ตอนจบของเื่นั้นมีเพียงเด็กคนเดียวที่จำได้ พวกเขาไม่ได้เจอกันอีก แปดปีต่อมาพลังพิเศษของเด็กคนหนึ่งยังอยู่ ชายหนุ่มหน้าตาดี ผิวขาวแต่ไม่ขาวซีด ใต้หางตาข้างซ้ายมีขี้แมลงวันสีดำเล็ก ๆ มือขวาหมุนควงปากกาแล้วเขียนการบ้านต่อ ในห้องเรียนมีเพื่อนสนิทอีกสองคนอยู่ด้วย
“ไอ้แทน…” ผมเหลือบมองคนที่กำลังทำท่าบีบนวดไหล่ด้านหลัง แทนไท เพื่อน ม. 5 ที่ตัวสูงพอ ๆ กับผมเอียงคอมองผ่านไหล่มาฉีกยิ้ม ฟันสีขาวของมันเด่นชัดเมื่อเทียบกับสีผิวที่ออกจะคล้ำนิดหน่อย ผมสีดำยุ่งเหยิงกับคิ้วดกที่รกรุงรังของมันทำผมหงุดหงิดขึ้นมาดื้อ ๆ
“ไรเหรอ?” มันถามด้วยภาษาที่ฟังดูน่ารักตรงข้ามกับนิสัยห่าม ๆ ที่ชอบแกล้งคนอื่น
“ปั่นจิ้งหรีดสามสิบรอบ”
แทนไทสบถด่า “สัตว์!” ไอ้เอิร์ธที่ยืนกินขนมข้างโต๊ะที่ผมนั่งหลุดหัวเราะทันที คนโดนสั่งให้ปั่นจิ้งหรีดพยายามฝืนตัวเองเกร็งกล้ามเนื้อท่อนแขนจนหน้าเขียว มันร้องเอิ๊กอ๊ากราวกับกำลังเค้นพลังภายในเพื่อหยุดตัวเองให้ได้
“ไอ้เชี่ยสอง” ระหว่างที่ด่าผม มือขวาก็ค่อย ๆ เลื่อนไปจับใบหูซ้ายตัวเอง มือซ้ายพาดทับมือขวา นิ้วมือซ้ายทั้งหมดรวบกำยกเว้นนิ้วชี้ที่ยืดตรง ไอ้แทนแหกปากสุดเสียง “ไม่! ไอ้เชี่ยไม่!” แต่กระดูกสันหลังไม่ได้สนใจฟังคำสั่งของผู้เป็นายมัน หลังไอ้แทนก้มโค้งจนปลายนิ้วชี้เกือบจรดพื้น ขาทั้งสองข้างขยับหมุนรอบตัวเอง
“หนึ่ง” ไอ้เอิร์ธที่ยืนกินขนมอยู่นับ
“ไอ้เชี่ยเอิร์ธ”
“สอง”
“กูเวียนหัวแล้ว”
“สำออย” เอิร์ธด่า “เพิ่งปั่นสองรอบร้องเวียนหัว สาม”
เอิร์ธเป็เพื่อนสนิทอีกคนของผม ความสูงของมันต่ำกว่าผมแต่สูงกว่าไอ้แทน ผิวขาว ตาตี่ ขี้เบื่อและชื่นชอบการนอนหลับเป็ที่สุด แต่การนอนหลับของไอ้เอิร์ธก็ไม่เคยสร้างปัญหาให้ใครตรงกันข้ามกับไอ้แทน
“สิบ”
เพราะมีเพื่อนสมองขี้เลื่อยบางคนลืมรายงานที่ต้องส่งวันนี้ไว้ที่บ้าน ผมกับไอ้เอิร์ธที่อยู่กลุ่มเดียวกับมันก็เลยโดนครูตำหนิและต้องมานั่งเขียนรายงานใหม่ ที่แย่กว่านั้นคือไอ้แทนจำเนื้อหาที่เขียนในรายงานไม่ได้แล้ว ผมเลยต้องมานั่งเขียนแทนส่วนของมัน ไอ้เอิร์ธด่าไอ้แทนไปชุดใหญ่ก่อนที่ผมจะสั่งให้ปั่นจิ้งหรีด
