"ขอบคุณครับรุ่นพี่ ผม...ต้องไปแล้วใช่ไหมครับ?" ดาวเหนือสูดลมหายใจเข้าปอด คล้ายพยายามปลุกใจเรียกความกล้าอีกครั้ง
"ยังพอมีเวลาอีกนิดหน่อย"หัวหน้ายมทูตสาวบอกหนุ่มน้อย แล้วหันไปทางเ้าหน้าที่สาวผมหางม้าประจำกองอำนวยการอีกครั้ง"อย่าลืมบอกเื่สวัสดิการยมทูตด้วยนะ"
"ยมทูตมีสวัสดิการด้วยเหรอครับ?" ยมทูตหน้าใหม่ถึงกับหูผึ่งทันทีที่ได้ยินเื่ที่ไม่เคยคาดคิดว่าจะได้ยิน
"ก็ต้องมีสิจะให้ทำงานไม่มีวันหยุด ไม่มีวันลาพักร้อนได้ยังไง ขืนเป็แบบนั้นห้องพักฟื้นคงเต็ม หน่วยพยาบาลคงลาไปเกิดแน่ๆ"
คำบรรยายของนับเงินพาให้จินตนาการเห็นภาพเสียจนแม้แต่บรรดาเ้าหน้าที่กองอำนวยการตรงนั้น ยังพากันยิ้มเจื่อนๆ
"ถ้าอย่างนั้นจะแจกแจงให้จบภายใน1 นาทีนะคะ" สาวหางม้าคนเดิมบรรยายสวัสดิการต่างๆที่ยมทูตทุกคนจะได้รับอย่างรวดเร็ว และจบภายใน 1 นาทีซึ่งแน่นอนว่าดาวเหนือฟังไม่ทัน รวมทั้งจำไม่ได้ด้วยหากแต่อย่างน้อยมันก็ทำให้เขารู้สึกดีใจที่เลือกเป็ยมทูตแทนการไปเกิดใหม่เพื่อชดใช้กรรมในสถานที่อันเคยเป็บ้านเกิดเมืองนอน
"ไปได้แล้วล่ะฉายเดี่ยวครั้งแรก ควรไปรอก่อนเวลานะ จะได้ไม่มีอะไรผิดพลาด"
เสียงพูดของนับเงินปลุกดาวเหนือให้ตื่นจากภวังค์ความคิดหนุ่มน้อยสูดลมหายใจเข้าปอดอีกครั้ง แม้จะรู้ดีว่ามันไม่ช่วยอะไร
"ผมไปนะครับรุ่นพี่เดี๋ยวจะเอาเหยื่อมาฝาก"
อาจดูเหมือนพูดติดตลกแต่เวลานี้ดาวเหนือกลับขำไม่ออกกับมุขตลกของตัวเอง
"มีอะไรก็ทักมาได้ตลอดนะ วันนี้พี่สแตนด์บาย"นับเงินตบบ่ายมทูตรุ่นน้องเบาๆ เป็เชิงให้กำลังใจเธอรู้ว่าเขากำลังกังวลและกดดันกับการทำหน้าที่ด้วยตัวคนเดียวเป็ครั้งแรก
แต่สิ่งหนึ่งที่นับเงินไม่รู้ก็คือ...ดาวเหนือไม่ใช่แค่กังวลและกดดัน แต่เขายังปล่อยให้ความรู้สึกบางอย่างก่อตัวขึ้นกับเหยื่อของตัวเองอีกด้วย
"นึกว่าวันนี้จะไม่ได้เจอคุณยมทูตแล้วการรอคอยของผม... สิ้นสุดซะที"