“สิบสอง” ไอ้เอิร์ธนับ
“มึงพอเถอะ” ไอ้แทนแหกปากร้องแต่ก็ยังปั่นจิ้งหรีดต่อ
“สิบสาม”
“ไอ้เชี่ยสอง กูจะอ้วก”
“สิบสี่”
“มึงห้ามอ้วก” สิ้นสุดคำพูดของผม ไอ้แทนที่มีอาการแดกดันมาจากช่องท้องก็หุบปาก ทำท่าพะอืดพะอมก่อนที่จะกลืนบางอย่างกลับลงคอไป ไอ้เอิร์ธเบ้หน้าทำท่าเหมือนอยากจะอาเจียนด้วย ตอนนี้เป็เวลาห้าโมงเย็นแล้ว เหลือแต่พวกเราสามคนในห้อง ข้างนอกฝนตกปรอย ๆ ได้กลิ่นหญ้าสดและกลิ่นเย็นของฝนที่ช่วยทำให้รู้สึกชุ่มชื่น ผมเขียนสรุปบรรทัดสุดท้าย
“ยี่สิบห้า”
“พอแล้ว เพื่อนสองพอแล้ว”
“ยี่สิบหก”
“ไอ้เอิร์ธ มึงเลิกนับสักที”
“ยี่สิบเจ็ด อีกสามครั้ง”
ผมวางปากกาแล้วหันมองไอ้แทน
“ยี่สิบแปด”
“อุ๊บ!”
“ยี่สิบเก้า”
แก้มไอ้แทนบวมเปล่งเหมือนกำลังอมอะไรอยู่
“สามสิบ” ไอ้แทนหยุดทันทีราวกับเครื่องจักรที่กดปิดสวิตช์ คนที่เพิ่งปั่นจิ้งหรีดสามสิบรอบล้มตึงก้นกระแทกพื้นกลืนบางอย่างที่อมอยู่ลงคอเหมือนเมาเรือ ไอ้เอิร์ธโยนยาดมสมุนไพรกระปุกสีเขียวให้ แทนไทยังทำท่าเหมือนจะอ้วกอยู่ มันรีบเปิดฝา สูดหายใจเอากลิ่นหอมเข้าเต็มปอด
ผมหันไปหยิบกระดาษรายงานยื่นให้ไอ้เอิร์ธ “มึงเอาไปส่งครู”
ไอ้เอิร์ธตาโตแล้วด่ากลับ แต่มือก็รับกระดาษตามคำสั่งผม “ใช้พลังพิเศษกับกูเฉย? กูเป็คนเอาไปส่ง กูก็โดนจารย์ด่าอีกชุดอ่ะดิ”
ขาไอ้เอิร์ธขยับก้าวเดินแต่คอมันยังหันกลับมามองอยู่อย่างนั้น
“ไอ้เชี่ยสอง”
แววตามันคาดหวังว่าผมจะเปลี่ยนคำพูดแต่ผมยังนั่งเฉย
“ถ้าให้ไอ้แทนไปส่งแล้วมันไปอ้วกใส่ครูเดี๋ยวก็โดนตัดคะแนนอีก”
“แล้วทำไมมึงไม่ไปส่งเองวะ”
“กูไม่อยากโดนด่า”
“อ้าวไอ้เชี่ย!” เสียงไอ้เอิร์ธยังดังก้องตรงระเบียงทางเดิน เมื่ออีกฝ่ายเดินไปไกลมากพอจนไม่ได้ยินคำก่นด่าแล้ว แทนไทที่นอนหงายกางแขนขาบนพื้นก็หายใจหอบ
เสียงหายใจของมันดังพอ ๆ กับเสียงฝนตกนอกห้อง ฝนที่ตกเบา ๆ อยู่แล้วยิ่งเบาลงอีก มีเสียงผู้ชายะโเรียกเพื่อนแล้ววิ่งไปที่สนามฟุตบอล ผมเงยหน้ามองผ่านหน้าต่างไปยังท้องฟ้า มีสายรุ้งหลากสีทอดสะพานโค้งเชื่อมระหว่างสนามฟุตบอลกับหลังคาของอาคารเรียน จังหวะที่หลับตา กอดอก ทิ้งแผ่นหลังพิงเก้าอี้ครู่หนึ่ง ของบางอย่างก็ลอยมากระแทกหัว
ผมลืมตา หันมองคนที่นอนอยู่ ไอ้แทนขยับปากด่าว่า “สัตว์”
ผมเผยอปากอ้าบ้าง
“มึงหยุดเลย” ไอ้แทนยกมือชี้หน้าแล้วรีบเปลี่ยนมาอุดหู “กูขอสั่งให้มึงห้ามสั่งกูให้ทำอะไรอีก”
ผมหุบปากที่เผยออ้าลง ริมฝีปากเม้มเข้าหากันครู่หนึ่งก่อนสมองในหัวคิดคำง่าย ๆ “ไอ้แทน ลองใช้ลิ้นเลียปลายจมูกตัวเองดูซิ”
ไอ้แทนขมวดคิ้ว มันยังนั่งเอามืออุดหูอยู่แต่ปากค่อย ๆ เริ่มอ้าออก มันกลอกตามองผม ลิ้นที่อยู่ด้านในปากแลบออกมาแล้วกระดกขึ้น
“ไอ้เชี่ยสอง มึงสั่งให้กูทำอะไร”
ผมหัวเราะ มันเปลี่ยนใจจากที่เอามืออุดหูเลื่อนมาปิดปาก ไอ้เอิร์ธเดินกลับเข้ามาในห้อง เอาขาเตะโต๊ะแล้วะโเรียกเสียงดัง
“ไอ้สอง!”
ผมหันไปมองหน้ามันเป็จังหวะเดียวกับที่มันด่า “ไอ้สัตว์ สักวันพระเ้าจะยึดพลังไปจากมึง ไอ้คนเชี่ย!”
“กูนับถือพุทธ”
“เออ พระพุทธเ้าก็ได้ กูจะฟ้องพระสัมมาสัมพุทธเ้า”
ผมยิ้มกับชื่อที่มันเรียกแบบจัดเต็ม ไอ้เอิร์ธปิดท้ายด้วยการส่งอวัยวะเพศให้ผม ไอ้แทนที่ยังคงใช้ลิ้นเลียมือตัวเองอยู่ส่งเสียงอู้อี้ ใช่ ผมมีพลังพิเศษ พลังที่ไม่ว่าจะสั่งอะไรทั้งแค่คิดในหัวหรือพูดออกเสียง คนคนนั้นก็ต้องทำตาม
“ไอ้สัตว์สอง” ไอ้แทนเตะขาเก้าอี้ประท้วง “มึงพอ”
ผมเก็บของบนโต๊ะใส่กระเป๋า “เออ พอก็พอ”
ไอ้แทนเช็ดมือที่เปียกน้ำลายกับกางเกงตัวเองแล้วลุกขึ้น ไอ้เอิร์ธเดินไปเก็บของบนโต๊ะของมัน ไอ้แทนเอามือที่เปียกน้ำลายตัวเองเมื่อครู่ไปป้ายจมูกไอ้เอิร์ธ ไอ้เอิร์ธหันไปส่งอวัยวะเพศให้ไอ้แทนอีกครั้งหนึ่ง คนรับคำด่าอวัยวะเพศฉีกยิ้มเหมือนมีความสุข เสียงฝนปรอยเงียบไปแล้ว ตอนนี้มีแต่เสียงเชียร์ฟุตบอลในสนาม เสียงกรี๊ดของเด็กนักเรียนผู้หญิงและเสียงเป่านกหวีดของโค้ชที่เป็ครูพละ
ผมหันมองกลุ่มผู้ชายตัวสูงในชุดกีฬาหลายคนวิ่งกลางสนาม เด็กม.6 ที่พวกคุณครูต่างภาคภูมิใจว่าเป็รุ่นที่ดีที่สุดของโรงเรียนวิ่งเหยาะ ๆ ไปทางเดียวกัน ทีมที่แข่งกับม.6 คือเพื่อนของผมที่อยู่ม.5 ถึงจะไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันแต่ก็ถือว่ารู้จักกัน
โดยปกตินักกีฬาหลายคนของโรงเรียนจะมีสังกัดสโมสร แต่การฝึกซ้อมเกมแรกพวกม.6 จะวอร์มร่างกายโดยการแข่งกับม.5 เล่น ๆ ไม่จริงจัง ไอ้แทนกับไอ้เอิร์ธเก็บกระเป๋าเสร็จแล้วเดินมายืนมองตรงหน้าต่างด้วย สนามหญ้ายังเปียกชุ่มด้วยน้ำหลังจากฝนตก รุ่นพี่ม.6 ที่ใส่เสื้อสีดำวิ่งบุกไปยังประตูของอีกฝ่าย ทีมม.5 ที่ใส่เสื้อสีเหลืองวิ่งตาม ผมยกกระเป๋าเป้สะพายบ่า สายตายังจ้องมองลูกบอลรอลุ้นว่าจะทำประตูได้ไหม ม.5เข้าขวางม.6 ที่ใส่เสื้อหมายเลขสอง มีรุ่นพี่ม.6 อีกสามคนรอรับบอลต่อแต่ทั้งสามคนก็ถูกทีมม.5 ประกบไว้
ม.6หมายเลขสองเลี้ยงบอลสับขาหลอกจากม.5 ที่เข้ามาขวางได้สำเร็จ ผมเลิกคิ้วขึ้น ม.5สามคนวิ่งตามด้านหลัง ผู้รักษาประตูทีมม.5 กางขาออก ตั้งท่าพร้อมรับ หมายเลขสองของม.6 หมุนตัวหลบหมายเลขสิบม.5 แล้วยิง บอลลอยโฉบผ่านปลายนิ้วผู้รักษาประตูกระแทกกับตาข่ายพร้อมเสียงนกหวีดดังลากยาวดังปี๊ด
ไอ้แทนร้อง “เยส!” ไอ้เอิร์ธร้อง “เชี่ย” จากนั้นก็เป็เสียงกรีดร้องของคนที่นั่งเชียร์ข้างสนาม
ไอ้เอิร์ธหันมองหน้าไอ้แทนแล้วผลักไหล่ “มึงเชียร์ม.6 เหรอ”
ไอ้แทนกะพริบตาใสซื่อก่อนตอบ “เออ ทำไมอ่ะ”
“มึงอยู่ม.5 หรือเปล่า”
“ก็ม.6 เก่งกว่าเห็น ๆ”
“ไอ้นี่!” เอิร์ธผลักหัวไอ้แทน ไอ้แทนหันมองแล้วโยนสถานการณ์ที่ต้องเลือกมาให้ผมต่อ
“ไอ้สอง มึงเชียร์ม.5 หรือม.6”
ไอ้เอิร์ธหันหน้ามองมาทางผมเพื่อรอฟังคำตอบด้วย ผมมองม.6 ที่ใส่เสื้อหมายเลขสองครู่หนึ่งแล้วตอบแบบไม่กระตือรือร้นว่า “ไม่เชียร์ใครทั้งนั้น”
“มึงอย่า” แทนไทยกนิ้วชี้ “กูเห็นนะ มึงจ้องเบอร์สองโคตรนาน เก่งใช่ไหมไอ้สัตว์ คนนี้เพิ่งย้ายมาเรียนโรงเรียนเรา”